ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ในค่ำคืนที่ฟ้าไร้ดาว

ในค่ำคืนที่ฟ้าไร้ดาว

ขณะที่หมอฐิรดลเดินตามภัทรวรินทร์ไปอย่างเงียบเชียบ เขากลับต้องตกตะลึงเมื่อเห็นเด็กชายตัวน้อยวิ่งเข้าไปสวมกอดเธอพร้อมเรียกขานว่าแม่ ความจริงที่ปรากฏทำให้เขารู้สึกผิดและเสียใจจนก้าวขาไม่ออก ทว่าท่ามกลางความสับสนนั้น เด็กชายภัทรวินทร์กลับหันมามองเขาด้วยรอยยิ้มสดใสพร้อมตะโกนทักทายคำว่าพ่อออกมาด้วยความดีใจ ฐิรดลมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว ก่อนที่ลูกชายจะวิ่งตรงเข้ามาหาเขาในทันที ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันแสนทรมาน
ตอน
แชร์

ตอน 3

“คีย์ เดี๋ยวกลับพร้อมคุณพ่อเลยนะลูก”

แพทย์หญิงสิรินบอกพร้อมมองด้วยสายตาไม่ใคร่พอใจนักที่เห็นลูกชายนำหนังสือที่ไม่ใช่ตำราเรียนมาอ่านด้วยขณะรับประทานอาหารเช้า

ฐิรดลไม่ได้มองที่แม่ของเขาด้วยซ้ำตอนที่ตอบสวนท่านออกไป ตาของเขาจับจ้องอยู่ที่หนังสือเล่มโปรดนิ่งเพราะถึงตอนไคลแม็กซ์ของเรื่องพอดี

“ผมยังไม่กลับวันนี้ครับคุณแม่ เปิดเทอมอีกตั้งสามอาทิตย์”

นายแพทย์กัมปนาทมาทันได้ยินคำพูดของบุตรชายเข้าพอดี เดินไปนั่งที่เก้าอี้ตัวหัวโต๊ะ บอกเสียงขรึมโต้แย้งทันที

“แล้วไม่ต้องไปลงทะเบียน ไปเตรียมอ่านตำราที่พ่อส่งรายชื่อให้เราหรอกหรือไง”

ฐิรดลนั่งเงียบ เก็บการ์ตูนเล่มโปรดลง ก้มหน้ากินมื้อเช้าโดยไม่พูดอะไรออกไปอีก คนเป็นพ่อเห็นอย่างนั้นแล้วก็สบสายตากดดันไปยังภรรยา ก่อนจะเอ่ยปากตักเตือนลูกชาย

“คีย์ต้องตั้งใจมากกว่านี้นะ กว่าจะจบหมอ มันไม่ง่ายเลย พ่อรู้ว่าคีย์หัวดี และปีหนึ่งก็ยังไม่มีวิชาอะไรที่มันหนักมากเกินกว่าที่คีย์จะต้องมานั่งกังวลมากนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าคีย์จะเที่ยวเล่น ขับรถเที่ยวตะลอน ๆ พ่อว่าถ้าคีย์ว่างมากนักก็น่าจะเอาตำราของปีสองมาอ่านรอเลยก็ได้นะ หนังสือพ่อเตรียมไว้ให้ที่หอแล้วนั่นไง อ่านครบหมดแล้วหรือยัง”

ฐิรดลถอนใจหนัก ๆ บอกพ่อไปว่า “ครับ”

คนเป็นพ่อได้ยินลูกชายรับปากแล้วไม่ยอมขยายความต่อว่านั่นคืออะไร หมายถึงอ่านตำราที่ตนเตรียมไว้ให้จนครบทุกเล่มแล้ว หรือแค่ตอบรับคำให้รับรู้เพียงเท่านั้นก็ฉุนกึก บอกเสียงมีโมโหกลับไปว่า

“ถ้าอย่างนั้นพ่อจะส่งแบบทดสอบของปีสองแล้วก็จะเอาตำราของปีสามและปีสี่ให้คีย์อ่านเลย”

ฐิรดลก้มหน้าไม่ตอบโต้อะไร นายแพทย์กัมปนาทก็เข้าใจได้ถึงอาการต่อต้านของลูกชาย รู้สึกไม่พอใจขึ้นในทันที แล้วหาเรื่องต่อว่าไม่หยุด

“แล้วไอ้พวกเพื่อนที่เรียนช่างกลนั่นน่ะแกควรเลิกคบพวกมันได้แล้ว นอกจากจะเป็นกุ๊ย ไม่ได้เรื่อง ยังไม่ช่วยเสริมบารมีของแกเลย ทีพ่อชวนไปติวที่บ้านลุงชริน แกก็ไม่อยากจะไป ทำไมกันฮึ”

ก็ที่นั่นเอาแต่คุยข่ม ลุงชรินที่พ่อพูดถึงเป็นศาสตราจารย์นายแพทย์ที่มีลูกชายโตกว่าเขาเพียงปีเดียว ชนุตม์รวมถึงลุงชรินมีนิสัยชอบคุยข่มทับคนที่ด้อยกว่า

ก็ไม่รู้ว่าพ่อของเขาคบกับคนแบบนั้นไปทำไม

ฐิรดลเงียบคว่ำหนังสือลงกับโต๊ะ เขี่ยอาหารในจานตรงหน้าไปมาด้วยสีหน้าเซ็ง ๆ ฟังพ่อกับแม่พูดเตือนเขาอยู่ร่วมชั่วโมง เห็นว่าพวกท่านหนำใจแล้วกับการอบรมเขาและตั้งท่าจะออกจากบ้าน จึงรีบบอกท่านว่าจะขอออกไปทำธุระข้างนอก แล้วจะกลับพร้อมพ่อในช่วงบ่ายของวันตามที่ท่านสั่ง

กลับขึ้นห้องได้ ชายหนุ่มเปิดตู้เสื้อผ้าออกยืนมองเป็นนาน

ปกติแล้วเสื้อผ้าของเขา จะเป็นแม่ที่จัดซื้อ จัดหามาให้อยู่เรื่อย ๆ น้อยครั้งที่จะเห็นว่ามันชำรุด

แต่มันไม่ยากเกินความสามารถของเขาหรอก หากจะทำให้ชำรุดสักยี่สิบหรือสามสิบตัว

ดึงเอาตัวที่ดูเก่ากว่าพวกหน่อย ออกมาฉีกตรงชายเบา ๆ ยืดออกมองว่าแบบนี้พอได้หรือไม่ เห็นว่าใช้ได้ เขารื้อเอาออกมากางอีกเป็นตั้ง แล้วจับใส่ลงในถุงผ้า เดินหอบลงมาที่ด้านล่าง เจอน้องสาวตัวดีเข้าเสียก่อนก็ชะงักกึกทันที

ฐิติชญาหรี่ตามองพี่ชายก่อนจะลากสายตาลงไปยังถุงผ้าในอ้อมกอดของพี่อย่างสอดรู้สอดเห็น แล้วถึงร้องทักออกไปว่า

“เป็นอะไรคะพี่คีย์ ทำไมทำท่ามีลับลมคมแปลก ๆ”

ฐิรดลตีหน้าขรึม ถามกลับน้องสาวไปว่า “อะไรล่ะ”

“แล้วนั่นหอบอะไรมา ขอครีมดูหน่อย”

“เอ้อ เรานี่ ไม่มีมารยาทเลย” ร้องดุน้อง “ขยะ พี่จะเอาไปทิ้ง”

ฐิรดลตอบเมิน ๆ น้องแล้วก็เลี่ยงเอาถุงใส่เสื้อผ้าลากไปที่รถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของเขา รีบตรงไปยังบ้านหลังที่เขาเพิ่งไปมาเมื่อคืนนี้ จอดรถได้ ก็ค่อยตวัดขาลงไปยืนตรงพื้นมองเข้าไปที่ในร้าน เพราะเห็นว่าร้านเปิดแล้ว แต่ไม่มีใครในนั้นเลยสักคน

ไม่นานร่างเล็ก ๆ ของภัทรวรินทร์ก็เดินออกมาจากด้านในพร้อมจานข้าวราดกับในมือ

เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นเห็นว่าใครอยู่หน้าร้านก็มือไม้อ่อน จานข้าวเกือบร่วงจากมือ พอตั้งสติได้ รีบเอาไปวางไว้ที่โต๊ะแล้วรีบตรงไปที่เขา ยืนยิ้มประดักประเดิดพร้อมเอ่ยปากทักทาย

“พี่คีย์ไปไหนมาหรือคะ”

ฐิรดลมองร่างเด็กสาวในชุดเสื้อผ้าง่ายด้วยสายตาเป็นประกายยิ้ม สว่างไสว แล้วส่งถุงผ้าให้

“พี่เอากางเกงมาซ่อม”

ยื่นมือไปรับมาแล้วก็เสียหลักเล็กน้อยเพราะถุงผ้านั่นหนักมาก จนฐิรดลต้องเข้าไปประคอง รีบขยับห่างออกจากเขาด้วยใบหน้าออกสีแดงระเรื่อ อ้อมแอ้มถามออกไปว่า

“พี่คีย์รีบไหมคะ”

“ไม่” เขาบอกพร้อมเบ้ปากส่ายหน้าน้อยกระแอมเบา ๆ ที่ตัวเองตอบออกไปไวเหลือเกิน ก่อนขยายความไปว่า “พี่ไม่ได้มีธุระที่ไหน”

ภัทรวรินทร์ฟังจบก็กะพริบตาปริบ ๆ อมยิ้มแล้วขำออกมาเบา ๆ จนฐิรดลเริ่มหน้าเครียดลง “ขำอะไร”

“พราวขำพี่คีย์” เด็กสาวบอกแล้วก็เม้มปากแล้วรีบแก้คำพูดของตัวเองใหม่ “ขอโทษค่ะ พราวไม่ได้หมายถึงแบบนั้นค่ะ พี่คีย์รีบใช้เสื้อผ้านี้ไหมคะ”

“ไม่ครับ เพราะเดี๋ยวพี่ต้องกลับไปลงทะเบียนเรียบของเทอมหน้า ถ้าลงทะเบียนเสร็จแล้วพี่ถึงจะแวะมาเอาได้ ประมาณสองอาทิตย์ ทันไหม”

“ทันค่ะ” รีบพยักหน้าบอกเขา ใจหายนิด ๆ ที่รู้ว่าเขากำลังจะกลับไปเรียนแล้ว ก่อนนึกได้ บอกออกไปว่า “หรือให้พราวฝากครีมไปดีคะ”

“ไม่ต้องหรอก มันหนัก เดี๋ยวพี่ขับรถมาเอาเองดีกว่านะ”

พยักหน้าอย่างเข้าใจ ยืนเงียบ ๆ มองตากันแล้วฐิรดลก็จำต้องเอ่ยลา

“พี่ไปนะ”

“ค่ะ”

เขาเดินหันหลังไปแล้วก็หันกลับมาใหม่ “ถ้าเป็นอาทิตย์หน้าเสร็จทันไหม”

กะพริบตาปริบ ๆ แล้วตัดสินใจอย่างรวดเร็วแทนคนที่เป็นช่างซ่อม ทันค่ะ เห็นเขายิ้มตอบอย่างพอใจก็รู้สึกหัวใจพองฟูขึ้น อาทิตย์หน้าเธอก็จะได้เจอเขาอีก

ฐิรดลกลับเข้าบ้านอีกครั้ง เก็บสัมภาระ ก่อนจะมองไปยังของที่เป็นชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่งบนโต๊ะ เขาเลือกที่จะไม่เอาของไปจนหมดเพื่อที่จะได้มีข้ออ้างกลับมาที่บ้านอีกในอาทิตย์หน้า

ฐิติชญาเข้ามากอดลา แล้วแหงนหน้าขึ้นบอกด้วยน้ำเสียงแบบเดียวกับมารดาแทบไม่เพี้ยน “ตั้งใจเรียนนะคะ อย่าเอาแต่เหล่สาวในเมืองจนเกรดตกซะล่ะ”

เขาส่ายหัวเบา ๆ แล้วเคาะหน้าผากน้องสาวด้วยสันมือตัวเองอย่างที่เคยทำเสมอเวลาอีกฝ่ายทำตัวหรือพูดจาทะเล้นใส่เขา บอกกลับว่า “เราก็ด้วย อย่าเอาแต่กินจนอ่านหนังสือสอบเข้าแพทย์ตามพี่ไม่ได้”

สองพี่น้องร่ำลากันแล้วก็จำต้องแยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ของตนเองจากนั้น

เสียงโทรศัพท์ในร้านซ่อมเสื้อสมสมรดังระรัวติดกันสองสามครั้งแล้ว แต่ทั้งเธอและสมสมรมัวแต่ยุ่งกันอยู่เลยไม่มีใครปลีกตัวไปรับสายได้

จนส่งลูกค้าเจ้าปัญหาของสมสมรกลับไปได้แล้ว ภัทรวรินทร์จึงค่อยเดินไปรับสายที่เพียรโทรเข้ามาไม่หยุดไม่หย่อนนั่นได้เสียที

“สวัสดีค่ะ”

“พี่เองนะ” ปลายสายบอกมาแค่นั้น เด็กสาวก็ยืนตัวชา หน้าแดง แล้วก็เงียบไปอย่างคนที่ทำอะไรไม่ถูก จนปลายสายต้องเรียกซ้ำ

“พราว”

“ค่ะ คะ ใครคะ” เด็กสาวจำเสียงของเขาได้ให้หัวใจเต้นแรง ถามกลับด้วยเสียงตะกุกตะกัก แม้จำเสียงเขาได้แต่ก็ยังหลุดปากถามไปอย่างคนไร้ไหวพริบแบบนั้น ขนาดว่าเขาไม่ได้ยืนอยู่ตรงหน้าเธอเลยนะ เธอยังประหม่าเขาได้ถึงขนาดนี้

ขณะที่คิดกังวลอยู่นั่นเอง ฐิรดลก็เอ่ยตามสายมาว่า

“พี่คีย์เองนะครับ”

ยิ้มแล้วก็รีบบอกออกไปว่า “จะถามเรื่องเสื้อผ้าที่ส่งซ่อมเอาไว้ใช่ไหมคะ เสร็จหมดแล้วค่ะ มารับได้เลยค่ะ”

เด็กสาวซ่อมมันเองกับมือเลย โดยให้สมสมรช่วยแล้วก็ให้น้าสอนวิชาให้ด้วยเลย ความที่เป็นคนตั้งใจและหัวไวมาก ไม่นานก็ทำเองได้และทำได้ดีด้วย

เสื้อผ้าของเขา ซ่อมเสร็จตั้งแต่สามวันแรกนู่นแล้ว สมสมรยังบ่นอีกด้วยว่าขาดนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง แถมยังเหมือนว่าฉีกขาด ไม่ใช่ซักหรือใส่จนขาดเสียหน่อย

“อาทิตย์หน้าพี่จะกลับบ้าน จะแวะไปเอากางเกงด้วยเลย”

“ได้ค่ะได้”

“พราว”

“คะ?”

“มีงานวัดจัดอยู่ด้วยนะ พราวอยากไปเดินเที่ยวดูไหม”

เงียบ ยิ้มและหน้าแดงจัดพยักหน้าตอบอย่างไว ก่อนจะเงียบแล้วอ้อมแอ้มพูดไปว่า “ไปค่ะ พราวอยากไปค่ะ”

“อย่างงั้นเดี๋ยวพี่ไปรับพราวนะ”

ฐิรดลวางสายลงจากนั้น

เขารอคอยวันที่จะได้กลับบ้านอย่างใจจดจ่อ

แล้วไปรับภัทรวรินทร์ที่บ้าน ขอผู้ใหญ่ของเธอ พาออกไปงานวัดด้วยกัน เด็กสาวไปยืนรอที่หน้างาน ไม่นานก็เห็นมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ขับเข้ามาจอดก่อนจะเห็นว่าเป็นเขานั่นเอง

“รอนานไหม”

“ไม่ค่ะ ไม่นานเลย พราวก็เพิ่งมาถึงเหมือนกันค่ะ”

“พี่ขอโทษนะที่มาช้ากว่าพราว”

เด็กสาวยิ้มจนตาแทบปิด ส่ายหน้าบอกไปว่า “พราวมาก่อนเวลานัดต่างหากล่ะค่ะ”

“เราเข้าไปในงานกัน”

ฐิรดลพาเดินไปที่ซุ้มอาหารพร้อมกับถามว่ากินอะไรมาหรือยัง เธอส่ายหน้าหวือ ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้กินอะไรเลยสักคำเพราะความตื่นเต้นที่จะได้ออกมาเที่ยวงานวัดกับชายรุ่นพี่ที่แอบชอบ เขาถามเธออีกเป็นระยะ ๆ ว่าหิวไหม กินไอ้นั่น ไอ้นู่น ไอ้นี่หรือเปล่า แม้จะเดินขนาบข้างเขามาได้พักใหญ่ ๆ แล้ว แต่ภัทรวรินทร์อาการตื่นเต้นก็ไม่หายลงไปเสียที เลยยังไม่หิว ส่ายหน้าตอบเขาไป

ฐิรดลหยุดมองป้ายงานขนาดใหญ่ เธอเองก็หยุดมองเช่นกัน อ่านรายละเอียดว่างานจัดถึงวันไหน มีโชว์ มีขายอะไรบ้างในงาน ก่อนจะสะดุดเข้ากับชื่อคนดังบนแผ่นป้ายบอกว่าเป็นคนสนับสนุนหลักของงานนี้

“ถ้ายืนยาว ๆ ลุงต้องเมื่อยแน่ ผมแนะนำให้นั่งลงนะครับ”

ฐิรดลเอ่ยล้อเลียนนามสกุลของคนบนป้ายทำเอาเธอหัวเราะลั่นในอารมณ์ขันของเขา เพราะนามสกุลที่ว่านั่นคือ ‘สกุลยืนยาว’ นั่นเอง

“ไปทางโน้นดีกว่า”

เขาจับข้อมือของเธอพาเดินแล้วปล่อยออก ก่อนเอียงหน้าลงถามเพราะเสียงดนตรี เสียงคนในงานดังมากจนคุยกันแทบไม่รู้เรื่อง

“พราวจะสอบเข้าคณะอะไร คิดไว้หรือยัง”

“คิดแล้วค่ะ”

“อยากเรียนคณะอะไร”

“พราวอยากเรียนหมอแบบพี่คีย์ค่ะ”

“จริงหรือ”

“ทำไมคะ พราวดูโง่จนไม่น่าสอบได้ใช่ไหม”

ฐิรดลมองด้วยสายตาเอ็นดู อยากก้มลงหอมแก้มนวล ๆ ใส ๆ นั่นเหลือเกินแต่ไม่กล้าทำ แล้วก็ต้องยกแขนกันคนที่กำลังจะเข้ามาเบียดภัทรวรินทร์

เธอเลยตกอยู่ในอ้อมกอดของเขากลาย ๆ ก่อนจะดึงสติของตัวเองได้ ดันเขาออกให้ห่างจากตัวแล้วเดินตรงไปเรื่อย ๆ ไม่กล้ามองเขา เพราะความใกล้ชิดเมื่อครู่ทำให้รู้สึกเขินอายเขาไม่น้อย

“อยากได้ตุ๊กตาไหม”

เสียงถามดังมาจากชายรุ่นพี่ ภัทรวรินทร์ส่ายหน้าบอกสั้น ๆ ไปว่า “ไม่ค่ะ”

“ไม่ชอบตุ๊กตาหรือ” ฐิรดลถามด้วยความแปลกใจไม่น้อย

“ก็ ยังไงดีล่ะ คือพราวก็ไม่ได้ไม่ชอบนะคะ เพียงแต่ไม่ได้อยากได้อะไรขนาดนั้นน่ะค่ะ” บอกเก้อ ๆ แต่ดูเหมือนฐิรดลจะไม่ฟังเสียงของเธอเลย เขาจับแขนเธอดึงให้ตามไปที่ซุ้มปาเป้า

“มานี่มา เดี๋ยวพี่ปาให้ พราวเลือกเลยว่าจะเอาตัวไหนบ้าง”

“ไม่เอาได้ไหมคะ” ภัทรวรินทร์บอกแล้วถอยออกมายืนมองชายรุ่นพี่ที่หัวเสียกับเกมปาเป้า จนต้องสะกิดเขาเบา ๆ แล้วเอ่ยปากชวน

“พราวว่า...เราไปดูทางนั้นกันไหมคะ”

“เดี๋ยวสิ พี่ยังไม่ได้ตุ๊กตาให้พราวเลยนะ”

“ไม่ต้องหรอกค่ะพี่คีย์ พราวไม่ได้...”

เธอจะบอกเขาว่าไม่ได้อยากได้มากถึงขนาดนั้น

แต่ดูเหมือนฐิรดลจะไม่ได้ยิน หัวหูของเขาออกร้อนไปหมดเพราะปาไปหลายดอกแล้วแต่ไม่ได้ของมาให้คนข้าง ๆ เสียที สุดท้ายยืนเท้าเอวอย่างมีโมโหนิ่งก่อนจะชี้มือไปยังตุ๊กตาตรงหน้า บอกอย่างหมดความอดทนว่า

“ไม่ปาแล้ว เอาตัวนี้มาเลยดีกว่า เท่าไรนะ”

สุดท้ายฐิรดลก็จำต้องควักเงินซื้อเอง เพราะไม่สามารถปาเป้าจนคว้ารางวัลเอามาได้ เขาส่งให้ตุ๊กตาให้แล้วก็ก้มลงกระซิบบอกว่า

“เดี๋ยววันที่สิบสองเดือนเมษาปีหน้าพี่จะซื้อตัวใหญ่กว่านี้ให้พราว”

“ทำไมต้องเป็นวันที่สิบสองเมษา…” ภัทรวรินทร์ถามออกมาแค่นั้นก็อมยิ้มเขินอาย “พี่คีย์รู้ได้ยังไงคะว่าวันเกิดพราวตรงกับวันที่เท่าไรเดือนไหน”

“นี่ใครครับ” ฐิรดลยืดอกชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแกล้งทำโอ่ใส่เธอ “ว่าที่คุณหมอฐิรดลผู้รู้ทุกสิ่งทุกอย่างครับ”

เลยยิ้มกว้างกว่าเดิม ก่อนจะถูกจับมือแล้วดึงให้เดินไปยืนรอขนมด้วยกัน ได้มาเขาก็ส่งให้ถึงปากพร้อมกับคะยั้นคะยอ

“กินขนมอันนี้เร็ว อร่อยมากเลย พราวต้องชอบแน่นอน”

“จริงน่ะ” ถามจบ ฐิรดลยื่นจ่อใกล้กว่าเดิมเลยจำต้องรับเอาเข้าปากมาแล้วก็เบ้หน้าเพราะรสชาติไม่ได้อร่อยอย่างที่เขาบอกเลยสักนิด เลยบอกด้วยใบหน้างอนิด ๆ

“พี่คีย์น่ะ ทำไมชอบแกล้งคนอื่นแบบนี้คะ”

ฐิรดลมองแล้วก็หัวเราะลั่น ดึงให้ไปคายทิ้งตรงที่ไม่มีคน ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปหาอย่างที่เขาเองห้ามใจไม่ไหวต่อความน่ารักของอีกฝ่าย ภัทรวรินทร์ใจเต้นแรงที่เห็นอีกฝ่ายโน้มใบหน้าลงหา จึงเม้มปากแน่น พร้อมหลับตาปี๋พร้อมกับจินตนาการไปตามวัย

ก่อนจะแว่วเสียงหัวเราะของเขาดังเบา ๆ แล้วก็ไม่มีรอยสัมผัสใด ๆ ทั้งสิ้นก็ค่อยเปิดตาข้างหนึ่งขึ้นมอง

“เป็นอะไร” เสียงเขาถาม ทั้งยังมองมาด้วยสายตาที่ทำให้เธอต้องอายหนักยิ่งขึ้นไปอีก เลยอ้อมแอ้มพูดไปว่า

“ปะ เปล่าค่ะ”

“แล้วทำไมหน้าแดงขนาดนั้น”

“พราวเปล่าหน้าแดงนะ” ปฏิเสธเขาแล้วหันหน้าหนี ยกมือขึ้นประคองใบหน้าของตัวเอง ที่คิดสงสัยไปว่ามันแดงจริงอย่างที่เขาว่าหรือเปล่า แล้วแก้เขินด้วยการเดินไปที่รถเข็นขายไส้กรอกอีสานข้าง ๆ ตรงนั้น ถามคนขายไปว่า

“เปรี้ยวไหมคะ”

คนขายพยักหน้าชี้ว่ากองไหนบ้างที่เปรี้ยวและไม่เปรี้ยว เลยชี้ว่าเอาสองไม้นี้ กำลังจะล้วงเงินจ่ายแต่แล้วฐิรดลกลับยื่นเงินของเขาส่งให้ เขารับถุงของกินแล้วส่งให้เธอ พร้อมเอียงหน้าลงถาม

“อร่อยหรือ”

แหวกปากถุงออกแล้วก็ค่อยยื่นให้เขากินก่อนหนึ่งไม้

ฐิรดลรับมาแล้วกัดคำเล็ก ๆ ก่อนหนึ่งคำ เคี้ยวด้วยสีหน้าชอบกล บอกกลับมาว่า “รสชาติแปลก ๆ เปรี้ยวยังไงก็ไม่รู้บอกไม่ถูก”

“อร่อยออกค่ะ”

“พราวดูนั่น” ฐิรดลชี้ชายแต่งตัวแปลก ๆ คนหนึ่งให้เธอดู

“แต่งตัวเหมือนไส้กรอกที่พราวกินเลย”

“พี่คีย์” เด็กสาวร้องเรียกเขาพร้อมกับขำจนสำลักไส้กรอกอีสานไปด้วย ฐิรดลเองก็ขำไปด้วยเขาส่งน้ำดื่มให้ รับมาดื่มแล้วกินที่เหลือต่อจนหมดพร้อมกับผักสดในถุง ก่อนจะถูกจับมือแล้วดึงให้ลุกขึ้น พาวิ่งออกจากงานยังอีกทิศทาง

ภัทรวรินทร์ไม่มีเวลาคิด เด็กสาววิ่งตามเขาไปด้วย จนเขาหยุด ถึงได้ออกปากถามเขา

“มีอะไรหรือคะ”

“เจอโจทย์น่ะสิ”

“อย่างพี่คีย์ มีโจทย์ด้วยหรือคะ”

“มีสิ”

เขาพาเธอวิ่งอ้อมไปยังรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ของเขาที่จอดอยู่ด้านนอก ถึงแล้วก็ถามเธอว่า

“พราวหิวไหม”

“นิดหน่อยค่ะ”

“เพิ่งกินไส้กรอกถุงใหญ่ไปเมื่อกี้ยังไม่อิ่มอีกนะ” เขาแซวก่อนบอกต่อ “ถ้ายังไม่อิ่ม เดี๋ยวพี่จะพาเด็กกินจุไปร้านอร่อยร้านนี้ พราวเคยไปหรือยัง”

“ร้านไหนคะ”

“มาขึ้นมา” ฐิรดลเดินไปคร่อมบนรถจักรยานยนต์คู่ใจของเขาแล้วเสียบกุญแจ ตบเบาะให้เธอตามขึ้นมา

“เร็ว”

ภัทรวรินทร์ยิ้มแล้วเข้าไปขึ้นคร่อมที่เบาะที่เหลือด้านหลัง ยังไม่ทันตั้งท่า เขาบิดเร่งความเร็วออกรถเบา ๆ จนเธอผวากอดเอวเขาเอาไว้แน่น

“พี่คีย์น่ะ เกิดพราวตกรถหัวฟาดไปเนี่ย พิการเลยนะ”

ฐิรดลเอียงหน้ามาบอกทันทีเลยว่า “พี่จะรักษาพราวเอง”

“จบก็ยังไม่จบเลย จะรักษาพราวหายได้ยังไงกัน”

“ระดับพี่คีย์ ปีนี้เรียนจนจบเลยก็ยังได้”

ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาจะขี้โม้ได้ขนาดนี้ ภัทรวรินทร์นั่งโต้ลมเดี๋ยวเดียวก็โอบแขนไปกอดเอวเขาไว้หลวม ๆ ฐิรดลยิ้มก่อนจะละมือข้างหนึ่งมาดึงแขนเธอเอาไปโอบรอบเอวของเขาทั้งยังกดออกแนวบังคับให้เธอกอดให้แน่นอีกด้วย

เด็กสาวออกร้อนไปทั้งหน้า ยอมถูกบังคับ หรือจะเรียกว่าเป็นการยินยอมให้ถูกบังคับก็ว่าได้

เขาพาเธอไปกินก๋วยเตี๋ยวน้ำตกท้ายซอยลึกที่ทั้งไกลและเปลี่ยว แต่ไปถึงที่ร้าน คนกลับพลุกพล่านอย่างไม่น่าเชื่อ เกือบต้องรอคิวนานเลย แต่ดีที่เจ้าของร้านรู้จักกันดีกับฐิรดลจึงยกโต๊ะในสุดของร้านให้เข้าไปนั่งได้เป็นแขกพิเศษ

ภัทรวรินทร์ไม่เคยออกมากินอะไรแบบนี้กับเพื่อนต่างเพศมาก่อนก็ให้ออกอาการเก้อกระดากไม่น้อย ขณะกำลังนั่งรอก๋วยเตี๋ยวอยู่นั่นเอง พบว่าเหมือนถูกจ้องมองจากใครบางคน หันไปมองรอบ ๆ พบว่ามีคนจ้องเธออยู่จริง ๆ ก่อนที่เสียงเรียกของฐิรดลจะดังขึ้นที่ข้าง ๆ

“พราว”

เด็กสาวตกใจเล็กน้อย หันไปหาเขาพร้อมขานรับ “คะ”

“เหม่ออะไร”

“ไม่มีอะไรค่ะ”

“พี่ถามว่าเรื่องติว พราวอยากเริ่มเลยไหม พี่จะจดสรุปเนื้อหาเอาไว้ให้” ฐิรดลถามเรื่องเรียนและเนื้อหาของวิชาที่เธอเคยบอกเขาไป ไม่คิดว่าเขาจะอาสาช่วยเธอถึงขนาดนี้ นึกว่าเขาแค่ชวนพูดชวนคุยเฉย ๆ เพียงเท่านั้น

คุยกันไปไม่นาน ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกที่ชายรุ่นพี่การันตีว่าอร่อยก็ถูกนำมาวางลงที่ตรงหน้า

ขนาดว่ากินอะไรมาจากงานวัดแล้วนะ ยังสามารถอัดก๋วยเตี๋ยวไปได้ถึงสองชามได้เลย กินอิ่มมองหาเจ้าของสายตาคู่ที่มองเธอเมื่อครู่ ปรากฏว่าทางนั้นไปแล้ว ออกไปตอนไหนเธอไม่ทันได้มองเสียด้วยสิ

เขาพามาส่งบ้านในเวลาต่อมา

ภัทรวรินทร์ถือเจ้าตุ๊กตาที่ฐิรดลควักเงินซื้อให้จากซุ้มปาเป้าแน่นไม่ยอมปล่อย รู้สึกดีและหวงแหนขึ้นมาเล็กน้อย ตั้งใจว่าจะเอาไว้นอนด้วยที่บนเบาะนอนของตัวเอง

“พราว”

“คะ”

“พรุ่งนี้พี่ต้องกลับแล้ว”

“ค่ะ ตั้งใจเรียนนะคะ”

“พราวก็เหมือนกัน”

“พราว”

“คะ”

“พี่โทรหาพราวทุกวันได้ไหม”

เด็กสาวยิ้มเอียงอายก่อนจะอ้อมแอ้มตอบไปว่า “ค่ะ ได้ค่ะ”

ฐิรดลไม่ถามอะไรอีก เขามองเธอนิ่ง ๆ ก่อนจะหันกลับไปควบรถของเขา พาออกไปจากตรงนั้น

“กลับดึกนักนะ”

สมสมรร้องทักตอนที่เด็กสาวเปิดประตูบ้านแย้มเบา ๆ จะเดินเข้าไป

“จ้ะ”

“อย่าเที่ยวไปทั่ว อย่าทำตัวให้เขามองว่าง่าย อย่าได้หลงละเลิงไปคำของพวกผู้ชาย น้าจะเตือนเอ็งเอาไว้ก่อน”

ยิ้มแล้วพยักหน้าเบา ๆ ตอบรับท่านกลับไป

“จ้ะน้า พราวไปนอนก่อนนะจ๊ะ”

หลังจากวันที่ออกไปเที่ยวกับเขา ฐิรดลโทรศัพท์หาเธอทุกวัน คุยด้วยเรื่องเรียนของเขา และเรื่องเรียนของเธอ ภัทรวรินทร์ไม่เข้าใจตรงไหนจะทำเครื่องหมายเอาไว้ แล้วตั้งหน้าตั้งตารอโทรศัพท์ที่เป็นสายของเขา

“ตั้งใจเรียนนะคะ”

เสียงอ่านข้อความที่ด้านหลังทำเอาหัวใจของภัทรวรินทร์หายวับก่อนจะรีบพับกระดาษเก็บอย่างไว ยัดใส่หนังสือแทบไม่ทัน

“เขียนให้ใคร มีแฟนแล้วหรือ”

“ใช่ที่ไหนกัน มีคนจ้างให้พราวทำต่างหาก”

“จริงหรือ” เพื่อนซี้หรี่ตามองจับผิด “ไหนเอามาให้ครีมดูหน่อย”

“ไม่ได้ ของลูกค้าเอาให้ดูได้ไง”

“อ้อ ช่วยเก็บความลับลูกค้าหรือ”

“อือ”

“ครีมมีเรื่องอะไรยังเอามาบอกพราวตลอดเลยมี แล้วถ้าพราวมีอะไรแล้วไม่เล่าให้ครีมฟัง อย่างเช่นคบใครอยู่ หรือมีแฟนแล้วแต่ไม่ยอมเล่าให้ครีมฟังนะ ครีมงอนจริง ๆ ด้วย”

ยิ้มอ่อนใจกับเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของตนเอง

ฐิติชญามีนิสัยเอาแต่ใจ

จริงที่อีกฝ่ายมักนำเรื่องส่วนตัวมาเล่าให้ฟังเสมอ แต่แล้วตนเป็นคนไม่ชอบเล่าเรื่องส่วนตัวให้ใครฟังนี่นา

เด็กสาวมองหน้าเพื่อนที่สนิทที่สุดของตนเองแล้วก็คิดว่าคงยังไม่เล่าให้ฟังในตอนนี้ เพราะระหว่างเธอกับฐิรดลไม่ใช่แฟนกันเสียหน่อย

ก็แค่ เขาเอาเสื้อผ้ามาซ่อมที่ร้านของน้าเธอ

ก็แค่ เคยไปเดินที่งานวัดด้วยกันแล้วเขาก็แค่ซื้อตุ๊กตาให้

แล้วก็แค่ แค่เขาโทรศัพท์มาคุยด้วยทุกวันหลังเลิกเรียนเท่านั้นเอง

ภัทรวรินทร์สองจิตสองใจว่าจะเล่าให้เพื่อนฟังดีไหม แต่แล้วก็ตัดสินใจว่ายังก่อน เอาไว้ให้มีอะไรมากกว่านี้ก่อนก็แล้วค่อยเล่าให้เพื่อนฟังคงไม่สาย ฐิติชญาเป็นคนมีเหตุผล ถึงตอนนั้นเพื่อนของเธอต้องเข้าใจอย่างแน่นอน

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย คลั่งรักซาตาน 2 [ Loved Devil ] SET : Romance Of Devil 2nd
8.7
ตระกูลชอว์นคือกลุ่มซาตานผู้ทรงอิทธิพล เคนพี่ใหญ่ไร้หัวใจตราหน้าหลิวหลิวหัวขโมยสาวว่าเป็นเพียงผู้หญิงไร้ค่าแม้เธอจะตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็น ขณะที่คิ้วท์พี่รองจอมเจ้าเล่ห์พยายามสยบความหยิ่งยโสของเมษา สาวสวยผู้ไม่ยอมสยบให้ใคร และเคเจ้านายคนเล็กผู้ใช้ความรักเป็นกรงขังมดแดงไว้เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความรุนแรงและตัณหา พวกเธอต่างเผชิญกับสภาวะจำยอมที่เปลี่ยนเป็นความผูกพันลึกซึ้งโดยไม่รู้ตัว ในวังวนแห่งอันตรายที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย หลงรักนายซาตาน
9.3
"ทีผัวไล่จังนะทีชู้เปิดประตูต้อนรับ เธอนี้ร่านไม่เบาเลยนะ ตอนแรกเห็นใสๆ ไม่คิดว่าจะร่านขนาดนี้ ฉันมองเธอผิดจริงๆ เขาเป็นอะไรอยู่ดีๆก็มาว่าฉันปาวๆ มันจะมากไปแล้วนะ "เออ !ฉันมันร่าน แล้วนายจะมายุ่งกับฉันทำไม ละ ฉันจะพาใครมามันก็เรื่องของฉันไม่เกี่ยวกับนาย" "แต่ฉันเคยห้ามเธอแล้ว ไม่ให้ไปกับมัน" "ทำไมฉันจะไปไม่ได้ ฉันเป็นผัวเธอแล้วนะแซนดี้ ฉันเอาเธอคนแรก ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาทับรอยฉันถ้าฉันยังไม่เบื่อ" " ฉันกับนายเราไม่ได้เป็นอะไรกัน มันเกิดเพราะไอ้ยาบ้าๆนั้น โปรดรู้ไว้ซะด้วย" ฉันระเบิดอารมณ์ใส่เขากลับ "ไม่ได้เป็นอะไรหรอ งั้นย้ำความสัมพันธ์กันหน่อยเธอคงอาจจะลืม" พูดจบเขาก็เหวี่ยงฉันลงที่เตียง ว้าย ! ตุบ เขาตามมาค่อมฉัน ฉันดิ้นไปมาไม่ยอมเขาหรอกนะ ปล่อยนะ !! อื้อ..... บอกให้ปล่อย ไอ้..." อุปเขาประกบปากฉันอย่างเร็ว อือ ... เขาพยายามเอาลิ้นแทรกเข้ามาในโปรงปากฉัน พอเขาผะปากออกจากฉันนี้นายจะบ้าหรออยู่ๆมาหาเรื่องฉันแล้วยังจะมาข่มขืนฉันอีกฉันว่าเขา "ทำไมกลัวเหรอ ที่ไอ้นั่นไม่เห็นกลัว มาดูกันหน่อยว่ามันกับฉันใครจะเอามันส์กว่ากัน" พูดจบเขาก็ประกบปากฉันอีกครั้ง เขาพยามเอาลิ้นแทรกเขาโปรงปากฉันใครจะยอมละ "โอ้ย ! เสียงซีนอลร้องขึ้นเสียง ใช่ฉันกัดลิ้นเขา "ได้จะเอาแบบนี้ใช่ไหม พรุ่งนี้เธอลุกขึ้นไม่ไหวแน่ " เขาว่ามาแค่นั้น !! กรี๊ด !!! เขากระชากเสื้อฉันขาดจนติดมือ "ปล่อยๆฉันบอกให้ปล่อยไง" ซีนอลพยามถกกระโปรงฉันขึ้น ไม่นะ เขาถอดอันเดอร์แวฉันออก เขาใช้ขาทั้งสองข้างรัดฉัน และตอนนี้ฉันกับเขาเปลือยเปล่ากันทั้งคู่ ภาพวันนั้นมันยังตามมาหลอกหลอนฉันอยู่ พอนึกถึงตรงหน้ามาอีกไม่กี่วินาทีอะไรจะเกิดขึ้น ฝากซีนอล และแซนดี้ กันด้วยนะคะ ไรท์ลงผลงานเรื่องนี้ที่แฟลตฟอร์มนี้เป็นเรื่องแรก ฝากผลงานกันด้วยนะคะ นิยายเรื่องนี้เหมาะสำหรับอายุ 18 ปีขึ้นใน ในเนื้อหาบางตอนมีเนื้อหารุนแรง โลกสวยไม่เหมาะกับนิยายเรื่องนี้คะ ห้ามดัดแปลงหรือคัดลอกเรียนแบบต่อย่างใด ติดตามผลงานได้ที่ เพจ Kim Nayeol คะ
หน้าปกนวนิยาย มิอาจห้ามใจรัก
8.2
เพื่อขัดขวางไม่ให้พาทิศทำลายงานแต่งงานของบิดากับเพื่อนสนิท อุมารินทร์จึงตัดสินใจยอมพลีกายแลกกับความบริสุทธิ์เพื่อหยุดยั้งเขาไว้ แต่เมื่อเรื่องราวควรจะจบลง ชายหนุ่มกลับปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในฐานะแขกไม่ได้รับเชิญ อุมารินทร์พยายามเข้าแทรกแซงเพื่อปกป้องครอบครัว ทว่าพาทิศไม่ได้กลับมาเพื่อทวงคนรักเก่าคืน เป้าหมายที่แท้จริงของเขาคือการทวงสิทธิ์เหนือร่างกายและหัวใจของเมียคืนเดียวอย่างเธอ ให้กลับมาอยู่ใต้อำนาจของเขาตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย อัคคีธารา
8.8
มินรญาสาวสวยทรงเสน่ห์เอ่ยปากท้าทายภูวนนท์ด้วยความมั่นใจว่าเขากำลังหลงรักเธอ แต่ชายหนุ่มกลับตอบโต้ด้วยถ้อยคำดูถูกทว่าปฏิกิริยาทางกายกลับสวนทางกับคำพูด เมื่อความเสียใจจากการสูญเสียคนรักผสมโรงกับฤทธิ์สุรา เปลี่ยนภูวนนท์ที่เคยเย็นชาราวสายน้ำให้กลายเป็นเปลวเพลิงที่พร้อมแผดเผา มินรญาที่เล่นกับไฟจึงถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดแข็งแกร่ง เขาตัดสินใจระบายความแค้นและควาเจ็บปวดทั้งหมดลงที่ริมฝีปากของเธอเพื่อเป็นตัวแทนของใครอีกคนที่ไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้อีก
หน้าปกนวนิยาย ปิ๊งรักสาวอ้วน(อ้วนยังไงก็รัก)
7.9
ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 สมบุญ พยาบาลสาวร่างอวบผู้ทำงานหนักต้องแบกรับภาระหนี้สินของครอบครัว แต่โชคชะตาก็นำพาให้เธอได้พบกับ เสริม ชายหนุ่มสายเปย์ที่ก้าวเข้ามาดูแลและจัดการหนี้ทั้งหมดให้จนเหลือศูนย์ ความใจป้ำของเขามาพร้อมกับความคาดหวังที่เธอไม่อาจเลี่ยงได้ เรื่องราวความรักปนเสียงหัวเราะของสาวอ้วนสุดน่ารักกับชายหนุ่มผู้พร้อมทุ่มเทจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายภาคต่อชุดนี้ มาลุ้นกันว่าสมบุญจะรับมือกับหัวใจและพันธะครั้งนี้อย่างไรในแบบที่ทั้งฟินและฮาไปพร้อมกัน
หน้าปกนวนิยาย พลั้งรักคุณหมอคาสโนว่า
8.4
จักรินทร์ คุณหมอเจ้าเสน่ห์ผู้ไม่ศรัทธาในความรัก กลับถูกดึงดูดโดยธาริกา สาวสวยที่เติบโตมาในกรอบของครอบครัวจนไร้ประสบการณ์ชีวิต เพื่อแลกกับความเป็นอิสระ เขาจึงเสนอตัวสอนบทเรียนทางกายให้เธอโดยมีเงื่อนไขว่าห้ามใช้หัวใจ แต่ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกลับก่อเกิดความหวั่นไหวเกินควบคุม ท่ามกลางอุปสรรคด้านวัยและสถานะทางสังคมที่แตกต่างกัน ทั้งคู่ต้องเผชิญกับบทพิสูจน์ว่าความพลั้งพลาดครั้งนี้จะกลายเป็นรักแท้ได้หรือไม่