ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กระดังงาขัดดอก

กระดังงาขัดดอก

เมื่อสาวปากร้ายอย่าง สะบันงา อิสระพงษ์ ต้องมาปะทะคารมกับหนุ่มปากมอม สงครามฝีปากที่สุดแสนจะดุเดือดจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงคำพูดถากถางเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการใช้ปลายลิ้นฟาดฟันกันอย่างเร่าร้อน แม้ภายนอกเธอจะดูเรียบร้อยเหมือนสาวโบราณ แต่ความจริงเธอกลับซ่อนความลับที่ขัดกับลุคหวานๆ ไว้อย่างคาดไม่ถึง เพราะชื่อของเธอมีความหมายว่าดอกกระดังงาที่พร้อมจะแผดเผาทุกสายตาที่มองมาด้วยเสน่ห์อันเหลือร้ายของเธอ
ตอน
แชร์

ตอน 1

‘สะบันงา อิสระพงษ์’ นั่นแหละคือชื่อของฉัน

คุณคงคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงที่หน้าตาออกจะโบราณและค่อนข้างจะเรียบร้อยไว้ตัวใช่ไหมล่ะ...

นั่นคุณคิดผิด เพราะถ้าคุณรู้ความหมายของคำว่า ‘สะบันงา’ คุณจะมองฉันอีกแบบหนึ่ง

‘สะบันงา’ แปลว่า ‘ดอกกระดังงา’

นั่นไง... ฉันคิดถูก แค่คุณรู้ความหมาย คุณก็มองฉันด้วยสายตาอีกแบบ

คุณคิดว่าฉันต้องร้อนแรง เปลี่ยนผู้ชายเป็นว่าเล่นและอาจพ่วงคำว่า ‘แม่ม่าย’ ให้อีกตำแหน่ง ตรงนี้ขอบอกว่าคุณคิดถูกเพียงข้อเดียว

แต่มาเดากันว่าเรื่องอะไร หึหึหึ...

พื้นที่รกร้างกว้างไกลสุดสายตาที่เห็นอยู่นี้ยังคงมีเค้าของไร่หรือสวนบางอย่างให้พอมองออก เพราะแนวคันดินที่ถูกแต่งให้เป็นแปลงและไม้ดามกิ่งพันธุ์ที่ยังคงมีให้เห็นอยู่บ้างประปราย

แต่ก็คงไม่มีใครเดาได้ว่าครั้งหนึ่ง ที่ดินแห่งนี้เคยสร้างพืชผลอะไรให้เจริญงอกงามและสร้างความภาคภูมิใจให้กับเจ้าของที่ดินไว้อย่างมากมายแค่ไหน เพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่ในมโนภาพนี้ คงมีเพียงเธอคนเดียวที่จดจำได้เพราะนอกนั้นแล้วผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ไม่ล้มหาย ก็ตายจาก หรือไม่ก็ไม่คิดว่าสถานที่แห่งนี้สำคัญอีกต่อไป

เด็กหญิงตัวน้อยในชุดกระโปรงสีชมพูยาวกรุยกรายกำลังวิ่งเล่นอยู่ในบริเวณแปลงกุหลาบ ขณะที่เหล่าคนงานกำลังช่วยกันตัดดอกกุหลาบที่สมบูรณ์เพื่อเตรียมจัดส่งไปยังร้านที่รับซื้อในตัวอำเภอ เด็กหญิงดูจะมีความสุข สังเกตได้จากใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มและเสียงหัวเราะราวกับขบขันอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา ใกล้กันนั้นชายวัยกลางคนหน้าตาละม้ายคล้ายกับเด็กหญิงกำลังก้มหลบไปมาหลังคนงาน เพื่อไม่ให้เด็กหญิงเห็น

แต่ดวงตากลมโตที่วาวขึ้นเมื่อเห็นคนเป็นพ่ออยู่ไม่ไกล และกำลังเคลื่อนใกล้เข้ามา ก็ทำให้ฝ่ามือน้อยๆ ต้องป้องปากกลั้นหัวเราะ เพราะเวลาจวนตัวแบบนี้ทำให้เด็กหญิงไม่รู้จะหันหนีไปทางไหน แต่เมื่อคนงานคนหนึ่งกวักมือเรียก เด็กหญิงก็ไม่รอช้า ก้มตัวลงคลานงุดๆ กับพื้นเพื่อไปหลบหลังคนงานคนนั้นให้เร็วที่สุด

เสียงหัวเราะแว่วใสกังวานไปทั้งสวน ไม่ว่าตรงจุดไหน มุมไหน เด็กหญิงตัวน้อยไม่เคยว่างเว้นที่จะไปวิ่งเล่นเพื่อเป็นกำลังใจให้กับพ่อ เป็นกำลังใจให้กับเหล่าคนงานได้ลงแรงลงใจกับกิ่งพันธุ์ดอกไม้ที่งดงาม เพื่อให้สถานที่แห่งนี้ยังคงอบอุ่นไปด้วยความรัก

“คุณหนูครับ”

ใบหน้างามของ ‘สะบันงา’ หญิงสาววัย 25 ปี ผินตามเสียงเรียก รอยยิ้มสดใสประดับอยู่บนใบหน้า ดวงตาพราวระยิบระยับมองตอบกลับมาราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีสิ่งใดให้เจ้าของเรือนร่างสูงโปร่งนี้ต้องขุ่นข้องหมองใจ และน้ำเสียงตอบรับของเธอก็ยังคงกังวานใสเฉกเช่นเมื่อ 5 ปีก่อนไม่เปลี่ยนแปลง

“จ๊ะ ลุงพงษ์”

“คุณหนูแน่ใจเหรอครับ”

“และอะไรที่ทำให้ลุงคิดว่าหนูไม่แน่ใจล่ะ”

“ก็...”

“เรื่องนั้นหนูจัดการเอง ลุงทำอย่างที่หนูต้องการก็พอแล้ว”

“ครับ แค่คุณหนูกลับมา ผมก็ดีใจจนน้ำตาจะไหลอยู่แล้วครับ”

“หนูก็เหมือนกัน”

ใบหน้างามผินมองไปสุดสายตา ไม่อยากให้ความอ่อนแอและก้อนสะอื้นที่คล้ายจะปะทุขึ้นกลางหัวอก ทั้งที่ยังไม่มีน้ำตาให้เห็นสักหยดนั้นแสดงอาการออกมาให้ใครได้เห็น แค่ได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง แค่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของที่นี่แต่เพียงผู้เดียวอย่างชอบธรรม แค่รู้ว่าต่อจากนี้เธอจะสามารถทำตามความฝันที่ตั้งใจไว้ได้อย่างเต็มที่ และสิ่งที่หวังไว้ก็มีเพียงสิ่งเดียวคือจะต้องสำเร็จเท่านั้น

เพราะเงินที่มีทั้งหมดเธอจะนำมาลงแรงลงใจเพื่อฟื้น ‘สวนอุ่นรัก’ สวนกุหลาบบนเนื้อที่ 50 ไร่นี้ให้กลับมามีชีวิตเหมือนดังเช่นเมื่อ 5 ปีก่อนให้จงได้ และไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดๆ เธอก็จะต้องผ่านไปให้ได้

ติ๊ด... ติ๊ด...

แค่เพียงคิด อุปสรรคแรกที่เธอบอกกับ ‘ลุงพงษ์’ คนงานเก่าแก่ของพ่อว่าเธอจะจัดการเองก็เปิดเผยตัวตนจนได้ แต่เธอจะไม่ยอมแพ้หรอก

“ลุงจ๊ะ ลุงไปเตรียมที่หนูบอกเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วง หนูจัดการได้ทุกเรื่อง” สะบันงาพยักพเยิดใบหน้ากับพงษ์ ว่าคนในสายนี้ไม่ใช่อื่นไกลแต่เป็นอุปสรรคยักษ์ของเธอ ซึ่งก็คือ ‘สินีนาถ’ หรือ ‘แม่’ ของเธอนั่นเอง

“คะแม่”

เสียงหวานส่งออกไปก่อนจะรีบเอาโทรศัพท์ออกห่างจากใบหูเมื่อเสียงจากคนต้นสายนั้นคือความกราดเกรี้ยวอย่างที่สุด ซึ่งเธอก็คิดไว้อยู่แล้วแต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้ก็เท่านั้นเอง

“ยัยบี! นี่แกไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลยหรือไง ฉันห้ามไม่ให้แกไปยุ่งกับไอ้สวน สับปะรังเคนั่น แกไม่เชื่อฟังฉันเลยใช่ไหม! แกกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ถ้าแกยังคิดว่าฉันเป็นแม่ ยัยบี! แกได้ยินที่ฉันพูดไหม!”

สินีนาถแผดเสียงลั่นใส่โทรศัพท์เมื่อคนจากบ้าน ‘รังสีนิมิต’ โทร.มารายงานว่า ‘สะบันงา’ ลูกสาวของเธอที่เกิดจากสามีเก่าผู้ล่วงลับกำลังเดินทางไปทำสวนที่ปากช่อง ทั้งที่เธออยากให้สะบันงาขายสวนร้างนั่นทิ้งไปเสีย แล้วเอาเงินมาใช้ให้สุขสบายสมกับสิ่งที่ต้องแลกมา

สะบันงาไม่เพียงไม่ทำตาม แต่กลับรั้นจะพลิกฟื้นที่ดินรกร้างที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น ‘สวนกุหลาบ’ ให้กลับฟื้นคืนมาเหมือนเดิม ทั้งที่เธออยากจะฝังอดีตอันขมขื่น แต่สะบันงากลับเลือกที่จะขุดคุ้ยมันขึ้นมาอีกครั้ง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย กลุ่มเสียว...โซเชียลร่านรัก
9.1
ลลิน พนักงานสาววัย 27 ปีที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย ได้ค้นพบโลกใบใหม่ในกลุ่มลับออนไลน์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวอีโรติกเหนือจินตนาการ ที่นั่นเธอได้พบกับ นรา ชายลึกลับผู้ใช้เสียงและข้อความปลุกเร้าความปรารถนาที่ซ่อนเร้นของเธอให้ตื่นขึ้น ความสัมพันธ์ผ่านหน้าจอเริ่มทวีความร้อนแรงจนนำไปสู่การนัดเจอในโลกความจริง การพบกันครั้งแรกเปลี่ยนจากบทสนทนาเป็นสัมผัสที่เร่าร้อนและลึกซึ้งเกินกว่าจะถอนตัว กลายเป็นเกมรักที่หลอมละลายหัวใจของทั้งคู่จนไม่อาจแยกจากกันได้อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย สามีสั่งชานมเย็นหวานน้อยไม่น้ำแข็ง ฉันเลือกยุติชีวิตคู่เจ็ดปี
8.8
เจียงเจียเหนียนตัดสินใจขอหย่ากับเสิ่นหนาน สามีศาสตราจารย์ผู้แสนเย็นชาหลังใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาเจ็ดปี จุดแตกหักเกิดขึ้นเพียงเพราะชานมเย็นหวานน้อยไม่ใส่น้ำแข็งที่เขาสั่งให้เธอ แม้หลินหยวนหยวนนักศึกษาสาวคนใหม่จะพยายามช่วยพูดให้เธอมองข้ามเรื่องเล็กน้อยนี้ไป แต่เสิ่นหนานกลับไม่เข้าใจและตำหนิว่าเธอใช้อารมณ์เกินเหตุ ทว่าสำหรับเจียเหนียนแล้ว ชานมแก้วนั้นคือหลักฐานความเหินห่างที่ชัดเจนจนเธอเลือกที่จะทิ้งทุกอย่างและเดินจากไปพร้อมใบหย่าในวันรุ่งขึ้น
หน้าปกนวนิยาย เมื่อรักดับ แค้นก็เริ่ม
8.9
หลังสูญเสียลูกชายจากเหตุชนแล้วหนี เอวา นักข่าวสาวกลับถูกเดวิดสามีอัยการร่วมมือกับคารินผู้ก่อเหตุใส่ร้ายจนต้องติดคุกสามปี เธอเสียลูกอีกคนในเรือนจำขณะที่เพื่อนรักหักหลังเข้าข้างศัตรู เมื่อพ้นโทษเอวาพบว่าเดวิดสร้างครอบครัวใหม่กับคารินอย่างหน้าไม่อาย แผนทวงคืนความยุติธรรมจึงเริ่มขึ้นท่ามกลางความแค้นที่สุมอกเพื่อทำลายทุกคนที่พรากทุกสิ่งไปจากเธอและลูกชายในกองเพลิงแห่งความริษยาและอำนาจมืดที่บิดเบือนความจริง
หน้าปกนวนิยาย รักในความเงียบ
8.1
เย่ชิงซีถูกบังคับแต่งงานกับเสิ่นเซียวเหยา ทายาทมหาเศรษฐีที่นอนสลบไสวเพื่อหวังให้เธอมีทายาทสืบสกุล ทว่าเมื่อเขาฟื้นขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์ ชายหนุ่มกลับจำเธอไม่ได้และต้องการหย่าทันที แม้จะถูกทางบ้านคัดค้านไว้ได้ แต่ความเย็นชาก็ยังคงอยู่ จนกระทั่งเธอตั้งครรภ์และตัดสินใจจะจากไปเงียบๆ ท่าทีของเขากลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เสิ่นเซียวเหยาผู้เย่อหยิ่งยอมทิ้งทิฐิเพื่อรั้งเมียที่เขาเคยผลักไสเอาไว้แนบกายและไม่ยอมให้เธอหย่าร้างตามที่ตั้งใจ
หน้าปกนวนิยาย ดั่งน้ำค้างกลางตะวัน
9.6
เมื่อศิศิราสงสัยในตัวคู่หมั้นจนนำไปสู่การพิสูจน์ที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล ท่ามกลางความสูญเสียนั้น ปรมะนักเขียนหนุ่มผู้รักสันโดษกลับได้พบกับหญิงสาวที่เขาเปรียบดั่งนางฟ้าบนชายหาดอันเงียบสงบ แต่ความสัมพันธ์เพียงชั่วข้ามคืนกลับจบลงด้วยการจากลาทิ้งไว้เพียงความทรงจำและความรู้สึกผิด ปรมะจึงเริ่มออกตามหาเจ้าของชื่อน้ำค้างซึ่งเป็นเบาะแสเดียวที่มี เพื่อหวังว่าจะได้พบกับผู้หญิงที่ตราตรึงใจเขาอีกครั้งท่ามกลางโชคชะตาที่เล่นตลก
หน้าปกนวนิยาย จุมพิตร้ายพ่อหม้ายป้ายดำ
7.9
รพิชาต้องรับหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงจำเป็นเพื่อปราบพยศ ‘ฟราน’ ลูกชายวัยห้าขวบสุดแสบของ ‘ฟาอิน’ มาเฟียพ่อหม้ายผู้เย็นชาที่ปิดตายหัวใจจากรักครั้งเก่า แม้เธอจะพยายามทำหน้าที่อย่างดี แต่กลับต้องเผชิญกับคำดูถูกและท่าทีขับไสไล่ส่งจากเขา ทว่ายิ่งรพิชาพยายามหนีห่าง เสน่ห์อันร้ายกาจของเขากลับยิ่งดึงดูดและตามติดเธอไม่ลดละ จนหัวใจของเธอเริ่มสั่นคลอนในบ่วงสิเน่หาที่ยากจะต้านทาน แม้จะรู้ดีว่าเขาทั้งใจร้ายและอันตรายต่อความรู้สึกเพียงใดก็ตาม