ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย Sir&Maid แจ๋วอารมณ์ร้ายกับคุณชายขี้วีน

Sir&Maid แจ๋วอารมณ์ร้ายกับคุณชายขี้วีน

เมื่อองค์รัชทายาทผู้ตกอับถูกท่านน้าขับไล่ออกจากวังเพื่อหวังชิงอำนาจ เขาจึงต้องระหกระเหินไปทำงานเป็นพ่อบ้านในคฤหาสน์มหาเศรษฐี ทว่ากลับถูกกลั่นแกล้งจนต้องลาออกและย้ายไปรับใช้คุณชายทายาทตระกูลใหญ่แทน นำมาซึ่งเรื่องราววุ่นวายมากมายในชีวิตที่พลิกผัน จนกระทั่งท่านน้าสิ้นพระชนม์ พินัยกรรมของพระมารดาจึงมีผลบังคับใช้ทันที ส่งผลให้เขาต้องเดินทางกลับคืนสู่ฐานันดรศักดิ์และตำแหน่งผู้ครองพระราชวังตามเดิมอย่างสมเกียรติ
ตอน
แชร์

ตอน 2

"คุณหนูพูดเกินไปแล้วนะครับ ผมไม่เคยปล่อยเนื้อปล่อยตัวแบบนั้น อีกอย่างผมก็ไม่เคยให้ท่าแฟนคุณหนูอย่างที่คุณหนูคิด มีแต่แฟนคุณหนูเองมากกว่าที่ชอบฉวยโอกาสกับผมตลอด คุณหนูเองคงไม่รู้สินะครับว่าแฟนของคุณหนูเป็นเกย์ แต่ก็ช่างเถอะครับผมไม่สนใจหรอกว่าใครจะเป็นยังไง เมื่อผมเป็นต้นเหตุที่ทำให้แฟนคุณหนูเลิกกับคุณหนูในวันนั้น มันผิดที่แฟนของคุณหนูไม่ซื่อสัตย์กับตัวคุณหนูมากกว่าไม่เกี่ยวอะไรกับผมเลย แต่เพื่อความสบายใจของนายหญิงและคุณหนูผมจะลาออกเองครับ คุณทั้งสองคนจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าผมอีก สวัสดีครับ..." ไม่ทันทีที่นายใหญ่ของบ้านจะเชื้อเชิญให้พ่อบ้านหนุ่มได้อธิบายเหตุผลทั้งหมด ลูกสาวของตนกับพ่อบ้านหนุ่มก็โต้เถียงกันไปมาโดยคำอธิบายสุดท้ายของบ่าวรับใช้จบลง ก็เป็นเหตุให้สองแม่ลูกแสยะยิ้มอย่างมีชัย แต่กลับสร้างความตกใจให้กับประมุขของบ้านไม่น้อย

"ปาร์วีนเดี๋ยวก่อน!! เธอจะลาออกจริงๆ หรอ?"

"ครับนาย ผมคงอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้ครับ"

"ดี รีบไสหัวออกไปเลยนะบ้านหลังนี้ไม่ต้อนรับแก แล้วไม่เคยอยากให้แกอยู่ที่นี่ด้วยซ้ำ" นายใหญ่ของบ้านเหลือบตามองลูกสาวของตนด้วยความรู้สึกระอา ก่อนจะหันมาถามบ่าวรับใช้อย่างห่วงใย

"แล้วเธอจะไปอยู่ไหนบ้านของเธอก็อยู่ต่างจังหวัดไม่ใช่หรอและอีกอย่างก็ไม่มีใครอยู่ที่นั่น เธอจะอยู่กับใครล่ะปาร์วีน?.."

"คุณพ่อขามันอยากลาออกก็ปล่อยมันไปสิคะ จะไปรั้งมันไว้ทำไม... ไปเลยจะไปไหนก็ไป!!"

"หยุดเดี๋ยวนี้นะลูกแพร! รู้ไหมว่าลูกกำลังไล่ใคร... ลูกกำลังไล่..."

ขณะที่ประมุขของบ้านกำลังจะเอ่ยถึงพ่อบ้านหนุ่มว่าแท้ที่จริงว่าแล้วเขาเป็นใคร แต่ก็ถูกสายตาหนึ่งมองมาอย่างจัง!!

"นายท่านไม่ต้องคิดมากหรอกครับ บ้านก็กลับไม่ได้ผมก็คงต้องหางานใหม่ทำ.. ผมเองคงอยู่ไม่ได้หรอกครับกับคนที่พูดจาดูถูกผมทำเหมือนกับผมไม่ใช่มนุษย์ ไม่มีศักดิ์ศรี คนหนึ่งก็แสนร้าย คนหนึ่งก็เอาแต่ใจและช่างฟ้อง ส่วนอีกคนก็เจ้าชู้มือไว ดีที่นายท่านไม่ใช่คนแบบนั้นผมจึงรู้สึกปลอดภัยและมีความสุขทุกครั้งที่อยู่ใกล้ๆ นายท่าน ผมลาละครับ สวัสดีครับ.."

พ่อบ้านหนุ่มยกมือไหว้คนทั้งสามอีกครั้ง ขณะที่สองแม่ ลูกยังคงยืนทึ่งกับคำพูดของพ่อบ้านหนุ่ม ซึ่งเธอทั้งสองคนไม่เคยได้ยินจากปากของเขามาก่อน

"เดี๋ยวฉันลงไปส่งนะ ฉันเองต้องขอโทษเธอด้วยที่ทำให้ต้องลำบาก ฉันผิดเองที่ตามใจพวกเขามาโดยตลอด คนที่รับกรรมก็คือเธอ ฉันขอโทษนะ ถึงยังไงหากเธอเดือดร้อนหรือต้องการความช่วยเหลือให้นึกถึงฉันนะฉันพร้อมที่จะช่วยเหลือเธอตลอด..."

นายท่านของเขากล่าวพร้อมเดินลงมาส่งพ่อบ้านหนุ่มที่กำลังจะจากไปถึงหน้าประตูห้องนอน

"ผมเองต้องขอบคุณนายท่านเหมือนกันนะครับที่ให้โอกาสผมได้ทำงานที่นี้ ผมจะไม่ลืมพระคุณของท่านเลย" เขากล่าวขอบคุณผู้มีพระคุณอีกครั้ง

ส่วนประมุขของบ้านรีบยกมือรับไหว้อย่างนอบน้อม ก่อนที่พ่อบ้านหนุ่มจะเข้าห้องเก็บของในห้องนอนส่วนตัวจนเรียบร้อย เดินออกมาหน้าบ้านเพื่อหารถเดินทางไปยังหมู่บ้านจัดสรรอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่คนละฟากฝั่งของกรุงเทพที่เขาเพิ่งลาออกไป ปาร์วีนรีบติดต่อบุคคลหนึ่งคนที่เคยติดต่อไว้เพื่อจะไปสมัครงานในตำแหน่งพ่อบ้านเช่นเคย

"พอกันทีกับความวุ่นวายในบ้านหลังนี้ เกลียดที่สุดไอ้ความขี้เหวี่ยง ขี้วีน จอมโวยวาย เอาแต่ใจ ความเจ้าชู้มือไวและความหื่นอะไรพวกเนี่ย หวังว่านายใหม่ บ้านใหม่ คงจะไม่เป็นแบบนี้นะ สา...ธุ!! "

เขายืนข้างกระเป๋าใบใหญ่ 3-4 ใบของตนพลางรำพันกับตัวเองขณะที่ยืนรอรถแท็กซี่เพื่อจะเดินทางไปหมู่บ้านแห่งใหม่

"ออกไป!! ออกไปให้หมดทุกคนผมจะนอน" เสียงตวาดดังลั่นห้องนอนหรู

"คุณชายคะ 9 โมงครึ่งแล้วค่ะ ได้เวลาทานข้าวเช้าแล้วนะคะ ไหนยังต้องเรียนพิเศษตอน 10 โมงเช้าอีกค่ะและตอน..."

"หยุด!! ผมบอกว่าอะไร ให้ออกไปใช่ไหม"

คุณชายน้อยประจำบ้านกล่าวสวนด้วยเสียงเรียบแต่ฟังดูเยือกเย็นจับขั้วหัวใจ ขณะที่แม่บ้านสาวยังรายงานตารางกิจกรรมประจำวันไม่จบ

ทุกคนได้ยินเสียงแบบนี้ต่างรู้ดีว่า หากไม่หยุดทำตามคำสั่งจะเกิดอะไรขึ้น ทำให้แม่บ้านทั้งสองคนยอมออกจากห้องนอนคุณชายน้อยอย่างขัดไม่ได้ด้วยสีหน้าอมทุกข์

หลังจากที่แม่บ้านปิดประตูห้องเรียบร้อยก็นอนต่ออย่างสบายใจโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

"ฉันจะทำยังไงดีคะป้า คุณชายเพิ่งไล่ฉันสองคนลงมาเนี่ย อีกไม่กี่นาทีอาจารย์สอนพิเศษจะมาถึงแล้วด้วยค่ะ" แม่บ้านสาวรายงานสถานการณ์หลังถูกหญิงวัยกลางคนใช้ให้ขึ้นไปปลุกคุณชายน้อยอย่างเช่นทุกเช้า

"อ้าวอีกแล้วคุณชายไมล์ ต้องให้นมขึ้นไปปลุกอีกหรอนี่ ขี้เซาจริงๆ ไม่เป็นอะไรเดี๋ยวฉันจัดการเอง เธอสองคนไปทำงานต่อเถอะ" แม่นมของคุณชายไมล์บ่นกับตัวเองเสร็จ ก็หันมาบอกคนรับใช้ทั้งสองที่รอรับคำสั่งอื่นอยู่

"ค่ะป้า"

สิ้นคำสาวใช้ทั้งสองคน นางจึงขึ้นไปชั้นบนบ้านใหญ่เพื่อปลุกคุณชายน้อยของนางตามเคย เมื่อเข้ามาถึงในห้องนอนนางนั่งลงขอบเตียงฝั่งที่คนขี้เซานอนหลับอยู่

"คุณชายลุกเถอะค่ะ นมรู้นะว่าคุณชายรู้ว่านมต้องขึ้นมาปลุกเอง" นมกล่าวอย่างรู้ใจ

"นมอ่ะ ไม่น่าลำบากขึ้นมาปลุกผมเลย.." คนขี้เซารีบลุกขึ้นกอดหญิงวัยกลางคนที่เขาเรียกสั้นๆ ว่านมหรือแม่นมจากทางด้านหลัง ก่อนจะซบหน้ากับหลังของนาง

"ไม่ได้หรอกค่ะ ตอนนี้อาจารย์ที่สอนพิเศษคุณชายน่าจะมาถึงแล้วนะคะ"

คุณชายน้อยฟังพลางคลายกอดจากแม่นมแล้วลงจากเตียงก่อนหันมาหอมแก้มนางแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำไปพร้อมทั้งส่งเสียงหัวเราะชอบใจ

"ยังไม่อาบน้ำ มาหอมนมได้ยังไงคะเนี่ย เดี๋ยวนมลงไปต้อนรับอาจารย์ก่อนนะคะคุณชาย"

"ครับนม ผมจะรีบลงไปหอมนมอีกรอบหลังอาบน้ำเสร็จแล้วนะครับ"

"ค่ะๆ ไม่ต้องรีบนะคะ ทุกคนรออยู่ 55"

"ครับ นมอ่ะ 555"

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โซ่หัวใจไฟเสน่หา
9.4
มาคัสคลั่งไคล้ในตัวมะลิวัลย์ตั้งแต่แรกเห็น ทว่าโชคชะตากลับทำให้ทั้งคู่ต้องพลัดพราก เมื่อได้พบกันอีกครั้งเขากลับไม่พอใจที่มีเด็กชายตัวน้อยอย่างรามิลอยู่ข้างกายเธอ มะลิวัลย์พยายามจะบอกความจริงเรื่องลูก แต่ความริษยาของอินทิรากลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ ความเข้าใจผิดทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อมาคัสบังคับให้เธอขอโทษศัตรูหัวใจจนถึงขั้นไล่ส่ง มะลิวัลย์ที่น้อยใจจึงตัดสินใจพาลูกชายหนีไปจากคนใจร้ายที่เธอคิดว่าเขาไม่ต้องการครอบครัวอีกต่อไปแล้ว
หน้าปกนวนิยาย แวมไพร์มือใหม่หัวใจมังสวิรัติ
8.8
เชโรมคือแวมไพร์สายมังสวิรัติผู้แสนอ่อนโยนที่ใช้ชีวิตขัดกับภาพลักษณ์อันเคร่งขรึม เขาเลือกที่จะดูแลกระต่ายแทนการล่าเหยื่อ ทว่ามาศิตาหญิงสาวผู้พิทักษ์กลับมองว่าวิถีชีวิตนี้เป็นเรื่องเหลือเชื่อ เมื่อภัยร้ายคืบคลานเข้ามาและเชโรมต้องเผชิญกับความตาย มาศิตาจึงตัดสินใจสละเลือดของตนเองผ่านรอยจูบเพื่อช่วยชีวิตชายที่รัก ทันทีที่เลือดผู้พิทักษ์สัมผัสริมฝีปาก พลังมหาศาลที่ถูกสะกดไว้ก็ตื่นขึ้น เปลี่ยนแวมไพร์ผู้อ่อนแอให้กลายเป็นนักล่าที่ทรงพลังเกินกว่าใครจะคาดถึง
หน้าปกนวนิยาย กลรัก เกมปรารถนา
9.2
กานต์มาดา นักเขียนสาวผู้ทะเยอทะยานตัดสินใจใช้เสน่ห์ล่อลวง อัลฟอนโซ่ มหาเศรษฐีหนุ่มพ่อลูกอ่อนชาวสเปน เพื่อเก็บข้อมูลมาแต่งนิยายเรื่องใหม่ ทว่าเมื่อความสัมพันธ์เริ่มถลำลึกเกินควบคุม เธอจึงพยายามตัดจบเกมนี้ลง แต่มีหรือที่ผู้ทรงอิทธิพลอย่างเขาจะยอมถูกหลอกใช้หัวใจฟรีๆ อัลฟอนโซ่จึงเริ่มเดินเกมรุกเพื่อสั่งสอนบทเรียนให้เธอรู้ซึ้งถึงผลของการล้อเล่นกับความรู้สึก ท่ามกลางการเอาคืนที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนา สุดท้ายแล้วใครจะเป็นฝ่ายชนะในกลรักที่ผูกมัดใจทั้งคู่ไว้ด้วยกัน
หน้าปกนวนิยาย ยั่วรัก..ประธานขา
8.5
เมื่อนางเอกถูกดูหมิ่นเรื่องรูปลักษณ์จากหญิงสาวที่พึ่งพาเพียงศัลยกรรม เธอจึงตอกกลับด้วยความมั่นใจว่าความงามที่แท้จริงคืออะไร ทว่าความขัดแย้งในใจกลับทวีคูณเมื่อเธอเข้าใจผิดว่าถูกพระเอกล่วงเกินทางเพศ ความอัปยศและความเสียใจทำให้เธอตัดสินใจเด็ดขาดที่จะยุติพันธะสัญญาทั้งหมดที่มีต่อเขา เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความเข้าใจผิดและการเผชิญหน้าท่ามกลางโลกของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด
หน้าปกนวนิยาย ท่านประธานอย่ารักฉันมากนักเลย
8.8
ชีวิตที่แสนเรียบง่ายของเสี่ยเหมียนต้องพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิงหลังได้รับสายจากตำรวจที่เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของมรสุม เธอต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่อกู้หนานแฟนหนุ่มที่คบกันมานานแอบทรยศไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทของเธอเอง ท่ามกลางความบอบช้ำ โชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอมีความสัมพันธ์ลับกับถิงเจว๋ผู้เป็นอาของกู้หนานบนรถของเขา นำไปสู่ปมความรักอันซับซ้อนและการแย่งชิงที่ดุเดือดระหว่างอาและหลานชายโดยมีเธอเป็นศูนย์กลางของสงครามหัวใจครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย กลลวงลูกพันล้าน ของสามีฉัน
9.5
ตลอดสิบห้าปีที่แต่งงานกับทายาทหมื่นล้าน ฉันยอมสละความฝันที่จะมีลูกเพราะคำสาปร้ายที่คร่าชีวิตหญิงสาวผู้เป็นที่รักยามให้กำเนิดบุตร ทว่าเมื่อคุณปู่ใกล้สิ้นใจและต้องการผู้สืบทอดมรดก สามีจึงตัดสินใจจ้างหญิงอุ้มบุญที่มีหน้าตาถอดแบบจากฉันในวัยเยาว์มาทำหน้าที่แทน โดยอ้างว่าเป็นเพียงข้อตกลงทางธุรกิจเพื่อปกป้องชีวิตฉัน แต่ความจริงกลับกลายเป็นคำลวง เมื่อเขาเริ่มทอดทิ้งฉันไปหาหญิงคนนั้นแทบทุกคืน พร้อมข้ออ้างเรื่องการดูแลทางจิตใจจนหลงลืมวันสำคัญของเราไปจนสิ้น