
รั ก เ กิ น เ บ อ ร์
ตอน 3
ตอนที่ 2 เอาแต่ใจ...บ้างก็ได้?
“จู่ๆ คุณป้าก็วิ่งมาเคาะประตูบ้านฉันด้วยหน้าตาตื่นๆ ว่าเธอหายไป ฉันเกือบจะไปแจ้งความที่สถานีตำรวจแล้วรู้ไหม” ราฟาเอลถาม ขณะที่มือใหญ่ของเขากุมมือฉันไว้แน่นระหว่างที่เราสองคนกำลังเดินไปตามทางเพื่อจะกลับบ้าน
“ขอโทษที พอดีฉันนอนไม่หลับเลยออกมาจ้อกกิ้งน่ะ แต่เห็นว่ามันยังเช้าเกินไปเลยไม่ได้บอกคุณแม่ก่อนจะออกมา”
“คราวหลังห้ามทำแบบนี้อีกนะ จะไปไหนมาไหนก็บอกกันด้วย ถ้ามีเรื่องแบบนี้อีก ฉันจะเอาปลอกคอมาล่ามเธอไว้ในห้องเลยคอยดูสิ”
“คนที่ควรถูกใส่ปลอกคอแล้วล่ามเอาไว้มันคือนายต่างหาก”
ฉันสวนกลับทันที ตัวเองนั่นแหละที่ชอบหายไปนานๆ จนบางทีก็อยากจะใส่ปลอกคอแสดงความเป็นเจ้าของให้รู้แล้วรู้รอดไปซะ เผื่อบางทีถ้าพวกเธอรู้ว่าเขามีเจ้าของอยู่แล้ว อาจจะไม่อยากนอนด้วยก็ได้
“วันนี้นายไปไหนหรือเปล่า”
“วันนี้เหรอ ก็มีนัดไปเตะบอลกับพวกนาวินนะ มีอะไรหรือเปล่า”
งั้นเหรอ วันนี้ก็มีนัดอีกแล้วเหรอเนี่ย
เราไม่ได้ไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นเดือนแล้วนะ เพราะเขาเอาแต่นัดไปเที่ยวหรือไม่ก็ไปเตะบอลกับเพื่อนๆ จนไม่เหลือเวลาว่างให้ฉันได้ชวนเขาไปไหนบ้างเลย
“ปะ...เปล่าหรอก ไม่มีอะไร”
สุดท้ายก็ทำได้แค่ส่งยิ้มให้เขาอย่างทุกที
ก็ฉันไม่กล้านี่นา ถ้าฉันงี่เง่าเอาแต่ใจตามสไตล์ผู้หญิงทั่วไปแล้วเกิดเขารำคาญจนเบื่อหรืออยากเลิกกับฉันขึ้นมาจะทำยังไง ฉันน่ะ...สำหรับฉันน่ะ...
ถ้าไม่ใช่ราฟาเอล ฉันก็ไม่สามารถรักใครได้อีกแล้ว
“ก็ไม่รู้หรอกนะว่าเป็นอะไรถึงได้เอาแต่ทำหน้าเศร้าแบบนั้น แต่ว่าเธอน่ะ...ไอ้นิสัยขี้เกรงใจ ไม่กล้าบอกความต้องการของตัวเองออกไปตรงๆ ถ้าแก้ได้ก็แก้ไขซะบ้างเถอะ”
“นายหมายความว่ายังไง”
ฉันหยุดเดินแล้วเอ่ยถามเขาที่เดินนำหน้าไปประมาณสองก้าว คนถูกถามหยุดเดินก่อนจะหันกลับมา เขาค่อยๆ เดินเข้ามาหาฉันก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้า
หมับ...
ฝ่ามือใหญ่วางลงบนหัวของฉันก่อนจะลูบมันเบาๆ อย่างอ่อนโยน
“เธอเป็นแฟนฉันนะ จะเอาแต่ใจบ้างก็ไม่เป็นไรหรอก”
ราฟาเอลยิ้มกว้างก่อนจะหมุนตัวกลับไปแล้วออกเดินต่อ ฉันมองตามแผ่นหลังของเขาก่อนจะยิ้มออกมาทั้งน้ำตา
เอาชนะหมอนี่ไม่ได้เลยจริงๆ
หมับ!
ฉันวิ่งเข้าไปสวมกอดเขาจากด้านหลัง สองแขนเล็กๆ โอบรอบเอวของราฟาเอลไว้แน่น ใบหน้าซุกกับแผ่นหลังที่แสนอบอุ่นของอีกฝ่าย
“อย่าไปนะ”
“...”
“วันนี้...อย่าไปเตะบอลกับเพื่อนๆ เลย”
“...”
“ฉัน...อยากไปเที่ยวกับนาย”
ในที่สุดก็พูดความในใจออกไปจนได้ ฉันหลับตาปี๋เพราะกลัวที่จะฟังคำตอบจากเขา ราฟาเอลค่อยๆ แกะมือฉันออกแล้วหันกลับมาหา มือข้างหนึ่งของเขาเชยคางฉันขึ้นให้เงยหน้าสบตากัน
“รับทราบครับผม”
สิ้นคำนั้น ร่างสูงก็โน้มลงมาจูบฉันอย่างอ่อนโยนและเนิ่นนาน...
สวนสนุก
“ที่นี่น่ะเหรอที่เธออยากมา”
ราฟาเอลเอ่ยถามพร้อมกับทำหน้าเหม็นเบื่อทันทีที่เราสองคนก้าวขาลงมาจากแท็กซี่ ถึงหมอนี่จะมีนิสัยเรี่ยราดเรื่องผู้หญิงไปทั่ว และเข้าสังคมเก่ง มีเพื่อนเยอะยิ่งกว่าเส้นผมบนหัว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เป็นพวกไม่ชอบที่ทีมีคนพลุกพล่านอย่างงานคอนเสิร์ต ตลาดนัด หรือสวนสนุก
“ใช่ ก็แหม...นานแล้วนะที่พวกเราไม่ได้มาเที่ยวสวนสนุกด้วยกัน ครั้งสุดท้ายก็ตั้งแต่ป.4 เลยมั้ง ที่พี่น้ำหวานเป็นคนพามาไง”
“...”
อ๊ะ...บ้าชะมัด ดันเผลอพูดชื่อต้องห้ามออกไปซะได้!
“ราฟ คือว่า...”
“ไปกันเถอะ แค่เข้าไปก็พอใช่ไหม”
เขาหันมาถามฉันด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง พอฉันพยักหน้ารับ ราฟาเอลก็เอื้อมมือมาจับมือฉันแล้วพาเดินเข้าข้างในทันที ฉันมองมือของเราสองคนที่ประสานกันไว้แน่นด้วยหัวใจที่เต้นรัว
มีความสุขจัง...
ราฟาเอลวันนี้ก็หล่อมากๆ เลยด้วย อย่างกับหลุดออกมาจากนิตยสารอย่างนั้นแหละ
“ตั๋ววีไอพีสองใบครับ”
“อ๊ะ ฉันจ่ายส่วนของฉันเอง”
“ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันจ่ายเอง”
เขาปฏิเสธ ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตส่งให้กับพนักงานของสวนสนุก ไม่นานนัก สายข้อมือสำหรับวีไอพีก็ถูกสวมเข้าที่ข้อมือของเราสองคน
“ตื่นเต้นจังเลย วันนี้ต้องสนุกแน่ๆ เลยเนอะ”
ฉันยิ้มกว้างพลางยื่นแขนออกไปข้างห้าเพื่อดูสายรัดที่ข้อมือด้วยความดีใจ คอยดูนะ วันนี้แหละ ฉันจะต้องสร้างความทรงจำดีๆ กับราฟาเอลให้เยอะๆ เอาให้เป็นวันดีๆ ที่ลืมไม่ลงไปเลย
“เป็นเด็กประถมหรือไง ผู้หญิงวัยมหา’ลัยที่ยังอยากเที่ยวสวนสนุก เห็นทีจะมีแค่เธอนี่แหละนะ อ้อ แล้วอย่าไปแย่งเด็กๆ เล่นม้าหมุนเชียวล่ะ”
“ราฟ! นี่นายหลอกด่าฉันหรือเปล่าเนี่ย”
“เปล่านะ ฉันกำลังชมเธอต่างหาก”
“ตรงไหนกันที่ชม!”
“ก็...เหมือนเด็กไง”
“เหมือนเด็กเนี่ยนะคำชม ไม่ใช่หลอกด่าว่าฉันปัญญาอ่อนเหรอ”
“ว้า แย่จัง ทีแบบนี้ล่ะฉลาดเป็นกรด”
“อีตาบ้าราฟ!”
เพี๊ยะ!
ฉันตีเข้าที่แขของเขาเต็มแรง ราฟาเอลหัวเราะเสียงดังลั่นก่อนจะวิ่งหนี แต่มิวายหันกลับมาล้อเลียนฉันอยู่เรื่อยๆ จนฉันต้องวิ่งไล่ตีเขาไปทั่ว
บ้าจริง ทั้งที่ถูกเขาแกล้งอยู่แท้ๆ แต่ฉันกลับมีความสุขเสียจนหัวใจแทบระเบิด
ตอนนี้ฉัน...ยิ้มกว้างเกินไปหรือเปล่านะ?
ฉันพาราฟาเอลเล่นเครื่องเล่นมากมาย ทั้งที่เขาไม่ค่อยชอบเล่นอะไรที่น่าหวาดเสียวเพราะรำคาญเสียงกรี๊ดของคนอื่นๆ ที่เล่นอยู่ด้วย แต่พอฉันบอกว่าอยากเล่น เขาก็ยอมเล่นกับฉันโดยไม่บ่นอะไรสักคำ ถึงจะทำหน้าตาไม่ค่อยเอ็นจอยเท่าไหร่ แต่ฉันก็แอบเห็นนะว่าเขาอมยิ้มตอนที่หันมามองฉันแล้วเห็นว่าฉันกำลังยิ้มอย่างมีความสุขน่ะ
แฟนฉันนี่...น่ารักจริงๆ
“สู้เขานะราฟ เหลืออีกนัดเดียวเท่านั้น”
ฉันกำลังร่ายมนตร์ใส่เขา จริงๆ คือเราพากันมาเล่นยิงปิงเอาตุ๊กตาที่ซุ้มในสวนสนุกต่างหาก ฉันอยาได้ตุ๊กตาหมาป่าตัวใหญ่ที่เหลืออยู่ตัวเดียวของซุ้มนี้ ก็เลยขอให้ราฟาเอลช่วยเล่นให้
“เงียบๆ ได้ไหม ฉันจะเสียสมาธิก็เพราะเธอเนี่ย”
“จ้าๆ ไม่ส่งเสียงก็ได้” ฉันตอบรับ
สองมือประสานกันด้วยความลุ้นระทึก ที่ข้างแก้มของราฟาเอลมีเหงื่อเม็ดเป้งไหลย้อยลงมา เขาเองก็กำลังกดดันอยู่สินะ ถ้าสามารถยิงนัดนี่เข้าเป้า ก็จะได้ตุ๊กตามาครอบครอง แต่ถ้าพลาด...ก็อด!
ขอให้ได้ขอให้โดน เพี้ยง!
ปัง!
ตุ้บ!
“ไชโย!!! เย่!!!”
ฉันกรีดร้องด้วยความดีใจเสียงดังลั่นอย่างไม่อายใคร เมื่อลูกกระสุนที่ถูกยิงออกไปข้าเป้าเต็มๆ เจ้าของซุ้มปรบมือให้ก่อนจะเดินไปหยิบตุ๊กตาหมาป่าที่ฉันอยากได้มาส่งให้
“เอ้า เก่งมากเลยนะน้อง พี่ไม่เคยเจอใครยิงแม่นแบบนี้มาก่อนเลย”
“ขอบคุณครับ รับไปสิ”
ราฟาเอลเอ่ยขอบคุณเจ้าของซุ้ม ก่อนจะหันมาบอกให้ฉันรับตุ๊กตามาจากพี่เขา ตัวของมันใหญ่ประมาณอ้อมแขนฉันพอดิบพอดี
“ทำไมถึงอยากได้ตัวนี้แหละ หมีตัวนั้นน่ารักกว่าตั้งเยอะเลยไม่ใช่เหรอ”
“ไม่หรอก ตัวนี้แหละดีแล้ว”
“ตรงไหน ฉันว่าหน้าตามันดูเจ้าเล่ห์ยังไงชอบกล”
เขาก้มหน้าเข้ามาดูหน้าของตุ๊กตาใกล้ๆ เห็นแบบนี้ก็อดยิ้มไม่ได้จริงๆ เหมือนกันอย่างกับแกะเลย
“เหมือนนายไง”
“หา?”
“ฉันอยากได้ตุ๊กตาตัวนี้ก็เพราะว่ามันเหมือนนายไงล่ะ เวลาที่นายไปนอน...เอ่อ...ยังไม่กลับบ้าน ฉันก็จะได้นอนกอดเจ้าตุ๊กตาตัวนี้แทนไปเลย”
ฉันลูบหัวตุ๊กตาอย่างเอ็นดู ยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนเขาจริงๆ นั่นแหละ เป็นพี่น้องคลานตามกันมาหรือไงนะ
“นี่หน้าตาฉันมันดูมีพิรุธตลอดเวลาเหมือนไอ้ตุ๊กตาตัวนี้จริงๆ เหรอ ฉันไม่ได้เพิ่งปล้นร้านทองมานะ จะได้ทำหน้าตาน่าสงสัยแบบนี้ทั้งวัน”
“ไม่นะ นายทำหน้าตาแบบนี้จริงๆ โดยเฉพาะสายตาที่เหมือนมีแผนร้ายในใจตลอดเวลานี่ยิ่งเหมือนเลย”
“เธอกำลังว่าฉันนะยัยตัวแสบ”
“อ๊า! เจ็บนะตาบ้า”
ฉันร้องเสียงหลงเมื่อถูกเขาจับดึงแก้มทั้งสองข้างจนยืด พอดึงจนยืดเสร็จก็บีบต่อจนฉันปากจู๋
จุ๊บ!
“ส่วนนี่ค่าเหนื่อยของฉัน”
ราฟาเอลฉวยโฮกาสเพียงเสี้ยววินาทีที่ปล่อยมือออกจากแก้มของฉันโน้มหน้ามาขโมยจุ๊บปากไปหนึ่งทีก่อนจะทำเป็นเดินลอยหน้าลอยตาไปทางโซนอาหารเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้ฉันยืนหน้าแดงอยู่คนเดียวท่ามกลางผู้คนมากมายที่มาเที่ยวสวนสนุก
“ดูผู้ชายคนนั้นสิ หล่อเป็นบ้าเลย อย่างกับนายแบบแน่ะ”
“ใช่ไหมล่ะ ฉันเห็นเขาตั้งแต่ตรงทางเข้าแล้ว หล่อวัวตายควายล้มเลยแหละ แต่น่าเสียดายนะ เหมือนเขาจะมีแฟนแล้ว แต่แฟนก็หน้าตางั้นๆ แหละ”
สาบานซิว่านั่นคือการกระซิบกระซาบคุยกัน! ฉันได้ยินเต็มสองหูเลยนะ ฮือ...
บ้านผีสิง
ความมืดที่แสนน่ากลัวกับความเงียบแสนวังเวงช่างเป็นอะไรที่ไม่ถูกกับฉันเอาเสียเลย! อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะปล่อยผ่านที่นี่ไปโดยไม่เข้ามาเล่น แต่ราฟาเอลก็ดันอยากเล่นขึ้นมา ทำให้ตอนนี้ฉันมาอยู่ที่บันไดชั้นสองทางขึ้นไปบ้านผีสิงชั้นบนที่มีเสียงคนกรดร้องดังมาเป็นระลอกคลื่น
“ระ...ราฟ ฉันว่าเรา...”
“ไปกันเถอะ”
ฟังกันบ้างสิยะ!
ราฟาเอลคว้ามือฉันเดินขึ้นชั้นสองไปอย่างไม่กลัวอะไร ที่ด้านหลังเรายังมีคนเดินตามมาอีกเยอะ ทำให้พอจะอุ่นใจอยู่บ้างเพราะไม่ได้อยู่กันแค่สองคน
“นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อาระหะโต สัมมา สัมพุธ ธัสสะ”
ฉันเดินท่องบทสวดมนต์ที่จำได้อยู่แค่บทเดียวไปตลอดทาง คิดผิดหรือคิดถูกกันนะที่ชวนหมอนี่มาสวนสนุก ฉันลืมไปได้ยังไงกังว่าที่สวนสนุกยังมีสิ่งที่ไม่สนุกอย่างบ้านผีสิงนี้รวมอยู่ด้วย!
หมับ!
“กรี๊ดดดด!” ฉันกรี๊ดลั่นดังไปแปดซอย
อะไรๆๆ เมื่อกี้เหมือนมีอะไรมาจับขาฉันไว้เลย แต่แค่แป๊บเดียวก็หายไปแล้ว ฮือๆๆๆ ไม่อยากอยู่ในนี้แล้วอะ ฉันอยากออกไปจากที่นี่แล้ว
“กรี๊ดดดด!”
มะ...ไม่ใช่เสียงฉันนะ!
พลั่ก! พลั่ก!
“โอ๊ย!” ฉันล้มลงไปกับพื้น
มือที่จับกันไว้กับราฟาเอลหลุดออกจากกันเพราะบรรดาสาวๆ ที่ตามหลังมาตกใจผีจนกรี๊ดลั่นและพากันวิ่งแทรกระหว่างพวกฉันไปข้างหน้าจนเกิดความชุลมุน พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที ทีตรงนี้ก็เหลือแค่ฉันกับความมืดเสียล้ว ดูท่าราฟาเอลคงถูกคลื่นมนุษย์พัดไปข้างหน้าแล้วสินะ
อ๊ากกกก แล้วฉันล่ะ! แล้วฉันจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไง
“ฮือ....ฮือ....”
เสียงร้องไห้โหยหวนของผีในนี้ดังก้องไปทั่ว ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่ควาน่ากลัวอยู่เต็มไปหมด ฉันพยายามยันตัวลุกขึ้นหลายครั้งเพื่อจะได้พาตัวเองออกไปจากที่นี่ แต่ความกลัวก็ทำให้ขาทั้งสองข้างหมดแรง แค่จะคลานไปข้างหน้ายังไม่ไหวเลย
เวลาแบบนี้ทำไมไม่เห็นมีคนอื่นข้ามาเล่นเลยล่ะ ที่เมื่อกี้ล่ะอยู่กันเป็นพรวนอย่างกับนัดกันมา!
“ฮึก...”
อันนี้เสียงร้องไห้ของฉันเอง
เมื่อรู้ตัวว่าไปต่อไม่ได้แล้ว ฉันก็ชันเข่าขึ้นมา แล้วซบหน้าลงร้องไห้อย่างหวาดกลัว ราฟาเอลไปอยู่ที่ไหนกันนะ เขาจะรู้หรือยังว่าเราพลัดหลงกัน จะรู้ไหมว่าฉันยังติดอยู่ในนี้...
“ราฟ...นายอยู่ที่ไหน”
มาช่วยฉันทีสิตาบ้า! ฉันกลัวจนฉี่จะราดอยู่แล้วนะ
“...นี่...!”
สะ...เสียงอะไรน่ะ เหมือนได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากที่ไหนสักที่
“ซันนี่...!”
เสียงของราฟาเอล! เขากลับมาหาฉัน เขากลับมาตามหาฉันสินะ
“ราฟ ฉันอยู่ตรงนี้ ราฟ!”
“ซันนี่! ซันนี่! ซัน...!”
ร่างสูงของราฟาเอลหยุดชะงักเมื่อในที่สุดเขาก็หาฉันพบ สีหน้าของอีกฝ่ายตื่นตระหนก และนัยน์ตาฉายแววความตกใจอย่างชัดเจน
“ราฟ คือฉัน...”
หมับ!
“ในที่สุดก็เจอสักที ขอโทษนะที่เผลอปล่อยมือ ฉันขอโทษ”
เขาถลาตัวลงมานั่งแล้วดึงฉันเข้าไปกอดไว้แน่น ร่างกายของราฟาเอลสั่นเทิ้มราวกับเขากำลังกลัวสุดขีด ครั้งสุดท้ายที่ฉันเห็นเขามีอาการแบบนี้ก็คือเมื่อหกปีก่อน เหตุการณ์ตอนที่ฉันบาดเจ็บเพราะเขาในครั้งนั้น...
“ราฟ ฉันไม่เป็นอะไร แค่กลัวนิดหน่อยเท่านั้นเอง”
“ฉันขอโทษ ขอโทษ อย่าเป็นอะไรนะ อย่าเป็นอะไรไปเพราะฉันเลย ฉันขอโทษ ขอโทษ...”
ราฟาเอลเอาแต่พึมพำคำว่าขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ฉันรู้ดีว่าคนที่เขากำลังพูดขอโทษด้วยในตอนนี้ไม่ใช่ฉันหรอก แต่เป็นซันนี่เมื่อหกปีก่อนต่างหาก
“ฉันไม่เป็นไร ไม่เป็นไรแล้ว”
ฉันค่อยๆ ลูบแผ่นหลังของเขาอย่างแผ่วเบา ไม่นานนัก ความหวาดกลัวของอีกฝ่ายก็ค่อยๆ ลดลง อ้อมกอดที่เคยรัดฉันแน่นราวกับงูเหลือมรัดเหยื่อก็ค่อยๆ คลายลง
“เธอ...บาดเจ็บตรงไหนไหม”
“ไม่เลย ร่างกายของฉันไม่มีร่องรอยบุบสลายเลยสักนิด จะมีก็แค่...”
“แค่? แค่อะไร เธอบาดเจ็บเหรอ?!”
“เปล่าๆ ไม่ใช่แบบนั้น ฉันแค่...ปวดฉี่น่ะ”
“หา?”
“ก็ฉันกลัวนี่ ฉี่จะราดอยู่แล้ว แถมขายังหมดแรงเดินต่อไม่ไหวอีก นี่...ขอร้องในฐานะแฟนเลยนะ ช่วยพาฉันออกไปจากที่นี่ที ฉันอยากเข้าห้องน้ำจะแย่แล้ว”
ยกมือไหว้ท่วมหัวเขาพลางเบะปาก ขืนอยู่ต่ออีกแม้เพียงนาทีเดียวฉันต้องฉี่ราดแน่
“เธอนี่มัน...ฮ่าๆๆ ให้ตายสิ สมกับเป็นเธอเลยจริงๆ”
“อย่ามาหัวเราะฉันนะ รีบพาฉันออกไปได้แล้ว เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าอายเขาตายเลย”
“ครับๆ เอ้า ขึ้นมาสิ”
ราฟาเอลหันหลังให้ ฉันยิ้มกับตัวเองก่อนจะค่อยๆ ยันตัวขึ้นไปขี่หลังของเขา วงแขนโอบรอบคออีกฝ่ายเอาไว้กันตกลงมา
“จะว่าไป เมื่อก่อนก็เคยมีเรื่องแบบนี้นี่นา ตอนที่มาสวนสนุกด้วยกันครั้งแรกแล้วเข้าบ้านผีสิง ฉันก็พลัดหลงกับนายแบบนี้ นั่งร้องไห้อยู่คนเดียวตั้งนานจนกระทั่งนายที่กลับเข้ามาตามหาฉัน ตามหาฉันจนเจอ แล้วก็ให้ฉันขี่หลังแบบนี้เหมือนกัน”
“ก็ยัยน้ำหวานเล่นด่าฉันซะยกใหญ่ที่ทิ้งเธอเอาไว้ไม่ยอมรอ ฉันจะทำอะไรได้นอกจากต้องกลับเข้าไปหาเธอล่ะ”
“แต่ตอนนั้นนายตัวเล็กกว่าฉันเยอะเลยนะ เพิ่งจะมาเริ่มสูงกว่าฉันเมื่อตอนอายุสิบห้าเอง”
คิดแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ ราฟาเอลที่ตัวเล็กกว่าฉันพอสมควร แบกฉันขึ้นหลังออกมาจากบ้านผีสิงอย่างทุลักทุเล เขาเดินไปตามทางมืดๆ ด้วยขาทั้งสองข้างที่กำลังสั่นเทาเพราะฉันตัวหนัก พอออกมาข้างนอกได้ เขาก็หมดแรงทิ้งตัวลงนอนกับพื้นไปพักใหญ่เชียวล่ะ
“เธอมันสร้างเรื่องเดือดร้อนให้ฉันเก่งมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว”
“เอ๊ะ นี่นายว่าฉันเหรอ”
“แต่ว่านะ...ก็ไม่มีใครคอยปกป้องฉันได้เก่งเท่าเธอแล้วเหมือนกัน ทั้งที่ตอนนั้นก็กลัวมากแท้ๆ แต่ยังกัดฟันสู้กับหมาตัวนั้นเพื่อเอาลูกบอลมาคืนให้ฉัน ตัวกะเปี๊ยกเดียวแท้ๆ”
ฉันมองใบหน้าด้านข้างของราฟาเอลที่แก้มเริ่มขึ้นริ้วสีแดงราวกับเขากำลังเขินอายในเรื่องที่กำลังเล่า ถ้าหมอนี่ไม่พูดขึ้นมาฉันก็คงลืมไปแล้วแท้ๆ เรื่องมันเกิดสมัยที่พวกเราอยู่ชั้นอนุบาลสาม ตอนนั้นแถวบ้านมีหมาพุดเดิ้ลตัวเล็กๆ ที่ชอบเห่าเสียงดัง เหมือนมันจะไม่ค่อยชอบเด็กสักเท่าไหร่ เวลาเจอพวกเราก็จะชอบเห่าหรือไม่ก็วิ่งไล่ เด็กๆ แถวบ้านเลยเป็นศัตรูกับเจ้าหมาตัวนี้กันหมดรวมถึงฉันกับราฟาเอลด้วย
ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดเป็นเวลาหลังเลิกเรียน พอกลับมาถึงบ้าน ราฟาเอลก็เอาลูกบอลออกไปเตะเล่น แล้วบังเอิญโชคร้ายไปเจอกับหมาตัวนั้นเข้า แถมลูกบอลที่เขาเอาไปเล่นยังกระเด็นไปทางเจ้าหมานั่นพอดีอีก จะเข้าไปเอาคืนมาก็เจอมันขู่อย่างกับจงอางหวงไข่ สุดท้ายพอทำอะไรไม่ได้ ราฟาเอลก็เลยได้แต่นั่งร้องไห้หาลูกบอลจนกระทั่งฉันไปเจอ พอเห็นเขาเอาแต่ร้องไห้ขี้มูกโป่ง ฉันที่กลัวหมาตัวนั้นไม่แพ้กันเลยสงสาร เดินไปหยิบก้านมะยมมาสู้กับมันจนสามารถแย่งชิงลูกบอลคืนมาได้ในที่สุด แต่ก็ถูกมันเห่าใส่จนขวัญเสียไปหลายรอบเหมือนกัน
“นายหน้าแดง อย่าบอกนะว่า...ประทับใจฉันตั้งแต่ตอนนั้น”
“จะบ้าเหรอ กะอีแค่เด็กผู้หญิงเอาก้านมะยมเดินไปขู่หมาแล้วตัวเองก็ร้องไห้จ้าจนหมามันรำคาญเลยถอยไปเองเนี่ยนะ ไม่มีทางซะหรอก”
“ปากแข็ง ก็เห็นอยู่ว่านายหน้าแดง”
ฉันเถียงต่อ เพราะออกมาข้างนอกได้แล้ว ก็เลยทันได้เห็นแก้มแดงๆ ของเขา
“เพราะฉันเหนื่อยที่ต้องแบกเธอมาไกลต่างหากล่ะ เอ้า ลงได้แล้ว แขนฉันหักเป็นสองท่อนแล้วมั้งเนี่ย”
“เกินไปไหมยะ ฉันไม่ได้หนักขนาดนั้นสักหน่อย”
“ราฟาเอล นั่นนายใช่ไหม”
คุณอาจจะชอบ





