
รั ก เ กิ น เ บ อ ร์
ตอน 2
ตอนที่ 1 นายหมาป่า
ฝันอีกแล้วเหรอเนี่ย...
ฉันตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้ง ระยะหลังมานี้ฉันฝันถึงเหตุการณ์เมื่อหกปีก่อนบ่อยซะจนอดสงสัยไม่ได้ว่ามันคือลางบอกเหตุอะไรหรือเปล่า
“ตื่นแล้วเหรอ”
เสียงทุ้มที่ไม่ว่าจะได้ยินกี่หมื่นกี่แสนครั้งก็ไม่เคยเบื่อดังขึ้นจากด้านข้าง ฉันค่อยๆ พลิกตัวเป็นนอนตะแคงหันไปทางกำแพงก็เจอกับชายหนุ่มรูปร่างสมส่วน เจ้าของใบหน้าที่แสนจะหล่อเหลาแสนเจ้าเล่ห์กำลังนอนตะแคงหันมาทางฉันเช่นกัน
ราฟาเอลยิ้มหวานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนจะดึงแขนฉันเข้าไปใกล้เพื่อจะกอด พอมองไปที่นาฬิกาก็พบว่าตีสามกว่าๆ แล้ว เขามาห้องฉันตั้งแต่ตอนไหนกันนะ
“เหม็น” ฉันเอ่ยขึ้น
เพียงแค่เขาดึงเข้าไปกอดไม่ทันจะสามวินาทีดีด้วยซ้ำ กลิ่นน้ำหอมที่ไม่ใช่ของฉันก็โชยมาจากตัวเขาจนอยากจะอ้วก ฉันรีบยันตัวเองออกห่างจากเขา
“ไปอาบน้ำก่อนไป”
“อะไรกัน ฉันคิดถึงเธอมากก็เลยรีบกลับมานะเนี่ย ทั้งที่สัญญากับทางนั้นว่าจะอยู่ด้วยถึงเช้าแท้ๆ”
ราฟาเอลลุกขึ้นมานั่งจ้องฉันตาไม่กะพริบ ราวกับว่าสิ่งที่เขาทำลงไปไม่ใช่เรื่องผิด เขาไม่เคยบอกหรอกว่าไปนอนกับผู้หญิงคนอื่นมา แต่ฉันก็เดาได้ไม่ยากเพียงแค่ไม่เคยพูดมันออกไป ขอเพียงเขากลับมาหาฉันหลังจากไปทำเรื่องพวกนั้นมาก็พอ ฉันเอาแต่หลอกตัวเองและคิดว่าแค่นี้ก็ดีมากแล้ว
“ทางนั้นที่ว่านี่ใคร”
“อืม...” เขาทำท่านึก “ไม่รู้สิ คนมากันเยอะมากเลย ทั้งเพื่อนของเพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง ฉันจำชื่อใครไม่ได้สักคนด้วยซ้ำ อันที่จริงก็มีคนมาแนะนำตัวอยู่นะ แต่หูฉันเนี่ยสิ ได้ยินแต่คำว่า...ซันนี่”
เขายิ้มเผล่พร้อมกับแก้มที่เจือสีแดงนิดๆ เวลาหมอนี่กำลังเขิน แก้มของเขาจะแสดงปฏิกิริยามีเลือดฝาดออกมาอย่างชัดเจน
บ้าชะมัด...
หมอนี่เล่นขี้โกงอีกแล้ว
เล่นมาทำตัวแบบนี้หลังจากที่เพิ่งทำเรื่องแบบนั้นกับผู้หญิงคนอื่นลงไป แล้วฉันจะทำอะไรได้นอกจากยอมรับมัน ทำใจว่ามันคือตัวตนของเขาและเป็นแค่ช่วงเวลาที่เกิดขึ้นสั้นๆ โดยที่เจ้าตัวยังไม่คิดจะเอามาใส่ใจด้วยซ้ำ
“ไปอาบน้ำเถอะ หรือไม่ก็กลับบ้านตัวเองไปได้แล้ว ฉันจะนอน ง่วงจะแย่”
“อะไรกัน ที่ตอนหลับเมื่อกี้ยังละเมอเรียกชื่อฉันไม่หยุดแท้ๆ”
“อะ...อะไรนะ! ตอนไหนกัน ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย”
ฉันรีบปฏิเสธ ทำไมต้องทำเรื่องหน้าขายหน้าต่อหน้าหมอนี่ตลอดเวลาเลยนะ
“เธอจะไปรู้ได้ยังไงกันล่ะ ก็เธอเล่นนอนกรนคร่อกๆ ขนาดนั้น เอาแต่พูดอะไรนะ..’อย่าไปนะราฟ อยู่กับฉันนะ’ วนไปวนมาอยู่นั่นแหละ คนฟังมันเขินนะเว้ย”
เขาเกาจมูกตัวเองเบาๆ แก้เก้อด้วยท่าทางเขินๆ ตามที่ปากพูด
นายเขิน ฉันก็เขินเหอะ! มันเมือนกับไปบอกให้เขารู้เลยน่ะสิว่าคิดถึงเขาแม้กระทั่งในความฝัน
“งั้นฉันกลับเลยดีกว่า จริงสิ สุดสัปดาห์นี้ทำตัวให้ว่างไว้นะ แต่งตัวสวยๆ รอด้วย บ่ายโมงฉันจะไปมารับ”
“มารับเหรอ? เดี๋ยวสิ จะไปไหน สุดสัปดาห์นี้ฉันนัดกับมิ้นต์กับแยมไว้นะ”
ฉันรีบท้วง ร่างสูงที่ลุกเดินไปถึงระเบียงและกำลังจะปีนระเยงกลับห้องตัวเองเดินย้อนกลับมาหาฉันอีกครั้ง เขาก้มลงหอมแก้มฉันไปฟอดใหญ่
“ยกเลิกให้หมด แล้วไว้วันนั้นจะมารับนะ ฝันดีครับผม”
“เอ๊ะ เดี๋ยวสิ ราฟ! ราฟ!”
เขาไม่อยู่ฟังฉันเลยแม้แต่น้อย ราฟาเอลข้ามกลับไปที่ห้องของตัวเองก่อนจะปิดประตูระเบียงและปิดผ้าม่านเสร็จสรรพ เอาแต่ใจชะมัดเลยเจ้าหมาป่าจอมเจ้าเล่ห์ตัวนี้!
ฉันค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบแก้มของตัวเอง ตั้งแต่คบกันมาสี่ปี เราไม่เคบทำอะไรกันไปมากกว่าการจูบเลย หลังจากที่ฉันทนเก็บความรู้สึกแอบรักที่มีต่อเขาไม่ไหวเลยตัดสินใจสารภาพรักไปในวันวาเลนไทน์ตอนพวกเราอยู่ชั้น ม.5 ก็ตกลงคบกันมาโดยตลอด พ่อแม่ของฉันและเขาต่างรับรู้การคบหากันในครั้งนี้รวมถึงเพื่อนๆ ด้วย ทั้งที่จากนิสัยของราฟาเอล ฉันคิดว่าคงได้ตกเป็นของเขาในคืนวันที่ตกลงคบกันแน่ๆ แต่มันกลับไม่เป็นแบบนั้น กว่าจะได้จับมือก็หลังจากคบกันไปแล้วหกเดือน กว่าจะได้หอมแก้มก็ตอนจะจบ ม.6 ส่วนเรื่องจูบ...เพิ่งได้จูบแรกไปเมื่อตอนวาเลนไทน์ปีสองนี้เอง
พูดง่ายๆ คือ ฉันมีเฟิร์สคิสตอนอายุยี่สิบ!
ปัจจุบันอยู่ปีสามอายุยี่สิบเอ็ด มีแฟนที่คบกันมาสี่ปีแต่ก็ไม่เคยมีอะไรกันแม้แต่ครั้งเดียว ฉันเคยแก้ผ้ามองตัวเองที่หน้ากระจกอยู่หลายครั้ง และมักถามตัวเองตลอดว่าฉันมันไร้เสน่ห์นักหรือไง เขาถึงไม่เคยอยากจะทำอะไรๆ ด้วยเลย ทั้งที่ตัวเองก็ทำกับผู้หญิงคนอื่นมาตั้งมากมายแท้ๆ จะบอกว่าเป็นเพราะพุงสามชั้นน้อยๆ ของฉันก็ไม่น่าจะใช่ เขายังชอบจับมันเล่นและบอกว่าน่ารักอยู่บ่อยไป
“อ๊ากกก คิดบ้าอะไรของเธอเนี่ยยัยซันนี่”
ฉันก่นด่าตัวเองเมื่อเผลอไปคิดทะลึ่งจินตนาการถึงตัวเองกับราฟาเอลบนเตียงนอน อิจฉาผู้หญิงพวกนั้นจัง พวกเธอได้รู้จักเขาในมุมที่ฉันไม่เคยรู้จัก ได้สัมผัสเขาและได้ถูกเขาสัมผัสในที่ที่ลึกซึ้งเกินจินตนาการ...
ทั้งที่เป็นเรื่องที่โคตรไม่น่าให้อภัย แต่ทำไม...ทำไมฉันถึงให้อภัยเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ทำไมฉันถึงไม่ใจแข็งและเอ่ยปากบอกเขาอย่างเด็ดขาดว่าฉันไม่ชอบเวลาเขาไปนอนกับผู้หญิงคนอื่น
ก็นะ...จะให้ฉันพูดออกไปได้ยังไง ในเมื่ออีกฝ่ายเล่นโทรมาบอกกันตรงๆ ว่าวันนี้จะไปนอนกับผู้หญิงคนนั้นคนนี้นะ จะกลับเวลานี้นะ เขาบอกกับฉันราวกับว่ามันคือเรื่องปกติและไม่ได้ปกปิดอะไรเลย ราฟาเอลไม่เคยนอนค้างกับผู้หญิงที่ไหน พอทำอะไรๆ กับพวกเธอเสร็จ เขาก็จะรีบกลับบ้านมาหาฉันเสมอ จะส่งยิ้มให้ กอดฉัน และจูบฉันเหมือนมันไม่มีอะไร
แน่นอน ฉันเองก็ต้องทำเหมือนว่ามันไม่มีอะไรเช่นกัน
“ฉันไม่ชอบเลยราฟ”
ได้แต่มองประตูระเบียงห้องเขาและพูดประโยคนี้ซ้ำๆ ทุกวัน
สรุปแล้วฉันก็ไม่ได้นอนต่ออีกเลยเพราะนอนไม่หลับ ในหัวเอาแต่คิดว่า ผู้หญิงเจ้าของกลิ่นน้ำหอมฉุนๆ ที่ติดตัวราฟาเอลมาคือใครกันนะ รู้ตัวอีกทีก็ลืมตาอยู่บนเตียงจนเช้า ก็เลยตัดสินใจออกมาวิ่งจ้อกกิ้งที่สวนสาธารณะในหมู่บ้านแทน จริงสิ ต้องโทรยกเลิกนัดสุดสัปดาหกับมิ้นต์กับแยมด้วยนี่นา
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง
ยังไม่ทันจะได้กดโทรหาเพื่อน ยัยมิ้นต์ก็โทรสวนมาซะก่อน เสียงเรียกข้าวของฉันมักเป็นปัญหาเวลาอยู่กับเพื่อนๆ พวกเธอจะบอกว่ามันเชยมากๆ แต่ฉันกลับชอบเพราะเสียงดังฟังชัดดี ก็เลยใช้มาตลอดตั้งแต่มีมือถือจนถึงปัจจุบัน รวมๆ ก็เกือบสิบปีได้แล้วล่ะมั้ง
“ฮัลโหล”
[ยัยซัน! เธอเห็นรูปที่ยัยแยมส่งเข้าในกรุ๊ปไลน์หรือยัง]
“ยังเลย รูปอะไรเหรอ”
[เปิดดูเดี๋ยวนี้เลย]
ฉันเสียบหูฟังแล้วหยิบหูฟังขึ้นมาใส่แทน ก่อนจะเปิดกรุ๊ปไลน์ขึ้นมาเพื่อดูรูปที่มิ้นต์บอก ขาที่กำลังวิ่งค่อยๆ ช้าลงจนกลายเป็นหยุดอยู่กับที่ในที่สุด
ภาพที่แยมส่งมาคือภาพที่แคปมาจากไอจีของใครสักคน เป็นรูปคู่ของราฟาเอลกับผู้หญิงผมยาวหน้าตาดีและเซ็กซี่คนหนึ่ง เธอกอดคอเขาแล้วเบียดเสียดตัวเข้าไปใกล้เพื่อถ่ายรูป หน้าอกใหญ่ๆ แทบเสยหน้าอีกฝ่ายอยู่รอมร่อ พร้อมกับแคปชั่นใต้ภาพว่า ‘ในที่สุดก็ได้เจอกันสักที หลังจากคุยไลน์กันมาหลายเดือน ตัวจริงหล่อกว่าในรูปเยอะเลยนะเนี่ย’ พร้อมแท็กไอจีของราฟาเอล มีคนมากดไลค์เกือบห้าร้อยคน
[ผู้หญิงคนนี้ชื่อไอวี่ เป็นนางแบบเสื้อผ้าลงนิตยสารเยอะแยะมาก มีหนุ่มๆ ตามขายขนมจีบเพียบเลย เพื่อนฉันที่อยู่สังกัดเดียวกับเธอบอกว่าไอวี่แอบปลื้มอีตาราฟมาตลอด ว่างทีไรเป็นต้องเปิดไอจีดูรูปราฟประจำเลย]
คำบอกเล่าของมิ้นต์ทำให้ฉันเริ่มใจไม่ดี รูปนี้ถูกอัปโหลดเมื่อตอนสามทุ่มขอเมื่อคืนนี้ แสดงว่าเป็นช่วงเวลาก่อนราฟาเอลจะกลับมาหาฉันประมาณหกชั่วโมงสินะ
[ฉันบอกตรงๆ นะยัยซัน ถึงราฟมันจะเป็นเพื่อนฉันก็เถอะ แต่ฉันก็ไม่โอเคที่มันทำแบบนี้บ่อยๆ นะ ฉันไม่อยากเห็นเธอต้องคิดมากเพราะเรื่องผู้หญิงของราฟอีกแล้ว]
“ขอบใจนะมิ้นต์ ฉันรู้ว่าเธอเป็นห่วง แต่ไม่เป็นไรหรอก เมื่อคืนราฟเขาก็กลับมาหาฉันนะ”
[ยัยบ้า เธอมันบ้ามากๆ เลย] ฉันแค่นยิ้มกับตัวเอง น้ำใสๆ ไหลพรากลงมาจากดวงตาทั้งสองข้าง
“ฉันรู้ว่าเขาเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ก่อนจะสารภาพรักแล้ว ฉันเตรียมใจแล้วว่าจะต้องเจอเรื่องแบบนี้ เพราะงั้นไม่ต้องห่วงหรอกนะ ฉันไม่เป็นไร”
[จะไม่เป็นไรได้ยังไง ไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบที่แฟนไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นหรอกนะ แค่ไปทำใจดีด้วยก็ไม่ชอบแล้ว!] มิ้นต์เริ่มเสียงดังเพราะความโกรธ
ถ้าฉันสามารถแสดงความโกรธและพูดกับราฟาเอลออกไปตรงๆ แบบมิ้นต์ก็ดีสิ เพราะหัวใจของฉันคงไม่ต้องทนเจ็บปวดกับเรื่องพวกนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“แต่เขาก็ไม่ได้นอกใจฉันนะ”
[ก็ใช่ แต่แหม ไม่นอกใจแต่นอกกายเนี่ยนะ เรื่องแบบนี้มันใช่เรื่องน่าเปิดเผยที่ไหน แต่ไอ้บ้านั่นกลับทำอย่างเปิดเผยราวกับไม่ใช่เรื่องผิด เล่นเอาคนอื่นด่าไม่ออกไปเลย ให้ตายสิ ไอ้หมาป่าจอมเจ้าเล่ห์นั้น ฉันอยากจะจับมันถอนขนให้หมดทั้งตัวไปเลย]
“ฮะๆ เธอนี่นะ ฉัน...ฮึก...”
[ร้องไห้สินะ...]
“...”
[เฮ้อ ฉันล่ะปวดหัวกับคู่เธอจริงๆ เลย]
“ฮึก...”
หมับ...
“จับได้แล้ว”
“...”
ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อถูกสวมกอดจากด้านหลัง ก่อนจะถูกแย่งมือถือไปกดปิดเครื่อง ร่างกายของคนที่กอดฉันอยู่ในตอนนี้อุ่นและเปียกชื้น แสดงให้เห็นว่าเขารีบวิ่งมาจนเหนื่อยหอบ
“อย่าทำให้เป็นห่วงนักสิยัยบ้า”
ยิ้มออกมาทั้งน้ำตาเมื่ออ้อมกอดนั้นค่อยๆ แน่นขึ้นราวกับอีกฝ่ายกลัวว่าฉันจะหายไป
เล่นขี้โกงอีกแล้ว...
ฉันจะ...เลิกรักผู้ชายคนนี้ได้ยังไง ในเมื่อแค่เขาทำดีด้วยนิดหน่อย หัวใจก็พองโตขนาดนี้แล้ว...
คุณอาจจะชอบ





