หน้าปกนวนิยาย กระดังงาขัดดอก

กระดังงาขัดดอก

8.9 / 10.0
เมื่อสาวปากร้ายอย่าง สะบันงา อิสระพงษ์ ต้องมาปะทะคารมกับหนุ่มปากมอม สงครามฝีปากที่สุดแสนจะดุเดือดจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงคำพูดถากถางเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการใช้ปลายลิ้นฟาดฟันกันอย่างเร่าร้อน แม้ภายนอกเธอจะดูเรียบร้อยเหมือนสาวโบราณ แต่ความจริงเธอกลับซ่อนความลับที่ขัดกับลุคหวานๆ ไว้อย่างคาดไม่ถึง เพราะชื่อของเธอมีความหมายว่าดอกกระดังงาที่พร้อมจะแผดเผาทุกสายตาที่มองมาด้วยเสน่ห์อันเหลือร้ายของเธอ

กระดังงาขัดดอก ตอนที่ 1

‘สะบันงา อิสระพงษ์’ นั่นแหละคือชื่อของฉัน

คุณคงคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงที่หน้าตาออกจะโบราณและค่อนข้างจะเรียบร้อยไว้ตัวใช่ไหมล่ะ...

นั่นคุณคิดผิด เพราะถ้าคุณรู้ความหมายของคำว่า ‘สะบันงา’ คุณจะมองฉันอีกแบบหนึ่ง

‘สะบันงา’ แปลว่า ‘ดอกกระดังงา’

นั่นไง... ฉันคิดถูก แค่คุณรู้ความหมาย คุณก็มองฉันด้วยสายตาอีกแบบ

คุณคิดว่าฉันต้องร้อนแรง เปลี่ยนผู้ชายเป็นว่าเล่นและอาจพ่วงคำว่า ‘แม่ม่าย’ ให้อีกตำแหน่ง ตรงนี้ขอบอกว่าคุณคิดถูกเพียงข้อเดียว

แต่มาเดากันว่าเรื่องอะไร หึหึหึ...

พื้นที่รกร้างกว้างไกลสุดสายตาที่เห็นอยู่นี้ยังคงมีเค้าของไร่หรือสวนบางอย่างให้พอมองออก เพราะแนวคันดินที่ถูกแต่งให้เป็นแปลงและไม้ดามกิ่งพันธุ์ที่ยังคงมีให้เห็นอยู่บ้างประปราย

แต่ก็คงไม่มีใครเดาได้ว่าครั้งหนึ่ง ที่ดินแห่งนี้เคยสร้างพืชผลอะไรให้เจริญงอกงามและสร้างความภาคภูมิใจให้กับเจ้าของที่ดินไว้อย่างมากมายแค่ไหน เพราะสิ่งที่ปรากฏอยู่ในมโนภาพนี้ คงมีเพียงเธอคนเดียวที่จดจำได้เพราะนอกนั้นแล้วผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ไม่ล้มหาย ก็ตายจาก หรือไม่ก็ไม่คิดว่าสถานที่แห่งนี้สำคัญอีกต่อไป

เด็กหญิงตัวน้อยในชุดกระโปรงสีชมพูยาวกรุยกรายกำลังวิ่งเล่นอยู่ในบริเวณแปลงกุหลาบ ขณะที่เหล่าคนงานกำลังช่วยกันตัดดอกกุหลาบที่สมบูรณ์เพื่อเตรียมจัดส่งไปยังร้านที่รับซื้อในตัวอำเภอ เด็กหญิงดูจะมีความสุข สังเกตได้จากใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มและเสียงหัวเราะราวกับขบขันอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา ใกล้กันนั้นชายวัยกลางคนหน้าตาละม้ายคล้ายกับเด็กหญิงกำลังก้มหลบไปมาหลังคนงาน เพื่อไม่ให้เด็กหญิงเห็น

แต่ดวงตากลมโตที่วาวขึ้นเมื่อเห็นคนเป็นพ่ออยู่ไม่ไกล และกำลังเคลื่อนใกล้เข้ามา ก็ทำให้ฝ่ามือน้อยๆ ต้องป้องปากกลั้นหัวเราะ เพราะเวลาจวนตัวแบบนี้ทำให้เด็กหญิงไม่รู้จะหันหนีไปทางไหน แต่เมื่อคนงานคนหนึ่งกวักมือเรียก เด็กหญิงก็ไม่รอช้า ก้มตัวลงคลานงุดๆ กับพื้นเพื่อไปหลบหลังคนงานคนนั้นให้เร็วที่สุด

เสียงหัวเราะแว่วใสกังวานไปทั้งสวน ไม่ว่าตรงจุดไหน มุมไหน เด็กหญิงตัวน้อยไม่เคยว่างเว้นที่จะไปวิ่งเล่นเพื่อเป็นกำลังใจให้กับพ่อ เป็นกำลังใจให้กับเหล่าคนงานได้ลงแรงลงใจกับกิ่งพันธุ์ดอกไม้ที่งดงาม เพื่อให้สถานที่แห่งนี้ยังคงอบอุ่นไปด้วยความรัก

“คุณหนูครับ”

ใบหน้างามของ ‘สะบันงา’ หญิงสาววัย 25 ปี ผินตามเสียงเรียก รอยยิ้มสดใสประดับอยู่บนใบหน้า ดวงตาพราวระยิบระยับมองตอบกลับมาราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีสิ่งใดให้เจ้าของเรือนร่างสูงโปร่งนี้ต้องขุ่นข้องหมองใจ และน้ำเสียงตอบรับของเธอก็ยังคงกังวานใสเฉกเช่นเมื่อ 5 ปีก่อนไม่เปลี่ยนแปลง

“จ๊ะ ลุงพงษ์”

“คุณหนูแน่ใจเหรอครับ”

“และอะไรที่ทำให้ลุงคิดว่าหนูไม่แน่ใจล่ะ”

“ก็...”

“เรื่องนั้นหนูจัดการเอง ลุงทำอย่างที่หนูต้องการก็พอแล้ว”

“ครับ แค่คุณหนูกลับมา ผมก็ดีใจจนน้ำตาจะไหลอยู่แล้วครับ”

“หนูก็เหมือนกัน”

ใบหน้างามผินมองไปสุดสายตา ไม่อยากให้ความอ่อนแอและก้อนสะอื้นที่คล้ายจะปะทุขึ้นกลางหัวอก ทั้งที่ยังไม่มีน้ำตาให้เห็นสักหยดนั้นแสดงอาการออกมาให้ใครได้เห็น แค่ได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง แค่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของที่นี่แต่เพียงผู้เดียวอย่างชอบธรรม แค่รู้ว่าต่อจากนี้เธอจะสามารถทำตามความฝันที่ตั้งใจไว้ได้อย่างเต็มที่ และสิ่งที่หวังไว้ก็มีเพียงสิ่งเดียวคือจะต้องสำเร็จเท่านั้น

เพราะเงินที่มีทั้งหมดเธอจะนำมาลงแรงลงใจเพื่อฟื้น ‘สวนอุ่นรัก’ สวนกุหลาบบนเนื้อที่ 50 ไร่นี้ให้กลับมามีชีวิตเหมือนดังเช่นเมื่อ 5 ปีก่อนให้จงได้ และไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดๆ เธอก็จะต้องผ่านไปให้ได้

ติ๊ด... ติ๊ด...

แค่เพียงคิด อุปสรรคแรกที่เธอบอกกับ ‘ลุงพงษ์’ คนงานเก่าแก่ของพ่อว่าเธอจะจัดการเองก็เปิดเผยตัวตนจนได้ แต่เธอจะไม่ยอมแพ้หรอก

“ลุงจ๊ะ ลุงไปเตรียมที่หนูบอกเถอะ ไม่ต้องเป็นห่วง หนูจัดการได้ทุกเรื่อง” สะบันงาพยักพเยิดใบหน้ากับพงษ์ ว่าคนในสายนี้ไม่ใช่อื่นไกลแต่เป็นอุปสรรคยักษ์ของเธอ ซึ่งก็คือ ‘สินีนาถ’ หรือ ‘แม่’ ของเธอนั่นเอง

“คะแม่”

เสียงหวานส่งออกไปก่อนจะรีบเอาโทรศัพท์ออกห่างจากใบหูเมื่อเสียงจากคนต้นสายนั้นคือความกราดเกรี้ยวอย่างที่สุด ซึ่งเธอก็คิดไว้อยู่แล้วแต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้ก็เท่านั้นเอง

“ยัยบี! นี่แกไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลยหรือไง ฉันห้ามไม่ให้แกไปยุ่งกับไอ้สวน สับปะรังเคนั่น แกไม่เชื่อฟังฉันเลยใช่ไหม! แกกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ถ้าแกยังคิดว่าฉันเป็นแม่ ยัยบี! แกได้ยินที่ฉันพูดไหม!”

สินีนาถแผดเสียงลั่นใส่โทรศัพท์เมื่อคนจากบ้าน ‘รังสีนิมิต’ โทร.มารายงานว่า ‘สะบันงา’ ลูกสาวของเธอที่เกิดจากสามีเก่าผู้ล่วงลับกำลังเดินทางไปทำสวนที่ปากช่อง ทั้งที่เธออยากให้สะบันงาขายสวนร้างนั่นทิ้งไปเสีย แล้วเอาเงินมาใช้ให้สุขสบายสมกับสิ่งที่ต้องแลกมา

สะบันงาไม่เพียงไม่ทำตาม แต่กลับรั้นจะพลิกฟื้นที่ดินรกร้างที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น ‘สวนกุหลาบ’ ให้กลับฟื้นคืนมาเหมือนเดิม ทั้งที่เธออยากจะฝังอดีตอันขมขื่น แต่สะบันงากลับเลือกที่จะขุดคุ้ยมันขึ้นมาอีกครั้ง

อ่านต่อ

สารบัญ กระดังงาขัดดอก

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย แก้วตาดวงใจของเขา
9.3
ฉินเฉี่ยนยอมทุ่มเทเวลาห้าปีในฐานะผู้หญิงไร้ตัวตนข้างกายลู่ซีซิง แต่เมื่อเขากำลังจะหมั้นหมายกับหญิงอื่น เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปทันที ทว่าซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชากลับออกตามหาเธออย่างพลิกแผ่นดินนานถึงเจ็ดวัน เมื่อทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้ง เธอกลายเป็นคนใหม่ที่สง่างามและมีคนอื่นเคียงข้าง ลู่ซีซิงที่กำลังใจสลายพยายามอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวและยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เธอคืนดี แต่เขากลับได้รับเพียงรอยยิ้มเยาะหยันและความห่างเหินเป็นการตอบแทน แม้เขาจะพยายามเหนี่ยวรั้งเธอไว้ด้วยความรักที่สายเกินไปก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
“คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ” “คุณหื่นทุกครั้งที่เมาแบบนี้มั้ย” !!!! “คุณพูดอะไร” “ผมพูดอะไร นี่คุณอย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้คุณจำอะไรไม่ได้เลย” นับดาวตื่นตระหนกลนลานจนแทบสิ้นสติ “คุณบุกเข้าห้องผม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใครจะคิดว่าแรงจะเยอะจนน่ากลัว คุณจู่โจมผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน.../...อย่านะ!!! อย่าพูดต่อนะ” นับดาวทนฟังต่อไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปิดปากเขาพร้อมออกแรงโถมกายใส่เขา ทิวาหยุดเอ่ยนอนนิ่งให้ท่อนบนเปลือยของเธอทาบทับแผ่นอกเขาไว้ แม้จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ระยะใกล้มากกับสายตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้แล้วของทั้งสอง ทำให้ต่างก็มองเห็นดวงตาของกันและกัน ทิวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ในทางตรงข้ามเขากลับยั่วยวนเธอ แลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอ ควับ! นับดาวสะดุ้งตกใจชักมือกลับ เซถลาจนตัวเองกลับเป็นฝ่ายไปนอนและทิวาก็ขยับเป็ยฝ่ายทาบทับร่างเธอไว้ในทันที “คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ”
หน้าปกนวนิยาย กรงรักร้อนสามีเฉพาะกิจ
7.8
ปอป่านถูกเรียกตัวกลับไทยเพียงเพื่อจะพบว่าอาเฟื่องรัตน์ได้จัดงานหมั้นสายฟ้าแลบให้เธอกับธราเทพ พี่ชายที่แสนดีในวัยเด็ก ท่ามกลางความสับสนและน้อยใจ ปอป่านไม่เคยรู้เลยว่าอาของเธอกำลังป่วยหนักด้วยเนื้องอกในสมองและต้องการฝากฝังชีวิตหลานสาวไว้กับคนที่ไว้ใจได้ที่สุดก่อนจะจากไป ธราเทพผู้หลงรักเธอมาตลอดจึงต้องรับบทสามีเฉพาะกิจเพื่อปกป้องเธอจากชัยนันท์ อาหนุ่มผู้โลภมากที่หวังฮุบสมบัติมหาศาล เขาจะใช้ความรักและความจริงใจพังทลายกำแพงหัวใจของเธอลงได้หรือไม่ในเกมชิงอำนาจครั้งนี้ได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย หวงรักเมียบังเอิญ
9.0
พบูสาวโสดวัยยี่สิบสี่ปีที่เพิ่งตกงาน ตัดสินใจออกเดินทางพักใจบนเรือสำราญหรูด้วยตั๋วฟรีที่ได้มาอย่างโชคดี ทว่าทริปในฝันกลับกลายเป็นพันธนาการที่เธอไม่อาจหลีกหนี เมื่อได้พบกับอาเชอร์ ชายหนุ่มผู้มั่งคั่งที่ถูกดึงดูดด้วยความงามราวกับดอกไม้ของเธอ เขาพยายามเข้าหาด้วยเล่ห์กลเพื่อเอาชนะการต่อต้านของหญิงสาว แต่เมื่อเขาได้ครอบครองเธอสมใจและตั้งใจจะสลัดทิ้ง อาเชอร์กลับพบว่าความรู้สึกที่มีต่อเมียบังเอิญคนนี้ซับซ้อนเกินกว่าจะตัดใจได้ง่ายอย่างที่คิดไว้
หน้าปกนวนิยาย เสน่หายาตรา (เมียประมูลของท่านประธาน)
8.1
ไรอันมหาเศรษฐีเจ้าของสายการบินยอมทุ่มเงินมหาศาลเพื่อครอบครองปัทมณฑ์ สาวน้อยไร้เดียงสาผู้หวาดหวั่นต่อความปรารถนาอันเร่าร้อนของเขา ชายหนุ่มจึงต้องใช้ความใจเย็นเพื่อสอนบทเรียนรักที่แสนหวานและเย้ายวนใจเพิ่มขึ้นทีละนิด จนในที่สุดความรัญจวนที่เขามอบให้ก็ทำให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงอารมณ์หวามที่ยากจะถอนตัว แม้จะทรมานจากความต้องการที่ถูกปลุกเร้า แต่มีเพียงสัมผัสอันหนักหน่วงของเขาเท่านั้นที่จะช่วยเติมเต็มเธอได้ ในขณะที่ไรอันเองก็ยืนยันว่าจะไม่หยุดรุกรานจนกว่าเธอจะหลอมละลายไปพร้อมกับเขา
ตอน
อ่านเลย
แชร์