ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พี่สะใภ้ของแฟนเก่าผู้แสนอาภัพ

พี่สะใภ้ของแฟนเก่าผู้แสนอาภัพ

ซูหยางพบว่าตนเองตั้งครรภ์ท่ามกลางข่าวร้ายเรื่องมะเร็งระยะสุดท้ายซึ่งเหลือเวลาเพียงสามเดือน ชีวิตของเธอพังทลายลงหลังถูกบังคับให้ทิ้งฉินเซินชายคนรักไปแต่งงานกับพี่ชายที่ป่วยของเขาเพื่อครอบครัว จนกระทั่งสามีเสียชีวิตและฉินเซินกลายเป็นศัตรูที่จองเวรเธอด้วยการประกาศแต่งงานกับน้องสาวต่างแม่เพื่อแก้แค้น เขาหวังเห็นความทุกข์ทรมานของเธอโดยหารู้ไม่ว่าในวันวิวาห์นั้นซูหยางกำลังจะจากโลกนี้ไปอย่างโดดเดี่ยวพร้อมความสิ้นหวังเพื่อยุติความแค้นระหว่างกัน
ตอน
แชร์

ตอน 3

ซูหยางก้มหน้าลง แต่จู่ๆ ก็รู้สึกอยากหัวเราะขึ้นมา

ในความเป็นจริงแล้ว หลังจากที่แม่ของเธอเสียชีวิตไป เธอก็เคยคิดที่จะบอกความจริงทั้งหมดกับฉินเซิน

ตอนนั้นฉินเซินได้เข้ามาควบคุมธุรกิจของตระกูลฉินโดยสมบูรณ์ ภายในเวลาเพียงสองปี เขาก็ได้พลิกฉินซื่อ กรุ๊ปสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ จนกลายเป็นกลุ่มอิทธิพลใหม่ที่ได้รับความสนใจมากในเมืองจินไห่

หากมีข่าวฉาวว่าเขามีความสัมพันธ์ที่คลุมเครือกับพี่สะใภ้ของตัวเอง ข่าวอื้อฉาวนี้อาจทำลายทุกสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมา!

อนาคตของฉินเซินนั้นสดใส ไม่มีที่สำหรับผู้หญิงที่แปดเปื้อนอย่างเธอ……

ซูหยางต้องคุกเข่าจนถึงกลางดึกกว่าจะได้รับอนุญาตให้กลับห้อง

เพราะความเจ็บปวดที่ขา จึงทำให้เธอล้มลงไปข้างหน้าทันทีที่ลุกขึ้น ร่างของเธอกระแทกกับพื้นที่มีหินขรุขระเต็มไปหมด!

หินกรวดเล็กๆ แทงเข้าที่เนื้อของเธอ ทำให้เกิดรอยแผลเล็กๆ นับไม่ถ้วน ซูหยางรู้สึกเจ็บปวดจนตาพร่ามัว

เธอพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ยันตัวขึ้นจากพื้นอยู่หลายครั้งกว่าจะฝืนยืนขึ้นได้ จากนั้นก็เดินกลับห้องอย่างโซซัดโซเซ

เมื่อกลับถึงห้อง เธอก็เห็นว่าฝ่ามือเต็มไปด้วยเลือดและก้อนหินเล็กๆ ก็ฝังเข้าไปในเนื้อ

ซูหยางจัดการแผลของตัวเองอย่างลวกๆ ก่อนที่จะขึ้นเตียงด้วยความเหนื่อยล้า

ภายใต้จิตใต้สำนึกที่สับสนวุ่นวาย ซูหยางก็ฝันถึงเรื่องราวเมื่อสองปีก่อนอีกครั้ง

ในความเป็นจริงหลังจากที่ฉินเซินตื่นขึ้นมา เขาก็ยังไม่ล้มเลิกความพยายาม เขามักจะไปรอเธอทุกที่ที่เธอไป และติดต่อเธอด้วยวิธีต่างๆ แม้จะถูกซูหยางตัดสายอยู่หลายครั้ง แต่เขาก็ยังคงส่งข้อความในโซเชียลมีเดียให้เธอในยามดึก

ทุกสิ่งทุกอย่างจบลงในวันที่เธอแต่งงานกับฉินเจิน

ในที่สุดฉินเซินก็รู้ว่า ภรรยาของพี่ชายตัวเองก็คือผู้หญิงที่เขารักที่สุด

ซูหยางไม่สามารถลืมวันนั้นได้เลย ในห้องแต่งหน้า ฉินเซินบีบคอเธอและดันเธอเข้ากับกำแพงด้วยดวงตาที่แดงก่ำไร้สติไปอย่างสิ้นเชิง

"ทำไม? ทำไมต้องเป็นพี่ชายผมด้วย?”

หัวใจของซูหยางแทบจะแตกสลาย แต่เธอยังคงตอบกลับด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน “เพราะเขาเป็นที่โปรดปรานของพ่อแม่คุณ การแต่งงานกับเขามันยิ่งทำให้ฉันมีโอกาสสูงที่จะได้เป็นภรรยาของผู้กุมอำนาจแห่งฉินซื่อ กรุ๊ปยังไงล่ะ!”

เธอรู้จุดอ่อนของฉินเซินดี

ฉินเซินเป็นคนฉลาดและโดดเด่น เป็นคนที่มีพรสวรรค์ แต่สิ่งเดียวที่เขาเจ็บปวดที่สุดก็คือ พ่อแม่ของเขาลำเอียงรักพี่ชายผู้ที่อ่อนแอกว่า ถึงขนาดให้กำเนิดเขามาก็เพื่อใช้เลือดสายสะดือของเขาในการผ่าตัดให้กับพี่ชายเท่านั้น

และแน่นอน หลังจากที่เธอพูดคำนี้ออกไป ฉินเซินก็กำหมัดทุบเข้าไปที่กำแพงอย่างแรง!

เขามองซูหยางด้วยแววตาที่ลุ่มลึก “ซูหยาง คนที่เลือดเย็นและไร้หัวใจอย่างคุณ ไม่คู่ควรกับความรักเลยสักนิด!”

แม้จะเป็นความฝัน แต่ซูหยางก็ยังน้ำตาไหลจนถึงเช้า

พ่อแม่ของซูเนี่ยนมาถึงในตอนค่ำ แม้ว่าซูหยางกับซูเนี่ยนจะมีพ่อคนเดียวกัน ทว่าตั้งแต่ที่พ่อของเธอขู่ให้เธอแต่งงานโดยใช้ชีวิตของแม่เป็นเดิมพัน เธอก็ได้ตัดขาดกับพ่อไปแล้ว

ดังนั้นหลังอาหารเย็นเมื่อทั้งสองตระกูลกำลังหารือกันเรื่องวันแต่งงานอยู่นั้น เธอจึงหาข้ออ้างหลบไปเก็บทำความสะอาดห้องครัว

“ทำไมพี่ถึงมาอยู่ในครัวคนเดียวล่ะ? การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ ฉันอยากถามความคิดเห็นของพี่ด้วยนะ!”

ซูเนี่ยนยืนพิงประตู มองซูหยางด้วยสายตาที่มีเลศนัย

ซูหยางก้มล้างจาน ทำเหมือนไม่ได้ยิน

แต่ใครจะรู้ จู่ๆ ซูเนี่ยนก็เดินมาข้างหน้าและใช้มือกวาดจานทั้งหมดที่วางอยู่ข้างๆ ลงพื้น!

เศษจานกระเด็นกระจัดกระจายเต็มพื้น

ซูหยางมองซูเนี่ยนด้วยความตกตะลึง “เธอบ้าไปแล้วเหรอ?”

ทว่าซูเนี่ยนกลับเดินเข้ามาใกล้ซูหยาง ระยะห่างของทั้งคู่แค่ฝ่ามือ

“ฉันขอเตือนพี่ไว้เลยนะ อย่าฝันว่าจะแย่งฉินเซินไปได้ล่ะ เขาเป็นของฉัน!แม่ของพี่มันไร้ค่า พี่ถูกกำหนดมาแล้วว่าต้องแพ้ให้กับฉัน!”

ซูหยางเบิกตากว้าง กำลังจะโต้กลับ แต่ก็ถูกซูเนี่ยนกดไหล่ไว้แล้วเหวี่ยงไปยังเศษจานชามที่แตกอยู่บนพื้นพร้อมกัน!

“เกิดอะไรขึ้น?”

คนในห้องโถงได้ยินเสียงจานแตกก็มาดู และเมื่อเห็นภาพในครัวก็พากันสะดุ้งตกใจ

ยังไม่ทันที่ซูหยางจะตอบ ซูเนี่ยนก็ร้องไห้ขึ้นมาก่อนแล้ว

"ฉัน……ฉันตั้งใจจะมาเรียกพี่ไปคุยเรื่องแต่งงานด้วยกัน แต่เธอกลับเตือนฉันว่า อย่าดีใจไปนักเลย แล้วก็ยังบอกด้วยว่าเธอเป็นพี่สะใภ้ของฉินเซิน เป็นนายหญิงของบ้านตระกูลฉิน เธอบอกว่าหลังจากที่ฉันแต่งเข้ามาในตระกูลฉินแล้วก็ให้ฉันระวังตัวให้ดีๆ !”

เธอชูมือที่มีบาดแผลขึ้น ร้องไห้จนทุกคนเห็นใจ “ฉันแค่อยากอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขกับพี่ แต่เธอกลับบอกว่าจะสั่งสอนฉัน จากนั้นก็กดฉันลงในเศษจานชาม……”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมีย(ชัง)รักของพี่มาร์ค
7.8
วรนิษฐ์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาพี่มาร์คเพื่อแจ้งข่าวว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา ทว่าเขากลับตอบแทนด้วยความเย็นชาและยืนยันว่ารักเพียงแพร แฟนสาวของตนเท่านั้น แม้จะยอมรับลูกแต่เขาก็ปฏิเสธที่จะรับผิดชอบในตัวเธอ พร้อมทั้งดูแคลนพรหมจรรย์ที่เสียไปว่าไร้ความหมายในยุคสมัยนี้ เมื่อความพยายามเรียกร้องความยุติธรรมผ่านผู้ใหญ่กลายเป็นเพียงการขู่เข็ญในสายตาเขา ความเจ็บช้ำจึงเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว วรนิษฐ์ตัดสินใจฟ้องหย่าเพื่อจบความสัมพันธ์ที่ไร้รัก แต่สามีใจร้ายกลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ
หน้าปกนวนิยาย ดอกเหมยห่อไฟ
9.1
"เฮีย" เสียงเล็กๆ จากเด็กหญิงทำให้ฉัตรฉายยิ้มกว้างอย่างชอบใจ เขาตรงไปหาแล้วนั่งยองๆ บนส้นเท้า สายตาระดับเดียวกับเด็กน้อย "ว่ายังไงคะ แตงหวานคิดถึงเฮียไหม" "คิดถึง คิดถึงเฮีย" เด็กน้อยพยายามพูด ตั้งใจบอกให้เขารู้ความคิดถึงของตัวเอง ฉัตรฉายเอื้อมมือไปหา เมื่อเด็กหญิงไม่ปฏิเสธ เขาจึงค่อยๆ อุ้มแกขึ้นมา ก่อนจะพูด...เหมือนว่าสื่อกับเด็กน้อยเท่านั้น "วันนี้แตงหวานต้องหยุดเล่นก่อน เพราะเฮียมีงานต้องทำ แตงหวานช่วยเฮียทำงานด้วย...ได้ไหมคะ" "ได้ค่ะ" เจ้าตัวน้อยรับคำแล้วปรบมืออย่างชอบใจอีกต่างหาก ญาณินยืนอึ้ง จับทางยังไม่ถูก มองเจ้าของบ้านที่อุ้มหลานสาวเดินลิ่วเข้าบ้านไปแล้ว จนได้สติถึงเร่งฝีเท้าตาม เดินขึ้นบันไดไปจนเขาผลักประตูห้องหนึ่ง "ส่งแตงหวานมาให้ฉันเถอะค่ะ คุณทำงาน แกจะกวนคุณ" "ใครบอกกันล่ะ แตงหวานจะช่วยเฮียทำงานใช่ไหมคะ" ตอนท้ายถามความเห็นจากคนในอ้อมแขน ซึ่งไม่ผิดหวัง มีเสียงตอบรับในทันทีเช่นกัน "ใช่ค่ะ...แตงหวานทำงาน" อะไรกันนี่ แม่หลานสาวจอมป่วนจะมาสนุกอะไรกันตอนนี้ ญาณินถึงกับทำหน้าปั้นยาก อ่อนใจกับทั้งผู้ใหญ่และเด็ก "มีงานสำหรับเธอด้วย สนใจไหม อย่างน้อยก็เป็นค่าเช่าบ้าน ค่าอาหารวันละสามมื้อ"
หน้าปกนวนิยาย รักอันตรายล่อลวงหัวใจผู้ชายเย็นชา
8.9
ความรักที่คีย์มอบให้มันคือความจริงใจหรือเพียงแค่คำลวงกันแน่? แม้เขาจะพร่ำบอกว่ารักและแคร์เธอมากเพียงใด แต่ความจริงที่เขายังไม่ยอมตัดขาดจากแฟนเก่ายังคงเป็นหนามยอกอกที่คอยทิ่มแทงใจเธอเสมอ ความอดทนของหญิงสาวเริ่มมอดไหม้ลงทุกทีกับการต้องสวมบทบาทคนงี่เง่าเพื่อเรียกร้องความสนใจ เธอไม่ใช่คนใจดีที่จะยอมจมปลักอยู่กับความหวังลมๆ แล้งๆ ได้ตลอดไป ถึงเวลาที่เขาต้องเลือกว่าจะรักษาเธอไว้หรือจะปล่อยให้รักครั้งนี้พังทลายลง
หน้าปกนวนิยาย Like Daddy, Like Baby แด๊ดดี้ครับ...
9.6
ชีวิตของกานต์ เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีต้องพลิกผันเมื่อสูญเสียมารดาไปอย่างกะทันหัน แต่เขากลับพบความจริงที่น่าตกใจว่าตนเองมีพ่อเลี้ยงอย่าง ออสติน สเวน นักธุรกิจชาวอเมริกันผู้ก้าวเข้ามาพร้อมยื่นข้อเสนอในการดูแลจนกว่าเขาจะบรรลุนิติภาวะ กานต์ที่ไร้ที่พึ่งจึงต้องยอมรับฐานะเด็กในปกครอง ความใกล้ชิดกับผู้ปกครองทรงเสน่ห์เริ่มทำให้หัวใจของเขาหวั่นไหว จากความกตัญญูกลายเป็นความรักที่ยากจะห้ามใจ จนเด็กแสนดีคนนี้เริ่มอยากจะเกเรเพื่อพิชิตใจเจ้าของชีวิตคนใหม่ของเขา
หน้าปกนวนิยาย จับนายไว้ในอ้อมกอดฉัน
9.2
เมื่อกลุ่มเพื่อนเริ่มระแคะระคายถึงความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่ ศรวัณและยอดจึงถูกกดดันให้เปิดเผยความจริงเรื่องชายหนุ่มปริศนาสองคน ศรวัณพยายามเลี่ยงที่จะระบุสถานะที่ชัดเจนกับคาย พี่ชายคนสนิทที่เขาไปอาศัยอยู่ด้วยและช่วยดูแลซีโร่ เพราะความกังวลว่าเพื่อนจะยอมรับความรักในรูปแบบนี้ไม่ได้ แต่คำถามที่โพล่งออกมาอย่างไม่อ้อมค้อมว่าตกลงแล้วชายคนนั้นคือแฟนหรือคนรักกันแน่ กำลังบีบให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ปกปิดไว้ท่ามกลางสายตาที่รอคอยคำตอบจากเพื่อนสนิท
หน้าปกนวนิยาย ไฟร้อนซ่อนสวาท
9.1
“เปล่านะ ฉันไม่ได้โกหกสักหน่อย แค่ไม่ได้บอกว่าจะให้รางวัลมากน้อยแค่ไหนและตอนไหนเท่านั้นเอง” คนเจ้าเล่ห์ตอบกลับเสียงใส รีบปลดสองแขนใหญ่ออกจากร่าง ลุกขึ้นไปยืนยิ้มหน้าระรื่น “เอาน่า...ฉันไม่ผิดคำพูดหรอก แค่ยืดเวลาออกไปนิด คุณคงไม่ถึงกับลงแดงหรอกนะ” “ได้จ้ะเมียจ๋า แต่เดี๋ยวถึงเวลาฉันทวงรางวัล เธอจะมาว่าฉันมักมากไม่ได้นะ” “ให้มันแน่เถอะค่ะคุณสามีขา...แก่แล้วนะคะ กลัวจะตายคาอกฉันน่ะซิ” นิลลดาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ทว่าในใจเธอกลับขลาดกลัว เพราะดันมีเรื่องปกปิดชายหนุ่มเอาไว้น่ะซิ ************ “คะ...คุณภูมิต้องการอะไรล่ะคะ” เอ่ยถามเสียงใสพลิ้ว “ถ้าฉันให้ได้ก็จะให้ค่ะ” “ฉันก็แค่อยาก...” นิ้วยาวร้อนผ่าวทาบทับคลึงบนกลีบปากนุ่ม “กอดเธออย่างแนบชิด แล้วก็จูบ...จูบไปทั่วทั้งตัวเธอเท่านั้นเอง” “บ้า!! คุณภูมิน่ะ” ยกมือทุบอกกว้างเบาๆ “เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย คุณขอแบบนั้นได้ยังไง” “ไม่ได้หรือยายดำ” ภูมินทร์ทำหน้ามุ่ย ทำตาละห้อยโหยหาราวกับว่าจะต้องจากลาไปในบัดเดี๋ยวนี้