ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย พี่สะใภ้ของแฟนเก่าผู้แสนอาภัพ

พี่สะใภ้ของแฟนเก่าผู้แสนอาภัพ

ซูหยางพบว่าตนเองตั้งครรภ์ท่ามกลางข่าวร้ายเรื่องมะเร็งระยะสุดท้ายซึ่งเหลือเวลาเพียงสามเดือน ชีวิตของเธอพังทลายลงหลังถูกบังคับให้ทิ้งฉินเซินชายคนรักไปแต่งงานกับพี่ชายที่ป่วยของเขาเพื่อครอบครัว จนกระทั่งสามีเสียชีวิตและฉินเซินกลายเป็นศัตรูที่จองเวรเธอด้วยการประกาศแต่งงานกับน้องสาวต่างแม่เพื่อแก้แค้น เขาหวังเห็นความทุกข์ทรมานของเธอโดยหารู้ไม่ว่าในวันวิวาห์นั้นซูหยางกำลังจะจากโลกนี้ไปอย่างโดดเดี่ยวพร้อมความสิ้นหวังเพื่อยุติความแค้นระหว่างกัน
ตอน
แชร์

ตอน 1

วันนั้นที่ตรวจพบว่าเธอตั้งครรภ์ได้สองเดือน ซูหยางก็ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย

ขณะที่นั่งอยู่ในรถแท็กซี่ คำพูดของคุณหมอก็ยังคงดังก้องในหู

“คุณซูครับ ร่างกายของคุณอ่อนแอกว่าคนทั่วไปมาก การทำแท้งอาจเร่งให้มะเร็งกำเริบ ตอนนี้คุณมีเวลาเพียงสามเดือน ควรกลับไปปรึกษากับครอบครัวเรื่องการทำเคมีบำบัด คุณอายุแค่นี้เอง……”

ซูหยางพับรายงานผลตรวจและซ่อนมันไว้ในกระเป๋า พลางพิงพนักเก้าอี้และหัวเราะออกมาเบาๆ

ดีจริงๆ เหลือเวลาแค่สามเดือน……

เมื่อเปิดประตูวิลล่าเข้ามา เธอก็ได้ยินเสียงหัวเราะสดใสดังมาจากโต๊ะอาหาร

เธอจึงเงยหน้าขึ้นและเห็นว่า โต๊ะอาหารที่ปกติจะเงียบสงบนั้น กลับมีคนเพิ่มมาสองคน

ซูหยางหยุดชะงัก

สองปีมานี้ ข้างกายฉินเซินมักมีผู้หญิงล้อมรอบอยู่ไม่ขาด เขาชอบโอบกอดสาวสวยหลากหลายประเภทต่อหน้าซูหยางโดยไม่แยแสสนใจ ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้ชื่นชมสายตาที่เธอลำบากใจและพยายามจะหลบหลีก

จากนั้นในห้องถัดไปที่มีเพียงกำแพงกั้น เขาก็ใช้เวลาเสพสุขทั้งคืนกับคนอื่น

เสียงหายใจแรงและเสียงครวญครางในค่ำคืนอันเงียบสงบ ราวกับเสียงกรีดร้องจากนรกที่ทำลายแก้วหูของซูหยาง

แต่วันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาพาผู้หญิงกลับบ้านและทานอาหารกับผู้หลักผู้ใหญ่

เธอนึกว่าตัวเองชินแล้วเสียอีก แต่ลึกๆ แล้วก็ยังรู้สึกปวดใจอยู่

ขณะกำลังลังเลว่าจะไม่ทานอาหารมื้อนั้นแล้วขึ้นไปข้างบนเลยดีไหม ทว่าผู้หญิงคนนั้นกลับสังเกตเห็นซูหยางที่ยืนอยู่ตรงประตู

“ทำไมพี่เพิ่งกลับมาล่ะคะ? เรารอพี่ตั้งนานแล้ว!”

ซูหยางเงยหน้าขึ้นทันใด และเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นคือซูเนี่ยน น้องสาวต่างมารดาของเธอ!

ฉินเซินทำไมถึงอยู่กับเธอได้นะ……

แม่ฉินมองเธอด้วยความรำคาญอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “ยังจะให้แขกรออีกเหรอ?”

ซูหยางค่อยๆ หดตัวนั่งลงที่เก้าอี้ “พอดีว่าผลตรวจสุขภาพออกมาช้าน่ะค่ะ”

ฉินเซินนั่งตรงข้ามซูหยาง เธอก้มหน้าตลอดเวลา ช่วงเวลาที่ไม่ได้เจอกัน ดูเหมือนเธอจะผอมลงเป็นกอง ใบหน้าดูเล็กจนเกือบจะจมลงในชามอยู่แล้ว

“ทำไมจู่ๆ พี่สะใภ้ถึงไปตรวจสุขภาพล่ะ?”

ซูหยางหยุดเคี้ยว

ซูเนี่ยนเหลือบมองฉินเซินอย่างเรียบเฉย แล้วถามพร้อมรอยยิ้ม “ผลตรวจเป็นยังไงบ้าง ไม่มีอะไรผิดปกติใช่ไหม?!”

“ทุกอย่างปกติดี”

แม่ฉินส่งเสียงหึพลางพูดว่า “คนเลวมักจะอายุยืน เธอจะเป็นอะไรได้ยังไง? ดวงแข็งซะขนาดนี้ มีแต่เธอเท่านั้นแหละที่ทำให้คนอื่นตาย!”

มือที่จับตะเกียบของซูหยางสั่นเทา เธอกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลออกมา

สองปีก่อนเธอแต่งงานกับพี่ชายของฉินเซินเพื่อแก้เคล็ด แต่คิดไม่ถึงว่าคืนแรกหลังแต่งงาน ฉินเจินก็เสียชีวิต

ตั้งแต่นั้นมาซูหยางก็กลายเป็นคนที่ถูกตระกูลฉินดูถูกและด่าทอ สองปีที่ผ่านมาคำดูถูกและถ้อยคำที่เสียดสีเหล่านี้กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

แต่ชัดเจนว่า เธอต่างหากที่เป็นเหยื่อที่แท้จริง!

ตอนนั้นเธอกับฉินเซินเป็นคู่รักในมหาวิทยาลัย ทั้งคู่รักกันมากจนถึงขั้นวางแผนที่จะแต่งงาน

แต่ใครจะคิดว่าการวางแผนแต่งงานนั้นจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตที่โชคร้ายของเธอ

ฉินเจินมักจะไม่ลงรอยกับน้องชาย ทุกอย่างที่ฉินเซินชอบ เขาต่างแย่งไปหมด

แม้กระทั่งคู่หมั้น

แม่ฉินชื่นรักลูกชายคนโตมาก แค่ฉินเจินพูดว่าเขาก็ชอบซูหยาง เธอก็บังคับให้ซูหยางแต่งงานกับฉินเจิน

ซูหยางต้องไม่ยอมอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นบริษัทของพ่อเธอประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก ต้องการเงินจำนวนมากมาเยียวยา เมื่อเห็นว่าการคุกเข่าอ้อนวอนซูหยางนั้นไม่ได้ผล ก็เลยขู่เธอว่า ถ้าเธอไม่ตกลงก็จะยุติการรักษาแม่ของซูหยางลง!

ในปีที่รักกันมากที่สุด ซูหยางขอเลิกกับฉินเซิน

ผู้ชายที่ดูสูงส่งเกินเอื้อมคนนั้น ในคืนวันที่ฝนตกเขาได้คุกเข่าขอร้องตรงหน้าเธอไม่ให้เธอเลิกกับเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า กอดขาเธอ ถามว่าเขาทำผิดอะไร เขาจะได้ปรับปรุงตัว!

ฝนตกหนักไม่หยุดเป็นเวลาสามวันสามคืน ฉินเซินก็คุกเข่าอยู่ข้างล่างเป็นเวลาสามวันสามคืนเช่นกัน จนเป็นไข้สูงและหมดสติไป ซูเนี่ยนที่กลับจากโรงเรียนต้องพาเขาไปโรงพยาบาล

แม้แต่ตอนที่ไม่รู้สึกตัว ฉินเซินยังคงเรียกชื่อเธอ ถึงขนาดพยาบาลก็ยังทนดูไม่ได้จึงโทรหาซูหยางให้มาเยี่ยมเขาสักครั้ง

แต่ซูหยางตอบไปแค่ว่า “ถ้าเขาจะตาย ก็สมควรแล้ว”

ตั้งแต่นั้น คนรักก็กลายเป็นศัตรู ฉินเซินเกลียดเธอเข้าไส้

ยังไม่ทันจะหลุดจากความทรงจำ จู่ๆ ก็มีตะเกียบคู่หนึ่งคีบปูใส่ถ้วยของซูหยาง

ซูเนี่ยนพูดพร้อมรอยยิ้ม “ปูนี่ฉันทำเอง พี่ลองชิมดูสิ!”

ซูหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย “ไม่ล่ะ ฉันแพ้ปู……”

“กินคำหนึ่งจะเป็นอะไรไป?”

ฉินเซินพูดขัดจังหวะในทันที “มันจะตายเหรอ?”

เขามองซูหยางด้วยสายตาเย็นชาและเสียดสี

ซูหยางรู้สึกเจ็บแปลบในใจ

ช่วงที่อยู่ในมหาวิทยาลัย มีครั้งหนึ่งเธอกินปูโดยไม่ตั้งใจ กลางคืนแพ้อย่างรุนแรง ทำให้เป็นไข้สูง ฉินเซินต้องแบกเธอเดินเท้าเปล่าไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

ความทรงจำมักทำให้คนอ่อนแอในทันที

ซูหยางไม่พูดอะไรอีก เธอคีบปูขึ้นมาแล้วกัดไปคำหนึ่ง

แม่ฉินที่อยู่ข้างๆ ก็หัวเราะแล้วพูดว่า “จริงสิ อย่าให้เนี่ยนเนี่ย นพักที่โรงแรมเลย บ้านเราก็มีตั้งหลายห้อง อีกอย่าง พวกเธอก็จะแต่งงานกันแล้ว จะเกรงใจไปทำไม!”

ฉินเซินเงยหน้ามองคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามโดยไม่รู้ตัว

ซูหยางก้มหน้ากินปูอย่างตั้งใจ เหมือนไม่ได้ยินอะไร

จู่ๆ เขาก็รู้สึกปวดใจ จึงจับมือซูเนี่ยนแล้วพูด “พรุ่งนี้พ่อแม่ของเนี่ยนเนี่ยนก็จะมาเที่ยวที่นี่พอดี เราคุยเรื่องวันแต่งงานกันเถอะครับ รีบกำหนดให้สักที!”

ซูเนี่ยนหน้าแดงด้วยความเขินอาย เธอตีฉินเซินเบาๆ “เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมไม่บอกฉันก่อนคะ?”

อาการคลื่นไส้รุนแรงขึ้น ซูหยางทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เธอลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว และผลักถ้วยออกไป

“ฉันอิ่มแล้ว!”

แม่ฉินยังไม่ทันมีน้ำโห เธอก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำ เปิดก๊อกน้ำ และน้ำก็ไหลออกมาพร้อมกับเลือดจากปากเธอ

ใช้เวลาสักพักกว่าเธอจะหายวิงเวียน ซูหยางพยายามลุกขึ้นล้างอ่างและล้างคราบเลือดบนใบหน้า

เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็เห็นใบหน้าของฉินเซินในกระจก

“คุณกำลังทำอะไร?”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมีย(ชัง)รักของพี่มาร์ค
7.8
วรนิษฐ์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาพี่มาร์คเพื่อแจ้งข่าวว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา ทว่าเขากลับตอบแทนด้วยความเย็นชาและยืนยันว่ารักเพียงแพร แฟนสาวของตนเท่านั้น แม้จะยอมรับลูกแต่เขาก็ปฏิเสธที่จะรับผิดชอบในตัวเธอ พร้อมทั้งดูแคลนพรหมจรรย์ที่เสียไปว่าไร้ความหมายในยุคสมัยนี้ เมื่อความพยายามเรียกร้องความยุติธรรมผ่านผู้ใหญ่กลายเป็นเพียงการขู่เข็ญในสายตาเขา ความเจ็บช้ำจึงเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว วรนิษฐ์ตัดสินใจฟ้องหย่าเพื่อจบความสัมพันธ์ที่ไร้รัก แต่สามีใจร้ายกลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ
หน้าปกนวนิยาย ดอกเหมยห่อไฟ
9.1
"เฮีย" เสียงเล็กๆ จากเด็กหญิงทำให้ฉัตรฉายยิ้มกว้างอย่างชอบใจ เขาตรงไปหาแล้วนั่งยองๆ บนส้นเท้า สายตาระดับเดียวกับเด็กน้อย "ว่ายังไงคะ แตงหวานคิดถึงเฮียไหม" "คิดถึง คิดถึงเฮีย" เด็กน้อยพยายามพูด ตั้งใจบอกให้เขารู้ความคิดถึงของตัวเอง ฉัตรฉายเอื้อมมือไปหา เมื่อเด็กหญิงไม่ปฏิเสธ เขาจึงค่อยๆ อุ้มแกขึ้นมา ก่อนจะพูด...เหมือนว่าสื่อกับเด็กน้อยเท่านั้น "วันนี้แตงหวานต้องหยุดเล่นก่อน เพราะเฮียมีงานต้องทำ แตงหวานช่วยเฮียทำงานด้วย...ได้ไหมคะ" "ได้ค่ะ" เจ้าตัวน้อยรับคำแล้วปรบมืออย่างชอบใจอีกต่างหาก ญาณินยืนอึ้ง จับทางยังไม่ถูก มองเจ้าของบ้านที่อุ้มหลานสาวเดินลิ่วเข้าบ้านไปแล้ว จนได้สติถึงเร่งฝีเท้าตาม เดินขึ้นบันไดไปจนเขาผลักประตูห้องหนึ่ง "ส่งแตงหวานมาให้ฉันเถอะค่ะ คุณทำงาน แกจะกวนคุณ" "ใครบอกกันล่ะ แตงหวานจะช่วยเฮียทำงานใช่ไหมคะ" ตอนท้ายถามความเห็นจากคนในอ้อมแขน ซึ่งไม่ผิดหวัง มีเสียงตอบรับในทันทีเช่นกัน "ใช่ค่ะ...แตงหวานทำงาน" อะไรกันนี่ แม่หลานสาวจอมป่วนจะมาสนุกอะไรกันตอนนี้ ญาณินถึงกับทำหน้าปั้นยาก อ่อนใจกับทั้งผู้ใหญ่และเด็ก "มีงานสำหรับเธอด้วย สนใจไหม อย่างน้อยก็เป็นค่าเช่าบ้าน ค่าอาหารวันละสามมื้อ"
หน้าปกนวนิยาย รักอันตรายล่อลวงหัวใจผู้ชายเย็นชา
8.9
ความรักที่คีย์มอบให้มันคือความจริงใจหรือเพียงแค่คำลวงกันแน่? แม้เขาจะพร่ำบอกว่ารักและแคร์เธอมากเพียงใด แต่ความจริงที่เขายังไม่ยอมตัดขาดจากแฟนเก่ายังคงเป็นหนามยอกอกที่คอยทิ่มแทงใจเธอเสมอ ความอดทนของหญิงสาวเริ่มมอดไหม้ลงทุกทีกับการต้องสวมบทบาทคนงี่เง่าเพื่อเรียกร้องความสนใจ เธอไม่ใช่คนใจดีที่จะยอมจมปลักอยู่กับความหวังลมๆ แล้งๆ ได้ตลอดไป ถึงเวลาที่เขาต้องเลือกว่าจะรักษาเธอไว้หรือจะปล่อยให้รักครั้งนี้พังทลายลง
หน้าปกนวนิยาย Like Daddy, Like Baby แด๊ดดี้ครับ...
9.6
ชีวิตของกานต์ เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีต้องพลิกผันเมื่อสูญเสียมารดาไปอย่างกะทันหัน แต่เขากลับพบความจริงที่น่าตกใจว่าตนเองมีพ่อเลี้ยงอย่าง ออสติน สเวน นักธุรกิจชาวอเมริกันผู้ก้าวเข้ามาพร้อมยื่นข้อเสนอในการดูแลจนกว่าเขาจะบรรลุนิติภาวะ กานต์ที่ไร้ที่พึ่งจึงต้องยอมรับฐานะเด็กในปกครอง ความใกล้ชิดกับผู้ปกครองทรงเสน่ห์เริ่มทำให้หัวใจของเขาหวั่นไหว จากความกตัญญูกลายเป็นความรักที่ยากจะห้ามใจ จนเด็กแสนดีคนนี้เริ่มอยากจะเกเรเพื่อพิชิตใจเจ้าของชีวิตคนใหม่ของเขา
หน้าปกนวนิยาย จับนายไว้ในอ้อมกอดฉัน
9.2
เมื่อกลุ่มเพื่อนเริ่มระแคะระคายถึงความสัมพันธ์ที่ซ่อนอยู่ ศรวัณและยอดจึงถูกกดดันให้เปิดเผยความจริงเรื่องชายหนุ่มปริศนาสองคน ศรวัณพยายามเลี่ยงที่จะระบุสถานะที่ชัดเจนกับคาย พี่ชายคนสนิทที่เขาไปอาศัยอยู่ด้วยและช่วยดูแลซีโร่ เพราะความกังวลว่าเพื่อนจะยอมรับความรักในรูปแบบนี้ไม่ได้ แต่คำถามที่โพล่งออกมาอย่างไม่อ้อมค้อมว่าตกลงแล้วชายคนนั้นคือแฟนหรือคนรักกันแน่ กำลังบีบให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ปกปิดไว้ท่ามกลางสายตาที่รอคอยคำตอบจากเพื่อนสนิท
หน้าปกนวนิยาย ไฟร้อนซ่อนสวาท
9.1
“เปล่านะ ฉันไม่ได้โกหกสักหน่อย แค่ไม่ได้บอกว่าจะให้รางวัลมากน้อยแค่ไหนและตอนไหนเท่านั้นเอง” คนเจ้าเล่ห์ตอบกลับเสียงใส รีบปลดสองแขนใหญ่ออกจากร่าง ลุกขึ้นไปยืนยิ้มหน้าระรื่น “เอาน่า...ฉันไม่ผิดคำพูดหรอก แค่ยืดเวลาออกไปนิด คุณคงไม่ถึงกับลงแดงหรอกนะ” “ได้จ้ะเมียจ๋า แต่เดี๋ยวถึงเวลาฉันทวงรางวัล เธอจะมาว่าฉันมักมากไม่ได้นะ” “ให้มันแน่เถอะค่ะคุณสามีขา...แก่แล้วนะคะ กลัวจะตายคาอกฉันน่ะซิ” นิลลดาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ทว่าในใจเธอกลับขลาดกลัว เพราะดันมีเรื่องปกปิดชายหนุ่มเอาไว้น่ะซิ ************ “คะ...คุณภูมิต้องการอะไรล่ะคะ” เอ่ยถามเสียงใสพลิ้ว “ถ้าฉันให้ได้ก็จะให้ค่ะ” “ฉันก็แค่อยาก...” นิ้วยาวร้อนผ่าวทาบทับคลึงบนกลีบปากนุ่ม “กอดเธออย่างแนบชิด แล้วก็จูบ...จูบไปทั่วทั้งตัวเธอเท่านั้นเอง” “บ้า!! คุณภูมิน่ะ” ยกมือทุบอกกว้างเบาๆ “เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย คุณขอแบบนั้นได้ยังไง” “ไม่ได้หรือยายดำ” ภูมินทร์ทำหน้ามุ่ย ทำตาละห้อยโหยหาราวกับว่าจะต้องจากลาไปในบัดเดี๋ยวนี้