ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รักไร้เสียง

รักไร้เสียง

ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมตัวตนของไอโซ่ ฉันกลับมีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าเขาไม่ได้พิการทางการพูดอย่างที่ทุกคนเข้าใจ ภายใต้ท่าทีที่ไร้เสียงนั้นอาจมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ และนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจสำคัญที่ฉันตั้งใจไว้ว่า ไม่ว่าจะต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหน หรือต้องเผชิญกับอุปสรรคใดก็ตาม ฉันจะต้องค้นหาความจริงและทำให้เขายอมเปล่งเสียงออกมาให้ได้ เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่ฉันเชื่อมาตลอดนั้นไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเองเพียงคนเดียว
ตอน
แชร์

ตอน 2

ตอนนี้ฉันได้รู้ความเป็นอยู่ของโซ่กับยายแล้ว และก็เรื่องที่น่าทึ่งสุดๆ เลยคือ ไอบ้านั่นกำลังจะไปรับจ้างทำงานก่อสร้างหลังจากที่เรียนจบได้วุฒิมอหกมาแล้ว ...นั่นแหละที่ทำให้ฉันอยากจะบ้าตาย นอกจากที่มันไม่คิดจะทำให้ชีวิตของตัวเองและยายดีขึ้นแล้ว มันยังยินยอมให้ความลำบากครอบงำชีวิตของมันและยายไปตลอดชีวิตอีกด้วย

บ้านของกระเป๋า เวลาต่อมา...

“ช่างแม่ง ชีวิตใครชีวิตมันเว้ย! เรียนจบแล้วก็แล้ว” กระเป๋าพูดบอกกับตัวเอง เพราะหน้าที่หัวหน้าห้องและประธานนักเรียนของเธอจบสิ้นลงแล้ว และเธอก็ไม่ควรใส่ใจหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของเพื่อนร่วมชั้นขี้ขลาดคนนั้นอีก

ในห้องนอนที่เงียบสนิทของกระเป๋า แม้ว่าจะนอนหลับตานิ่งอยู่บนเตียงนุ่มกว้าง เธอก็ไม่อาจเลิกคิดถึงเรื่องกวนใจนั้นได้เลย “...!” 

กึก กึก กึก 

กระเป๋าวิ่งลงมาชั้นล่างของบ้าน เมื่อคิดบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนั้นได้ และคิดว่ามันน่าจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับเพื่อนร่วมชั้นของเธอ “เตี่ย มินิมาร์ทเรารับเด็กพาร์ทไทม์ไหม?” เสียงห้าวของเด็กสาวเอ่ยถามพ่อของเธออย่างให้ความสนใจ

“ไม่ได้รับ เตี่ยรับแต่พนักงานประจำ” พ่อของกระเป๋าเอ่ยตอบ

“เตี่ยไม่สนใจจะรับเด็กพาร์ทไทม์หน่อยเหรอ?” ฉันคิดว่านี่น่าจะเป็นทางออกที่ดี เพื่อให้ไอใบ้มันได้เรียนต่อ และมีรายได้เลี้ยงตัวเองกับยายของมันในเวลาเดียวกัน

“ลื้อถามทำไม?” 

กระเป๋าพูดอธิบายเรื่องที่เธอนั้นกำลังให้ความสนใจอยู่กับเตี่ยของเธอฟัง ซึ่งเตี่ยของเธอก็เป็นคนขี้สงสารไม่ต่างกันกับลูกสาวของตน จึงตบปากรับคำกับเธอไปในสิ่งที่เธอขอร้อง แต่กว่าที่เธอจะชักจูงให้โซ่มาทำงานพาร์ทไทม์ที่มินิมาร์ทของเธอนั้นไม่ง่ายเลย เพราะเขาไม่อยากที่จะเรียนต่อแล้ว และกลัวว่าจะต้องเจอกับเรื่องหนักใจนั้นอีก เหมือนกับที่เขาเจอมาทั้งชีวิต

บ้านของโซ่...

“มึงเรียนต่อเถอะนะไอโซ่ กูขอร้องล่ะวะ” กระเป๋าพูดขอร้องโซ่ด้วยใบหน้าสิ้นหวังหลังจากที่พูดขอร้องเขาอยู่หลายสิบครั้ง ก่อนจะพูดให้คำสัญญากับเขาเพื่อให้โซ่เข้าใจในความหวังดีของเธอ “กูจะปกป้องมึงเอง จะไม่ให้ใครรังแกมึง เพราะงั้นมึงเรียนต่อเหอะนะ มึงไม่อยากเห็นยายอยู่บ้านหลังใหญ่ใช้ชีวิตสบายเหรอวะ ท่านแก่แล้วนะเว้ย” มือน้อยสองข้างเขย่าแขนของโซ่ไม่หยุดเพื่อรบเร้าให้เขาทำตามที่เธอขอร้อง

“...” โซ่ส่ายหัวตอบกลับในความหวังดีของเพื่อนสาวหัวหน้าห้อง

“เพราะฟันมึงใช่ไหม...” กระเป๋าพูดถึงสิ่งที่คิดว่าน่าจะเป็นต้นตอของเรื่องนี้

“...” เขายกมือขึ้นปิดปากเมื่อได้ยินกระเป๋าพูดถึงฟันที่น่ารังเกียจของตน

“งั้นเดี๋ยวกูพามึงไปจัดฟันเอง” ว่าแล้วกระเป๋าก็ลากโซ่ขึ้นซ้อนท้ายรถมอไซของเธอเพื่อขับไปยังคลินิกทันตกรรมใกล้ๆ นั้น

คลินิกทันตกรรม...

โซ่ยังคงขัดขืนจนวินาทีสุดท้ายและเมื่อเข้าไปถึงด้านในห้องหมอนั้น กว่าจะยอมอ้าปากให้หมอก็ใช้เวลาทำใจอยู่เป็นชั่วโมง เมื่อเขายอมใจอ่อนหมอก็ได้พบกับปัญหาใหญ่ของโครงสร้างฟันที่เขาเป็นอยู่ ก่อนจะเรียกกระเป๋าเข้ามาด้านในห้องตรวจเพื่อบอกข่าวดีกึ่งข่าวร้ายกับกระเป๋า 

“ทำได้ครับ แต่อาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะสักหน่อย” เสียงหมอหนุ่มพูดบอกกับกระเป๋าที่เข้ามาอยู่ในห้องตรวจด้วยเนื่องจากต้องการสื่อสารกับหมอโดยตรง เพราะรู้ว่าเพื่อนของเธอไม่อ้าปากพูดคุยกับหมอแน่นอน

“ประมาณเท่าไหร่คะหมอ?” สีหน้าของเด็กสาวเอ่ยถามพลางตั้งใจฟัง

“ค่าใช้จ่ายคร่าวๆ อยู่ที่สามแสนครับ” 

“ฮะ!? ไอโซ่! ฟันมึงเป็นเหี้ยอะไรเนี่ย!” กระเป๋าหันมาดุโซ่ที่นั่งหน้าหงอยอยู่ที่เตียงทำฟัน เพราะเงินจำนวนมากนั้นทำให้เธอคิดมาก แต่ความขี้สงสารปนขี้เสือกของเธอนั้นมันทำให้เธอปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปไม่ได้จริงๆ “แบ่งจ่ายได้ใช่ไหมคะหมอ” 

“ได้ครับ” 

“แผนการรักษากี่ปีคะ” 

“คร่าวๆ ที่สี่ปีครับ” 

“เฮ้อ~ งั้นทำเลยค่ะหมอ” ฉันเกลียดความขี้เสือก ขี้สงสารของตัวเองสุดๆ ...สัญญาเลยว่าไอใบ้จะเป็นคนสุดท้ายที่ฉันเข้าไปยุ่งวุ่นวายด้วยในชีวิต

@มหาลัย เมื่อ5ปีที่แล้ว

ในช่วงที่เข้าเรียนมหาลัยที่นี่แรกๆ ไอโซ่มันก็คอยเดินตามตูดฉันอยู่ตลอดเพราะกลัวว่าจะมีคนล้อ หรือกลั่นแกล้งมันเหมือนกับตอนที่มันเรียนที่โรงเรียนเก่า ซึ่งที่มหาลัยนี้ก็พอมีเพื่อนเก่าที่มาเรียนต่อที่นี่กันอยู่บ้าง

“ทำไมมาคบกับไอใบ้แบบนี้อ่ะเป๋า เสียภาพพจน์หมด” เสียงแหลมหูของเพื่อนเก่าพูดขึ้นพร้อมกับทำท่าทางดูหมิ่นและมองเหยียดโซ่ 

“ขอไปเรียนก่อนนะ ไปไอโซ่” เป๋าขี้เกียจที่จะอธิบายและสนทนากับคนที่เอาแต่ตั้งแง่ใส่ชายผู้น่ารังเกียจ ทั้งที่จริงแล้วก็ไม่ได้มีใครอยากที่จะเกิดมาโดยมีน่าตาที่แย่แบบเป็นจุดเด่นแบบนี้ และเธอก็ไม่อยากเห็นโซ่เพื่อนร่วมชั้นขี้ขลาดของเธอยอมแพ้ต่อชะตาชีวิตของตัวเองตั้งแต่ยังไม่เริ่มสู้

“เดี๋ยวๆ มันไปจัดฟันมานี่หว่า” เพื่อนสาวอีกคนพูดขึ้นเมื่อสังเกตเห็นว่ามีเหล็กบางอย่างที่ติดอยู่ที่ฟันของโซ่โผล่ออกมา “มึงไปเอาเงินที่ไหนมาจัดฟันเนี่ยไอใบ้ ได้ข่าวว่าที่บ้านมึงจนไม่ใช่เหรอวะ?” ผู้หญิงที่มีใบหน้าสวยหวานแต่กลับพูดพลางหัวเราะเยาะในความจนนั้นของเขา

เป๋าคว้าแขนโซ่ก่อนที่จะดึงเขาเข้ามายืนแอบอยู่ด้านหลัง และพูดบางอย่างกับเพื่อนสาวร่วมห้องคนเก่านั้นด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่ไม่เป็นมิตร “มันไปขอเงินมึงมาจัดฟันเหรอ หรือว่ามันเอาฟันไปเฉาะหน้ามึงถึงได้พูดว่ามันแบบคนไร้สมองแบบเนี่ย ...มึงสวยนะกิ๊บ แต่ปากมึงเหี้ยไปหน่อย” เมื่อพูดฉะหน้าเพื่อนเก่าจนจบประโยคเป๋าก็ดึงมือของโซ่พาเดินออกจากพื้นที่หน้าอึดอัดนั้น

“เหอะ สงสัยอีเป๋ามันคงจะปิ๊งฟันของไอใบ้แน่ๆ ถึงได้ทำตัวปกป้องกันแบบนั้น” กิ๊บพูดขึ้นกับเพื่อนอีกคนที่ยืนอยู่ด้วยกัน เมื่อเป๋าและโซ่เดินจากตรงนั้นไป

@ขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้าน ในช่วงหลังเลิกเรียน

ในโบกี้ที่คนแน่นเอี้ยดและไม่มีที่ว่างให้นั่ง คนทั้งคู่ต้องอาศัยการยืนจับห่วงตลอดสายเพื่อรอช่วงที่มีคนลงและมีพื้นที่ว่างให้นั่ง หรือถ้าแย่ไปกว่านั้นก็อาจจะยาวไปจนถึงสถานีที่เป็นปลายทาง

โชคดีที่วันนี้ฉันหัวใส พาไอใบ้แวะร้านขายยาเพื่อซื้อแมสใส่ก่อนไปมหาวิทยาลัย วันนี้เลยไม่ค่อยมีคนสังเกตฟันมันเท่าไหร่ แต่คนคงแปลกใจว่ามันใส่แมสทำไมทั้งวี่ทั้งวัน (ในช่วงนั้นยังไม่เกิดการระบาทของโควิด การใส่แมสเลยดูแปลกตา) “เมื่อยแขนชิปหาย เมื่อไหร่จะถึงบ้านวะ ง่วงจะตายแล้ว หาว~” นักศึกษาสาวหาวจนน้ำตาเอ่อคลอขึ้นตา

และการที่เธอโหนห่วงรถไฟนานๆ นั้นก็ทำให้เธอปวดไหล่จนต้องเปลี่ยนเป็นเกาะบางอย่างที่อยู่ต่ำกว่านั้นแทน หมับ! แขนเล็กโอบเอวหนาของโซ่ก่อนจะขยับไปยืนใกล้ร่างกายของเขามากยิ่งขึ้น เพื่อซบหน้าลงที่ไหล่กว้างนั้นงีบหลับ “กูของีบแป๊ปนะ จับกูไว้ด้วยเดี๋ยวกูล้ม” 

การที่เธอทำดีกับผมแบบนี้ นอกจากที่ผมจะเกรงใจเธอมากๆ แล้ว มันยังทำให้ผมใจสั่นกับการกระทำของเธออีกด้วย เพราะเธอไม่เคยระวังตัวเลยเวลาอยู่กับผม การจับเนื้อต้องตัวจนไปถึงการกอดที่เธอทำอยู่นี่ ทั้งที่ก็รู้ว่าที่เธอทำแบบนั้น เธอไม่เคยคิดอะไรกับผม แต่กับผมแล้ว..ผมไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกันกับที่เธอรู้สึกเลย

เ ข า เ รี ย ก ค ว า ม รู้ สึ ก แ บ บ นี้ ว่ า ต ก ห ลุ ม รั ก ห รื อ เ ป ล่ า ค รั บ . . .

--------------------------------------------------------------------------

[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] 

[กด💛 เพิ่มเข้าชั้น✅ คอมเมนท์ให้กำลังใจ😍 และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ภรรยาของผู้บริหารขอหย่าอีกแล้วนะ
8.5
ตลอดหกปีในชีวิตคู่ สเตลล่าต้องทนทุกข์ไม่ต่างจากทาส จนกระทั่งเวย์ลอนผู้เป็นสามีสั่งให้เธอหย่าและย้ายออกเพื่อหลีกทางให้คนรักเก่าของเขา เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่หันหลังกลับ ทว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้งในตอนที่สเตลล่ากำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายคนอื่น เวย์ลอนกลับเกิดความหึงหวงจนคลุ้มคลั่งและพยายามเข้ามาแทรกแซงชีวิตเธออีกครั้ง แต่คราวนี้สเตลล่าเลือกที่จะตอกกลับอย่างเย็นชาเพื่อปกป้องอิสระและหัวใจของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย จากนางแบบสู่สตรีอ้วนหมู่บ้านโจวตง
9.6
ชิงหลิง นางแบบสาวและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังผู้มีไลฟ์สไตล์สมบูรณ์แบบ ทั้งการดูแลตัวเองและทำคอนเทนต์สุขภาพจนมีผู้ติดตามมหาศาล วันหนึ่งขณะกำลังไลฟ์สดทานอาหารและพูดคุยกับแฟนคลับอย่างสนุกสนาน อุบัติเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเศษอาหารติดคอจนเธอเริ่มขาดอากาศหายใจ แม้จะพยายามช่วยเหลือตัวเองแต่เธอกลับห่วงภาพลักษณ์จนไม่กล้าลงแรงกระแทกท้องแรงๆ สุดท้ายเธอสิ้นใจลงอย่างโดดเดี่ยวหน้ากล้องไลฟ์สดที่ยังคงทำงานอยู่ โดยไม่มีใครสามารถส่งความช่วยเหลือไปได้ทันเวลาเพราะเธอปกปิดที่อยู่เป็นความลับมาตลอด
หน้าปกนวนิยาย อาณาจักรลับพันล้านของตัวแทนเขา
9.5
ตลอดห้าปี พายทุ่มเทสร้างอาณาจักรให้คินจนกลายเป็นซีอีโอผู้มั่งคั่ง โดยปกปิดฐานะที่แท้จริงไว้ แต่แล้วเขากลับพาแคทลียา หญิงสาวที่หน้าตาเหมือนพายเข้ามาแทนที่ พร้อมทำลายศักดิ์ศรีเธอด้วยการส่งตัวไปประมูลในตลาดมืดเพื่อสั่งสอน เมื่อคินเผยความจริงสุดเจ็บปวดว่าพายเป็นเพียงตัวแทนของคนรักเก่า เธอจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้ทันที พายเลือกทิ้งอดีตที่พังทลายเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่กับคีริน ชายหนุ่มลึกลับที่พร้อมจะแต่งงานและก้าวเดินไปข้างหน้ากับเธออย่างสมเกียรติ
หน้าปกนวนิยาย ดั่งต้องมนต์มาร
7.9
อาลันโด เวลัสโค มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ตกที่นั่งลำบาก เมื่อความซวยบีบให้เขาต้องเข้าพิธีวิวาห์กับหญิงสาวที่เขาแสนรังเกียจ เพราะมองว่าเธอเป็นเพียงขยะที่ไร้ค่าและสกปรกจากการทำงานในซ่อง แถมยังพิการทางสายตา ทว่าเขากลับไม่มีทางเลือกอื่นเนื่องจากต้องทำเพื่อปกป้องมรดกชิ้นสำคัญของมารดา แต่แล้วความเกลียดชังกลับพังทลายลง เมื่อได้สัมผัสความหอมหวานที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์ที่เขาเคยดูแคลน จนสุดท้ายเขาก็ตกหลุมรักเธอจนถอนตัวไม่ขึ้นและยอมเป็นทาสรักของเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย สะบายดีจอมดื้อ
9.0
เมื่อความรักพังทลายจนหัวใจบอบช้ำ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจทิ้งทุกอย่างเพื่อมาพักกายพักใจที่ประเทศลาวนานนับเดือน แต่แผนการเยียวยาตัวเองกลับต้องวุ่นวาย เมื่อบริษัททัวร์ส่งไกด์ท้องถิ่นท่าทางกวนประสาทมาดูแลเขา แทนที่จะได้ความสงบ เขากลับต้องมาปะทะคารมกับเด็กหนุ่มที่พูดจาโผงผางใส่ตั้งแต่วันแรกว่าอย่ามาคิดมิดีมิร้ายกับตัวเองเสียอย่างนั้น ทริปหนีรักครั้งนี้จึงกลายเป็นความอลหม่านที่ทำให้เขาต้องปวดหัวมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว