
รักนี้อยู่ในใจ
ตอน 2
“ณิกาขอนะคะเติร์ก” เสียงหวานๆ ของเพื่อนปรามความปากเสียของชายผู้นั้นไว้
“ผมเห็นแก่ณิกานะ เลยยอมยกให้นะ”
ฉันเองก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันฉันไปทำให้เขาเกลียดตอนไหน ผู้ชายคนนั้นแสดงออกเปิดเผย เขาเกลียดขี้หน้าฉัน และพยายามแดกดันทุกครั้งหากมีโอกาส
“ณิกาไปก่อนนะธาร” ฉันพยักหน้าแกนๆ และไม่ยอมเงยหน้าขึ้นด้วย
ทั้งสองคนคงไปเที่ยวที่ไหนสักที่ไม่ไกลจากที่นี่หรอก ฉันเองก็อยากเก็บความทรงจำดีๆ เก็บไว้เหมือนกัน ไหนๆ ตัวเองก็มีเวลาว่างแล้ว แต่...ตัวแปรของฉันคือปัญหาใหญ่ ฉันเสียเวลาที่เหลืออีกน้อยนิด สำหรับเรื่องไร้สาระนั่นไม่ได้
หากฉันไม่รีบไขวคว้า เมื่อถึงเวลากลับบ้าน ฉันลำบากแน่ๆ
ฉันถอนใจแรงๆ เงยหน้ามองแผ่นหลังของใครบางคนที่เห็นลิบๆ ฉันยิ้มหยันตัวเองกับความไม่เจียมตัว ฉันแอบรักเขาได้ยังไง ในเมื่อความรักที่ฉันมีต่อเขา ไม่มีทางส่งไปถึง
ฉันสูดจมูกแรงๆ ยกมือปาดน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะแรงกดดันจากด้านใน หากไม่อยากให้คนคนนั้นเกลียดฉันมากกว่านี้ ฉันควรทำใจแต่เนิ่นๆ และกดความลับในใจนี่ไว้ให้ลึกที่สุด
สักวัน...ฉันคงทำใจให้ลืมเขาได้...
หากฉันไม่อยากให้คนรอบตัวสมเพชมากไปกว่านี้
“รูปนี้ ขายยังไงครับ” เสียงลูกค้าถาม ฉันเลยรีบสลัดความคิดสับสนในหัวทิ้ง ฉันฝืนยิ้ม รีบเจรจาต่อรองกับลูกค้ารายใหม่ คงเป็นเพราะฉันมีเลือดนักสู้ในตัวเยอะเกินไป ฉันเลยไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ
ยกเว้นเรื่องเดียว...
“ทำไมกลับดึกจังเลยธาร” ฉันเงยหน้ามอง ส่งยิ้มแหยๆ ให้หนุ่มเจ้าของบ้าน ที่แบ่งห้องให้ฉันเช่ามาตลอดสามปีในราคาที่หาไม่ได้ในโรม
“ไม่ต้องรีบตื่นแล้วนี่คะ ธารเลยไม่ต้องรีบกลับ” ฉันผู้ซึ่งทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย แต่กลับไม่เคยต้องสอบซ่อม ฉันเลยทำเรื่องจบเร็วกว่าคนอื่นๆ เลยมีเวลาเหลืออีกหกเดือนสำหรับการหาเงินสักก้อน
“อ้อ...ลืมไป ธารทำเรื่องจบแล้วนี่นะ” ฉันยิ้มมากขึ้น “ขึ้นมาไหม ผมดื่มๆ อยู่คนเดียว” ฉันวางตัวดี และไม่เคยสังสรรค์หรือพาคนอื่นมานอนค้างที่ห้องเช่าเท่ารูหนูนั่น ไม่เคยก่อปัญหาให้เจ้าของบ้านเกิดความระอา
ฉันส่ายหน้าปฏิเสธ แต่... “ขึ้นมาเถอะ อย่าปฏิเสธเลย อย่างน้อยก็ให้ผมร่วมแสดงความยินดีกับธารสักนิดก็ยังดี”
“ก็ได้ค่ะ ขอเอาของไปเก็บ แล้วอาบน้ำล้างฝุ่นสักหน่อยได้ไหมคะ”
น้ำใจที่หนุ่มต่างชาติคนนี้มีให้กับฉัน ฉันรับรู้มาตลอด มิตรภาพที่แสนดีของเขาฉันเองก็อยากตอบแทน ดังนั้นฉันเลยไม่อยากปฏิเสธ ทั้งๆ ที่ฉันไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
บรูโน่ผลุบกลับเข้าไป ฉันเดินลงบันไดตรงไปยังห้องที่ฉันซุกหัวนอนมาตลอดสามปี
ห้องเช่าราคาถูก มีกลิ่นอับที่ฉันชินเสียแล้ว ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ โชคดีที่มีห้องน้ำในตัว นั่นเป็นข้อเดียวที่ฉันชอบ ฉันไม่ต้องไปแย่งห้องน้ำกับใคร ทำธุระส่วนตัวได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องระแวงว่าจะถูกรบกวน
ฉันใช้เวลาไม่นานสำหรับการอาบน้ำและแต่งตัว
ไม่ต้องประดิดประดอยอะไรนี่ ยังไงก็ไม่มีผู้ชายคนไหนมองฉันอยู่แล้ว
เสื้อยืดผ้านุ่มแขนยาวและกางเกงเนื้อผ้าแบบเดียวกัน ฉันใช้งานคุ้มค่าทุกชิ้น
ฉันถือขนมขบเคี้ยวติดมือมาด้วย และตอนที่ฉันโผล่หน้าขึ้นไป ฉันนึกอยากเปลี่ยนใจเสียเหลือเกิน
“เห้...นอกจากผมแล้ว คุณยังมีแขกคนอื่นอีกหรือไงบรูโน่” ฉันรู้ว่าคนคนนั้นจงใจแขวะ เขาไม่เคยมองว่าฉันอยู่ในระดับเดียวกับเขาสักหน่อย
“คุณต่างหากที่ผมไม่ได้เชิญนะเติร์ก” ฉันพอรู้แหละว่าเจ้าของบ้านของฉัน กับคนคนนั้นรู้จักและเป็นเพื่อนกัน แต่ฉันไม่เคยเจอเขาที่นี่เลย คงเพราะก่อนหน้านั้นฉันยุ่งวุ่นวายทุกนาทีก็ได้
“อะไรกัน คุณเห็นแม่นั่นดีกว่าผมหรือบรูโน่” ฉันเม้มปาก เริ่มลังเล ฉันควรเดินหน้าต่อ หรือยอมเสียมารยาทเดินกลับไปตอนนี้เสียเลย
“มีเหตุผลหน่อยสิ...มาสิธาร ผมกับคุณนัดกันไว้แล้ว ส่วนหมอนี่ เสนอหน้ามาเอง ผมไม่ได้เชิญ”
น้ำเสียงจริงจังของบรูโน่ ฉันเลยไม่กล้าหักหาญน้ำใจเขา ฉันเดินตัวลีบ ไปนั่งข้างๆ เขา พยายามไม่สนใจเสียงกระแหนะกระแหนที่ลอยตามลมมา
“ไม่ยักรู้ว่ารสนิยมของคุณเป็นแบบนี้”
คุณอาจจะชอบ





