
Myboss ที่รักครับบริหารหัวใจให้ผมที
ตอน 3
Bankpan talk.
"มีเหี้ยอะไร"ผมเปิดประตูลงจากรถ ก่อนจะเดินเข้าไปหาไอ้มิคที่ยืนดูดบุหรี่พิงรถของมันอยู่
"กูแค่มาเตือนว่าน้องมะปรางค์เป็นของกู"
"มึงคิดว่ามึงเป็นใครไอ้สัส ถึงกล้ามาเตือนคนอย่างกู อย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่าทำไม มะปรางค์ถึงต้องยอมหมั้นหมายกับมึง แต่ก็ยังไม่ได้หมั้นไม่ใช่หรอวะไอ้เหี้ย ถ้ากลัวกูจะตัดหน้าก็ทำให้เธอยอมหมั้นกับมึงเร็วๆสิวะ ไม่ใช่มาเตือนกูแบบนี้"ผมพูดพร้อมกับลวงบุหรี่ในกระเป๋ากางเกงออกมาสูบ ที่มันมาหาผมถึงที่บ้าน นี่มันคิดดีแล้วใช่ไม
ก็พ่อผมเป็นผู้มีอิทธิพลในแถบนี้ ลูกน้องพ่อมีเยอะจนผมจำแทบไม่หมด พอพ่อผมเสียไปอำนาจทั้งหมดก็ตกมาเป็นของผม ลูกน้องพ่อก็ค่อยช่วยเหลือดูแลผม จนไม่ค่อยมีใครกล้ามายุ่งกับผมหรอกครับ
"ปากดีจังวะ"
"กูไม่มีดีแค่ปาก มึงก็น่าจะรู้ ถ้ามึงยังไม่ถอยรถออกจากหน้าบ้านกูตอนนี้ เดี๋ยวกูจะให้เหรียญบาทลูกรักของกูออกมาคุยกับมึงแทนแล้วกัน" เหรียญบาทที่ผมว่าเป็นเสือโคร่งเพศผู้อายุแค่สามปี พ่อผมเก็บมันมาเลี้ยงก่อนท่านจะเสีย เห็นว่าตอนไปเจอมันแม่ของมันโดนยิงตาย แล้วเหรียญบาทมันก็ไม่ยอมไปไหน นอนเฝ้าแม่มันอยู่อย่างนั่น ใครเดินเข้าไปใกล้ๆมันก็ขู่ไม่ให้ใครจับตัวมันสักคน แต่พอพ่อผมเดินไปจับมัน มันกลับเอาหัวถูไถเหมือนอยากจะอ้อน พ่อผมเลยพามันกลับมาด้วย มันติดพ่อผมขนาดที่ว่าเวลาพ่อออกไปข้างนอกมันจะเฝ้าอยู่หน้าประตูบ้านไม่ไปไหนจนพ่อผมกลับมา แม้แต่วันที่พ่อผมโดนยิงจนเสียชีวิต เหรียญบาทมันก็เฝ้าหน้าประตูบ้าน มันไม่ยอมกินไม่ยอมนอน เพื่อรอพ่อผมกลับมา จนผมที่กำลังเสียใจเรื่องพ่ออยู่ก็อดสงสารมันไม่ได้
"ลูกพี่มีอะไรกันรึป่าวครับ"ลูกน้องผมที่อยู่ในบ้านวิ่งออกมาถามผมที่ยืนทำหน้าเซ็งอยู่ข้างนอกรั้ว มันคงได้ยินเสียงผม
"ไม่มีอะไร มึงมีอะไรก็ไปทำเถอะ กูจัดการเองได้"ไอ้โยมองหน้าผมเหมือนลังเลนิดหน่อย แต่ก็ยอมเดินกลับเข้าไป ผมเลยเดินไปขึ้นรถกะว่าถ้ามันยังไม่ยอมหลีกทางให้ กูจะขับรถชนแม้งเลย พลาสติกหุ้มเหล็กแบบรถของมัน จะมาสู้เหล็กทั้งคันแบบรถผมก็ลองดู แต่พอผมเหยียบคันเร่ง ไอ้มิคมันรีบขึ้นรถขับหลบรถของผมทันที แบบเฉียดฉิว ลูกน้องผมก็เปิดประตูรั้วรอผมอยู่ ผมเลยขับรถเข้าไปจอดที่โรงจอดรถด้านใน บ้านหลังนี้ไม่ใหญ่หรอกครับ พื้นที่โดยรอบแค่สามไร่ แต่มันเป็นบ้านของแม่ผม ผมเลยรักบ้านหลังนี้มากเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่แม่ทิ้งไว้ให้
พอผมขับรถเข้าไปจอดในโรงจอดรถ ยังไม่ทันจะได้เปิดประตูลงไป เหรียญบาทที่ผมก็ไม่รู้ว่ามันมาตั้งแต่เมื่อไร มันกระโดดใส่ประตูรถฝั่งที่ผมนั่งอยู่ จนรถของผมขยับโยกไปตามแรงของมัน
"เดี๋ยวรถกูเป็นรอยมึงจะโดนเตะนะเหรียญบาท"พอผมเปิดประตูลงมา ผมก็พูดดุๆใส่มัน แต่เหรียญบาทมันไม่สนใจน้ำเสียงของผมไง มันกลับเดินเข้ามาเอาหัวโตๆมาถูขาผม เสือหรือแมววะไอ้เหี้ยอ้อนกูตลอดเวลาโดนดุ ผมเลยอดที่จะเอามือไปลูบหัวมันไม่ได้ เหรียญบาทมันเชื่อฟังแค่ผมกับพ่อ แต่มันก็ไม่เคยทำลายลูกน้องผมสักคนนะครับ ผมเลยไม่เคยคิดจะขังมันไว้ในกรง ผมเดินเข้าไปในบ้านโดยมีเหรียญบาทเดินตามมาด้วย
ครืดดด ครืดดด เสียงมือถือในกระเป๋ากางเกงผมดังไม่หยุด ผมเลยหยิบมือถือออกมาดู ก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟา แล้วกดรับสาย
สายเข้า>>>เฮียแจ็ค
"ครับเฮีย"พี่รหัสผมเองที่โทรเข้ามา เมื่ออาทิตย์ก่อนผมไปขอความช่วยเหลือจากเฮีย ห้เฮียช่วยให้ผมได้เข้าทำงานที่บริษัทนั่น ไม่ใช่ว่าผมไม่มีปัญญาหางานหรอกครับ มีหลายบริษัทที่ติดต่อมา แต่ผมไม่อยากทำไง ผมอยากอยู่ใกล้ๆเธอ
/มึงมารายงานตัวให้ตรงเวลานะไอ้สัส อย่าให้เสียชื่อกูเข้าใจป่าววะ/
"ครับเฮีย ผมไม่ทำให้เสียชื่อเฮียหรอก ว่าแต่เฮียเถอะวางวันไหน"
/ทำไมจะเลี้ยงเหล้ากูรึไง/
"ประมาณนั่นแหละครับเฮีย"
/กูว่ามึงลองมาทำงานดูก่อน ถ้าทำได้ค่อยว่ากัน ถ้าทำไม่ได้กูนี่เสียหมาเลยนะอุส่าคุยไว้เยอะ/
"นี่น้องเฮียนะครับ ไม่เชื่อใจกันเลยรึไง"
/เออๆ ก็เพราะกูเชื่อในความสามารถของมึงไง กูถึงฝากให้ พรุ่งนี้ห้ามสายเด็ดขาด/เฮียแจ็คย้ำอีกรอบ ก่อนจะวางสาย เฮียแจ็คเป็นวิศวกรที่เก่งคนนึง ทำงานไม่ถึงสามปี เฮียก็ได้เป็นถึงผู้จัดการแล้ว ผมกำลังเอื้อมมือเอาโทรศัพท์ไปวางที่โต๊ะหน้าโซฟา แต่ก็รู้สึกถึงอะไรหนักๆที่ทับขาผมอยู่ เหรียญบาทมันเอาหัวมาวางบนตักกูตั้งแต่ตอนไหนวะเนี่ย มันนอนพาดตัวยาวไปตามโซฟา แค่มันนอนตัวเดียวก็เต็มโซฟาไปหมดแล้ว ตัวก็ใหญ่หัวมันก็พาดที่ตักผม ทำให้ผมขยับไปไหนไม่ได้ ที่สำคัญมันนอนหลับไปแล้ว ผมเลยเอามือไปวางไว้ที่ขนนิ่มๆของมัน เดี๋ยวให้กูได้แม่มึงมาเป็นเมียเมื่อไร กูจะหาเมียให้มึงสักสองสามตัว จะได้เลิกอ้อนกูแบบนี้สักทีเหรียญบาท ผมยิ้มให้กับความคิดตัวเอง ก่อนจะหยิบรีโมทแถวๆนั่น มาเปิดโทรทัศน์ดูบอล ดูหนังไปเรื่อย
ตอนเช้าผมขับรถมาที่บริษัท วันนี้เริ่มงานวันแรกเลยมาเร็วหน่อย อีกอย่างเฮียแจ็คแม้งโทรปลุกกูแต่เช้าเลยสัส คงกลัวกูจะตื่นสาย พอผมขับรถมาถึงลานจอดรถของบริษัท ผม ผมเลยดูเวลาที่ข้อมือตัวเอง เห็นว่ายังพอมีเวลาผมเลยหยิบบุหรี่ออกมาสูบก่อนจะเข้าไปหาเฮียที่ห้องอาหาร ผมยืนคิดอะไรเพลินๆโดยไม่ทันได้มอง ปอร์เช่911ที่ขับมาจอดข้างๆ
"เลิกได้ก็ดีนะ บุหรี่มันไม่ดีต่อสุขภาพ อีกอย่างฉันเหม็น"เสียงหวานๆที่ทำให้ผมต้องหันไปมอง มะปรางค์มาตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย เธอกำลังเอามือปิดจมูกตัวเองจนผมอดขำไม่ได้
"มันใช่เรื่องที่นายจะขำรึไง แล้วตรงนี้เข้าห้ามสูบบุหรี่ไม่รู้หรอ"เธอหันมาบอกผมหลังจากหยิบกระเป๋าสะพายออกมาจากรถ
"ขอโทษที พอดีไม่รู้ว่าตรงนี้ไม่ให้สูบ" พอผมพูดจบเธอก็เดินออกมาจากตรงนั่นทันที เธอคงจะเหม็นแบบที่เธอว่าจริงๆ ผมคงได้เลิกบุหรี่จริงๆสักที ถ้าได้เธอมาเป็นเมีย
คุณอาจจะชอบ





