ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์ทะเลทราย

ทัณฑ์ทะเลทราย

เมื่อรติรสพยายามหนีจากพันธนาการของเดนิม อิสมาอิล พร้อมทั้งขโมยหัวใจเขาไป ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจึงไม่อาจปล่อยเธอไปได้ ความรักและความแค้นในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์ทำให้เขาเลือกใช้การลงทัณฑ์อันเร่าร้อนเพื่อสยบหญิงสาว แม้เธอจะด่าทอและรังเกียจสัมผัสของเขาเพียงใด แต่ในสายตาของเดนิมมันคือการสนองความต้องการที่ตกลงกันไว้ เขาไม่สนใจคำว่าเลวเพราะในเกมนี้มีเพียงกำไรและขาดทุนเท่านั้น การปะทะกันระหว่างแรงปรารถนาและอิสรภาพจึงเริ่มต้นขึ้นกลางทะเลทราย
ตอน
แชร์

ตอน 3

“เปล่า รสไม่ได้แกล้งชม ก็งานวันนี้ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่รสเห็นไม่ค่อยสวย เทียบกันแล้วพราวสวยกว่ามาก งานคืนนี้รสว่าพราวต้องสวยกว่าทุกคนแน่นอน ไม่แน่นะ ความสวยของพราวอาจจะเข้าตามหาเศรษฐีชาวบันดัรหรือชาวซาอุฯ ก็ได้ ได้ยินลุงบอกแล้วไม่ใช่เหรอ พวกนี้รวยๆ กันทั้งนั้น”

“ยี้... ไม่เอาหรอก พวกหนวดเฟิ้มเป็นรากไทรแบบนั้น แค่คิดก็สยองแล้ว ต่อให้รวยล้นฟ้าฉันก็ไม่สนใจเอามาทำแฟนหรอกย่ะ”

พราวพิลาสห่อไหล่ทำท่าขนลุกขนพอง ถ้าจะมีใครทำให้เธอสนใจในตอนนี้ คนคนนั้น คืออลงกรณ์มากกว่า ชายหนุ่ม หล่อ... รวย... ทายาทบริษัทขายเครื่องดื่มอันดับต้นๆ ของเมืองไทย คิดแล้วใบหน้าสวยก็บึ้งตึงขึ้น เหลือบมองญาติสาวที่เดินมองข้าวของตามร้านต่างๆ ด้วยความริษยา

อลงกรณ์ตามจีบรติรสตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่งกระทั่งเดี๋ยวนี้ ไม่รู้ติดอกติดใจอะไรนักหนา ความสวยรึเธอก็สวยกว่า รวยกว่า รติรสมีดีแค่เรียนเก่งเท่านั้น

ความคิดริษยาของพราวพิลาสหยุดลงเมื่อเสื้อผ้าชุดราตรีสวยๆ ละลานตา เรียกความสนใจจากเธอ

“แบบส่วนใหญ่เรียบๆ ไม่ค่อยหวือหวาเท่าไหร่” กระนั้นพราวพิลาสก็ยังบ่นกระปอดกระแปด

“ก็ที่นี่มันเมืองอิสลาม รสว่าเขาก็ทำสวยดีนะ เพียงแค่ไม่เปิดอกเปิดไหล่มากจนเกินไป”

รติรสจับชุดสวยชุดหนึ่งขึ้นมาพิจารณา สีของผ้าไม่ฉูดฉาด แบบและดีไซน์สวยไม่แพ้แบรนด์ดังๆ

“ไม่เอาล่ะ ไปดูร้านอื่นๆ ดีกว่า”

พราวพิลาสไม่ชอบใจ เดินดุ่มๆ ไปร้านอื่น ซึ่งพอแหงนหน้าดูชื่อร้านแล้ว รติรสก็ต้องส่ายหน้า ป้ายด้านบนบอกแบรนด์ยอดนิยมที่มีขายทั่วโลก แบรนด์ชื่อนี้มาถึงบันดัรเลยหรือ นั่นยังเล็กน้อยถ้าเทียบกับว่าราคาแพงหูฉี่

เรือนร่างสะโอดสะองอรชรเรียกความสนใจให้ชายหนุ่มซึ่งยืนมองลงมาจากห้องกระจก ถัดขึ้นไปอีกชั้น ตาคมทอดมองตามหญิงสาวทั้งสองที่กำลังเดินเลือกเสื้อผ้าชุดออกงาน เขาเดาว่าเธอคงหาซื้อชุดสำหรับใส่ในคืนนี้ และคิ้วสูงเลิกขึ้นอย่างแปลกใจเมื่อหนึ่งสาวสวยเดินเลือกชุดอย่างเอาเป็นเอาตาย ขณะที่อีกคนคอยเดินตามเฉยๆ

“มองอะไรอยู่ครับเจ้านาย”

ฟาติกเดินเข้ามายืนข้างๆ มองตามสายตาผู้เป็นนายลงไปอีกชั้น

“นายอยู่ที่นี่ เดี๋ยวฉันมา”

เดนิมสั่งก่อนจะพาร่างสูงสง่าปราดเปรียวของตนเองออกไปจากร้านเครื่องประดับ โดยไม่สนใจสายตายิ้มๆ ของคนสนิท

ฟาติกส่ายหน้าไปมา เจ้านายของเขาคงจะชอบใครสักคนระหว่างหญิงสาวสองคนนั่น ซึ่งเขาเห็นแล้วว่าสวยแปลกตามากทีเดียว ดูๆ ไปน่าจะเป็นหญิงสาวต่างชาติ จากลักษณะการแต่งตัว และใบหน้าที่แตกต่างจากหญิงสาวชาวบันดัร ชายหนุ่มมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสนใจกับงานที่นายสั่งเอาไว้

ร้านอัญมณีแห่งนี้เป็นร้านหนึ่งในห้าสาขา ซึ่งเป็นธุรกิจของเดนิมอีกอย่างหนึ่ง นอกจากเขาจะมีสัมปทานเหมืองเพชรพลอย ยังมีร้านขายเครื่องประดับอีกด้วย

เดนิมยังอยู่ในชุดเดิมเมื่อตอนเช้า แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่แปลกเพราะคนบันดัรส่วนใหญ่ชอบสวมชุดแบบนี้กันทั้งนั้น ร่างสูงใหญ่เดินเร็วๆ ตรงไปยังเป้าหมาย คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะได้พบกันอีก

“สวัสดีครับมิส...”

เสียงทักเป็นภาษาอังกฤษทุ้มเบาทำให้รติรสหันมามอง ก่อนจะเบิกตากว้างขึ้น ก้าวถอยหลังออกห่างชายหนุ่มหน้าดุเข้มไปหนึ่งก้าว

“คะ... คุณ เอ่อ มิสเตอร์เดนิม”

“ครับ” เดนิมยิ้ม เรียวปากที่รกด้วยไรหนวดยกขยับคล้ายกำลังกลั้นหัวเราะ ตาคมเต้นระริก “ไม่คิดว่าจะได้พบมิสอีก มาซื้อเสื้อผ้าไปงานคืนนี้เหรอครับ”

สีหน้ายิ้มๆ ตาพราวแบบนั้นมันช่างกวนใจรติรสเหลือเกิน เธอเชิดหน้าขึ้น ตอบเรียบๆ สั้นๆ อย่างไม่ปรารถนาจะเสวนาด้วย

“ค่ะ”

ร่างอรชรถอยหลบออกไปอย่างไม่คิดจะรักษามารยาทอะไรทั้งนั้น เธอไม่ชอบผู้ชายคนนี้ หน้ายิ้มๆ ตาแพรวพราวระยับคู่นั้น คล้ายว่ามีกระแสความรุนแรงบางอย่างทำให้เธอหายใจติดขัด รติรสเดินไปหาญาติสาวก่อนจะเอ่ยถามเบาๆ

“พราวไปดูร้านอื่นกันไหม”

“ร้านนี้แหละสวยดี แล้วตานั่นใคร รู้จักรึไงยะ”

คำถามนั้นบอกให้รู้ว่า พราวพิลาสสังเกตเห็นชายร่างสูงสง่าที่เข้ามาทักทายรติรส และหากแม้นว่าไม่สังเกต เจ้าของร่างสูงก็เดินมาหยุดไม่ห่างจากสองสาวแล้ว

พราวพิลาสตวัดตามองก่อนจะถอยห่างด้วยความรังเกียจ ชายอาหรับรูปร่างใหญ่โต ตาคมดุ ใบหน้ารกด้วยหนวดและแนวเครายาวไปกว่าครึ่งหน้า

“สวัสดีอย่างเป็นทางการครับมิส”

เสียงทุ้ม สำเนียงภาษาสากลชัดและเป๊ะทุกไวยากรณ์ เจ้าของร่างสูงพยักหน้าเล็กน้อยให้หญิงสาวทั้งสอง

พราวพิลาสทำหน้าเหลอหลาด้วยไม่คิดว่าจะมีหนุ่มๆ เข้ามาทัก แต่... เธอไม่ชอบแขก ไม่ชอบหนวดและเครา

“ผมเดนิม อิสมาอิล”

รติรสจิกตามองวาววับอย่างไม่ชอบใจชายหนุ่มที่กำลังแนะนำตนเองอย่างเป็นทางการ เขารู้ว่าเธอแกล้งเลี่ยงหลบยังจะตามมาตอแยกันอีก

“สวัสดีค่ะ” พราวพิลาสตอบอย่างเสียไม่ได้ แล้วหันมาพูดกับญาติสาวด้วยภาษาไทยว่า “คุยกันเองแล้วกัน ฉันจะไปดูชุดทางนั้น แล้วไม่ต้องตามมานะ ฉันไม่ชอบตานี่” เสียงสะบัดบอกชัดเจนทีเดียว ก่อนที่ร่างเพรียวสะโอดสะองของพราวพิลาสจะรีบฉีกตัวออกไป และไม่ลืมเหยียดตามองทั้งญาติสาวและหนุ่มต่างชาติ เธอแทบจะกลั้นหายใจเพราะไม่อยากสูดดมกลิ่นจากเรือนกายของชายหนุ่ม พราวพิลาสเคยได้ยินได้ฟังและได้พิสูจน์กับตัวเองมาแล้วว่า กลิ่นของพวกเขาไม่โสภาสำหรับเธอสักนิด

“พราว พราว...”

รติรสแทบผวาร่างตาม แต่พอเห็นสายตาดุเอาเรื่องจึงครางเบาๆ กับการถูกทิ้งเอาดื้อๆ

“ผมไม่ใช่ตัวเชื้อโรค ทำไมพอเห็นหน้าต้องทำท่าผวาหนีขนาดนั้น” เดนิมพูดกลั้วหัวเราะ เขาฟังไม่เข้าใจที่สองสาวพูดคุยกัน แต่ก็พอดูท่าทางพวกเธอออก

“ใครหนี... ไม่มีใครหนีสักหน่อยนี่คะมิสเตอร์ แต่คุณก็คงเห็นแล้วว่าพวกเรากำลังซื้อหาเสื้อผ้ากัน และเราต้องการความเป็นส่วนตัวค่ะ” เธอเสียงแข็งใส่ จ้องสบตาคมกริบไม่ยอมหลบ ถ้อยเจรจาฉะฉาน

เดนิมยิ้มกว้างทั้งหัวเราะน้อยๆ แต่แนวเครายาวยังไหวระริกให้ถูกฝ่ายได้ตาเขียวใส่มากขึ้น เขาไขว้มือไปไพล่หลัง กิริยาอาการคล้ายผู้ใหญ่สักคน ตาคมมองจ้องใบหน้างดงามหมดจด นัยน์ตาเต้นระริกอย่างชอบใจ

“ผมเปล่ารบกวนสักหน่อย แค่เห็นคนรู้จักเลยเข้ามาทักทายตามประสาเจ้าบ้านที่ดี”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96GBL” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96GBL
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ถูกทิ้งโดยอัลฟ่า หันไปแต่งกับศัตรู
9.3
เมื่อถูกศัตรูจับตัวไป อัลฟ่าผู้เป็นคนรักกลับเลือกทิ้งฉันไว้เบื้องหลังเพื่ออยู่กับคู่แท้ของเขาอย่างไม่ใยดี คำพูดที่ไร้หัวใจส่งผ่านสายโทรศัพท์กลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตท่ามกลางความตายที่คืบคลานเข้ามา ฉันจำต้องอ้อนวอนร้องขอชีวิตจากอัลฟ่าฝ่ายศัตรูพร้อมยอมศิโรราบทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด ทว่าในวันที่อดีตคนรักคิดจะกลับมาทวงฉันคืน ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้ว เพราะตอนนี้ฉันได้กลายเป็นสมบัติของศัตรูผู้โหดเหี้ยมที่ไม่มีวันปล่อยให้ฉันกลับไปหาเขาอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ธิดาแค้นต้องเอาคืน
9.2
ตระกูลซูถูกกวาดล้างจนสิ้นซากในคืนเดียว ซูเฉิงอิ้งต้องทนทุกข์จากการถูกน้องสาวทรยศและชายคนรักหลอกใช้จนถูกตราหน้าว่าเป็นคนขายชาติก่อนจะถูกประหารอย่างอนาถ เมื่อได้รับโอกาสกลับมาเกิดใหม่พร้อมความแค้น นางจึงถือดาบกลับมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม เริ่มจากการกำจัดน้องสาวชั่วและคนรักหน้าเนื้อใจเสือ พร้อมสยบคำนินทาที่บิดเบือนความจริงทั้งหมด ทว่าในเส้นทางแห่งการล้างแค้นนี้ ตงฟางไป๋เยว่กลับก้าวเข้ามาป่วนหัวใจจนนางแทบจะวางดาบไม่ลง
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินของข้า แซ่บไม่เบา
9.3
ซูชิงซวู่ยอดสายลับสาวทะลุมิติมาอยู่ในร่างบุตรีผู้ถูกทอดทิ้งของจวนโหวอันติ้ง ซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นตัวกาลกิณีที่นำพาแต่ความโชคร้าย ทว่าหลังจากรอดพ้นจากเงื้อมมือโจร เธอกลับกลายเป็นคนใหม่ที่พร้อมฟาดฟันกับบิดาที่แสนเย็นชา แม่เลี้ยงจอมบงการ และอดีตคู่หมั้นที่ทรยศไปหาน้องสาวต่างแม่ เธอตั้งมั่นจะทวงคืนความยุติธรรมและจัดการคนชั่วให้สิ้นซาก แต่แผนการกลับยุ่งเหยิงเมื่อท่านอ๋องเผ่ยเสวียนจูผู้ที่เธอเคยช่วยชีวิตไว้ กลับตามตื้อเพื่อขอตอบแทนพระคุณด้วยการเอาตัวเข้าแลกในฐานะสามี
หน้าปกนวนิยาย ทาสพิศวาสจวนโหวอำมหิต
8.8
โชคชะตาขีดให้หวางเย่หลิงต้องเผชิญหน้ากับอิ๋งชวนโหวผู้แสนอำมหิตแห่งกู้กง เมื่อเงินห้าหมื่นตำลึงทองของทางการสูญหายไปจากสำนักคุ้มกันหวางซื่ออย่างปริศนา เพื่อรักษาชีวิตทุกคนในตระกูลให้รอดพ้นจากโทษประหาร เย่หลิงจึงต้องยอมสละตนเข้าสู่จวนโหวในฐานะสตรีของเขา ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยอันตรายและการช่วงชิง โดยที่ท่านโหวผู้เลือดเย็นมีแผนการบางอย่างซ่อนอยู่ ทั้งเพื่อสนองความต้องการส่วนตัวและใช้เธอเป็นกุญแจสำคัญในการตามหามารดาที่หายสาบสูญไปของเขา
หน้าปกนวนิยาย เพลิงแค้นซาตาน
9.0
เหนือตะวันแบกความแค้นจากการเห็นพ่อแม่ถูกสังหารมาทั้งชีวิต เมื่อโอกาสแก้แค้นมาถึง เขาจึงเริ่มทำลายศัตรูรวมถึง เอื้อมดาว หญิงสาวผู้ภักดีที่ต้องรับกรรมแทนครอบครัว แม้เธอจะยอมตกเป็นเหยื่อเพื่อหวังดับไฟในใจเขา แต่ความทรมานที่เขามอบให้กลับย้อนมาทำร้ายความรู้สึกตนเองอย่างประหลาด เมื่อเห็นน้ำตาของเธอแทนที่จะสะใจ เขากลับต้องเจ็บปวดรวดร้าวเสียเอง จนเริ่มสับสนว่าควรจัดการกับหัวใจและหนี้แค้นครั้งนี้อย่างไรดี