ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์ทะเลทราย

ทัณฑ์ทะเลทราย

เมื่อรติรสพยายามหนีจากพันธนาการของเดนิม อิสมาอิล พร้อมทั้งขโมยหัวใจเขาไป ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจึงไม่อาจปล่อยเธอไปได้ ความรักและความแค้นในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์ทำให้เขาเลือกใช้การลงทัณฑ์อันเร่าร้อนเพื่อสยบหญิงสาว แม้เธอจะด่าทอและรังเกียจสัมผัสของเขาเพียงใด แต่ในสายตาของเดนิมมันคือการสนองความต้องการที่ตกลงกันไว้ เขาไม่สนใจคำว่าเลวเพราะในเกมนี้มีเพียงกำไรและขาดทุนเท่านั้น การปะทะกันระหว่างแรงปรารถนาและอิสรภาพจึงเริ่มต้นขึ้นกลางทะเลทราย
ตอน
แชร์

ตอน 1

ความร้อนวูบๆ วาบๆ ลามเลียไปทั่วใบหน้า คล้ายดังว่าเลือดลมเดินผิดปกติ ทั้งที่ตอนนี้เจ้าของใบหน้านวลเนียนใสนั่งอยู่ในห้องที่เย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ความรู้สึกแปลกๆ แบบอธิบายไม่ได้ เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับร่างกายเลยสักครั้ง หากในยามนี้รติรสกำลังรู้สึกแบบนั้น และเธอเริ่มหงุดหงิดกับอาการแปลกของตัวเองเพราะมันกำลังทำให้เธอไม่มีสมาธิในการฟังรายละเอียดของใครต่อใครที่กำลังถกกันถึงนโยบายการส่งออกและนำเสนอแนวทางการลงทุนในตลาดการลงทุนแห่งใหม่นี้ หญิงสาวตวัดดวงตาคู่งามสานสบกับดวงตาคมกล้า อันเป็นต้นเหตุของที่มาของอาการแปลกประหลาดที่เธอกำลังเป็น เรียวปากอิ่มเม้มเข้าหากัน ดวงตาหวานวาวดุ อย่างจะบอกให้คนมองรู้ว่าเจ้าตัวไม่พอใจ และแทนที่คนมองจะรู้ เจ้าของดวงตาคมกล้ากลับยิ้มกลับมาอย่างไม่รู้สึกรู้สา ราวกับไม่รู้ว่าหญิงสาวกำลังโกรธกับการมองอย่างเสียมารยาทแบบนั้น

รติรสสะบัดหน้าพรืดใส่ อาการนั้นกลับอยู่ในสายตาของไพรัชที่หันมาเห็นเข้าพอดี

“เป็นอะไรไปรส”

“ปละ... เปล่าค่ะลุง”

ผู้เป็นลุงพยักหน้าให้เล็กน้อย แล้วหันไปสนใจกับการสนทนาที่กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น หญิงสาวถึงกับถอนใจยาวเบาๆ เอ็ดตัวเองในใจ ไม่ให้ทำอะไรที่จะเป็นการขายหน้าตัวเองและลุงอีก เพราะในงานนี้ไม่ได้มีแค่เธอกับลุงไพรัชเท่านั้น

รอบๆ โต๊ะ ที่จัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยังมีเจ้าหน้าที่จากประเทศเกษตรกรรมหลายประเทศในแถบเอเชีย นักลงทุน นักส่งออก และเจ้าหน้าที่ภาครัฐจากประเทศนั้นๆ ด้วย สำหรับประเทศไทย นอกจากไพรัชและรติรสก็ยังมีเจ้าหน้าที่ของรัฐชื่อบัณฑูร และผู้ค้านักส่งออกอีกหลายรายเข้าร่วมการเสวนาในครั้งนี้ที่ว่าด้วย เรื่องการส่งออกข้าวมายังประเทศในแถบตะวันออกกลาง

นับเป็นโอกาสอันดีสำหรับประเทศเกษตรกรรม เมื่อประเทศในแถบนี้ต้องการนำเข้าสินค้าทางการเกษตรหลายอย่าง แต่ที่เป็นหัวใจสำคัญคือเรื่องข้าว และมีผลไม้แปรรูปอีกหลายชนิด การประชุมในคราวนี้ถือเป็นบันไดขั้นแรก หากว่าใครหรือประเทศไหนมีข้อเสนอที่ดีก็จะได้รับเลือกให้เป็นผู้ส่งสินค้ามายังกลุ่มประเทศนี้ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ของหลายประเทศในแถบตะวันออกกลางเข้าร่วมเช่นกัน อาทิ ตัวแทนจากซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับออมิเรตส์ ดูไบ ตุรกี อียิป และที่สำคัญคือ บันดัร ซึ่งเป็นประธานในการจัดการประชุมในครั้งนี้

บันดัร ประเทศน้องใหม่ที่น่าจับตามอง เพราะแม้จะเป็นประเทศเล็ก แต่มีธุรกิจที่ทำรายได้เข้าประเทศเป็นกอบเป็นกำอย่างน้ำมันและแร่มีค่า บันดัรเป็นประเทศที่มีส่วนหนึ่งเป็นทะเลทราย และอีกด้านติดกับทะเล เมืองหลวงของบันดัรจึงเป็นเมืองท่าสำคัญในการขนถ่ายสินค้า รติรสพบว่าประเทศนี้เจริญมากๆ อาจจะเรียกได้ว่าดูไบแห่งที่สองกันเลยทีเดียว

รติรสละจากความคิดเมื่อเสียงทุ้มๆ ของประธานในที่ประชุมเอ่ยขึ้นทางหัวโต๊ะ ร่างสูงสง่าในชุดประจำชาติดูโดดเด่น ใบหน้าคมเข้มครึ้มเครา ศีรษะคลุมด้วยผ้าคลุมสีขาวและมีรัดเกล้าสีน้ำตาลเข้มสวมทับไว้อีกชั้น เรือนร่างใหญ่ภายใต้เสื้อดิชดาชาสีขาวคลุมทับด้วยบริชด์สีดำสนิท สาบเสื้อเป็นผ้าปักลายสีทอง ตรงแขนมีดิ้นทองเล็กๆ ยาวจรดข้อมือ ชีคเบนจามิน อิลยาส มูฮัมดาน ซาอิด ชีคหนุ่มรัชทายาทของบันดัร ซึ่งประเทศนี้ยังปกครองในแบบระบอบกษัตริย์ดังเช่นหลายประเทศในตะวันออกกลาง พอมองไปทางประธานในที่ประชุมแล้ว รติรสก็อดมองไปทางซ้ายมือไม่ได้ ร่างผึ่งผายของใครอีกคน เจ้าของดวงตาที่สร้างความรู้สึกแปลกๆ ให้กับตัวเธอ ครั้งนี้หญิงสาวพบว่าเขาไม่ได้มองมาที่เธอ แต่กวาดตามองผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน ขณะที่เขากำลังกล่าวต่อจากชีคเบนจามิน

จากข้อมูลที่เธอศึกษาก่อนเดินทางมาบันดัรบอกว่า ชายผู้นี้เป็นนักธุรกิจที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่งของที่นี่ หญิงสาวลอบมองใบหน้าที่รกครึ้มด้วยหนวดและเครา เขาก็เหมือนชายชาวทะเลทรายคนอื่นๆ แต่งชุดคลุมยาวสีขาว ซึ่งมีชื่อเรียกต่างๆ กันออกไป เช่นในแถบอาหรับเหนือเรียกว่าดิชดาชา (dishdasha) ยูเออีเรียก กันดูร่า (Kandura) ส่วนในซาอุดีอาระเบียเรียก โต๊ป (Thobe) ส่วนที่บันดัรเรียกว่าดิชดาชาและเรียกเสื้อคลุมสีดำว่าบริชด์ นั่นเพราะแต่แรกเริ่มเดิมที ผู้สร้างหรือผู้สถาปนาประเทศนี้อพยพมาจากแถบอาหรับเหนือจึงยังยึดถือปฏิบัติและเรียกขานเสื้อผ้าอย่างที่เคยเรียก แม้นว่าบันดัรจะอยู่ต่ำลงมาทางอ่าวเปอร์เซีย มีผ้าคลุมศีรษะ คาดทับด้วยรัดเกล้า เผยให้เห็นเพียงใบหน้าและดวงตาคมกล้าคู่นั้น

และโดยไม่คาดฝัน ดวงตาคู่นั้นหันมาสบตากับเธออีกครั้ง รติรสหน้าร้อนวาบ เมื่อถูกจับได้ว่าเป็นฝ่ายแอบมองเขา แต่จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนัก เวลานี้เขาเป็นผู้อภิปราย ผู้ฟังทุกคนก็ย่อมต้องจับจ้องไปที่คนพูดอยู่แล้ว ทว่า... ดวงตายิ้มๆ คู่นั้นสิ ที่มันทำให้เธอรู้สึกเสียหน้า และหงุดหงิดใจ ภาวนาให้การประชุมเสวนาครั้งนี้จบลงเร็วๆ เสียที

“ข้อเสนอของเราดูมีภาษีมากกว่าประเทศอื่น งานนี้เรามีลุ้นแล้วและเพื่อน” บัณฑูร รัฐมนตรีช่วยด้านการส่งเสริมการส่งออกพูดยิ้มๆ พร้อมตบไหล่ไพรัชเบาๆ อย่างสนิทสนม คนทั้งสองนั้นเป็นเพื่อนที่รู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดีมานาน การประชุมจบลงด้วยดี คราวนี้รอเพียงสัญญาณตอบรับจากประเทศโลกในแถบตะวันออกกลางว่าจะตัดสินใจเลือกนำเข้าสินค้าจากประเทศใด

ไพรัชยิ้มกว้าง เขาเองก็พอมองเห็นความสดใสในเส้นทางนี้ คุณภาพข้าวของไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดโลก ถึงแม้คู่แข่งอย่างเวียดนามจะตีคู่ขึ้นมาเรื่อยๆ ทว่าคุณภาพนั้นยังสู้ไทยไม่ได้

“ฉันก็หวังว่าเราจะได้รับข่าวดีในเร็ววันนี้”

“แน่นอนไพรัช นายเองก็เป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ แล้วงานนี้เราไม่ได้ค้าขายแค่ข้าว หรือสินค้าทางการเกษตร แต่ยังมี อัญมณี กับพวกชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์อีก”

รติรสยืนสำรวมอยู่ห่างๆ พอควร ได้ยินการสนทนาแว่วๆ ระหว่างลุงของเธอกับบัณฑูร ขณะที่คนอื่นๆ ต่างทยอยกันกลับที่พัก เพื่อเตรียมตัวไปงานเลี้ยงเย็นนี้ที่พระราชวังของชีคเบนจามิน หลังการประชุมเสวนาเสร็จสิ้น พวกเธอยังมีกำหนดพักอยู่ที่บันดัรอีกหลายวัน ก่อนจะเดินทางกลับประเทศไทย รติรสตั้งใจว่าจะออกตระเวนเที่ยวรอบๆ เมืองนี้ให้หนำใจ ที่นี่สวยงามไม่แพ้ดูไบที่เคยเห็นทางทีวี หญิงสาวคิดว่าตัวเองโชคดีที่ได้ทำงานกับไพรัช ซึ่งเป็นลุงแท้ๆ ของเธอเอง หลังจากพ่อแม่เสียชีวิต ไพรัชรับเธอมาอุปการะ ตั้งแต่ยังเรียนมหาวิทยาลัยปีที่หนึ่ง พอเรียนจบได้ทำงานเป็นเลขาของลุงที่บริษัท ทำให้ไม่ต้องไปดิ้นรนหางานทำเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สามีเถื่อนที่รัก
9.0
นิรินตกที่นั่งลำบากหลังเข้าห้องผิดจนเผชิญหน้ากับนรราช ชายร่างสูงใหญ่ในสภาพเมามายที่ข่มขู่จะเอาชีวิตหากเธอขัดขืน ท่ามกลางความหวาดกลัวและรอยจูบที่ถูกยัดเยียด เมื่อแสงไฟสว่างขึ้นเธอกลับพบว่าเขาคือลุงราช หลานชายเจ้าของบ้านผู้แสนใจร้าย แม้ครอบครัวของทั้งคู่จะมีรอยร้าวและบิดาของเธอสั่งห้ามยุ่งเกี่ยวอย่างเด็ดขาด แต่การพบกันโดยไม่คาดฝันในครั้งนี้กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นวายที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย ล่ารักเทพบุตรมาเฟีย
8.5
อลินทิราหรือสายลับออลโซย่าได้รับมอบหมายให้ขโมยข้อมูลธาตุอันตรายที่รุนแรงกว่านิวเคลียร์ ทว่าหลังจบงานเธอกลับพบความจริงที่น่ากลัวเมื่อถูกตามล่าจากทั้งองค์กรตัวเองและแดเนียล ไพรซ์ มาเฟียหนุ่มผู้มั่งคั่งเจ้าของข้อมูลที่ถูกชิงไป แดเนียลพลิกแผ่นดินตามหาหญิงสาวผู้หยิ่งทะนงจนพบตัว แต่แทนที่จะกำจัดเธอทิ้งเขากลับกักขังเธอไว้ในกรงขังแห่งเสน่หาและบทลงโทษที่เร่าร้อนจนเธอไม่อาจต้านทานได้ในเกมล่าครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย น้องคนนั้นมันเด็กผม (That boy is my boyfriend)
9.8
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดและบรรยากาศอันแสนอันตราย ชายหนุ่มผู้ตกเป็นเป้าหมายได้ตัดสินใจลุกขึ้นเผชิญหน้าอย่างไม่เกรงกลัว แม้ร่างกายจะไร้ซึ่งสิ่งปกปิดและดูบอบบาง แต่เขากลับประกาศกร้าวด้วยคำขู่ที่เฉียบขาดว่า หากอีกฝ่ายยังคิดจะรุกล้ำเข้ามาในร่างกายของเขา สิ่งเดียวที่จะได้รับตอบแทนกลับไปคือกระสุนปืนที่จะพุ่งเจาะเข้าที่ศีรษะทันที การปะทะกันระหว่างความปรารถนาอันรุนแรงและจิตวิญญาณที่พร้อมสู้ตายจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายแนวโรแมนติกแอคชั่นเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา
9.3
จากทายาทมาเฟียยุค 2000 สู่ร่างเด็กหญิงตัวน้อยในมิติสุดโหดที่กำลังล่มสลาย หงต้องเผชิญโลกที่ตัดสินทุกอย่างด้วยพลังปราณและธาตุอันแข็งแกร่ง แม้จะมีภารกิจกอบกู้โลกอันยิ่งใหญ่รออยู่ แต่ความทรงจำที่เลือนรางกลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ นางต้องเริ่มต้นใหม่จากการปลูกผักประทังชีวิตไปพร้อมกับการกำจัดเหล่ามารร้ายที่รุกราน ท่ามกลางชะตากรรมที่เหมือนโดนสวรรค์กลั่นแกล้ง เจ๊ใหญ่จะนำพาความสามารถดั้งเดิมมาเอาชนะอุปสรรคและพลิกฟื้นโลกใบนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย แสนเถื่อนยอดรัก
8.1
คเชนทร์ หนุ่มหล่อ มาดดิบเถื่อน ผู้ใช้ชีวิตจากจุดต่ำสุด สู่จุดสูงสุดของชีวิต ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของโรงแรมห้าดาว แม้ชีวิตจะรวยล้น มีทุกสิ่งราวเนรมิตร ทว่าอดีตอันเลวร้ายมันตามหลอกหลอน ไม่อาจทำให้เขาหลุดพ้นไปจากความกลัวได้ ทำให้คนเก่งอย่างเขากลัวที่สุด คือการไม่คู่ควรต่อสิ่งใด แม้กระทั่งความรัก บทเรียนรักสอนให้เขาเจียมตัวเจียมใจ และตอกย้ำกับตัวเองเสมอว่าเป็นเพียง ไอ้เชนทร์ เด็กกำพร้าไร้อนาคต เฝ้ารอแต่เพียงใครสักคนมาปลดล็อกความกลัวนั้น... หากคนนั้นจะเป็นเธอที่ฟ้าส่งมา เจ้าขา ทายาทเจ้าสัวหมื่นล้าน คุณหนูไฮโซที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง กับชีวิตที่เปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเธอหนีขึ้นรถชายแปลกหน้าโดยไม่ให้เขารู้ และไม่รู้ว่าเขาคือใคร เพียงแต่เธออยากหนีไปให้สุดหล้าและทิ้งความเจ็บปวดเอาไว้เบื้องหลัง แต่หารู้ไม่ ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา... ทว่าเป็นคนที่พาเธอไปพบกับโลกใบใหม่ จนเธออยากจะทิ้งทุกอย่าง เพราะเขา มือหนาข้างหนึ่งยกปืน มืออีกข้างเปิดประตูรถออก แล้วจ่อปืนไปที่ร่างนั้นทันที แต่สิ่งที่เขาเห็นคือผู้หญิงในชุดแต่งงาน เธอร้องไห้พร้อมกับมองหน้าเขา ดวงตาบวมแดง เครื่องสำอางเปลอะเปื้อนไปหมด ไม่มีแม้แรงจะยกมือขึ้นมาห้ามปรามเพื่อไม่ให้เขาทำร้าย “คุณ! ผะ! ผะ! ผีหรือคนเนี่ย” เขาถามเสียงสั่น ทว่าสิ้นคำของเขา เธอก็เบ้ปากร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ร้องจนตัวโยนเลยทีเดียว เขาจำต้องเก็บปืนแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ สัมผัสได้ถึงความแย่ และความเดือดร้อนมันกำลังมาถึงแน่ๆ “ขอโทษที่ติดรถคุณมา” หญิงสาวบอกเสียงสั่นเครือ “ลงมา!” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบ พลางมองไปรอบๆ ตัว ว่ามีใครอยู่แถวนี้หรือเปล่า “ผมบอกให้ลงมา!” เขาตะคอกเมื่อเห็นเธอเอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมลงจากรถ กระทั่งเขาเอื้อมมือไปกระชากเธอลงมาเสียเอง “มาจากงานแต่งงานที่ไหนเนี่ย” เขาถามเพราะคิดว่าน่าจะมาจากงานเดียวกับเขาหรือเปล่า ทว่าเธอเอาแต่ร้องไห้ ไม่กล้าเงยหน้ามองเขา “นี่คุณ จะเอาแต่ร้องไห้ไม่ได้นะ คุยกันให้รู้เรื่อง” พอเขาเอ่ยเช่นนี้เธอก็หันซ้ายหันขวา เหมือนไม่กล้าพูด เขาจึงดึงเข้าบ้านเสียเลย แต่พอเปิดไฟในบ้านเห็นหน้ากันชัดๆ เท่านั้นแหละ สวยชะมัดเลย นี่นางฟ้าตกสวรรค์หรือวะเนี่ย
หน้าปกนวนิยาย รักร้าย...ท่านอ๋องสายโหด
9.3
โชคชะตาเล่นตลกกับอู๋หงถิง นางขอทานใบ้ที่ตื่นขึ้นมาในชุดมงคลสีแดงแทนที่พี่สาวฝาแฝดผู้หายตัวไป หลังก่อเหตุลอบสังหารหวาเซียงอ๋องในคืนวิวาห์จนเกือบสิ้นชีพ เมื่อความแค้นของท่านอ๋องผู้โหดเหี้ยมปะทุขึ้น นางจึงต้องตกอยู่ในฐานะชายาทาสผู้รองรับอารมณ์แทนพี่สาวที่พลัดพราก ท่ามกลางความขัดแย้งและการเอาชีวิตรอดในวังวนแห่งอำนาจที่เต็มไปด้วยอันตราย อดีตหญิงไร้ค่าจะรับมือกับโทสะของอ๋องสายโหดได้อย่างไรในวันที่ชีวิตพลิกผันไปตลอดกาล