ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย วันหย่าร้าง มีดผ่าตัดคลั่งไคล้

วันหย่าร้าง มีดผ่าตัดคลั่งไคล้

สวี่จืออวี๋สละอาชีพศัลยแพทย์ทหารเพื่อทำหน้าที่แม่บ้าน แต่กลับถูกสามีและครอบครัวดูหมิ่นว่าด้อยกว่าแพทย์อัจฉริยะอย่างหว่านซู โดยหารู้ไม่ว่าแท้จริงเธอคือหมอระดับโลกและลูกสาวมหาเศรษฐียุโรป เมื่อความรักพังทลายเธอจึงเลือกหย่าร้างและกลับคืนสู่ฐานะอันรุ่งโรจน์ ในขณะที่อดีตสามีต้องเสียใจภายหลัง เธอกลับถูกลี่เฉิงเซียวมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลตามคลั่งรักและครอบครองอย่างบ้าคลั่ง เขาพร้อมจะกำจัดทุกคนที่เข้าใกล้เธอเพื่อให้ได้หัวใจของหมอสาวผู้เย็นชาคนนี้มาครองเพียงผู้เดียว
ตอน
แชร์

ตอน 1

สวี่จืออวี๋ถือโถเก็บอุณหภูมิไว้ในมืออย่างระมัดระวังขณะเดินเข้าไปในเสิ่นซื่อ กรุ๊ป

เพื่อยาสมุนไพรโถนี้ เธอต้องใช้เส้นสายในการชิงตัดหน้าประมูลหญ้าห้ามเลือดที่มีเพียงต้นเดียวจากโรงประมูลใต้ดินในอเมริกาใต้มา จากนั้นเธอก็คอยเฝ้าอยู่ข้างหม้อดินไม่ห่างเพื่อเคี่ยวเป็นเวลาหกชั่วโมงเต็ม

เสิ่นหงเย่สามีของเธอป่วยเป็นไมเกรนอย่างรุนแรง นี่คือซุปที่จะสามารถช่วยต่ออายุให้เขาได้

พอสวี่จืออวี๋ผลักประตูเปิดออก เธอก็เห็นเสิ่นหงเย่กำลังยื่นจดหมายเชิญฉบับหนึ่งให้กับหลินหว่านซูอยู่พอดี

หลินหว่านซูคือคนรักฝังใจของเสิ่นหงเย่

เธอมาทำอะไรที่นี่กันนะ?

“อุ๊ย จดหมายเชิญให้เข้าร่วมการประชุมประจำปีเซนต์มิสซาเหรอคะเนี่ย?” หลินหว่านซูรับซองจดหมายไปพลางยิ้มหวาน แล้วก็มองไปที่สวี่จืออวี๋ด้วยสายตายั่วยุ

“คุณก็มาเหมือนกันเหรอ?” เมื่อได้ยินเสียง สายตาของเสิ่นหงเย่ก็มองไปที่โถเก็บอุณหภูมิในมือของสวี่จืออวี๋ แล้วเขาก็รีบเบือนหน้าหนีไปอย่างรวเร็ว “เอาวางไว้ตรงนั้นแหละ”

เมื่อเห็นท่าทีของเสิ่นหงเย่ หลินหว่านซูก็ยิ่งได้ใจมากขึ้นไปอีก เธอหยิบจดหมายเชิญขึ้นมาพลิกดูอยู่อย่างนั้น

“ขอบคุณนะคะ พี่หงเย่! นี่คือการประชุมที่สงวนสิทธิ์ให้เฉพาะผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ระดับแนวหน้าของโลกเข้าร่วมเท่านั้น…… ไม่คาดคิดเลยว่าพี่จะดีกับฉันมากขนาดนี้ พอรู้ว่าฉันกำลังจะมีวุฒิปริญญาเอกแล้วก็เซอร์ไพรส์ฉันครั้งใหญ่เลยนะคะเนี่ย”

เซอร์ไพรส์งั้นเหรอ?

สวี่จืออวี๋ยืนอยู่ที่ประตูด้วยความรู้สึกงุนงง

จดหมายเชิญดังกล่าวทางเซนต์มิสซาตั้งใจส่งมาเพื่อเชิญเธอกับคุณแม่ไปบรรยายทางการแพทย์โดยเฉพาะ

ซึ่งเธอก็แค่บอกให้เสิ่นหงเย่ไปเอามาให้เท่านั้นเอง แต่แล้วตอนนี้มันกลับกลายเป็นว่าเขาเอามาใช้เซอร์ไพรส์เพื่อเอาใจผู้หญิงคนอื่นไปซะอย่างนั้น

คุณแม่ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อเอาชนะโรคทางพันธุกรรมที่หายากและเป็นอันตรายถึงชีวิตชนิดหนึ่ง ทว่าในขณะที่งานวิจัยกำลังจะประสบความสำเร็จกลับถูกคนปองร้ายจนหายสาบสูญไป อีกทั้งยังต้องแบกรับชื่อเสียงที่ฉาวโฉ่ว่า ‘ปลอมแปลงผลงานวิชาการ’ ไว้อีกด้วย

ตลอดห้าปีที่ผ่านมา เธอต้องรับบทเป็นแม่บ้านของตระกูลเสิ่นที่ ‘คอยทำแต่อาหาร’ ในขณะเดียวกันก็ต้องแอบสานต่อการทดลองของคุณแม่ด้วยการอดหลับอดนอนทำงานอยู่ในห้องทดลองซอมซ่อที่ชั้นใต้ดินของวิลล่าเพื่อปรับส่วนผสมและตรวจสอบข้อมูลซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผลงานวิจัยของเธอผ่านการตรวจสอบจากการวิจัยทางคลินิกแบบปกปิดข้อมูลในส่วนของผู้วิจัยและผู้ป่วยของสหพันธ์การแพทย์นานาชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จดหมายเชิญนี้เป็นโอกาสเดียวของเธอที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้เป็นแม่ได้ แล้วก็มอบโอกาสใหม่ในการมีชีวิตอยู่ให้กับผู้ป่วยโรคทางพันธุกรรมได้ด้วย

สวี่จืออวี๋เดินไปข้างหน้าและจ้องเขม็งไปที่ซองจดหมายในมือของหลินหว่านซูพลางพูดขึ้นว่า “เอามาให้ฉัน!”

มือของหลินหว่านซูที่ถือซองจดหมายอยู่แข็งทื่อ จากนั้นเธอก็ถอยกลับไปขดตัวอยู่ด้านหลังเสิ่นหงเย่และพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าเศร้าใจว่า “พี่จืออวี๋ พี่จะทำอะไรคะ…… เห็นๆ อยู่ว่านี่เป็นของขวัญที่พี่หงเย่ให้ฉัน”

สีหน้าของเสิ่นหงเย่มืดมนลงทันที “สวี่จืออวี๋ คุณเอาไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก”

“แล้วผมก็ให้หว่านซูไปแล้วด้วย”

“ไม่มีประโยชน์งั้นเหรอ?” สวี่จืออวี๋หัวเราะออกมาด้วยความโกรธเคืองอย่างมาก “เสิ่นหงเย่ คุณมีสิทธิ์มาตัดสินใจว่าของของฉันมันมีประโยชน์หรือไม่มีตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

หลินซินที่เป็นผู้ช่วยของเสิ่นหงเย่หัวเราะเยาะเย้ยออกมาก่อนจะพูดขึ้นว่า

“คุณสวี่ นี่คือของของคุณเหรอครับ? ของทุกอย่างที่อยู่บนตัวคุณ มันก็คือของของตระกูลเสิ่นไม่ใช่หรือไง? คุณจะไปมีของอะไรได้?”

“คุณหลินเป็นนักศึกษาปริญญาเอกด้านแพทยศาสตร์ที่กลับมาจากต่างประเทศ การที่มอบจดหมายเชิญให้เธอไปถือเป็นการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดแล้ว”

“คุณเป็นแค่แม่บ้านที่ไม่เคยแม้จะไปเรียนหนังสือด้วยซ้ำ คุณจะไปเข้าใจเรื่องนี้ได้ยังไงกัน?”

เสิ่นหงเย่ขมวดคิ้ว เขาเหมือนจะรู้สึกว่าคำพูดของหลินซินค่อนข้างตรงไปตรงมา แต่เขาก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร

เพราะในความทรงจำของเขา สวี่จืออวี๋เอาแต่ทำอาหารอยู่ในครัวเพื่อคอยเอาใจเขาไปวันๆ เท่านั้น แล้วเธอจะไปมีความรู้ด้านการแพทย์ได้ยังไง?

ในความคิดของเขา สวี่จืออวี๋น่าจะไปเอาจดหมายเชิญมาจากที่ไหนสักแห่งเพื่อมาใช้ดึงดูดความสนใจของเขาก็เท่านั้น

เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้ว เขาก็พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้นว่า

“หว่านซูกำลังจะเรียนจบแล้ว เธอต้องการสร้างความมั่นคงในสายงานการแพทย์ โอกาสนี้จะช่วยให้เธอได้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของนานาชาติได้”

“ส่วนคุณแค่ต้องการจะใช้โอกาสนี้เพื่อพิสูจน์ตัวเองและดึงดูดความสนใจจากผมเท่านั้น ซึ่งผมรับรู้แล้ว ดังนั้นมันไม่จำเป็นอีกแล้ว”

เพื่อพิสูจน์ตัวเองงั้นเหรอ?

นิ้วมือของสวี่จืออวี๋ที่อยู่ข้างลำตัวงอขึ้นทันที

หลังจากแต่งงานกันมาห้าปี ในสายตาของเขา ที่แท้เธอก็เป็นเพียงแค่คนติดสอยห้อยตามที่ต้องใช้วิธีแบบนี้ในการดึงดูดความสนใจเท่านั้นเองสินะ

เธอวางโถเก็บบอุณหภูมิลงบนโต๊ะอย่างแรง ทำให้ฝาหล่นลงพื้นเสียงดังตึ้ง

“บนจดหมายเชิญก็มีชื่อของฉันเขียนเอาไว้อยู่ แต่ก็ยังจะเอาของของฉันไปใช้เพื่อเอาหน้าแบบนี้ คุณเสิ่นนี่ใจกว้างจริงๆ เลยนะคะ”

จากนั้นเธอก็มองไปที่หลินหว่านซูและพูดต่อไปว่า “ในเมื่อคุณหลินเป็นนักศึกษาปริญญาเอกด้านแพทยศาสตร์ แถมยังเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งอีกด้วย การขอจดหมายเชิญแค่ฉบับเดียวคงไม่ใช่เรื่องยากหรอกมั้งคะ?”

“จะมาแย่งของของแม่บ้านอย่างฉันไปทำไมกัน? หรือว่าคุณหลินยอมรับแล้วว่า คุณยังสู้แม้แต่แม่บ้านอย่างฉันไม่ได้เลย?”

“ทำไมพี่ถึงพูดแบบนี้ล่ะ!” ใบหน้าของหลินหว่านซูซีดเผือดลงทันที เบ้าตาแดงก่ำขึ้นมา “พี่หงเย่ ฉันไม่ได้ตั้งใจนะคะ…… ฉันไม่รู้มาก่อนจริงๆ ว่า จดหมายเชิญฉบับนี้เป็นของพี่จืออวี๋”

“ถ้าฉันรู้ว่าจะเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก ฉันไม่มีทางเอาแน่นอน”

หลังพูดจบ เธอก็ยื่นซองจดหมายไปให้สวี่จืออวี๋พลางพูดว่า “พี่จืออวี๋ ฉันขอโทษนะ ฉันคืนให้พี่ก็ได้”

สวี่จืออวี๋เอื้อมมือไปรับมา

วินาทีที่เธอกำลังจะหยิบ มือของหลินหว่านซูก็ปล่อยออกอย่างกะทันหัน

“แปะ”

ซองจดหมายตกลงไปในโถเก็บอุณหภูมิที่เปิดฝาอยู่

ซองจดหมายสีแดงเข้มที่เคยสวยงามเปียกชุ่มไปด้วยคราบน้ำมันเป็นวงกว้าง ทำให้เกิดเป็นรอยด่างเลอะเทอะไปหมด

“อุ๊ย!” หลินหว่านซูร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ แล้วก็เอามือปิดปากพลางพูดว่า “ฉันขอโทษจริงๆ พอดีมือฉันมันลื่นน่ะ…… เลอะหมดเลย……”

ขณะที่สวี่จืออวี๋กำลังมองซองจดหมายที่เปื้อนไปหมด ในหัวก็นึกถึงคำพูดของแม่ขึ้นมา ‘ขอให้จืออวี๋ของแม่สืบทอดความฝันของแม่ต่อไป ได้กลายเป็นแพทย์ที่โดดเด่นที่สุดไปเลยนะ’

นี่เป็นความปรารถนาของแม่

เธอค่อยๆ นั่งยองๆ ลง

“ทำไมแม้แต่กระดาษใบเดียวถึงยังไม่รู้จักถือให้มันดีๆ ?” เสิ่นหงเย่ขมวดคิ้วพลางเหลือบมองจดหมายเชิญที่เละเทะไปหมดแล้ว เดิมทีเขาวางแผนเอาไว้ว่าจะไปเอามันคืนจากสวี่จืออวี๋ในภายหลัง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาคงจะต้องหาวิธีอื่นแล้วล่ะ

“เอาเถอะ ก็แค่กระดาษแผ่นเดียวนี่เอง สกปรกไปแล้วก็ช่างมันเถอะ”

สวี่จืออวี๋ค่อยๆ ใช้กระดาษทิชชู่เช็ดคราบน้ำมันบนซองจดหมายออกทีละนิด

แต่เช็ดยังไงก็ไม่สะอาดแล้ว

เธอลุกขึ้นยืนและกำเศษกระดาษนั้นไว้ในมือแน่น ความรู้สึกแสบร้อนที่ฝ่ามือทำให้เธอรู้สึกตื่นตัวจนถึงวินาทีสุดท้าย

“ก็ได้ ฉันไม่เอาความเรื่องจดหมายเชิญก็ได้” สวี่จืออวี๋มองไปที่เสิ่นหงเย่พลางพูดว่า “พรุ่งนี้คุณพ่อของฉันจะกลับจากต่างประเทศแล้ว คุณเคยบอกว่าจะไปรับเขากับฉัน พรุ่งนี้เวลาบ่ายสามโมง ที่ท่าเรือนะคะ”

นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่เธอจะมอบให้กับชีวิตคู่ในครั้งนี้แล้ว

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลงกลรักมาเฟีย (สิมิลัน-วิลเซอร์)
8.8
สิมิลัน หญิงสาววัย 22 ปีที่ชีวิตพังทลายหลังสูญเสียพ่อและถูกแม่แท้ๆ ทำร้ายจิตใจ เธอพยายามรักษาบ้านซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายไว้ แต่กลับถูกตระกูลมาเฟียทริปเปิลวิลล์ยึดไป ความหวังสุดท้ายของเธอคือการเจรจากับเจ้าหนี้ ทว่าเธอกลับต้องเผชิญหน้ากับ วิลเซอร์ แฝดคนกลางผู้เย็นชาและเด็ดขาด เขาดูแคลนข้อเสนอของเธออย่างโหดร้ายและเข้าใจผิดว่าเธอจะมาขายตัวแลกหนี้แทนที่จะได้รับความเมตตา ชีวิตของสิมิลันกลับยิ่งดิ่งลงเหวและวุ่นวายกว่าเดิมเมื่อต้องตกอยู่ในกงจักรแห่งอำนาจของมาเฟียหนุ่มชาวฝรั่งเศสผู้ไร้หัวใจคนนี้
หน้าปกนวนิยาย One night คืนนั้นฉันต้องการแค่ลูก
8.9
กลิ่นชวาลอบวางแผนมีสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับวาดิมเพราะต้องการเพียงทายาทเพื่อหนีปัญหาครอบครัว แต่ความจริงกลับพลิกผันเมื่อพบว่าพ่อของลูกคือหัวหน้ามาเฟียค้าอาวุธผู้ทรงอิทธิพลจากรัสเซีย วาดิมมองว่าเด็กในครรภ์คือจุดอ่อนที่เป็นอันตรายต่อชีวิตเขา จึงบีบบังคับให้เธอทำลายเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง ท่ามกลางการเผชิญหน้าที่มีชีวิตเป็นเดิมพัน กลิ่นชวาต้องใช้ความกล้าหาญเข้าสู้เพื่อปกป้องลูกน้อยให้รอดพ้นจากเงื้อมมือมาเฟียใจเย็นที่ไร้ความเมตตาและพร้อมจะกำจัดทุกอย่างที่ขวางทางเขา
หน้าปกนวนิยาย ซาตานเด็ดปีกนางฟ้า
9.7
รินรดาตกที่นั่งลำบากหลังไปล้อเล่นกับมาเฟียอันตรายบนเที่ยวบินส่วนตัว ความกล้าบ้าบิ่นที่เธอสาดน้ำใส่และตบหน้าเขาทำให้ชายหนุ่มโกรธจัดจนกักขังเธอไว้ในห้องน้ำแคบๆ แม้จะพยายามขู่เรื่องพ่อหรือเสนอเงินชดเชย แต่นั่นกลับยิ่งกระตุ้นเพลิงแค้นของเขา มาเฟียหนุ่มยืนกรานว่าเงินไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ แต่เขาปรารถนาจะเด็ดปีกนางฟ้าแสนสวยอย่างเธอเพื่อเป็นการลงทัณฑ์ ทางเลือกเดียวที่เขามอบให้คือการยอมสยบต่อเขา หรือจะเผชิญกับชะตากรรมที่เลวร้ายกว่าจากน้ำมือลูกน้องทั้งหมด
หน้าปกนวนิยาย คุณชายลงจากสวรรค์
8.5
ภาพจำอันแสนหวานของธิชาที่มีต่อธาวิน ทายาทตระกูลธนาภูวนัตถ์ พังทลายลงเมื่อเธออายุสิบแปดปี จากพี่ชายที่คอยทะนุถนอม เขากลับแปรเปลี่ยนไปและปฏิบัติต่อเธอราวกับของเล่นชิ้นหนึ่ง เขาบงการชีวิตเธอให้ตกอยู่ในความมืดมนไร้ทางออก กระทั่งโชคชะตาพาบุรุษลึกลับเข้ามาเปรียบดั่งแสงสว่างที่ดึงเธอจากความสิ้นหวัง ทว่าสิ่งที่เธอไม่เคยรู้คือ เบื้องหลังความรักที่เขามอบให้กลับซ่อนขวากหนามแหลมคมเอาไว้ การพึ่งพิงเขาครั้งนี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชีวิตของเธอต้องพลิกผันไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย พ่ายเกมสวาท
8.7
เมื่อความเจ็บปวดจากการถูกคนรักทรยศทำให้เอลิซตัดสินใจประชดชีวิตด้วยความบ้าระห่ำ เธอจึงเอ่ยปากชวนคนแปลกหน้าเข้าสู่เกมเดิมพันสุดอันตรายโดยไม่คาดคิดว่าเขาคือเซฟ มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่มีธุรกิจมืดในมือ เมื่อคำท้าทายเพียงประโยคเดียวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของพันธนาการที่ไม่อาจถอนตัว เธอต้องติดอยู่ในเกมสวาทที่เดิมพันด้วยชีวิตและจิตใจ ท่ามกลางความรุนแรงและตัณหาที่เปลี่ยนแปลงโชคชะตาของเธอไปตลอดกาล ซึ่งเธออาจต้องเลือกระหว่างการอยู่รอดหรือชดใช้ด้วยชีวิต
หน้าปกนวนิยาย อำนาจและทรัพย์สมบัติ
9.5
หลังรอดตายจากการถูกอดีตคู่หมั้นปองร้าย ชายหนุ่มได้ผงาดขึ้นเป็นผู้กุมอำนาจและทรัพย์ศฤงคารระดับโลก ห้าปีต่อมาเขาหวนคืนสู่จุดเริ่มต้นเพื่อทดแทนบุญคุณสตรีที่ยอมเสี่ยงชีวิตช่วยเหลือในคืนวิกฤต ทว่าสิ่งที่รอคอยอยู่คือความจริงอันตื่นตะลึงเมื่อพบว่าเธอได้ให้กำเนิดเด็กหญิงตัวน้อยซึ่งเป็นทายาทสายเลือดของเขาเอง เมื่อตระหนักถึงสิ่งล้ำค่าตรงหน้า ชายหนุ่มจึงสาบานว่าจะอุทิศชีวิตและอำนาจล้นฟ้าเพื่อเป็นเกราะกำบัง ปกป้องคุ้มครองสองแม่ลูกให้ปลอดภัยและมีความสุขชั่วนิรันดร์