หน้าปกนวนิยาย ไข่มุกหมื่นปรารถนา

ไข่มุกหมื่นปรารถนา

7.9 / 10.0
อดีตว่าที่เซียนสาวผู้ผันตัวสู่หนทางปีศาจราคะอันดับหนึ่ง ถูกทวยเทพสะกดร่างไว้ ณ ภูผาเทียมเมฆา ทว่าดวงจิตยังลอบสิงสู่มนุษย์ผ่านร่างทรงของพรรคลิขิตจันทรา ชิงหรู หญิงสาวผู้ไร้ความทรงจำคือผู้ถูกเลือกให้มอบกายถวายร่าง จนต้องกลายเป็นคนพิการพูดไม่ได้ โดยมี กวงหมิน ชายหนุ่มลึกลับคอยปรนนิบัติรับใช้เคียงข้าง ท่ามกลางชะตากรรมที่ถูกลิขิตโดยจอมมาร ชิงหรูต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของชีวิตและปริศนาเบื้องหลังผู้ที่คุ้มครองนาง ในใจหวังเพียงวาระสุดท้ายจะไม่เลวร้ายเกินไป

ไข่มุกหมื่นปรารถนา ตอนที่ 1

“คุณชาย พอเถิดเจ้าค่ะ”

เสียงหวานครางกระเส่าปากร้องห้ามแต่ร่างกายกับบิดเร่ากับสัมผัสลึกล้ำที่นิ้วเรียวงามเคลื่อนไหวรวดเร็วในร่องกลีบบุบผางาม

จางลี่คือสาวใช้คนงามวัยสิบหกของคุณชายหวังหย่ง นางถูกขายทิ้งมาเป็นสาวใช้ตั้งแต่อายุสิบสอง ตั้งแต่มาอยู่บ้านเศรษฐีหวัง ก็ไม่เคยได้กลับบ้านเดิมอีกเลย เพราะบ้านเดิมยากจนค้นแค้น เมื่อครั้งที่มาถึงใหม่ๆ รูปร่างนางผอมจนน่าเวทนา เป็นคุณชายหวังหย่ง คุณชายใหญ่แห่งตระกูลหวังที่แอบนำขนมของกินมาให้นางกินบ่อยๆ เด็กสาวจึงมอบใจทั้งใจให้ด้วยหวังว่าจะเป็นที่โปรดปรานในสักวัน ไม่คิดว่าขนมแต่ละวันที่เขานำมามอบให้นาง ครั้งละชิ้นสองชิ้นนั้น จะทำให้นางจงรักภักดีกับเขาถึงเพียงนี้ ถึงขั้นยอมให้เขาล่วงล้ำกายสาว

“ลี่เอ๋อร์” เขาเรียกนางเสียงแหบพร่า ชักนิ้วเรียวยาวออกจากร่องรักที่ฉ่ำเยิ้ม สะโพกของนางขยับตามนิ้วของเขาอย่างอาลัย เขาเห็นสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยของนาง มุมปากจึงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มพลางโน้มหน้าลงไปใกล้ร่างที่อ่อนระทวยบนตั่ง

“เด็กดี เจ้าบอกสิว่ารู้สึกเช่นไร”

“บ่าว...บ่าว...”

จางลี่ได้แต่อ้ำอึ้ง เรื่องเช่นนี้จะพูดออกไปได้อย่างไร แค่นี้นางก็เขินอายเหลือเกินแล้ว เพราะคุณชายหยังหย่งเรียกนางมาให้ปรนนิบัติขณะอ่านตำรา แรกทีเดียวนางมีหน้าที่คอยอยู่รับใช้ นางมีหน้าที่รินน้ำชา ฝนหมึกหรือไปหยิบตำราตามแต่คุณชายสั่ง แต่นางไม่คิดเลยว่าวันนั้น นางเดินเข้ามาหยิบตำราให้คุณชายจะทำให้นางตกเป็นทาสบำเรอกามเช่นนี้ นางยังจดจำเหตุการณ์วันนั้นได้เป็นอย่างดี

คุณชายหวังหย่งให้นางมาหยิบตำราที่จะต้องอ่านเพื่อเตรียมสอบเป็นจงหงวน นางเดินเข้ามาหาในชั้นที่อัดแน่นด้วยตำราหลากหลาย คุณชายสอนนางอ่านเขียนเล็กๆ น้อยๆ นางจึงพออ่านตัวอักษรออกบ้าง ขณะที่นางก้มๆ เงยๆ หาตำราเล่มที่คุณชายต้องการ ร่างสูงโปรงก็เข้ามาแนบชิดด้านหลัง บ่นพึมพำที่นางหาตำราเล่มที่ต้องการไม่พบเสียที นางใจสั่นเพราะไม่เคยใกล้ชิดบุรุษใดเช่นนี้มาก่อน และยังเป็นคุณชายหวังหย่งที่นางปลาบปลื้มอยู่เป็นทุนเดิม นางกลับเงอะงะทำอะไรไม่ถูกยิ่งฝ่ามือของคุณชายวางบนสะโพกกลมกลึงของนาง เพียงแค่นี้นางก็แทบยืนไม่อยู่จึงได้แต่เอนตัวไปด้านหน้าพิงชั้นวางตำรา เพื่อขยับกายถอยห่างไม่แต่คิดว่าร่างของคุณชายจะตามติดมาบดเบียด มีบางสิ่งที่แข็งขืนดุนดันร่องก้นของนาง

“คุณชาย” นางร้องอย่างตกใจ

ข้าดีกับเจ้าหรือไม่ จางลี่” น้ำเสียงคุ้นเคยเอ่ยถามพลางเลื่อนมือข้างหนึ่งโอบทรวงอกของนาง บีบเคล้นเบาๆ เหมือนวัดขนาดของทรวงทรงที่อยู่ใต้เสื้อผ้าที่นางสวม

“ดี...ดีเจ้าค่ะ” นางเริ่มหอบหายใจ มือข้างหนึ่งของคุณชายหวังหย่งบีบเคล้นหน้าอก อีกข้างขยำก้นของนาง

อืม น่าจะจริง” เขาพูดแล้วขบติ่งหูของนางเบาๆ “ข้าจำได้ว่าตอนเด็กๆ เจ้าผอมมาก ดูสิ เพราะข้าแอบเอาของกินมาให้เจ้ากินทุกวัน ร่างกายจึงมีเนื้อมีหนังมากขึ้น”

"คุณชาย” จางลี่รู้สึกวาบหวิว ช่องท้องปั่นป่วนอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน ร้อนวูบวาบไปทั่วร่าง

“ปล่อยมือเถิดเจ้าค่ะ”

“ทำไมเล่า ข้าเลี้ยงดูเจ้ามา ก็ให้ตอบแทนบุญข้าหน่อยจะเป็นไร” มือเลื่อนมาปลดเสื้อผ้าของนางให้คลายออก เขานวดคลึงทรวงอกนุ่มนิ่มอย่างเพลิดเพลินสลับกับขยี้ปลายถัน

“อ๊า” จางลี่หลุดเสียงครางออกมา ถูกนวดคลึงจนหน้าอกเริ่มแข็งเป็นตุ่มไต

เป็นอย่างไร เจ้า...รู้สึกอย่างไร”

จางลี่เขินอายได้แต่ส่ายหน้าไปมา นางเป็นหญิงรับใช้ที่ถูกขาดขาย ไร้ญาติพี่น้อง หากเจ้านายพึ่งพอใจ ก็อาจขยับฐานะให้นางได้

หวังหย่งเห็นนางไม่พูดจึงเพิ่มแรงนวดคลึงทรวงอกของนาง อ่า..แต่ยังนวดก็ยิ่งเพลิดเพลิน มิน่าเล่า สหายของเขาจึงชอบไปหอนางโลมกันนัก แต่เขาเป็นบุรุษรักสะอาด จึงเลือกระบายความใคร่กับหญิงรับใช้ในบ้านแทน แต่ก่อนเข้าไม่ได้ใส่ใจจางลี่นัก แต่นับวันนางเติบโตและอวบอัดจนน่าลิ้มลอง เขาป้อนขนมของกินให้นางกินทุกวัน เช่นนี้แล้วเขาย่อมมีสิทธิ์ได้กลืนกินนางเช่นกัน

“เด็กดี เจ้าจะตอบข้าได้หรือยัง”

“สะ เสียว...เสียวเจ้าค่ะ” นางแทบจะร้องไห้ออกมา ร่างกายไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน รับรู้เพียงว่ากระโปรงถูกตลบขึ้นแล้วกางเกงชั้นในตัวน้อยก็ถูกเลื่อนลงมา

“คุณชาย” นางร้องเสียงหลงหันไปมอง แต่กลับถูกมือใหญ่กดท้ายทอยไว้ไม่ให้หันกลับมา นางเบิกตากว้างเมื่อมือของคุณชายลูบไล้กลีบบุปผาของนาง นางส่งเสียงครางอือราวคนละเมอจนกระทั้งนิ้วเรียวแหวกกลีบบุปผาแทรกเข้าไปในช่องรักที่ฉ่ำแฉะ

“อะไรกัน เจ้าเปียกชุ่มง่ายถึงเพียงนี้” หวังหย่งหัวเราะในลำคออย่างพอใจ แค่กระตุ้นนางเล็กน้อย ช่องรักของนางก็เปียกชุ่มแล้ว

“บ่าวไม่รู้เจ้าค่ะ อือ..อา...” นางครางอย่างห้ามใจไม่ได้ แรกทีเดียวคือความเจ็บต่อมาเมื่อเขาชักนิ้วออกแล้วดันกลับเข้าไปใหม่ เกิดสัมผัสแปลกประหลาด เสียวซ่านไปทั่วร่าง อ่อนไหวจนร่างกายอ่อนระทวย

“ดีแล้ว” เขาชักนิ้วเข้าออกรัวเร็ว ปล่อยมือจากท้ายทอยของนางมาบีบเคล้นทรวกอกเต่งตึง “แท่งหยกของข้าจะได้มุดเข้าช่องรักของเจ้าโดยง่าย”

“อะไรนะเจ้าคะ” นางถามเสียงแผ่ว อึดใจต่อมานางจึงได้คำตอบเมื่อแท่งหยกร้อนระอุของคุณชายหวังหย่งแทรกเข้ามาในร่างกายของนาง

“อ๊า” ครั้งนี้เจ็บกว่าใช้นิ้วยิ่งนัก นางร้องครางสะบัดหน้าไปมาด้วยเสียวซ่าน “คุณชาย บ่าวเจ็บ”

“เจ็บเล็กน้อยเท่านั้น” เขาครางในลำคอ “แน่นเหลือเกิน ยังไม่มีผู้ใดแตะต้องเจ้าสินะ”

“บ่าว....โอ้ววว คุณชาย ท่าน...ท่าน...ลึกเกินไปแล้ว ข้า..จุกเหลือเกิน”

จางลี่ร้องออกมา ไม่แน่ใจว่าตนเองชอบหรือไม่ คุณชายดึงสะโพกของนางแล้วโยกสะโพกเข้าใส่ ร่างของนางโยกไปมาตามแรงกระแทกกระทั่น จากที่เจ็บกลายเป็นเสียวซ่าน นางซูดปากเผ็ดร้อน สองมือจับชั้นวางตำราแน่นเผื่อพยุงตัวรับแรงกระแทก ดอกไม้สาวน้ำหวานหลั่งออกมามาก การเคลื่อนไหวของแท่งหยกจึงเข้าและออกได้อย่างสะดวก

“คุณชาย ช้าลงหน่อย บ่าว บ่าวไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ”

“ช้าได้อย่างไร” เขาครางกระเส่าโยกเอวอัดใส่ไม่ละความเร็วลงสักนิด “ช่องรักของเจ้าโอบรัดแท่งหยกข้าถึงเพียงนี้ ซี๊ดดด เสียวยิ่งนัก ข้าจะกระทุ้งเจ้าให้หายอยาก”

“โอ๊วว คุณชาย” จางลี่ร้องเสียงหลงเมื่อขาข้างหนึ่งถูกยกขึ้นแล้วท่อนแขนของคุณชายก็สอดมายกขาของนางค้างไว้ “เสียวเหลือเกิน บ่าว บ่าวจะไม่ไหวแล้ว...อือ อร๊ายยย”

หวังหย่งได้ยินเสียงหวีดร้องของหญิงรับใช้ ช่องรักของนางบีบรัดแท่งหยกของเขาอย่างรุนแรง นางเสร็จสมไปแล้ว เขาแหงนหน้าครางแล้วเร่งความเร็วขึ้นอีก เร็วอีก แรงอีก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเคล้าเสียงครางกระเส่า จนกระทั้งหวังหย่งรู้ว่าตนเองใกล้จะปลดปล่อยน้ำรักออกมาแล้วจึงรีบชักแท่งหยกออกมา ร่างของจางลี่ไร้เรี่ยวแรงทรงตัว เพียงหวังหย่งปล่อยมือจากนาง ร่างของนางก็ทรุดลงไปนั่งกับพื้น

“อ้าปาก”

จางลี่ยังมึนงงอยู่แต่ก็อ้าปากตามที่คุณชายสั่ง แล้วแท่งหยกก็ถูกส่งเข้าปากไปอย่างรวดเร็ว

“อย่ากัด” เขาขู่ไว้ก่อน “อย่าฟันของเจ้าถูกแท่งหยกของข้า อา.. ใช่แล้ว อ้าปากไว้ ซี๊ด ปากของเจ้าก็ทำข้าเสียวซ่านถึงเพียงนี้

จางลี่แทบตาเหลือกเมื่อแท่งหยกเคลื่อนไหวในโพรงปาก สองมือของหวังหมิ่นจับศีรษะของนางไว้เพื่อรับการอัดสะโพกเข้าใส่ปากนาง จนกระทั้งเขากระแทกอัดแท่งหยกเข้าในโพรงปากนุ่มแล้วไม่ชักกลับ ปลดปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นใส่ปากของนาง นางสำลักอยากจะคายออกแต่ทำไม่ได้เพราะแท่งหยกของคุณชายยังกระตุกในปากของนางจนมันนิ่งสงบแล้ว หวังหย่งจึงยอมถอนแท่งหยกออกจากปากของนาง มือใหญ่ยื่นมาลูบแก้มนวลเบาๆ

อ่านต่อ

สารบัญ ไข่มุกหมื่นปรารถนา

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย สามีสั่งชานมเย็นหวานน้อยไม่น้ำแข็ง ฉันเลือกยุติชีวิตคู่เจ็ดปี
8.8
เจียงเจียเหนียนตัดสินใจขอหย่ากับเสิ่นหนาน สามีศาสตราจารย์ผู้แสนเย็นชาหลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาเจ็ดปี จุดแตกหักเกิดขึ้นเพียงเพราะชานมเย็นหวานน้อยไม่ใส่น้ำแข็งที่เขาสั่งให้เธอ แม้หลินหยวนหยวนนักศึกษาสาวคนใหม่จะพยายามช่วยพูดให้เธอมองข้ามเรื่องเล็กน้อยนี้ไป แต่เสิ่นหนานกลับไม่เข้าใจและตำหนิว่าเธอใช้อารมณ์เกินเหตุ ทว่าสำหรับเจียเหนียนแล้ว ชานมแก้วนั้นคือหลักฐานความเหินห่างที่ชัดเจนจนเธอเลือกที่จะทิ้งทุกอย่างและเดินจากไปพร้อมใบหย่าในวันรุ่งขึ้น
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย ยังคงรักกันอยู่ไหม
9.0
ความรักที่แสนหวานของพลอยฟ้าต้องพังทลายลงเมื่อความจริงปรากฏว่าปราบซ่อนใครอีกคนไว้ แม้เธอจะรักเขาจนหมดหัวใจ แต่เขากลับมองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงจืดชืดที่น่ารำคาญและไร้ค่า ปราบปฏิเสธความผิดและบีบคั้นหัวใจเธอด้วยคำพูดที่โหดร้าย โดยให้เธออดทนรอในฐานะผู้ถูกเลือก ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการถูกหลอกลวง พลอยฟ้าจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์และขอหย่าเพื่อคืนอิสรภาพให้แก่กัน แม้ต้องกลายเป็นแม่หม้ายเธอก็ยอมเดินจากไปเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
หน้าปกนวนิยาย ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
จากทริปเดินทางที่แสนสงบ จางฟางซินกลับต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อรถม้าของนางถูกลอบโจมตีจนพลิกคว่ำ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตายและสติที่เลือนลาง นางพยายามคว้ามีดสั้นเล่มเดียวที่มีเพื่อปกป้องตนเอง ทว่าเบื้องหน้ากลับปรากฏบุรุษลึกลับพร้อมกระบี่เปื้อนเลือดที่จ่อประชิดใบหน้า กลิ่นคาวโลหิตและบรรยากาศแห่งความตายทำให้พละกำลังของนางสูญสิ้นไป แต่น่าประหลาดที่ใบหน้าของมัจจุราชผู้ปลิดวิญญาณคนนี้ กลับดูคุ้นตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
ตอน
อ่านเลย
แชร์