ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หัวใจหลงไฟรัก

หัวใจหลงไฟรัก

ภายใต้เงื่อนไขลับสุดยอด พราวตะวันยอมจำนนในฐานะนางบำเรอของไมเคิลโดยไร้ซึ่งการแต่งงานหรือการเปิดเผยตัวตน ทั้งคู่ครองความสัมพันธ์แบบซ่อนเร้นมาเนิ่นนานจนกระทั่งความรู้สึกของเธอเริ่มเปลี่ยนไป เมื่อพราวตะวันเผลอมอบหัวใจให้ชายผู้ไม่เคยศรัทธาในความรักและพร้อมจะเขี่ยเธอทิ้งทันทีหากคิดผูกมัดเขาด้วยพันธะ เธอจะจัดการอย่างไรกับความรักที่เอ่อล้นจนยากจะเก็บซ่อนไว้เพียงลำพัง ในเมื่อยิ่งรักมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงที่จะสูญเสียเขาก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเท่านั้น
ตอน
แชร์

ตอน 2

ไมเคิลขับรถเข้ามาจอดตรงที่จอดรถของผู้บริหาร ร่างสูงใหญ่เกือบร้อยเก้าสิบเซ็นติเมตรยืนพิงรถมองเป้าหมายที่ต้องตาเขาในตอนแรกอย่างรอคอย ดวงตาคมกริบของหนุ่มเลือดผสมหลายเชื้อชาติไม่ว่าจะเป็นไทย ฮ่องกง และฝรั่งเศส กำลังเพ่งมองเป้าหมายที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขาทุกทีราวกับเสือรอตระครุบเหยื่อ ริมฝีปากบางเฉียบของเขาเหยียดยิ้มอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นใบหน้าสวยหวานของเธอในระยะไกล

 เขากำลังคิดว่าทำไมเขาถึงไม่เคยเจอเธอเลยเมื่อมาที่นี่ เพราะเธอเพิ่งเข้ามาเป็นพนักงานใหม่ หรือเป็นเพราะว่าเขาไม่ได้มาตรวจงานที่ เดอ ลาครูเซ่ด์สาขาฮ่องกงบ่อยๆ จึงทำให้เขาพลาดโอกาสไป

แต่ การรอคอยของไมเคิลก็ต้องเป็นการรอคอยที่ต้องเก้อไปเพราะพนักงานสาวขาเรียวสวยคนนั้นกลับไม่ได้เดินตรงมา ดูเหมือนว่าจะมีสายเรียกเข้าจากมือถือของเธอ เธอจึงรับหยุดเพื่อรับสาย

ไมเคิลถอนหายใจอย่างหงุดหงิด เขาตั้งใจว่าจะเดินเข้าไปในร้านเพชรพร้อมกับเธอแล้วแท้ๆ แต่หงุดหงิดได้เท่านั้น ร่างสูงก็ยักไหล่ แล้วเดินเข้าไปในตัวร้านเพราะเขามีงานด่วนที่จะต้องเจรจากับผู้จัดการสาขา ฝ่ายนั้นรอเขาอยู่นานแล้ว ความสนใจในนารีผู้นี้ของเขาก็หมดไปโดยปริยายเมื่อนึกถึงเรื่องงาน

เพราะคนอย่างไมเคิลไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนได้นานนัก คนที่เขามีความสัมพันธ์ด้วยแต่ละคนยืนยาวได้ไม่ถึงเดือนสักราย บางรายเขาไม่รู้จักชื่อจริงของเจ้าหล่อนด้วยซ้ำ ดังนั้นใบหน้าที่สวยหวานตราตรึงของพราวตะวันจึงเลือนหายไปจากความคิดของไมเคิลเมื่อเขาเดินหันหลังเข้าร้านไป

ในขณะที่อีกฝ่ายเดินเข้าร้านไปแล้วนั้นอีกฝ่ายก็ไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้น พราวตะวันกำลังสนอกสนใจกับการสนทนากับน้องสาวที่เพิ่งจะโทรเข้ามาตอนที่เธอกำลังจะกลับเข้าร้านมากกว่า

“มิกิ พูดสิจ๊ะ ร้องไห้ทำไมเป็นอะไรหรือเปล่า” พราวตะวันเอ่ยเตือน พราวแสงศศิหรือมิกิน้องสาวของเธอเอง ไม่รู้ว่าเจ้าตัวมีเรื่องดีใจหรือเสียใจอะไรถึงได้ร้องไห้ขนาดนี้ พราวตะวันแยกอารมณ์แม่น้องสาวเจ้าน้ำตาของตัวเองไม่ออกเลย

“พี่โยโกะขา” อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงสะอื้น

“ว่าไง คราวนี้เรื่องอะไรอีกหรือว่าน้องแมวที่เลี้ยงไว้ไม่สบายกันจ๊ะ” พราวตะวันพยายามกระเซ้าน้องสาว

“เปล่าค่ะ เจ้าเหมียวหง่าวสบายดี แต่ว่า พี่โยโกะทำใจดีๆ ไว้นะคะ มิกิมีเรื่องจะบอก มิกิพาแม่ไปตรวจที่โรงพยาบาล หมอเจอก้อนเนื้อที่หน้าอกของแม่ค่ะ ตอนนั้นมิกิก็ไม่ได้ตกใจอะไรเพราะคิดว่าคงเป็นแค่ก้อนเนื้อธรรมดาผ่าออกก็ไม่เป็นอะไร แต่วันนี้อาจารย์หมอบอกว่าเนื้อมันเป็นเนื้อร้ายค่ะพี่โยโกะ มิกิจะทำยังไงดี แม่มิซาเอะของเราเป็นมะเร็งเต้านมค่ะพี่ มิกิทำอะไรไม่ถูกแล้ว ตอนนี้แม่ยังไม่รู้ แล้วมิกิจะบอกแม่อย่างไงดีคะ”

ปฏิกิริยาตอบสนองของพราวตะวันคืออาการตัวชาดิกกับเรื่องที่ได้ยิน เธอแทบไม่รู้สึกด้วยซ้ำว่าน้ำตาที่ไหลออกจากดวงตานั้นมันมากมายจนพร่างพรูออกมา แม่ของเธอเป็นมะเร็ง โรคร้ายที่คร่าชีวิตคนอย่างไม่ปราณีอย่างนั้นหรือ มันไม่จริง พราวตะวันไม่อยากจะเชื่อเลย

“มันเป็นเรื่องจริงเหรอมิกิ”

“พี่โยโกะ มิกิทำอะไรไม่ถูกแล้ว” เสียงร้องไห้ของพราวแสงศศิพร้อมกับเสียงของผู้ชายที่ปลอบโยนอยู่ข้างๆ พราวตะวันเข้าใจว่านั่นคงจะเป็นเพื่อนของเธอเอง

“หมอวิชย์อยู่กับมิกิใช่ไหม ให้พี่คุยกับเขาหน่อย” พราวตะวันบอกน้อง ตอนนี้เธอต้องการคุยกับนายแพทย์วชิรวิชย์ เพื่อนรุ่นเดียวกันกับพราวตะวัน เขาเป็นอาจารย์แพทย์ฝึกหัดในมหาวิทยาลัยที่พราวแสงศศิเรียนอยู่ เนื่องด้วยความสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็กทำให้พราวตะวันนั้นฝากน้องและมารดาให้เพื่อนช่วยดูแลก่อนจะมาทำงานที่เมืองนอก และเพื่อนเธอก็ทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลย

“ฮัลโหล โยโกะเหรอ เรากำลังจะขอสายมาคุยกับโยโกะพอดี โยโกะใจเย็นไว้ก่อนนะ อย่าเพิ่งตกใจฟูมฟายตามมิกิไป เรื่องมันไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น คุณน้ามิซาเอะเป็นมะเร็งระยะเริ่มแรกเท่านั้นร่างกายท่านก็ยังแข็งแรง การรักษาทุกวันนี้ก็ก้าวหน้าไปไกลมาก มีโอกาสหายขาดได้นะ”

“จริงเหรอวิชย์ แล้วเราต้องทำอย่างไงต่อ” พราวตะวันถาม เธอทำอะไรไม่ถูก ตอนนี้เธอสับสนไปหมด และเริ่มมองเห็นแล้วว่าการอยู่ไกลครอบครัวนั้นมันไม่ดีเลย เธออยากจะไปอยู่ใกล้แม่และน้องในช่วงเวลาอย่างนี้หากแต่เธอก็มีงาน งานนี้ก็ยังเป็นงานหลักที่เลี้ยงครอบครัวเธอ หากเธอจะเลือกตัดงานแล้วกลับบ้าน ก็ย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะนั่นหมายถึงว่าน้องเธอจะไม่ได้เรียนต่อและเงินที่รักษาแม่ก็จะไม่มี

ถึงแม้ว่าจะรู้ว่ามีทางรักษามารดาตัวเองได้ หากแต่เธอก็ไม่ได้สบายใจไปเสียหมด เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่เธอยังกังวลอยู่

“เดี๋ยวเราจะให้อาจารย์ส่งตัวแม่ของโยโกะเข้ารักษาตัวทันทีเลย โรคมันจะได้ไม่เปลี่ยนระยะไปก่อน”

“งั้นเดี๋ยวเราจะกลับคืนนี้ เราจะลองลางานดู เผื่อว่าจะได้กลับไปจัดการอะไรอีก ยังไงก็ฝากวิชย์ช่วยแนะนำเราด้วย”

“โยโกะยังไม่ต้องมาวันนี้ก็ได้ อาทิตย์ที่แล้วที่โยโกะมาเห็นบอกว่าวันลางานหมดแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วจะเป็นปัญหากับที่ทำงานเปล่าๆ นะ ตอนนี้มิกิก็ดูแม่ได้เราเองก็จะช่วยดูอีกแรง เพราะว่าเราได้หยุดทำวิจัย มีเวลาดูแลคุณน้าเค้าในตอนที่มิกิเรียน แล้วมิกิเลิกก็มาดูคุณน้าต่อ เราว่าโยโกะมาตอนที่เป็นวันหยุดเลยก็ได้ ทำงานไปไม่ต้องห่วงนะ เราจะดูแลทางนี้ให้” วิชิรวิชย์บอก เขาเป็นเพื่อนที่เข้าอกเข้าใจเธอมากที่สุด เธอและเขาไม่มีความลับอะไรต่อกันเขาจึงรู้ว่างานของเธอสำคัญกับครอบครัวแค่ไหน

“แต่วิชย์ เรา”

“เชื่อเราเถอะ อย่าให้เสียวันทำงานไปสิ โบนัสก็จะไม่ได้เงินที่จะใช้รักษาก็ไม่พอหรอก วันเสาร์อาทิตย์ค่อยมา อีกแค่สี่วันเองนี่” หมอหนุ่มบอก

“เอาอย่างนั้นเหรอ งั้นเราฝากทางนั้นด้วยนะ เราจะทำงานก่อนแล้วกลับวันเสาร์ เรารบกวนวิชย์ด้วยนะ”

“อืมๆ โยโกะทำงานต่อเถอะ” วิชิรวิชย์บอก พราวตะวันจึงขอคุยกับน้องปลอบใจน้องก่อน แล้วจึงค่อยวางสายอย่างลำบากใจเพราะต้องรีบเข้างานต่อ เธอเสียดายที่ใช้วันลาพักร้อนของปีนี้กลับบ้านไปเมื่อเดือนก่อนหมดแล้ว เธอจึงลาไม่ได้ทั้งที่อยากจะกลับเมืองไทยให้ได้ดั่งใจเดี๋ยวนี้เลย

พราวตะวันเครียดและสบสนวุ่นวายในใจไปหมด เธอยังไม่หยุดร้องไห้เพราะยังรับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่ คำว่ามะเร็ง มันน่ากลัวเหลือเกิน และยังเรื่องค่ารักษาและทุกอย่างที่จะตามมา เธอกลัวว่าน้องจะลาออกไม่ยอมเรียนเพราะอยากให้แม่ได้มีเงินรักษา จากตอนที่พูดกับน้องเมื่อครู่นี้ มิกิบอกว่าจะทำอย่างนั้นจนเธอกับเพื่อนต้องบอกยุติความคิดไว้แทบไม่ทัน เธอรับปากน้องว่าจะจัดการทุกอย่างให้มันดีขึ้น ไม่ให้น้องเป็นห่วงและตั้งสติดูแลแม่และตั้งใจเรียน ส่วนเธอจะหาเงินไปรักษาแม่ไม่ให้น้องเป็นห่วง

พราวตะวันบอกน้องให้สบายใจไปอย่างนั้น แต่เธอเองกลับเดินเข้ามาที่ร้านด้วยน้ำตานองหน้า เธอไม่ได้มองเลยว่าเพื่อนจะสนใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ เพราะน้ำตาพร่ามัวทำให้มองไม่เห็นอะไร เธอไม่อยากอยู่ที่นี่แล้วแต่ที่นี่ก็ทำเงินให้มาก พราวตะวันไม่รู้จะทำอย่างไรดี

ชั่วครู่หนึ่งเธอก็นึกถึงพี่อดิศักดิ์ผู้จัดการร้านที่เป็นคนไทยเหมือนเธอที่สนิทสนมและเป็นที่พึ่งแก่กันได้ เธอจะลองคุยกับเขาดูเผื่อว่าจะมีทางออกที่ดีขึ้นให้กับเธอ

คิดออกแล้ว พราวตะวันก็เดินมุ่งหน้าไปที่ห้องผู้จัดการทันที

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หวงรักจอมบงการ
8.0
เมื่อทอปัด นักข่าวสาวสุดแสบถูกธันน์ เจ้าของอาณาจักรจอมบงการกล่าวหาว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในคดีลักลอบขโมยอัญมณีล้ำค่า เพราะความใจร้อนและคำพูดที่พลั้งปากออกไป ทำให้เธอต้องตกหลุมพรางยอมรับเงื่อนไขชดใช้ความผิดตามที่เขาเรียกร้อง ทอปัดคิดเพียงว่ามูลค่าความเสียหายอาจจบลงด้วยเงินทอง แต่เธอกลับคาดไม่ถึงว่าบทลงโทษที่มหาเศรษฐีหนุ่มต้องการครอบครองแท้จริงคือร่างกายและพรหมจรรย์ของเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น
หน้าปกนวนิยาย เธอคนนั้นกลับมา แต่ฉันไม่ใช่คนเดิมแล้ว
9.2
เมื่อความสัมพันธ์สองปีพังทลายลงเพราะการกลับมาของคนรักเก่าของสามี เนี่ยเหยียนเซินจึงตัดสินใจขอหย่ากับเหยียนซีอย่างไร้เยื่อใย พร้อมข้อเสนอให้เธอเรียกร้องสิ่งที่ต้องการได้ทุกอย่าง แม้จะรู้ดีว่าความผูกพันที่ผ่านมาไม่อาจสู้หยดน้ำตาของหญิงคนนั้นได้ แต่เหยียนซีกลับเลือกที่จะจากไปอย่างสงบโดยไม่โวยวาย ทว่าข้อแลกเปลี่ยนของเธอนั้นกลับไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อเธอเรียกขอทั้งซูเปอร์คาร์คันหรู วิลล่าราคาแพง และกำไรมหาศาลนับพันล้านที่เขาสร้างมาตลอดสองปีให้แบ่งกันคนละครึ่ง
หน้าปกนวนิยาย ร้ายริษยา [Jealous]
9.2
เมื่อความจนตรอกบีบคั้นให้ต้องเลือก ปริยกรจึงตัดสินใจสละสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตเพื่อแลกกับเงินมารักษาแม่ที่เจ็บป่วย ปาล ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมที่เธอแอบรักมาเนิ่นนานคือคนเดียวที่อยู่ตรงหน้า ท่ามกลางความสับสนและไร้ทางออก เธอเลือกที่จะยอมศิโรราบต่อจุมพิตอันแสนหวานและสัมผัสที่ทำให้หัวใจสั่นไหว ปาลอุ้มร่างบางไปยังเตียงกว้างเพื่อเริ่มต้นค่ำคืนที่แสนเย้ายวนใจ แม้จะเป็นเพียงการแลกเปลี่ยน แต่ความโหยหาที่มีต่อชายในฝันกลับทำให้หญิงสาวตกอยู่ในห้วงเสน่หาที่ยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าแล้ว ประธานห่วย ๆ ไล่ตามภรรยาไม่สำเร็จ
9.6
ชิซังหลัวรับหน้าที่เป็นทั้งเลขาส่วนตัวผู้แสนทุ่มเทและภรรยาที่ถูกปกปิดฐานะของฟู่เฉิงหยวนมานานถึงสามปี เธอพยายามทำทุกทางเพื่อเลียนแบบคนรักเก่าของเขาด้วยความหวังอันริบหรี่ว่าวันหนึ่งจะได้รับความรักตอบแทน แต่ความอดทนก็สิ้นสุดลงเมื่อสามีของเธอพาผู้หญิงคนใหม่ที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับรักแรกของเขามากกว่าเข้ามาแทนที่ ชิซังหลัวจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ที่เจ็บปวดนี้ด้วยการยื่นใบหย่าให้เขาด้วยตัวเองเพื่อทวงคืนอิสระและยุติบทบาทตัวแทนที่เธอเคยเป็นมาตลอด
หน้าปกนวนิยาย กัปตันอัจฉริยะ ยอดหัวใจคือเธอ
8.9
เมื่อรักแรกหวนคืน สือโย่วอี๋กลับถูกสวี่ถิงจือข่มขู่ให้เจียมตัวในฐานะตัวแทน เธอจึงตัดสินใจท้าทายโชคชะตาด้วยการชวนกัปตันอัจฉริยะอย่างเผยซิงหลินไปจดทะเบียนสมรสทันทีเพื่อทำตามสัญญาหมั้นหมาย แม้จะเริ่มต้นด้วยข้อตกลงที่เย็นชา แต่หลังแต่งงานตัวตนที่แสนอดทนของเขากลับมลายหายไป กัปตันหนุ่มรุกหนักจนเธอตั้งตัวไม่ติด แม้แต่ในห้องนักบินเขายังขู่จะเปิดเสียงอ้อนวอนของเธอให้ศูนย์ควบคุมได้ยิน หากเธอยังขัดขืนสัมผัสที่เร่าร้อนของเขาในค่ำคืนนี้