ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รักไร้เสียง

รักไร้เสียง

ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมตัวตนของไอโซ่ ฉันกลับมีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าเขาไม่ได้พิการทางการพูดอย่างที่ทุกคนเข้าใจ ภายใต้ท่าทีที่ไร้เสียงนั้นอาจมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ และนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจสำคัญที่ฉันตั้งใจไว้ว่า ไม่ว่าจะต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหน หรือต้องเผชิญกับอุปสรรคใดก็ตาม ฉันจะต้องค้นหาความจริงและทำให้เขายอมเปล่งเสียงออกมาให้ได้ เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่ฉันเชื่อมาตลอดนั้นไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเองเพียงคนเดียว
ตอน
แชร์

ตอน 3

6ปีต่อมา... ณ.ปัจจุบัน

ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้กระเป๋ายังคงช่วยเหลือและดูแลโซ่อยู่ตลอด ตั้งแต่ตอนเข้าเรียนที่มหาลัยจนกระทั้งเข้าทำงานที่เดียวกัน ที่ที่มีประธานบริษัทอย่างกระเป๋า เพราะด้วยความเป็นผู้นำและหัวหน้าคนนั้น ทำให้เธอเลือกที่จะเดินทางไปยังเป้าหมายใหญ่ที่เธอตั้งไว้ และถึงตอนนี้จะยังเป็นบริษัทเล็กๆ อยู่ก็ตาม แต่เธอก็สามารถบริหารงานได้และดูแลลูกน้องได้เป็นอย่างดี

นอกเหนือไปจากนั้นแล้วโซ่ที่กลายเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของเธอก็ไม่สามารถเข้าทำงานที่อื่นได้ เพราะถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เปิดปากพูดออกมาเลย แม้ว่าฟันจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติและถอดเหล็กจัดฟันออกแล้วก็ตาม แต่โซ่ก็ยังคงตามติดเป็นลูกกระจ๊อกและทำตัวเป็นเงาของกระเป๋าอยู่ตลอดไม่ห่าง ตอนนี้เขาเลยมีฐานะทางบริษัทคือผู้ช่วยของกระเป๋าและควบตำแหน่งฝ่ายบัญชีอีกด้วย เพราะโซ่เป็นคนเดียวที่กระเป๋าไว้ใจเรื่องเงินมากที่สุด และมันก็เป็นทางเดียวที่จะทำให้เพื่อนของเธอนั้นมีงานทำ และใช้สิ่งที่เรียนมาให้เกิดประโยชน์

“ไอโซ่มันหายหัวไปไหนของมันวะ?” เสียงห้าวของกระเป๋าโวยวายอยู่ในโซนห้องทำงานชั้นล่างของบ้าน ที่ที่รวมพนักงานฝ่ายต่างๆ ไว้ครบ ทั้งฝ่ายบัญชี ฝ่ายการตลาด ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และแอดมินคอยติดต่อคุยงานกับลูกค้ารายย่อยอีกสามคน ซึ่งมีเพียงฉากกั้นห้องไว้เท่านั้น เลยสามารถได้ยินถึงกันเพียงแค่ตะโกนถาม

“หนูเห็นพี่โซ่ขับรถออกไปข้างนอกนะคะ ตั้งแต่ตอนเก้าโมงแล้ว” น้องพราวฝ่ายประชาสัมพันธ์พูดตอบกับบอสของเธอ กระเป๋ารับเธอเข้ามาทำงานเพราะเห็นว่าเธอเป็นเด็กน่ารักและขยัน อีกทั้งยังเคยมีประวัติเรียนโรงเรียนมัธยมเดียวกัน แม้จะไม่เคยเห็นหน้าเธอที่โรงเรียนแต่เพราะสายใยพี่น้องร่วมสถาบันจึงทำให้พวกเขาเข้ากันได้ดี

“ไปไหนของมันวะ ไลน์หาก็ไม่ตอบ” ตอนนี้ไอโซ่มันได้ใบขับขี่รถยนต์มาแล้ว ซึ่งกว่าจะสอบได้ก็ยากลำบากมากๆ พอได้มาก็หายหัวไปแต่วัน ไม่ใช่ไปขับรถทุ่มใครเข้าแล้วล่ะ...

“มาแล้วเนี่ยบอส~” เสียงของน้องโจฝ่ายการตลาดตะโกนขึ้นเมื่อเห็นว่าโซ่เดินเข้ามาด้านในบ้าน พื้นที่นั่งทำงานของทุกคนในลุกแปลกตาไปจากเดิม

“มึงหายหัวไปไหนมา!?” เป๋าเอ่ยถามเสียงดังเข้มกับเพื่อนของเขาที่เดินเข้ามาด้วยท่าทางเจี๋ยมเจี้ยม

“...” ชี้ไปที่ทรงผมของตนเพื่อบอกว่าเขานั้นออกไปตัดผมมา

“งุ้ย~ แฟนพราวออกไปตัดผมมานี่เอง” สาวรุ่นน้องฝ่ายประชาสัมพันธ์พูดขึ้นตาเป็นประกายเมื่อเห็นทรงผมใหม่ที่เข้ากับใบหน้าของโซ่มากกว่าทรงเก่าที่เขาตัดอยู่ประจำ “พี่โซ่ตัดทรงนี้หล่อจัง^^” 

“^^” ใบหน้าเขินอายของชายหนุ่มเจี๋ยมเจี้ยมเมื่อได้ยินคำชม

“ใครเลือกทรงผมให้ ไปบอกช่างเขาว่าอะไร?” เป๋าเอ่ยถามเสียงห้าวอย่างสงสัยพลางใช้มือขยี้ผมบนหัวของโซ่ และใช้สายตาพินิจพิจารณาอยู่นานกับทรงผมใหม่นั้น

คนตัวสูงล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาก่อนจะเปิดรูปทรงผมให้เป๋าดู เพื่อบอกให้เธอรู้ว่าเขานั้นยื่นรูปนี้ให้กับช่างตัดผม (ทรงทูบล็อก) “...” 

ปกติเวลาที่มันจะออกไปไหนต้องลากฉันไปตลอด รวมถึงตอนตัดผมก็ด้วย ซึ่งฉันก็บอกให้ช่างตัดลองทรงนักเรียนสั้นให้มันตลอด สงสัยว่ามันจะไม่ชอบทรงนั้นแล้ว เลยไปเองโดยที่ไม่พาฉันไปร้านตัดผมด้วย “ไม่ชอบทรงที่กูบอกช่างให้ตัดประจำใช่ไหม?” 

“...” โซ่ส่ายหัวสีหน้าไม่พอใจ เพราะเขาไม่เคยชอบทรงผมทรงนั้นเลย แต่ก็พูดบอกกับเธอไม่ได้

“ฮ่าๆ แล้วมึงก็ทนตัดมาตั้งหกปีเนี่ยนะ ไอควายเอ๊ย ฮ่าๆ” เธอขำให้กับเพื่อนของเธอที่ยอมตัดทรงผมที่ตัวเองไม่ถูกใจนานถึงหกปี เพียงเพราะตัวเองไม่ยอมพูด และใช้ให้เธอเป็นกระบอกเสียงแทน เลยได้ทรงตามใจเพื่อนมาตลอดหกปีเต็ม “มึงทำหน้าไม่พอใจกูทำไมฮะ?! ก็มึงไม่ยอมพูดบอกช่างเขาเองอ่ะ” เป๋าพูดด้วยใบหน้ากวนๆ

โซ่ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับเพราะรู้ว่าไม่ใช่ความผิดของเธอที่เลือกทรงผมไม่ถูกใจให้แต่เป็นเพราะตนที่ขี้ขลาดไม่กล้าพูดบอกช่างตัดผม

“...” เขายื่นซองขาวให้กับเป๋าเพื่อเคลียร์หนี้สินที่ติดค้าง

“อะไร?” เมื่อเปิดออกมาก็เห็นว่าด้านในเป็นเงินจำนวนหนึ่งที่เยอะพอควร “ค่าอะไร?” โซ่ยีฟันและชี้ไปที่ฟันของเขาเพื่อบอกให้เธอรู้ ว่าเขาต้องการจ่ายค่าทำฟันที่เป๋าเคยจ่ายค่ารักษาให้กับตนเมื่อหลายปีก่อน เพื่อคืนมันให้กับเธอทั้งต้นแล้วก็ดอกเบี้ย “ค่าทำฟันเหรอ? มึงนี่มันรู้จักบุญคุณคนจริงๆ ขอให้เจริญๆ นะเพื่อน” จุ๊บ~ เป๋ากดหัวของคนตัวสูงลงมาจุ๊บที่หน้าผากด้วยความดีใจที่เพื่อนของเธอเป็นคนดีและไม่ลืมบุญคุณคน

การกระทำที่ไม่ได้คิดอะไรของคนตัวเล็กทำให้โซ่นั้นเขินหูแดงไม่หยุด จนต้องรีบเดินหนีออกมาด้านนอกเพื่อมาสงบสติอารมณ์และสีหน้าของตน เพื่อไม่ให้คนอื่นนั้นจับได้ว่าเขาแอบคิดเกินเลยกับเพื่อนสนิท ในขณะที่อีกคนนั้นก็เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานและกรีดนิ้วนับเงินอย่างมีความสุข.. “สามแสนห้า ดอกเบี้ยห้าหมื่นเลยเหรอวะ โอโห้! มึงให้ดอกเบี้ยกูเดือนละเกือบเจ็ดร้อยเลยเหรอเนี่ย เหี้ยโคตรคุ้มเลย ฮ่าๆ” 

ฉันคิดไว้อยู่แล้วว่าการลงทุนกับไอโซ่ไม่มีทางเสียเปล่าแน่ ตอนนี้ฉันช่วยให้มันเรียนจบมีงานทำได้สำเร็จแล้ว จะเหลือก็แค่เรื่องบ้านใหม่ของมันที่ทำเรื่องกู้อยู่ตอนนี้ กับเรื่องทำให้มันอ้าปากพูดออกมานี่แหละ เพราะฉันรู้มาจากยายว่ามันไม่ได้เป็นใบ้ และมันก็พูดได้แต่เพียงแค่มันไม่ยอมพูดออกมาก็เท่านั้น...

ครืดด~

“เออว่าไงเยียร์?” เป๋าพูดตอบรับกับเพื่อนปลายสายที่โทรเข้ามาหา

“กินเลี้ยงห้องเรามาเปล่าเนี่ย?” เพื่อนสนิทในวัยเด็กของเป๋าเอ่ยถามเพราะอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ พวกเขาจะนัดเจอกันกับเพื่อนเก่าห้องมอหกทับหนึ่ง

“มีใครมาบ้างอ่ะ?” 

“เดี๋ยวกูส่งรายชื่อให้มึงในกลุ่มแชทแล้วกัน มาด้วยนะมึง” เยียร์พูดย้ำเป๋าเพราะต้องการให้เธอมาในงานเลี้ยงวันนั้น

“เออๆ” 

“อย่าลืมพาไอใบ้มาด้วยนะ” 

“แหม่~ เห็นว่ามันเป็นคนขึ้นมาหน่อยล่ะสนใจมันขึ้นมาเชียวนะ” เป๋าพูดแซวเพื่อนสาวของเธออย่างสนิทสนม

“กูอยากเห็นตัวจริงมันเฉยๆ อยากรู้ว่ามันจะหล่อเหมือนในรูปที่มึงถ่ายลงสตอรี่ไอจีหรือเปล่า?” 

กระเป๋าชอบแอบถ่ายรูปภาพของโซ่ลงในสตอรี่ไอจีของเธอ เพราะท่าทางโง่ๆ ซื่อบื้อของเขาที่ดูตลกจนอยากจะแบ่งปันลงโซเชียล และนั้นมันก็ทำให้เพื่อนเก่าร่วมชั้นที่กดติดตามกระเป๋าอยู่ เห็นพัฒนาการของโซ่มาตลอดว่าเขาไม่ใช่ ‘ไอใบ้’ คนเดิม

“เออๆ อีกกี่วันอ่ะ” 

“วันเสาร์หน้า อีกประมาณเจ็ดวัน” 

“โอเคเจอกัน” แน่นอนว่างานกินเลี้ยงเพื่อนร่วมห้องจะขาดหัวหน้าห้องแสนสวยอย่างฉันไปไม่ได้แน่นอน

--------------------------------------------------------------------------

[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] 

[กด💛 เพิ่มเข้าชั้น✅ คอมเมนท์ให้กำลังใจ😍 และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96HWF” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96HWF
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ภรรยาของผู้บริหารขอหย่าอีกแล้วนะ
8.5
ตลอดหกปีในชีวิตคู่ สเตลล่าต้องทนทุกข์ไม่ต่างจากทาส จนกระทั่งเวย์ลอนผู้เป็นสามีสั่งให้เธอหย่าและย้ายออกเพื่อหลีกทางให้คนรักเก่าของเขา เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่หันหลังกลับ ทว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้งในตอนที่สเตลล่ากำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายคนอื่น เวย์ลอนกลับเกิดความหึงหวงจนคลุ้มคลั่งและพยายามเข้ามาแทรกแซงชีวิตเธออีกครั้ง แต่คราวนี้สเตลล่าเลือกที่จะตอกกลับอย่างเย็นชาเพื่อปกป้องอิสระและหัวใจของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย จากนางแบบสู่สตรีอ้วนหมู่บ้านโจวตง
9.6
ชิงหลิง นางแบบสาวและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังผู้มีไลฟ์สไตล์สมบูรณ์แบบ ทั้งการดูแลตัวเองและทำคอนเทนต์สุขภาพจนมีผู้ติดตามมหาศาล วันหนึ่งขณะกำลังไลฟ์สดทานอาหารและพูดคุยกับแฟนคลับอย่างสนุกสนาน อุบัติเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเศษอาหารติดคอจนเธอเริ่มขาดอากาศหายใจ แม้จะพยายามช่วยเหลือตัวเองแต่เธอกลับห่วงภาพลักษณ์จนไม่กล้าลงแรงกระแทกท้องแรงๆ สุดท้ายเธอสิ้นใจลงอย่างโดดเดี่ยวหน้ากล้องไลฟ์สดที่ยังคงทำงานอยู่ โดยไม่มีใครสามารถส่งความช่วยเหลือไปได้ทันเวลาเพราะเธอปกปิดที่อยู่เป็นความลับมาตลอด
หน้าปกนวนิยาย อาณาจักรลับพันล้านของตัวแทนเขา
9.5
ตลอดห้าปี พายทุ่มเทสร้างอาณาจักรให้คินจนกลายเป็นซีอีโอผู้มั่งคั่ง โดยปกปิดฐานะที่แท้จริงไว้ แต่แล้วเขากลับพาแคทลียา หญิงสาวที่หน้าตาเหมือนพายเข้ามาแทนที่ พร้อมทำลายศักดิ์ศรีเธอด้วยการส่งตัวไปประมูลในตลาดมืดเพื่อสั่งสอน เมื่อคินเผยความจริงสุดเจ็บปวดว่าพายเป็นเพียงตัวแทนของคนรักเก่า เธอจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้ทันที พายเลือกทิ้งอดีตที่พังทลายเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่กับคีริน ชายหนุ่มลึกลับที่พร้อมจะแต่งงานและก้าวเดินไปข้างหน้ากับเธออย่างสมเกียรติ
หน้าปกนวนิยาย ดั่งต้องมนต์มาร
7.9
อาลันโด เวลัสโค มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ตกที่นั่งลำบาก เมื่อความซวยบีบให้เขาต้องเข้าพิธีวิวาห์กับหญิงสาวที่เขาแสนรังเกียจ เพราะมองว่าเธอเป็นเพียงขยะที่ไร้ค่าและสกปรกจากการทำงานในซ่อง แถมยังพิการทางสายตา ทว่าเขากลับไม่มีทางเลือกอื่นเนื่องจากต้องทำเพื่อปกป้องมรดกชิ้นสำคัญของมารดา แต่แล้วความเกลียดชังกลับพังทลายลง เมื่อได้สัมผัสความหอมหวานที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์ที่เขาเคยดูแคลน จนสุดท้ายเขาก็ตกหลุมรักเธอจนถอนตัวไม่ขึ้นและยอมเป็นทาสรักของเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย สะบายดีจอมดื้อ
9.0
เมื่อความรักพังทลายจนหัวใจบอบช้ำ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจทิ้งทุกอย่างเพื่อมาพักกายพักใจที่ประเทศลาวนานนับเดือน แต่แผนการเยียวยาตัวเองกลับต้องวุ่นวาย เมื่อบริษัททัวร์ส่งไกด์ท้องถิ่นท่าทางกวนประสาทมาดูแลเขา แทนที่จะได้ความสงบ เขากลับต้องมาปะทะคารมกับเด็กหนุ่มที่พูดจาโผงผางใส่ตั้งแต่วันแรกว่าอย่ามาคิดมิดีมิร้ายกับตัวเองเสียอย่างนั้น ทริปหนีรักครั้งนี้จึงกลายเป็นความอลหม่านที่ทำให้เขาต้องปวดหัวมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว