
เพราะเธอคือความรัก
ตอน 3
“ขอบคุณครับคุณแม่”ผมยกมือขอบคุณท่านและยื่นมือไปหยิบกล่องเค้กนั้นมา
“น่ารักจังเลยลูก^_^”คุณแม่เอ่ยบอกผมและยื่นมือมาลูบผมอย่างแผ่วเบา ผมก็หันไปยิ้มให้ท่านทั้งสองและเราก็เริ่มลงมือทานเค้กก้อนโตกันสามคน ครอบครัวของผมเราจะทานข้าวด้วยกันทุกมื้อคุณพ่อคุณแม่ให้ความใส่ใจผมมาก
“นำ้ค่ะคุณท่าน”ป้าแม่บ้านหน้าใหม่ที่คุณแม่เพิ่งจะรับเข้ามาทำงานได้เพียงแค่ไม่กี่วันเดินถือถาดนำ้ส้มคั้นเองสามแก้วเข้ามาวางลงบนโต๊ะและหยิบมาวางไว้ลงตรงหน้าของผมและคุณพ่อกับคุณแม่
“นำ้ส้มคั้นเองเหรอจ๊ะ?”คุณแม่ของผมหยิบแก้วนำ้ส้มขึ้นมาดื่มและหันไปเอ่ยถามป้าแม่บ้าน
“ค่ะ ดิฉันคั้นเองค่ะคุณผู้หญิง”
“อร่อยมากจ๊ะ^-^”คุณแม่ของผมเอ่ยปากชมคุณป้าแม่บ้าน แต่ผมไม่ได้หยิบแก้วนำ้ส้มมาดื่มหรอก เพราะผมไม่ชอบกิน ผมก็กัดเค้กเคี้ยวเอื่อยๆ
“ขอบคุณค่ะ^_^”
“คุณลองดื่มดูสิคะ อร่อยมาก”คุณแม่ของผมหันไปเอ่ยบอกคุณพ่อของผม คุณพ่อของผมท่านเป็นคนที่ไม่เคยขัดใจคุณแม่ของผมอยู่แล้ว ท่านจึงหยิบแก้วนำ้ส้มคั้นขึ้นมาดื่ม
“อืม อร่อยจริงๆด้วยคุณ^_^”คุณพ่อของผมหันมาเอ่ยบอกคุณแม่และท่านก็ยิ้มให้กัน และคุณพ่อกับคุณแม่ของผมก็พากันหันมามองที่ผมเป็นจุดเดียว รวมไปถึงป้าแม่บ้านเองก็ด้วย
“ลูกไม่ลองบ้างดื่มเหรอครับ?”คุณแม่เอ่ยถามผม ผมก็ยิ้มให้ท่านและเอื้อมมือไปหยิบกล่องนมจืดในกระเป๋านักเรียนผมขึ้นมาชูให้พวกท่านดู
“ผมกินนมครับคุณแม่”ผมตอบคุณแม่ของผมและเจาะกล่องนมเพื่อดูดนมให้พวกท่านเห็นทันที
“ผมขอตัวขึ้นห้องนะครับ”ผมลุกขึ้นพลางเอ่ยบอกคุณแม่และคุณพ่อที่พวกเขากำลังดูสถานที่ที่จะพาผมไม่เที่ยวในช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้
“อ้าว แล้วลูกไม่ดูเหรอจ๊ะว่าลูกอยากไปเที่ยวที่ไหน?”คุณแม่เอ่่ยท้วงผมทันที ผมก็ส่ายศีรษะไปมาเพื่อเป็นคำตอบ ผมไม่ค่อยชอบพูดสักเท่าไหร่ เพื่อนที่โรงเรียนผมก็ไม่ค่อยมี
“จ๊ะ ลูกคงเหนื่อย ไปพักผ่อนเถอะจ๊ะ^_^”คุณแม่เอ่ยบอกผมและยิ้มแหย่ๆให้ผม ผมก็โค้งตัวให้ท่านทั้งสองและหันตัวเดินออกมาจากตรงนั้นมุ่งหน้าไปยังบันไดเพื่อจะขึ้นห้องนอนของตัวเอง ผมไม่ชอบที่มีคนอยู่เยอะๆ ผมไม่ชอบรู้จักกับสิ่งใหม่ๆ ผมชอบอยู่กับอะไรเดิมๆมากกว่า
พรึบ
ผมทิ้งตัวลงไปบนที่นอนติดสปริงขนาดใหญ่ที่อยู่กลางห้องนอนขนาดใหญ่ของผม และเอื้อมมือไปหยิบหูฟังมาสวมใส่หูแต่ไม่ได้เปิดเพลงฟังนะครับ ผมมักจะชอบใส่มันเป็นประจำเวลาที่ผมอยากอยู่คนเดียว
“เห้อออออ”ผมถอนหายใจออกมาและค่อยๆปิดเปลือกตาลงผมอย่างช้าๆ และไม่รู้ว่าผมนั้นเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ สะดุ้งตื่นมาอีกทีห้องห้องนี้ก็มืดสนิทเพราะเป็นเวลาพรบคำ่แล้ว
“มืดแล้วเหรอ?”ผมเอ่ยพึมพำกับตัวเองเบาๆและค่อยๆบิดขี้เกียจไปมาให้หายจากความเมื่อยล้า ผมลุกขึ้นจากที่นอนเดินไปยังห้องอาบนำ้เพื่อจะอาบนำ้ชำระร่างกายและจะลงไปทานข้าวเย็น แต่แปลกจังที่วันนี้คุณแม่ไม่ขึ้นมาเรียกผมให้ลงไปทานข้าว เพราะปกติผมต้องทานข้าวพร้อมกับคุณพ่อและคุณแม่ทุกวันและทุกมื้อ
“ทำไมถึงไม่เปิดไฟ?”ความเป็นเด็กทำให้ผมขี้สงสัยเลยเอ่ยพูดขึ้น เพราะเมื่อผมเดินออกมาจากห้องของผม บ้านทั้งหลังไม่มีไฟเปิดอยู่เลยสักดวงเดียว ผมก็นึกแปลกใจและค่อยๆเดินไปยังสวิตซ์ไฟเพื่อจะเปิดไฟ
พรึบ
“คุณแม่ครับ!”
“คุณพ่อครับ!”ผมตะโกนเรียกหาท่านทั้งสองแต่ก็ไม่พบใครเลยสักคนบนชั้นในห้องอาหาร ที่ผมเป็นคนเดินมาเปิดไฟเอง และทันทีที่ผมกดเปิดไฟก็พบเพียงแค่บ้านว่างเปล่าไร้วี่เเววของคุณแม่และคุณพ่อของผม ผมที่ไม่พบใครจึงเดินออกมาจากห้องทานอาหารมุ่งหน้าไปยังห้องรับเเขกหรือห้องนั่งเล่นของบ้านผมซึ่งเป็นสถานที่ที่เมื่อตอนเย็นผมกับคุณพ่อคุณแม่อยู่ด้วยกัน
พรึบ
“คุณพ่อครับ!!!”
“คุณแม่ครับ!!!!”ทันทีที่ผมกดเปิดสวิตซ์ไฟก็พบร่างที่เปียกชุ่มไปด้วยเลือดของคนหลายคนและกลิ่นที่เหม็นอย่างรุนแรงจนผมต้องกลั่นหายใจ และผมไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปหาร่างของคุณแม่ที่นอนอยู่ในท่าควำ่หน้าลงมือทั้งสองข้างตะเกียกตะกายจนเล็บของท่านมีแต่รอยเลือดดวงตาของท่านเบิกโตราวกับคนที่ทรมาน
“ฮืฮๆๆๆคุณแม่ครับ คุณพ่อครับอึก”ผมเข้าไปกอดร่างทับร่างของคุณแม่และเอ่ยเรียกพวกท่าน
คุณอาจจะชอบ





