ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สาปรักมนตราเชลย

สาปรักมนตราเชลย

ขอขวัญเดินทางสู่ดินแดนทะเลทรายเพื่อหาคำตอบจากฝันร้าย แต่กลับต้องเผชิญหน้ากับอันเดซาอี ชายผู้มองว่าเธอคือศัตรูตั้งแต่แรกเห็น ทว่าใบหน้าที่เหมือนคนรักเก่าของเธออย่างน่าอัศจรรย์กลับสั่นคลอนหัวใจที่ด้านชาของเขา แม้ความเจ็บปวดในอดีตจะคอยกีดกันไม่ให้เขาเข้าใกล้เธอ แต่อำนาจที่มีทำให้เขาออกคำสั่งกักขังเธอไว้ข้างกายในฐานะของเล่นตามใจปรารถนา ท่ามกลางความขัดแย้งและแรงดึงดูด ขอขวัญจะสามารถละลายน้ำแข็งในใจเขาหรือจะเป็นเพียงหมากในเกมแค้นที่เขาไม่มีวันปล่อยไป
ตอน
แชร์

ตอน 2

ตอนที่ 2

“ถอยไปนะคนบ้า รัดมาได้...อึดอัดจะตาย” หญิงสาวพูดเสียงแข็งกลบเกลื่อนความอายและบางสิ่งที่เกิดขึ้นในใจอย่างปัจจุบันทันด่วน อย่างที่หักห้ามไว้ไม่ได้ สองมือเล็กผลักดันร่างยักษ์ให้ถอยห่างไปอย่างเร็วไว

“เอ่อ...ฉันขอโทษ” อันเดซาอีเอ่ยขอโทษอย่างรู้สึกผิด พร้อมหัวใจที่กระตุกไหวยามได้ยลความงามของแม่สาวร่างบอบบางเบื้องหน้า ดวงหน้าเรียวรูปไข่นวลลออผ่องพรรณ ยามลุกขึ้นพากายไปยืนห่างๆ มองมือบางปัดไล่ความสกปรกออกจากกาย ใบหน้าคมคร้ามก็เปื้อนรอยยิ้มอย่างเอ็นดูอย่างไม่รู้ตัว

แม่แมวขโมยหน้าตาใสซื่อ กลีบปากรูปกระจับสีชมพูเข้ม ทำให้ต้องรีบเมินหนีด้วยความรู้สึกแปลกๆ ที่ผุดขึ้นมาในหัวใจ ทว่าหัวใจกลับเรียกร้องให้ต้องมองซ้ำ แก้มใสซับสีเลือดป่องออกจนเขาอยากกดจมูกไปดมดอมความหอม

“คิดยังไงถึงได้มาทำตัวเป็นขโมยหือ...รู้ไหมถ้าถูกจับได้ จะเจอกับอะไรบ้าง” ชายหนุ่มเอ่ยถามอย่างเอ็นดู ด้วยเท่าที่คาดคะเนได้ อายุอานามเธอน่าจะน้อยกว่าเขาสักห้าหกปี อีกทั้งท่าทางตื่นตระหนกเหมือนเพิ่งทำงานครั้งแรกด้วย

“เปล่านะ...ฉันไม่ได้เป็นขโมยจริงๆ ฉันแค่หนีพ่อกับแม่มาเที่ยว แล้วก็เจอคุณนั่นแหละ...ไม่แค่กล่าวหากันอย่างไม่ฟังเหตุผล ยังทำให้เจ็บตัวลงไปนอนคลุกฝุ่นอีก” หญิงสาวโต้กลับเสียงใส ก่อนรีบก้มหน้าร้อนผ่าวงุดด้วยเขินอาย จนไม่กล้าสบสายตาวามวาวที่มีผลกับหัวใจอย่างรุนแรง!

“ฮึ” รอยยิ้มแต้มบนมุมปากหนา “เชื่อได้หรือไง ปกติแล้วคนทำผิดที่ถูกจับได้ มักแก้ตัวด้วยกันอย่างนี้ทั้งนั้นนะ”

“จริงๆ นะคะ” ไอซาย่ายืนยันเสียงหวานใส “ถึงครอบครัวฉันจะไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็มีอันจะกิน ฉันไม่จำเป็นต้องมาขโมยเงินคุณหรอก ดูการแต่งตัวฉันสิ เสื้อผ้า เครื่อง แต่งกายอื่นๆ ราคาไม่น้อยเลยสักชิ้น” หญิงสาวยื่นมือส่งไปให้ดูเลยถูกเขาจับ...ทันทีที่สายลมโบกโบยพัด หัวใจละลิ่วเล่นกับท่วงทำนองแห่งเพลงรักที่ดังกระหึ่มก้องทรวง จนสองแก้มร้อนผ่าวในทันที

“นั่นสิ...ฉันคงเข้าใจผิดไปจริงๆ นั่นแหละ คนน่ารักอย่างเธอ คงไม่ทำเรื่องไม่ดีหรอก...ใช่ไหม” ชายหนุ่มทอดเสียงนุ่มทุ้ม ปลายนิ้วลูบไล้หลังมือนุ่มนิ่ม

“เอ่อ...คุณเชื่อแล้วสิ ว่าฉันไม่ได้เป็นขโมย ตอนนี้ปล่อยมือฉันได้แล้วใช่ไหมคะ”

“เชื่อ แต่...ไม่อยากปล่อย” ชายหนุ่มยอมปล่อยมือนุ่ม เพื่อจะได้มองการแต่งกายของอีกฝ่ายให้ชัดเจน

นิ้วยาวลูบไล้ปลายคางสากระคายหลังจากพินิจมองอีกฝ่ายอย่างละเอียดถ้วนถี่ ผิวพรรณเธอเปล่งปลั่งนวลเนียนลออ เสื้อผ้าอาภรณ์ก็ล้วนแล้วแต่เป็นของดีจริงๆ จึงทำให้ค่อนข้างจะเชื่อคำพูดเธอ

“นึกยังไงถึงหนีพ่อกับแม่มาเที่ยวอย่างนี้ รู้ไหมมันอันตรายแค่ไหนที่เดินอยู่คนเดียวแบบนี้น่ะ”

ใบหน้านวลผุดผาดบูดบึ้งตึง จมูกโด่งยู่ย่นเล็กน้อย บิดากับพี่ชายก็พูดเช่นนี้ ถึงได้มีมาตรการเอาไว้ หากเธออยากไปข้างนอกก็ต้องมีคนไปอยู่เป็นเพื่อน เมื่อคนเราขาดอิสระในการติดสินใจ ก็เป็นเหตุให้เธอมีความพยายามที่จะหนีออกมา...เพียงลำพัง!

“ถึงรู้ไปก็ไม่มีประโยชน์ ยังไงเราก็คงไม่ได้พบกันอีกแล้ว” หญิงสาวเอ่ยเสียงเศร้า ในใจโหยหาอย่างหาสาเหตุไม่เจอ

“ทำไมล่ะ” อันเดซาอีเอ่ยถามด้วยใจหาย ด้วยเพียงแค่แรกพบสบตา หัวใจก็บอกว่าใช่! เธอคือคนที่เขาตามหามาแสนนาน ที่ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะปล่อยให้หลุดมือไป ยังไงต้องตามสานความสัมพันธ์ทางใจให้ถึงที่สุด

“ครอบครัวฉันเป็นพ่อค้าวานิช เดินทางรอนแรมทำการค้าขายไปเรื่อย ความจริงเราต้องกลับบ้านแล้ว แต่เมื่อเดินทางผ่านเส้นทางนี้ พ่อบอกว่าที่นี่พ่อมีเพื่อนเก่าไม่เจอกันนานแล้ว อยากแวะเยี่ยมเยียนถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้เราก็ต้องเดินทางกลับ” หญิงสาวบอกออกไปเสียงหวานแต่แผ่วเบา

“หือ...” ชายหนุ่มขานรับในลำคอ นัยน์ตากระจ่างสดใสพานทำให้ใบหน้าเข้มอ่อนละมุนและเต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ จนไอซาย่าเผลอมองตาปรอย ที่เมื่อรู้สึกตัวก็อายจนสองแก้มก็ร้อนผ่าว

คิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อย ก่อนใบหน้าคร้ามแกร่งจะมีรอยยิ้ม สองสามวันนี้บิดาเปิดบ้านรับแขกซึ่งเป็นเพื่อนเก่าจากต่างเมือง ที่เขาพอจะมองถึงวัตถุประสงค์ของชายและหญิงวัยกลางคนที่เค้าหน้ามิเพี้ยนไปจากสาวน้อยตรงหน้า

เมื่อพอจะเดาความสัมพันธ์ของสาวน้อยที่ทำให้หัวใจสะดุดได้ ว่าเธอเป็นใคร...ใบหน้าคมเข้มคลี่ยิ้มหวาน นัยน์ตาพราวระยับ แรกเริ่มที่รู้วัตถุประสงค์ของบิดาและผู้เป็นเพื่อนที่อยากให้สองครอบครัวสนิทแน่นแฟ้น ด้วยการให้เขาได้สมรัก...สมรสกับใครก็ไม่รู้ได้ เขารู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างสูง ทว่าเมื่อได้พบเจอกับคนที่ถูกหมายตัวไว้เข้าจริงๆ หัวใจก็สั่งการเลย ห้ามปล่อยให้เธอหลุดมือไป!

“ตอนนี้ยังอยากเที่ยวอยู่อีกไหม สนใจจะรับผมไปเป็นบอดี้การ์ดชั่วคราวพ่วงด้วยตำแหน่งไกด์กิตติมศักดิ์สักคนไหม” ชายหนุ่มชะโงกหน้าไปจนปลายจมูกโด่งแทบแนบชิดใบหน้านวลซับสีเลือด

“ได้ยังไงล่ะคะ เรายังไม่รู้จักกันเลยนะ” หญิงสาวตอบพลับพร้อมกับก้มหน้างุดด้วยไม่หาญกล้าสบสายตาเข้มที่ทำให้รับมือไม่ถูก ไม่รู้ควรจะทำตัวเช่นไรดี

“เราพูดคุยกัน…แสดงว่ามีวาสนาต่อกัน ฉันอันเดซาอี ซีกัลป์ โอซาอิดนี่”

“อ๋อ เป็นคุณน่ะเอง” หญิงสาวร้องอ๋อในลำคอ เพราะอย่างนี้เองสินะ ชายหนุ่มถึงได้ยิ้มกว้าง นัยน์ตาพราวระยับ กล้าเสนอหน้าพาเธอเที่ยวโดยไม่คิดถึงเหตุร้ายที่จะตามมา หากพี่ชายหรือบิดาพาคนมาตามพบเจอ แต่...ถึงเป็นบุตรชายของเพื่อน แล้วจะมั่นใจได้ยังไงกันล่ะ ว่าบิดาและพี่ชายจะให้การยอมรับน่ะ

“ไม่กลัวหรือคะ พ่อฉันขึ้นชื่อเรื่องความหวงลูกสาวนะ”

“ไม่เข้าถ้ำเสือ จะได้ลูกเสือแสนสวยนาม...”

“ไอย่า...ไอซาย่า เซราเดยาค่ะ” ไอซาย่าแนะนำตัวด้วยหัวใจโป่งพอง เธอหลุบสายตามองร่างแกร่งกำยำอย่างชายชาตรี ที่ไม่ต้องบอกกล่าวสิ่งใดมาก เธอก็รับรู้ถึงความห้าวหาญและกล้าแกร่ง เปี่ยมล้นด้วยเสน่ห์และความมั่นใจ

“ไอย่าคงให้เกียรติเดินเที่ยวกับฉันได้ไหม และคงไม่รังเกียจถ้าฉันจะตามไปสานสัมพันธ์...ใจด้วยถึงบ้าน” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงนุ่มทุ้ม พลางส่งสายตาวาววับจ้องสาวน้อยตรงหน้าด้วยความพึงพอใจ

เจอกันครั้งแรกเธอก็ถูกเขาเกี้ยวพาราสีด้วยวาจาไพเราะเสนาะหวานหู สำทับด้วยนัยน์ตาเข้มล้อมกรอบด้วยขนตายาวไม่แพ้อิสตรี ทอดมองอย่างกับจะกลืนกิน จมูกโด่งรับกับริมฝีปากหนาหยักส่งยิ้มละลายหัวใจสาวน้อยไอซาย่าจนแทบไม่กล้าหายใจ เผลอพยักหน้าสีกุหลาบโดยไม่ทันรู้ตัว ก่อนก้มลงมองสองมือบางที่เกี่ยวปลายนิ้วไขว้กันด้วยความเขินอายจากสายตาคมเข้ม

“ไม่รู้บิดาไอย่าจะว่ายังไงบ้าง ถ้าหากฉันจะเชิญไอย่าไปเป็นแขกที่บ้าน”

มีคำถามมากมายในดวงตากลมโตใสแจ๋ว ที่อันเดซาอีอยากยื่นมือไปทาบบนสองแก้มซับสีเลือด แล้วกดปากลงบนหน้าผากนวลไล่ลงมาถึงดวงตา สิ้นสุดบนกลีบปากสีชมพูสด

“ไม่อยากปล่อยให้ไอย่าเดินคนเดียว กลัวใครดักพาดวงใจหนีหายไป”

“ขี้ตู่ เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันเลยนะ” หญิงสาวตวัดค้อนใส่อันเดซาอีวงโต แต่ก็ปล่อยให้มือเล็กตกอยู่ในอุ้งมืออุ่น ฟังเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยเล่าเรื่องราวสานสายใยบางๆ ให้กับหัวใจที่เต้นกระหน่ำรัวเร็ว ใบหน้าสองคนเปี่ยมล้นด้วยความสุขกับรักแรกเจอ!

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2
8.9
เมื่อภารกิจชำระล้างไอมารสิ้นสุดลงจนผืนดินกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เว่ยซือหงจึงพร้อมเริ่มต้นการออกเดินทางผจญภัยที่แท้จริงเสียที เป้าหมายของนางคือการมุ่งหน้าสู่ดินแดนลับที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อเสาะแสวงหาทรัพยากรล้ำค่า ไม่ว่าจะเป็นสมบัติวิเศษระดับตำนานหรือสมุนไพรหายากที่ไม่มีใครเคยพบเห็น นางตั้งใจที่จะครอบครองและกวาดทุกสรรพสิ่งมาเป็นของตนเองให้ได้ เพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งในฐานะสตรีผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนเองอย่างแท้จริงในโลกกว้าง
หน้าปกนวนิยาย ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย
8.0
หญิงสาวผู้จบชีวิตด้วยความแค้น กลับต้องข้ามภพมาอย่างไม่ตั้งใจจนพบกับชายผู้เฝ้ารอเธอมาเนิ่นนาน ท่ามกลางความสับสนในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคย เธอถูกเขาตั้งคำถามว่าเป็นปีศาจหรือไม่ ทว่าภายใต้ท่าทีเหล่านั้นกลับแฝงไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่ยากจะหักห้ามใจ แม้คนหนึ่งอยากลืมแต่อีกคนกลับจำฝังใจ สายตาและสัมผัสที่รุกเร้าบีบให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป ในการเดินทางข้ามกาลเวลาที่เต็มไปด้วยเสน่หาและบททดสอบของหัวใจครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย เจาะเวลามาหาอะไรวะเนี่ย
7.9
หลังเผชิญความตายที่แสนอนาถ ชายหนุ่มกลับต้องตื่นขึ้นมาพบกับโชคชะตาที่ย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิมในร่างขององค์ชายขี้เมาผู้มีสภาพไม่ต่างจากกองขยะ ทั้งเนื้อตัวเหม็นโฉ่และผมเผ้ารุงรังจนดูไม่ได้ ท่ามกลางสายตาดูแคลน เขากลายเป็นความหวังสุดท้ายของไทเฮาที่ปรารถนาจะดัดนิสัยและเปลี่ยนโฉมองค์ชายเสเพลคนนี้ให้กลายเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาอีกครั้ง เขาจะเอาตัวรอดจากความคาดหวังและสถานะสุดรันทดในโลกใหม่นี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 2
9.6
อลิส เจนี่ ร็อกส์ ต้องเผชิญโชคชะตาใหม่ในร่างหลิวตาน หญิงสาวผู้สู้ชีวิตในยุค 80 ท่ามกลางการกดขี่จากครอบครัวปู่ย่าที่ปฏิบัติกับบ้านรองเหมือนคนรับใช้ เมื่อได้รับโอกาสมีครอบครัวที่อบอุ่นเป็นครั้งแรก เธอจึงมุ่งมั่นนำพาพวกเขาสู่ความมั่งคั่งด้วยพลังธาตุเร่งโตและระบบทำฟาร์มสุดแปลกประหลาด แม้ระบบที่ได้รับมาจะดูพึ่งพาไม่ค่อยได้และสร้างความหนักใจให้เธออยู่บ่อยครั้ง แต่หลิวตานก็ไม่ยอมแพ้ที่จะบุกเบิกเส้นทางเกษตรกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ถึงจุดสูงสุด
หน้าปกนวนิยาย กลายเป็นท่านเทพ
7.8
หลัวเจิงอดีตนายน้อยผู้ตกอับสู่จุดต่ำสุดในฐานะทาสได้ค้นพบความลับในการขัดเกลาร่างกายตนเองให้กลายเป็นสุดยอดอาวุธโดยบังเอิญ ท่ามกลางไฟสงครามและการแย่งชิงความเป็นใหญ่ของเหล่านักรบหลากหลายเผ่าพันธุ์ เขาได้ใช้ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าเข้าห้ำหั่นกับศัตรูทั่วสารทิศเพื่อชำระแค้นและทะยานสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่ ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งดุจสมบัติวิเศษ เขาจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคบนเส้นทางแห่งเทพเพื่อครอบครองความเป็นอมตะได้สำเร็จหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย แม่หมอแห่งซูโจว
9.6
หลังสูญเสียพ่อแม่ ชุนลี่มี่และน้องชายต้องเผชิญการกดขี่จากญาติพี่น้องอย่างแสนสาหัส จนเธอตัดสินใจประกาศตัดขาดจากตระกูลชุนเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ตามลำพัง โดยมีพรวิเศษและนิมิตจากสวรรค์เป็นเครื่องนำทาง ทว่านิมิตที่เธอเห็นกลับกลายเป็นภาพชวนตกตะลึง เมื่อชายหนุ่มปริศนาไม่ได้ควบขี่พาหนะทั่วไป แต่เขากำลังควบขี่ตัวเธอเอง! เรื่องราวการผจญภัยของแม่หมอสาวที่ต้องใช้พลังลี้ลับปกป้องน้องชายพร้อมกับค้นหาความจริงในพรหมลิขิตสุดคาดคิดจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางโชคชะตาที่แปรผัน