ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย รักไร้เสียง

รักไร้เสียง

ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมตัวตนของไอโซ่ ฉันกลับมีความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าเขาไม่ได้พิการทางการพูดอย่างที่ทุกคนเข้าใจ ภายใต้ท่าทีที่ไร้เสียงนั้นอาจมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ และนั่นกลายเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจสำคัญที่ฉันตั้งใจไว้ว่า ไม่ว่าจะต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหน หรือต้องเผชิญกับอุปสรรคใดก็ตาม ฉันจะต้องค้นหาความจริงและทำให้เขายอมเปล่งเสียงออกมาให้ได้ เพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่ฉันเชื่อมาตลอดนั้นไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเองเพียงคนเดียว
ตอน
แชร์

ตอน 1

• ACTION •

เหตุผลที่โซ่ไม่ยอมพูด : ตั้งแต่เด็กโซ่เป็นคนที่ฟันยื่นออกมานอกปากเข้าขั้นรุนแรง ถึงขั้นไม่สามารถที่จะหุบปากให้สนิทได้ และการที่รูปลักษณ์ของเขาเป็นแบบนั้นก็ทำให้โซ่โดนเพื่อนกลั่นแกล้งตั้งแต่ชั้นปฐมจนถึงมัธยมปลาย เขาเลยเอาแต่อมฟัน เอามือปิดปากและไม่ยอมพูดเก็บตัวอยู่หลังห้องเงียบๆ ไม่สุงสิงกับใคร และมันก็ทำให้เขากลายเป็นเด็กอ่อนแอและขี้กลัว โดนเพื่อนในห้องคอยกลั่นแกล้งอยู่ประจำ

...ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับโซ่ทำให้เขาไม่กล้าที่จะเปิดปากหรือเปล่งเสียงออกมาให้ใครได้ยิน เพราะกลัวว่าคนอื่นจะเห็นฟันที่น่ารังเกียจนั้นของตน จนทำให้เขามีฉายาในโรงเรียนว่าใบ้ และไม่มีใครรู้ชื่อเล่นของเขาเลย นอกจากชื่อจริงที่ปักอยู่ที่เสื้อนักเรียนตรงหน้าอก (ลวิตร เกรียงธนัตถ์) แต่ก็มีเพียงเธอคนนั้นที่ไม่เคยมองว่าเขาแปลกประหลาดหรือน่ารังเกียจอย่างที่คนอื่นพูดเลย แต่กลับกันเธอมองคนพวกนั้นที่คอยกลั่นแกล้งเขาต่างหากที่น่ารังเกียจ ไม่น่าเข้าใกล้ยิ่งกว่าโซ่ซะอีก

6ปีก่อน..

ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ ในห้องเริ่มเบาเสียงลงเมื่อใกล้ถึงเวลาที่ครูประจำวิชาจะเข้าสอน แต่ก็มีเสียงของเด็กเกเรหลังห้องดังอยู่ไม่หยุด...

“พูดดิไอใบ้! พูดดิวะ!” เด็กเกเรพูดพลางผลักไหล่ของคนขี้กลัวเต็มแรง หนำซ้ำยังมีมือของเด็กเกเรอีกสองสามคน รุมตีหัวของโซ่เล่นด้วยความสนุกอีกด้วย และพวกเขาก็ไม่ได้คิดว่าเรื่องที่ทำนั้นเป็นเรื่องที่ผิดหนำซ้ำยังมองว่าเป็นความเท่ห์ที่เด็กเกเรอย่างเขาควรจะทำกับคนอ่อนแอ

“ฟันหรือเล็บตีนหมาวะไอเหี้ย โคตรน่าเกลียดเลยไอสัต ฮ่าๆ” เพชรหัวโจกของเด็กเกเรหลังห้องพูดขึ้นในขณะที่เขานั่งอยู่บนโต๊ะเรียนของโซ่

“เห้ย! พวกมึงเป็นเหี้ยอะไรนักเนี่ย?!” เสียงห้าวของเด็กสาวในชุดมอปลายที่นั่งอยู่หน้าห้องพูดขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นเดินมาที่หลังห้องเพื่อสงบเสียงน่ารำคาญนั้น “มึงจะแกล้งไอใบ้มันทำไมนัก ก็รู้อยู่ว่ามันไม่พูด” หัวหน้าห้องสาวใจกล้าพูดดุเด็กเกเรที่ทำตัวเป็นเด็กมีปัญหารังแกเพื่อนร่วมชั้นอยู่

“จะดุทำไมเนี่ยเป๋า บอกดีๆ เราก็เงียบให้แล้ว” เพชรพูดอย่างใจเย็นกับสาวที่ตนชอบ

กระเป๋ามองหน้าของเพชรอย่างเอือมระอา ก่อนจะหันไปดุเพื่อนชายที่นั่งก้มหน้าอยู่อย่างคนขี้ขลาด “แล้วมึงเป็นบ้าอะไร นั่งให้มันแกล้งอยู่ได้ ลุกมานี่!” ว่าแล้วเป๋าก็กระชากแขนของโซ่ลุกขึ้นพาไปนั่งที่หน้าห้องกับเธอ เพราะเห็นว่าโซ่นั้นปกป้องตัวเองไม่ได้ แล้วภาพนั้นมันก็ขัดใจเธอมากสุดๆ ที่เห็นว่าเขาเป็นผู้ชายแต่กลับอ่อนแอกว่าเธอที่เป็นผู้หญิงซะอีก

นอกจากกระเป๋าจะไม่กลัวเด็กผู้ชายในห้องแล้ว เธอยังเด็ดขาดมากอีกด้วยกับการที่จะจัดการเรื่องไม่ถูกต้องนี้ และเพราะความใจกล้านั้นทำให้เธอได้เป็นหัวหน้าห้องและกลายเป็นประธานนักเรียนหญิงคนแรกของโรงเรียนที่เพอร์เฟคไปซะทุกอย่างทั้งหน้าตาและความสามารถและมีความเป็นผู้นำสุดๆ เธอคอยจัดการเรื่องในโรงเรียนได้ดีอย่างไม่ขาดตกบกพร่องในหน้าที่ของเธอ แถมเธอยังเป็นขวัญใจทั้งรุ่นเดียวกันและรุ่นน้องอีกด้วย ไม่เว้นแต่ผู้หญิงด้วยกันก็ยังพากันรุมชอบเธอ

@วันปัจฉิมปี2560

ในวันปัจฉิมที่นักเรียนชั้นมอสาม และมอหกของโรงเรียนจะต้องอำลาเพื่อนๆ ในชั้นเรียนและรวมไปถึงชุดนักเรียนที่ตนใส่อยู่ด้วย เพื่อที่จะก้าวเข้าไปสู่ในช่วงต่อไปของชีวิตที่โตขึ้น

“เป๋า เขียนเสื้อให้เราหน่อยดิ” เพชรเดินมาพร้อมปากกาและดอกไม้ช่อใหญ่ในมือ

“หันหลังมา” กระเป๋าดึงปากกาที่มือของเพชรไป ก่อนที่จะเขียนคำสั้นๆ ลงที่เสื้อด้านหลังของเขา (ลาก่อน) 

“เดี๋ยวเป๋า...” เพชรเรียกหยุดกระเป๋าไว้เมื่อเธอเขียนเสร็จและยื่นปากกาคืนให้กับตน “อ่ะ เราให้” 

ดอกไม้ช่อโตที่เพชรเตรียมมาถูกยื่นไปยังด้านหน้าของผู้หญิงที่เขาปลื้มมาเป็นเวลานาน แต่ไม่กล้าที่จะจีบเพราะรู้ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงทั่วไปที่เขาจะได้มาครอบครองง่ายๆ แม้ว่าเขาจะเป็นขวัญใจของผู้หญิงในโรงเรียนนี้แต่ก็ไม่ใช่กับกระเป๋าเพื่อนร่วมชั้น

“ขอบใจ” ถึงแม้ว่าจะเป็นคำสั้นๆ ห้วนๆ แต่มันก็ทำให้คนที่ได้ยินนั้นยิ้มไม่หุบถึงจะรู้ว่าเธอไม่ค่อยชอบขี้หน้าของตัวเองก็ตาม แต่เพียงแค่ได้มอบมันให้กับเธอ ก็ทำให้ใจของคนเกเรฟูขึ้นมาได้

วันนี้ฉันมองหาไอใบ้ทั้งวัน ไม่รู้ว่ามันหายหัวไปแอบอยู่ที่ไหน ทั้งๆ ที่วันนี้เป็นวันเรียนจบแท้ๆ “เห็นไอใบ้ป่ะ?” กระเป๋าถามหากับเพื่อนในห้องของเธอ ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่าโซ่หายไปอยู่ที่ไหน จนเธอเริ่มออกตามหาเขาทั่วโรงเรียนด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าเขาจะโดนเด็กเกเรแกล้งอยู่ในที่ลับตาคนอีก เหมือนที่เคยเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง...

หลังตึกเรียนอาคารสาม...

ณ.มุมอับที่ลับตาคนแบบนี้ กลับมีเด็กผู้ชายในชุดมอปลายคนนึงนั่งยองๆ อยู่ ในขณะที่มือของเขาก็ขย้ำเศษอาหารเพื่อเอาให้กับหมาแม่ลูกอ่อนที่มาแอบคลอดลูกอยู่หลังตึก “อ่ะ...” เสียงแผ่วเบานั้นทำคนที่แอบฟังอยู่ตื่นเต้นเอามากเมื่อได้ยิน

“ไอใบ้! เมื่อกี้มึงพูดเหรอ?” กระเป๋าเอ่ยถามด้วยท่าทางตกใจ เพราะตั้งแต่เรียนกับโซ่มาตั้งแต่มอหนึ่ง จนจบมอหกก็ยังไม่เคยได้ยินเสียงของเขาเลยแม้แต่แอะเดียว

คนตัวสูงรีบส่ายหัวตอบกลับพร้อมกับเดินถอยหลังหนีจนชิดกำแพงด้วยความหวาดกลัว “...” 

“เพื่อนเขากินเลี้ยงกันอยู่ที่ห้อง มึงมาทำอะไรอยู่ตรงนี้เนี่ย?” กระเป๋าเอ่ยถามในฐานะหัวหน้าห้องเมื่อเห็นว่าเพื่อนหายออกมาจากห้อง

“...” โซ่ชี้ไปที่หมาเพื่อบอกว่าตนเอาข้าวมาให้มัน

''เอาข้าวมาให้หมาเหรอ?''

“...” พยักหน้าตอบกลับด้วยแววตาของคนขี้ขลาด

กระเป๋าสังเกตเห็นว่ามือของโซ่เลอะข้าวอยู่เลยเดินไปเปิดก๊อกและลากสายยางมาหาโซ่ แต่ท่าว่าโซ่กลับนั่งลงที่พื้นและยกแขนขึ้นป้องกันด้วยความหวาดกลัว เพราะเขาคิดว่าเธอกำลังจะฉีดน้ำใส่เขาเหมือนกับที่เด็กคนอื่นๆ เคยทำ เสียงหัวเราะของเด็กพวกนั้นเมื่อแกล้งให้เขากลัวมันดังก้องอยู่ในหัวจนไม่อาจลืม ความระแวงจึงผุดขึ้นเพราะคิดว่าเธอจะทำเช่นนั้น

“เฮ้อ~” ท่าทางขี้กลัวของเขาทำให้เธอหงุดหงิดเล็กๆ แต่มันก็เป็นสิ่งที่เธอเข้าใจได้ เพราะรู้ว่าเขาเจอเรื่องแบบนั้นอยู่ตลอด ก็ไม่แปลกที่เขาจะกลัวเธอ ''เอามือมานี่'' ว่าแล้วกระเป๋าก็คว้ามือข้างที่เลอะของโซ่มาล้างน้ำให้ อย่างไม่รังเกียจเศษอาหารที่ติดอยู่ที่มือของเขาเลยแม้แต่น้อย ''ถ้าขืนยังเป็นแบบนี้อยู่ มึงจะใช้ชีวิตยังไงฮะ กูนึกไม่ออกเลย'' กระเป๋าพูดพลางส่ายหัวด้วยความสงสัย และแม้จะเป็นคำพูดที่ไม่ได้ไพเราะแต่ก็แฝงไปด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง

“...” โซ่ยังคงเงียบและนิ่งอยู่ตลอด จนกระเป๋าล้างมือให้ตนเสร็จ

“ลุกขึ้น กลับไปกินเลี้ยงกับเพื่อนที่ห้อง” เธอบอกกับโซ่ก่อนจะหันหลังเดินไปเพราะคิดว่าเขาจะทำตามคำสั่ง แต่ก็ต้องหยุดและหันกลับมามองเมื่อไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตามมา “มาสิวะ!” 

“...” โซ่ปัดมือไล่เพื่อบอกให้กระเป๋านั้นกลับไปเพราะเขาจะไม่เดินตามเธอกลับไปที่นั่น

“ก็ไปด้วยกันสิ” 

“...” ส่ายหัวตอบกลับ

“จะเอายังไง จะแอบอยู่ที่นี่จนถึงเวลาครูปล่อยกลับบ้านเลยใช่ไหม!?” กระเป๋าถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดและท่าทางไม่พอใจ ซึ่งคำตอบของคนขี้ขลาดก็ยังคงพยักหน้าสั้นๆ เช่นเดิม “งั้นก็ตามใจ!” 

ช่วงเย็น...

ในเวลาที่ทุกคนกลับบ้านกันจนหมดแล้ว ก็เป็นเวลาที่โซ่จะเดินกลับบ้านของตนเหมือนกับทุกๆ วัน การเรียนจบของเขามันแสนลำบากมาก เขาเลยไม่คิดที่จะเรียนต่อและออกมาทำงานรับจ้างเลี้ยงดูยายแบบเรียบง่าย และไม่คิดที่จะต่อมหาวิทยาลัยเหมือนกับเพื่อนๆ คนอื่นเพราะฐานะที่ยากจนและเรื่องหนักใจที่ตนเจอตั้งแต่เริ่มเข้าเรียน ถึงแม้ว่าตนจะมีเกรดเฉลี่ยที่ดีติดท็อปสามของห้องทุกปีก็ตาม...

บ้านโซ่...

เมื่อกลับมาถึงบ้านซอมซ่อของตน เขาก็ต้องตกใจที่เห็นว่ากระเป๋าเพื่อนร่วมชั้นเรียนมานั่งคุยอยู่กับยายของตนที่บ้าน

“ไงโซ่ กลับมาบ้านแล้วเหรอ?” โซ่แสดงท่าทางตกใจและหวาดกลัวมากเมื่อได้ยินว่ากระเป๋าเพื่อนร่วมชั้นของตน เรียกเขาด้วยชื่อเล่นที่เขาไม่เคยพูดบอกใครมาก่อน “งั้นเดี๋ยวหนูกลับก่อนนะคะยาย ไว้มาเยี่ยมใหม่นะคะ” กระเป๋ายกมือขึ้นไหว้ยายของโซ่อย่างสุภาพ ก่อนจะเดินสวนกับโซ่ออกจากบ้านไป

“เพื่อนเองมารอตั้งพักใหญ่แล้ว ทำไมเพิ่งกลับมาฮะ?” เสียงยายแก่ที่มีลักษณะฟันเหมือนกันกับโซ่เอ่ยถามหลานชายของตน แต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรจากเขา หนำซ้ำเขายังมีท่าทางไม่พอใจที่ยายเอาเรื่องของตนไปบอกกับคนอื่นอีกด้วย 

--------------------------------------------------------------------------

[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] 

[กด💛 เพิ่มเข้าชั้น✅ คอมเมนท์ให้กำลังใจ😍 และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]​

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ภรรยาของผู้บริหารขอหย่าอีกแล้วนะ
8.5
ตลอดหกปีในชีวิตคู่ สเตลล่าต้องทนทุกข์ไม่ต่างจากทาส จนกระทั่งเวย์ลอนผู้เป็นสามีสั่งให้เธอหย่าและย้ายออกเพื่อหลีกทางให้คนรักเก่าของเขา เธอจึงตัดสินใจเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่หันหลังกลับ ทว่าเมื่อได้พบกันอีกครั้งในตอนที่สเตลล่ากำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายคนอื่น เวย์ลอนกลับเกิดความหึงหวงจนคลุ้มคลั่งและพยายามเข้ามาแทรกแซงชีวิตเธออีกครั้ง แต่คราวนี้สเตลล่าเลือกที่จะตอกกลับอย่างเย็นชาเพื่อปกป้องอิสระและหัวใจของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย จากนางแบบสู่สตรีอ้วนหมู่บ้านโจวตง
9.6
ชิงหลิง นางแบบสาวและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังผู้มีไลฟ์สไตล์สมบูรณ์แบบ ทั้งการดูแลตัวเองและทำคอนเทนต์สุขภาพจนมีผู้ติดตามมหาศาล วันหนึ่งขณะกำลังไลฟ์สดทานอาหารและพูดคุยกับแฟนคลับอย่างสนุกสนาน อุบัติเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเศษอาหารติดคอจนเธอเริ่มขาดอากาศหายใจ แม้จะพยายามช่วยเหลือตัวเองแต่เธอกลับห่วงภาพลักษณ์จนไม่กล้าลงแรงกระแทกท้องแรงๆ สุดท้ายเธอสิ้นใจลงอย่างโดดเดี่ยวหน้ากล้องไลฟ์สดที่ยังคงทำงานอยู่ โดยไม่มีใครสามารถส่งความช่วยเหลือไปได้ทันเวลาเพราะเธอปกปิดที่อยู่เป็นความลับมาตลอด
หน้าปกนวนิยาย อาณาจักรลับพันล้านของตัวแทนเขา
9.5
ตลอดห้าปี พายทุ่มเทสร้างอาณาจักรให้คินจนกลายเป็นซีอีโอผู้มั่งคั่ง โดยปกปิดฐานะที่แท้จริงไว้ แต่แล้วเขากลับพาแคทลียา หญิงสาวที่หน้าตาเหมือนพายเข้ามาแทนที่ พร้อมทำลายศักดิ์ศรีเธอด้วยการส่งตัวไปประมูลในตลาดมืดเพื่อสั่งสอน เมื่อคินเผยความจริงสุดเจ็บปวดว่าพายเป็นเพียงตัวแทนของคนรักเก่า เธอจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้ทันที พายเลือกทิ้งอดีตที่พังทลายเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่กับคีริน ชายหนุ่มลึกลับที่พร้อมจะแต่งงานและก้าวเดินไปข้างหน้ากับเธออย่างสมเกียรติ
หน้าปกนวนิยาย ดั่งต้องมนต์มาร
7.9
อาลันโด เวลัสโค มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ตกที่นั่งลำบาก เมื่อความซวยบีบให้เขาต้องเข้าพิธีวิวาห์กับหญิงสาวที่เขาแสนรังเกียจ เพราะมองว่าเธอเป็นเพียงขยะที่ไร้ค่าและสกปรกจากการทำงานในซ่อง แถมยังพิการทางสายตา ทว่าเขากลับไม่มีทางเลือกอื่นเนื่องจากต้องทำเพื่อปกป้องมรดกชิ้นสำคัญของมารดา แต่แล้วความเกลียดชังกลับพังทลายลง เมื่อได้สัมผัสความหอมหวานที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์ที่เขาเคยดูแคลน จนสุดท้ายเขาก็ตกหลุมรักเธอจนถอนตัวไม่ขึ้นและยอมเป็นทาสรักของเธอไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย สะบายดีจอมดื้อ
9.0
เมื่อความรักพังทลายจนหัวใจบอบช้ำ ชายหนุ่มจึงตัดสินใจทิ้งทุกอย่างเพื่อมาพักกายพักใจที่ประเทศลาวนานนับเดือน แต่แผนการเยียวยาตัวเองกลับต้องวุ่นวาย เมื่อบริษัททัวร์ส่งไกด์ท้องถิ่นท่าทางกวนประสาทมาดูแลเขา แทนที่จะได้ความสงบ เขากลับต้องมาปะทะคารมกับเด็กหนุ่มที่พูดจาโผงผางใส่ตั้งแต่วันแรกว่าอย่ามาคิดมิดีมิร้ายกับตัวเองเสียอย่างนั้น ทริปหนีรักครั้งนี้จึงกลายเป็นความอลหม่านที่ทำให้เขาต้องปวดหัวมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว