
รักไร้เสียง
ตอน 3
6ปีต่อมา... ณ.ปัจจุบัน
ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้กระเป๋ายังคงช่วยเหลือและดูแลโซ่อยู่ตลอด ตั้งแต่ตอนเข้าเรียนที่มหาลัยจนกระทั้งเข้าทำงานที่เดียวกัน ที่ที่มีประธานบริษัทอย่างกระเป๋า เพราะด้วยความเป็นผู้นำและหัวหน้าคนนั้น ทำให้เธอเลือกที่จะเดินทางไปยังเป้าหมายใหญ่ที่เธอตั้งไว้ และถึงตอนนี้จะยังเป็นบริษัทเล็กๆ อยู่ก็ตาม แต่เธอก็สามารถบริหารงานได้และดูแลลูกน้องได้เป็นอย่างดี
นอกเหนือไปจากนั้นแล้วโซ่ที่กลายเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของเธอก็ไม่สามารถเข้าทำงานที่อื่นได้ เพราะถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เปิดปากพูดออกมาเลย แม้ว่าฟันจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติและถอดเหล็กจัดฟันออกแล้วก็ตาม แต่โซ่ก็ยังคงตามติดเป็นลูกกระจ๊อกและทำตัวเป็นเงาของกระเป๋าอยู่ตลอดไม่ห่าง ตอนนี้เขาเลยมีฐานะทางบริษัทคือผู้ช่วยของกระเป๋าและควบตำแหน่งฝ่ายบัญชีอีกด้วย เพราะโซ่เป็นคนเดียวที่กระเป๋าไว้ใจเรื่องเงินมากที่สุด และมันก็เป็นทางเดียวที่จะทำให้เพื่อนของเธอนั้นมีงานทำ และใช้สิ่งที่เรียนมาให้เกิดประโยชน์
“ไอโซ่มันหายหัวไปไหนของมันวะ?” เสียงห้าวของกระเป๋าโวยวายอยู่ในโซนห้องทำงานชั้นล่างของบ้าน ที่ที่รวมพนักงานฝ่ายต่างๆ ไว้ครบ ทั้งฝ่ายบัญชี ฝ่ายการตลาด ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และแอดมินคอยติดต่อคุยงานกับลูกค้ารายย่อยอีกสามคน ซึ่งมีเพียงฉากกั้นห้องไว้เท่านั้น เลยสามารถได้ยินถึงกันเพียงแค่ตะโกนถาม
“หนูเห็นพี่โซ่ขับรถออกไปข้างนอกนะคะ ตั้งแต่ตอนเก้าโมงแล้ว” น้องพราวฝ่ายประชาสัมพันธ์พูดตอบกับบอสของเธอ กระเป๋ารับเธอเข้ามาทำงานเพราะเห็นว่าเธอเป็นเด็กน่ารักและขยัน อีกทั้งยังเคยมีประวัติเรียนโรงเรียนมัธยมเดียวกัน แม้จะไม่เคยเห็นหน้าเธอที่โรงเรียนแต่เพราะสายใยพี่น้องร่วมสถาบันจึงทำให้พวกเขาเข้ากันได้ดี
“ไปไหนของมันวะ ไลน์หาก็ไม่ตอบ” ตอนนี้ไอโซ่มันได้ใบขับขี่รถยนต์มาแล้ว ซึ่งกว่าจะสอบได้ก็ยากลำบากมากๆ พอได้มาก็หายหัวไปแต่วัน ไม่ใช่ไปขับรถทุ่มใครเข้าแล้วล่ะ...
“มาแล้วเนี่ยบอส~” เสียงของน้องโจฝ่ายการตลาดตะโกนขึ้นเมื่อเห็นว่าโซ่เดินเข้ามาด้านในบ้าน พื้นที่นั่งทำงานของทุกคนในลุกแปลกตาไปจากเดิม
“มึงหายหัวไปไหนมา!?” เป๋าเอ่ยถามเสียงดังเข้มกับเพื่อนของเขาที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางเจี๋ยมเจี้ยม
“...” ชี้ไปที่ทรงผมของตนเพื่อบอกว่าเขานั้นออกไปตัดผมมา
“งุ้ย~ แฟนพราวออกไปตัดผมมานี่เอง” สาวรุ่นน้องฝ่ายประชาสัมพันธ์พูดขึ้นตาเป็นประกายเมื่อเห็นทรงผมใหม่ที่เข้ากับใบหน้าของโซ่มากกว่าทรงเก่าที่เขาตัดอยู่ประจำ “พี่โซ่ตัดทรงนี้หล่อจัง^^”
“^^” ใบหน้าเขินอายของชายหนุ่มเจี๋ยมเจี้ยมเมื่อได้ยินคำชม
“ใครเลือกทรงผมให้ ไปบอกช่างเขาว่าอะไร?” เป๋าเอ่ยถามเสียงห้าวอย่างสงสัยพลางใช้มือขยี้ผมบนหัวของโซ่ และใช้สายตาพินิจพิจารณาอยู่นานกับทรงผมใหม่นั้น
คนตัวสูงล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาก่อนจะเปิดรูปทรงผมให้เป๋าดู เพื่อบอกให้เธอรู้ว่าเขานั้นยื่นรูปนี้ให้กับช่างตัดผม (ทรงทูบล็อก) “...”
ปกติเวลาที่มันจะออกไปไหนต้องลากฉันไปตลอด รวมถึงตอนตัดผมก็ด้วย ซึ่งฉันก็บอกให้ช่างตัดลองทรงนักเรียนสั้นให้มันตลอด สงสัยว่ามันจะไม่ชอบทรงนั้นแล้ว เลยไปเองโดยที่ไม่พาฉันไปร้านตัดผมด้วย “ไม่ชอบทรงที่กูบอกช่างให้ตัดประจำใช่ไหม?”
“...” โซ่ส่ายหัวสีหน้าไม่พอใจ เพราะเขาไม่เคยชอบทรงผมทรงนั้นเลย แต่ก็พูดบอกกับเธอไม่ได้
“ฮ่าๆ แล้วมึงก็ทนตัดมาตั้งหกปีเนี่ยนะ ไอควายเอ๊ย ฮ่าๆ” เธอขำให้กับเพื่อนของเธอที่ยอมตัดทรงผมที่ตัวเองไม่ถูกใจนานถึงหกปี เพียงเพราะตัวเองไม่ยอมพูด และใช้ให้เธอเป็นกระบอกเสียงแทน เลยได้ทรงตามใจเพื่อนมาตลอดหกปีเต็ม “มึงทำหน้าไม่พอใจกูทำไมฮะ?! ก็มึงไม่ยอมพูดบอกช่างเขาเองอ่ะ” เป๋าพูดด้วยใบหน้ากวนๆ
โซ่ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับเพราะรู้ว่าไม่ใช่ความผิดของเธอที่เลือกทรงผมไม่ถูกใจให้แต่เป็นเพราะตนที่ขี้ขลาดไม่กล้าพูดบอกช่างตัดผม
“...” เขายื่นซองขาวให้กับเป๋าเพื่อเคลียร์หนี้สินที่ติดค้าง
“อะไร?” เมื่อเปิดออกมาก็เห็นว่าด้านในเป็นเงินจำนวนหนึ่งที่เยอะพอควร “ค่าอะไร?” โซ่ยีฟันและชี้ไปที่ฟันของเขาเพื่อบอกให้เธอรู้ ว่าเขาต้องการจ่ายค่าทำฟันที่เป๋าเคยจ่ายค่ารักษาให้กับตนเมื่อหลายปีก่อน เพื่อคืนมันให้กับเธอทั้งต้นแล้วก็ดอกเบี้ย “ค่าทำฟันเหรอ? มึงนี่มันรู้จักบุญคุณคนจริงๆ ขอให้เจริญๆ นะเพื่อน” จุ๊บ~ เป๋ากดหัวของคนตัวสูงลงมาจุ๊บที่หน้าผากด้วยความดีใจที่เพื่อนของเธอเป็นคนดีและไม่ลืมบุญคุณคน
การกระทำที่ไม่ได้คิดอะไรของคนตัวเล็กทำให้โซ่นั้นเขินหูแดงไม่หยุด จนต้องรีบเดินหนีออกมาด้านนอกเพื่อมาสงบสติอารมณ์และสีหน้าของตน เพื่อไม่ให้คนอื่นนั้นจับได้ว่าเขาแอบคิดเกินเลยกับเพื่อนสนิท ในขณะที่อีกคนนั้นก็เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานและกรีดนิ้วนับเงินอย่างมีความสุข.. “สามแสนห้า ดอกเบี้ยห้าหมื่นเลยเหรอวะ โอโห้! มึงให้ดอกเบี้ยกูเดือนละเกือบเจ็ดร้อยเลยเหรอเนี่ย เหี้ยโคตรคุ้มเลย ฮ่าๆ”
ฉันคิดไว้อยู่แล้วว่าการลงทุนกับไอโซ่ไม่มีทางเสียเปล่าแน่ ตอนนี้ฉันช่วยให้มันเรียนจบมีงานทำได้สำเร็จแล้ว จะเหลือก็แค่เรื่องบ้านใหม่ของมันที่ทำเรื่องกู้อยู่ตอนนี้ กับเรื่องทำให้มันอ้าปากพูดออกมานี่แหละ เพราะฉันรู้มาจากยายว่ามันไม่ได้เป็นใบ้ และมันก็พูดได้แต่เพียงแค่มันไม่ยอมพูดออกมาก็เท่านั้น...
ครืดด~
“เออว่าไงเยียร์?” เป๋าพูดตอบรับกับเพื่อนปลายสายที่โทรเข้ามาหา
“กินเลี้ยงห้องเรามาเปล่าเนี่ย?” เพื่อนสนิทในวัยเด็กของเป๋าเอ่ยถามเพราะอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ พวกเขาจะนัดเจอกันกับเพื่อนเก่าห้องมอหกทับหนึ่ง
“มีใครมาบ้างอ่ะ?”
“เดี๋ยวกูส่งรายชื่อให้มึงในกลุ่มแชทแล้วกัน มาด้วยนะมึง” เยียร์พูดย้ำเป๋าเพราะต้องการให้เธอมาในงานเลี้ยงวันนั้น
“เออๆ”
“อย่าลืมพาไอใบ้มาด้วยนะ”
“แหม่~ เห็นว่ามันเป็นคนขึ้นมาหน่อยล่ะสนใจมันขึ้นมาเชียวนะ” เป๋าพูดแซวเพื่อนสาวของเธออย่างสนิทสนม
“กูอยากเห็นตัวจริงมันเฉยๆ อยากรู้ว่ามันจะหล่อเหมือนในรูปที่มึงถ่ายลงสตอรี่ไอจีหรือเปล่า?”
กระเป๋าชอบแอบถ่ายรูปภาพของโซ่ลงในสตอรี่ไอจีของเธอ เพราะท่าทางโง่ๆ ซื่อบื้อของเขาที่ดูตลกจนอยากจะแบ่งปันลงโซเชียล และนั้นมันก็ทำให้เพื่อนเก่าร่วมชั้นที่กดติดตามกระเป๋าอยู่ เห็นพัฒนาการของโซ่มาตลอดว่าเขาไม่ใช่ ‘ไอใบ้’ คนเดิม
“เออๆ อีกกี่วันอ่ะ”
“วันเสาร์หน้า อีกประมาณเจ็ดวัน”
“โอเคเจอกัน” แน่นอนว่างานกินเลี้ยงเพื่อนร่วมห้องจะขาดหัวหน้าห้องแสนสวยอย่างฉันไปไม่ได้แน่นอน
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[กด💛 เพิ่มเข้าชั้น✅ คอมเมนท์ให้กำลังใจ😍 และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]
คุณอาจจะชอบ





