หน้าปกนวนิยาย พี่สะใภ้ของแฟนเก่าผู้แสนอาภัพ

พี่สะใภ้ของแฟนเก่าผู้แสนอาภัพ

9.0 / 10.0
ซูหยางพบว่าตนเองตั้งครรภ์ท่ามกลางข่าวร้ายเรื่องมะเร็งระยะสุดท้ายซึ่งเหลือเวลาเพียงสามเดือน ชีวิตของเธอพังทลายลงหลังถูกบังคับให้ทิ้งฉินเซินชายคนรักไปแต่งงานกับพี่ชายที่ป่วยของเขาเพื่อครอบครัว จนกระทั่งสามีเสียชีวิตและฉินเซินกลายเป็นศัตรูที่จองเวรเธอด้วยการประกาศแต่งงานกับน้องสาวต่างแม่เพื่อแก้แค้น เขาหวังเห็นความทุกข์ทรมานของเธอโดยหารู้ไม่ว่าในวันวิวาห์นั้นซูหยางกำลังจะจากโลกนี้ไปอย่างโดดเดี่ยวพร้อมความสิ้นหวังเพื่อยุติความแค้นระหว่างกัน

พี่สะใภ้ของแฟนเก่าผู้แสนอาภัพ ตอนที่ 1

วันนั้นที่ตรวจพบว่าเธอตั้งครรภ์ได้สองเดือน ซูหยางก็ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย

ขณะที่นั่งอยู่ในรถแท็กซี่ คำพูดของคุณหมอก็ยังคงดังก้องในหู

“คุณซูครับ ร่างกายของคุณอ่อนแอกว่าคนทั่วไปมาก การทำแท้งอาจเร่งให้มะเร็งกำเริบ ตอนนี้คุณมีเวลาเพียงสามเดือน ควรกลับไปปรึกษากับครอบครัวเรื่องการทำเคมีบำบัด คุณอายุแค่นี้เอง……”

ซูหยางพับรายงานผลตรวจและซ่อนมันไว้ในกระเป๋า พลางพิงพนักเก้าอี้และหัวเราะออกมาเบาๆ

ดีจริงๆ เหลือเวลาแค่สามเดือน……

เมื่อเปิดประตูวิลล่าเข้ามา เธอก็ได้ยินเสียงหัวเราะสดใสดังมาจากโต๊ะอาหาร

เธอจึงเงยหน้าขึ้นและเห็นว่า โต๊ะอาหารที่ปกติจะเงียบสงบนั้น กลับมีคนเพิ่มมาสองคน

ซูหยางหยุดชะงัก

สองปีมานี้ ข้างกายฉินเซินมักมีผู้หญิงล้อมรอบอยู่ไม่ขาด เขาชอบโอบกอดสาวสวยหลากหลายประเภทต่อหน้าซูหยางโดยไม่แยแสสนใจ ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้ชื่นชมสายตาที่เธอลำบากใจและพยายามจะหลบหลีก

จากนั้นในห้องถัดไปที่มีเพียงกำแพงกั้น เขาก็ใช้เวลาเสพสุขทั้งคืนกับคนอื่น

เสียงหายใจแรงและเสียงครวญครางในค่ำคืนอันเงียบสงบ ราวกับเสียงกรีดร้องจากนรกที่ทำลายแก้วหูของซูหยาง

แต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาพาผู้หญิงกลับบ้านและทานอาหารกับผู้หลักผู้ใหญ่

เธอนึกว่าตัวเองชินแล้วเสียอีก แต่ลึกๆ แล้วก็ยังรู้สึกปวดใจอยู่

ขณะกำลังลังเลว่าจะไม่ทานอาหารมื้อนั้นแล้วขึ้นไปข้างบนเลยดีไหม ทว่าผู้หญิงคนนั้นกลับสังเกตเห็นซูหยางที่ยืนอยู่ตรงประตู

“ทำไมพี่เพิ่งกลับมาล่ะคะ? เรารอพี่ตั้งนานแล้ว!”

ซูหยางเงยหน้าขึ้นทันใด และเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นคือซูเนี่ยน น้องสาวต่างมารดาของเธอ!

ฉินเซินทำไมถึงอยู่กับเธอได้นะ……

แม่ฉินมองเธอด้วยความรำคาญอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “ยังจะให้แขกรออีกเหรอ?”

ซูหยางค่อยๆ หดตัวนั่งลงที่เก้าอี้ “พอดีว่าผลตรวจสุขภาพออกมาช้าน่ะค่ะ”

ฉินเซินนั่งตรงข้ามซูหยาง เธอก้มหน้าตลอดเวลา ช่วงเวลาที่ไม่ได้เจอกัน ดูเหมือนเธอจะผอมลงเป็นกอง ใบหน้าดูเล็กจนเกือบจะจมลงในชามอยู่แล้ว

“ทำไมจู่ๆ พี่สะใภ้ถึงไปตรวจสุขภาพล่ะ?”

ซูหยางหยุดเคี้ยว

ซูเนี่ยนเหลือบมองฉินเซินอย่างเรียบเฉย แล้วถามพร้อมรอยยิ้ม “ผลตรวจเป็นยังไงบ้าง ไม่มีอะไรผิดปกติใช่ไหม?!”

“ทุกอย่างปกติดี”

แม่ฉินส่งเสียงหึพลางพูดว่า “คนเลวมักจะอายุยืน เธอจะเป็นอะไรได้ยังไง? ดวงแข็งซะขนาดนี้ มีแต่เธอเท่านั้นแหละที่ทำให้คนอื่นตาย!”

มือที่จับตะเกียบของซูหยางสั่นเทา เธอกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา

สองปีก่อนเธอแต่งงานกับพี่ชายของฉินเซินเพื่อแก้เคล็ด แต่คิดไม่ถึงว่าคืนแรกหลังแต่งงาน ฉินเจินก็เสียชีวิต

ตั้งแต่นั้นมาซูหยางก็กลายเป็นคนที่ถูกตระกูลฉินดูถูกและด่าทอ สองปีที่ผ่านมาคำดูถูกและถ้อยคำที่เสียดสีเหล่านี้กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

แต่ชัดเจนว่า เธอต่างหากที่เป็นเหยื่อที่แท้จริง!

ตอนนั้นเธอกับฉินเซินเป็นคู่รักในมหาวิทยาลัย ทั้งคู่รักกันมากจนถึงขั้นวางแผนที่จะแต่งงาน

แต่ใครจะคิดว่าการวางแผนแต่งงานนั้นจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่โชคร้ายของเธอ

ฉินเจินมักจะไม่ลงรอยกับน้องชาย ทุกอย่างที่ฉินเซินชอบ เขาต่างแย่งไปหมด

แม้กระทั่งคู่หมั้น

แม่ฉินชื่นรักลูกชายคนโตมาก แค่ฉินเจินพูดว่าเขาก็ชอบซูหยาง เธอก็บังคับให้ซูหยางแต่งงานกับฉินเจิน

ซูหยางต้องไม่ยอมอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นบริษัทของพ่อเธอประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก ต้องการเงินจำนวนมากมาเยียวยา เมื่อเห็นว่าการคุกเข่าอ้อนวอนซูหยางนั้นไม่ได้ผล ก็เลยขู่เธอว่า ถ้าเธอไม่ตกลงก็จะยุติการรักษาแม่ของซูหยางลง!

ในปีที่รักกันมากที่สุด ซูหยางขอเลิกกับฉินเซิน

ผู้ชายที่ดูสูงส่งเกินเอื้อมคนนั้น ในคืนวันที่ฝนตกเขาได้คุกเข่าขอร้องตรงหน้าเธอไม่ให้เธอเลิกกับเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า กอดขาเธอ ถามว่าเขาทำผิดอะไร เขาจะได้ปรับปรุงตัว!

ฝนตกหนักไม่หยุดเป็นเวลาสามวันสามคืน ฉินเซินก็คุกเข่าอยู่ข้างล่างเป็นเวลาสามวันสามคืนเช่นกัน จนเป็นไข้สูงและหมดสติไป ซูเนี่ยนที่กลับจากโรงเรียนต้องพาเขาไปโรงพยาบาล

แม้แต่ตอนที่ไม่รู้สึกตัว ฉินเซินยังคงเรียกชื่อเธอ ถึงขนาดพยาบาลก็ยังทนดูไม่ได้จึงโทรหาซูหยางให้มาเยี่ยมเขาสักครั้ง

แต่ซูหยางตอบไปแค่ว่า “ถ้าเขาจะตาย ก็สมควรแล้ว”

ตั้งแต่นั้น คนรักก็กลายเป็นศัตรู ฉินเซินเกลียดเธอเข้าไส้

ยังไม่ทันจะหลุดจากความทรงจำ จู่ๆ ก็มีตะเกียบคู่หนึ่งคีบปูใส่ถ้วยของซูหยาง

ซูเนี่ยนพูดพร้อมรอยยิ้ม “ปูนี่ฉันทำเอง พี่ลองชิมดูสิ!”

ซูหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไม่ล่ะ ฉันแพ้ปู……”

“กินคำหนึ่งจะเป็นอะไรไป?”

ฉินเซินพูดขัดจังหวะในทันที “มันจะตายเหรอ?”

เขามองซูหยางด้วยสายตาเย็นชาและเสียดสี

ซูหยางรู้สึกเจ็บแปลบในใจ

ช่วงที่อยู่ในมหาวิทยาลัย มีครั้งหนึ่งเธอกินปูโดยไม่ตั้งใจ กลางคืนแพ้อย่างรุนแรง ทำให้เป็นไข้สูง ฉินเซินต้องแบกเธอเดินเท้าเปล่าไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

ความทรงจำมักทำให้คนอ่อนแอในทันที

ซูหยางไม่พูดอะไรอีก เธอคีบปูขึ้นมาแล้วกัดไปคำหนึ่ง

แม่ฉินที่อยู่ข้างๆ ก็หัวเราะแล้วพูดว่า “จริงสิ อย่าให้เนี่ยนเนี่ย นพักที่โรงแรมเลย บ้านเราก็มีตั้งหลายห้อง อีกอย่าง พวกเธอก็จะแต่งงานกันแล้ว จะเกรงใจไปทำไม!”

ฉินเซินเงยหน้ามองคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโดยไม่รู้ตัว

ซูหยางก้มหน้ากินปูอย่างตั้งใจ เหมือนไม่ได้ยินอะไร

จู่ๆ เขาก็รู้สึกปวดใจ จึงจับมือซูเนี่ยนแล้วพูด “พรุ่งนี้พ่อแม่ของเนี่ยนเนี่ยนก็จะมาเที่ยวที่นี่พอดี เราคุยเรื่องวันแต่งงานกันเถอะครับ รีบกำหนดให้สักที!”

ซูเนี่ยนหน้าแดงด้วยความเขินอาย เธอตีฉินเซินเบาๆ “เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมไม่บอกฉันก่อนคะ?”

อาการคลื่นไส้รุนแรงขึ้น ซูหยางทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว และผลักถ้วยออกไป

“ฉันอิ่มแล้ว!”

แม่ฉินยังไม่ทันมีน้ำโห เธอก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำ เปิดก๊อกน้ำ และน้ำก็ไหลออกมาพร้อมกับเลือดจากปากเธอ

ใช้เวลาสักพักกว่าเธอจะหายวิงเวียน ซูหยางพยายามลุกขึ้นล้างอ่างและล้างคราบเลือดบนใบหน้า

เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็เห็นใบหน้าของฉินเซินในกระจก

“คุณกำลังทำอะไร?”

อ่านต่อ

สารบัญ พี่สะใภ้ของแฟนเก่าผู้แสนอาภัพ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย กรงรักร้อนสามีเฉพาะกิจ
7.8
ปอป่านถูกเรียกตัวกลับไทยเพียงเพื่อจะพบว่าอาเฟื่องรัตน์ได้จัดงานหมั้นสายฟ้าแลบให้เธอกับธราเทพ พี่ชายที่แสนดีในวัยเด็ก ท่ามกลางความสับสนและน้อยใจ ปอป่านไม่เคยรู้เลยว่าอาของเธอกำลังป่วยหนักด้วยเนื้องอกในสมองและต้องการฝากฝังชีวิตหลานสาวไว้กับคนที่ไว้ใจได้ที่สุดก่อนจะจากไป ธราเทพผู้หลงรักเธอมาตลอดจึงต้องรับบทสามีเฉพาะกิจเพื่อปกป้องเธอจากชัยนันท์ อาหนุ่มผู้โลภมากที่หวังฮุบสมบัติมหาศาล เขาจะใช้ความรักและความจริงใจพังทลายกำแพงหัวใจของเธอลงได้หรือไม่ในเกมชิงอำนาจครั้งนี้ได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
พลาธิปเผชิญความเจ็บปวดจากการถูกปิยธิดาทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนรักเพียงเพราะอคติต่อตระกูลของเขา เพื่อแก้แค้นและเย้ยหยันอดีตคนรัก เขาจึงตัดสินใจแต่งงานกับปราณปริยาวดี น้องสาวต่างแม่ที่ปิยธิดาเกลียดชังที่สุด แม้เบื้องต้นจะมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือทำลายความรู้สึกของแฟนเก่า แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เขาเริ่มหวั่นไหวกับลูกเมียน้อยที่เขาเคยรังเกียจ ท่ามกลางทิฐิที่ปิดกั้นหัวใจ เขาต้องเลือกระหว่างความแค้นหรือจะยอมรับความรักที่เกิดขึ้นจริง
หน้าปกนวนิยาย Oops sorry ผู้ชายคนนี้เป็นของหนู
8.4
เมื่อความปรารถนาในตัวชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบกลายเป็นเป้าหมายหลักที่เธอต้องคว้ามาให้ได้ หญิงสาวจึงต้องเผชิญกับบททดสอบของความอดทนอย่างหนักหน่วง ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและดุดันจากฝ่ายชาย เธอจำเป็นต้องเตรียมใจรับมือกับความเหนือชั้นทางร่างกายที่เขาพร้อมจะมอบให้ในทุกค่ำคืน หากเธอตัดสินใจแล้วว่าผู้ชายคนนี้คือคนที่ใช่ เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้มแข็งและทนทานต่อความต้องการอันมหาศาลของเขาเพื่อให้ได้ครอบครองเขาไว้อย่างสมใจ
หน้าปกนวนิยาย ยังคงรักกันอยู่ไหม
9.0
ความรักที่แสนหวานของพลอยฟ้าต้องพังทลายลงเมื่อความจริงปรากฏว่าปราบซ่อนใครอีกคนไว้ แม้เธอจะรักเขาจนหมดหัวใจ แต่เขากลับมองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงจืดชืดที่น่ารำคาญและไร้ค่า ปราบปฏิเสธความผิดและบีบคั้นหัวใจเธอด้วยคำพูดที่โหดร้าย โดยให้เธออดทนรอในฐานะผู้ถูกเลือก ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการถูกหลอกลวง พลอยฟ้าจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์และขอหย่าเพื่อคืนอิสรภาพให้แก่กัน แม้ต้องกลายเป็นแม่หม้ายเธอก็ยอมเดินจากไปเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย พยศรักดวงใจมาเฟีย
9.5
โชคชะตาขีดเส้นให้เคลวิน มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลได้พบกับหญิงสาวแปลกหน้าในค่ำคืนที่เริ่มต้นด้วยความบีบบังคับ ทว่าความสัมพันธ์ที่เกิดจากความไม่ตั้งใจกลับแปรเปลี่ยนเป็นความรักลึกซึ้งอย่างไม่น่าเชื่อ แม้เขาจะเป็นฝ่ายชนะในเกมกามารมณ์ช่วงแรก แต่สุดท้ายเขากลับพ่ายแพ้ให้แก่เสน่ห์และความพยศของเธออย่างราบคาบ เมื่อสาวธรรมดาคนนี้ไม่ยอมสยบให้แก่เขาโดยง่าย มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่จึงต้องเลือกระหว่างการปล่อยมือไปหรือจะทำทุกวิถีทางเพื่อตามล่าหัวใจดวงนี้กลับคืนมา
ตอน
อ่านเลย
แชร์