
รักนี้อยู่ในใจ
ตอน 3
“ความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกันหรอกเติร์ก หากผมกับคุณชอบเหมือนกัน โลกนี้คงไม่น่าอยู่”
เสียงตอบโต้ดังอยู่ในหูฉัน แต่ฉันก็ยังไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเขาตรงๆ ฉันชินกับการแอบมองเขามาตลอดสามปีแล้วสินะ
“ดีแล้วล่ะ ผมก็ไม่อยากสู้กับคุณเท่าไหร่หรอก”
“อารมณ์เสียอะไรมาล่ะ หรือเดตไม่สนุก” ฉันกลายเป็นอากาศเสียละมั้ง ในสายตาหนุ่มๆ ทั้งสองคน เขาเลยคุยกันโดยไม่สนใจว่าฉันนั่งฟังอยู่ด้วย
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก ผมก็แค่เบื่อ” ฉันขมวดคิ้ว เริ่มเป็นห่วงปุณิกาขึ้นมาจับใจ
ผู้ชายคนนี้เนื้อหอมและฮอตไม่เบาเลย ฉันยังแปลกใจเลย เพราะอะไรผู้หญิงเรียบร้อยอย่างปุณิกาถึงตกลงปลงใจกับเขาได้ ในเมื่อมันมีความเสี่ยงสูง เขาเปลี่ยนคู่ควงแทบนับไม่ถ้วนตั้งแต่วันแรกที่มาเหยียบอิตาลี ใช้ชีวิตเป็นหนุ่มเสเพลเต็มที่ด้วย
“อย่าเบื่อเร็วนักสิ สงสารผู้หญิงบ้าง”
“สงสารทำไมล่ะ พวกหล่อนก็รู้จุดจบดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ผมไม่เคยโกหกใครเลยนะ”
ฉันพยายามทำความเข้าใจ แต่ฉันไม่รู้ไงว่าระหว่างเขากับเพื่อนของฉันตกลงอะไรกันก่อน
“ระวังกรรมตามทันนะเติร์ก คุณล้อเล่นกับความรู้สึกของผู้หญิงมากเกินไปแล้ว” ข้อนี้ฉันเห็นด้วยกับบรูโน่ และเริ่มเป็นห่วงเพื่อนขึ้นมาตงิดๆ ฉันอยากเตือนปุณิกานะ แต่ฉันไม่ได้สนิทกับเธอถึงขั้นตักเตือนกันได้ เราสองคนเป็นแค่คนที่มาจากถิ่นเดียวกัน พูดภาษาเดียวกันเท่านั้น
คงเป็นเพราะฉันหมกมุ่นกับความคิดของตัวเองมากเกินไป ตอนที่บรูโน่ส่งแก้วเครื่องดื่มให้ฉันเลยไม่ได้ดูให้ดีก่อน ฉันยกแก้วจ่อปากและดื่มเครื่องดื่มในแก้วนั้นรวดเดียว รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่เครื่องดื่มนั่นไหลผ่านลำคอฉันไปแล้วนั่นแหละ ช่องท้องฉันร้อนวาบ รู้สึกร้อนไปทั้งตัว ฉันสะบัดหน้าแรงๆ ไล่อาการมึนๆ ในหัวให้หลุด แต่มันไม่เป็นอย่างที่คิดไว้เลย
ฉันนั่งคอตก รู้สึกเหมือนมีอะไรกดทับอยู่บนบ่า
จนไม่สามารถผงกศีรษะให้ตั้งตรงได้...
บทที่2.จุดหักเห
“ตายล่ะ ผมลืม คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหมธาร” เสียงของบรูโน่เหมือนอยู่ไกลเสียเหลือเกิน ฉันพยายามยกศีรษะขึ้น และพยายามเผยอปาก เพื่อพูดบางอย่างให้เขาคลายความกังวล ฉันไม่ได้เป็นอะไรเลย ฉันคงเหนื่อยเกินไปและใกล้หมดแรง ฉันยกศีรษะตัวเองไม่ขึ้นเลยสักนิด
“เกิดอะไรขึ้น” ฉันเอียงหน้ามองด้านข้าง
ใครบางคนชะโงกหน้ามาใกล้ฉัน ใครคนนั้นที่ฉันแอบเก็บไว้ลึกแสนลึก ฉันเผยอปากพยายามคลี่ยิ้ม และมองเขาด้วยดวงแววตาที่ฉันซ่อนเอาไว้ตลอด
“ยัยนี่เมาเหรอไง อะไร... กินไปแค่แก้วเดียวนี่นะ” เสียงเขาพึมพำบางอย่างที่ฉันจับใจความไม่ได้เลย
“ธารไม่ใช่ผู้หญิงเหลวไหลนะเติร์ก จะได้ดื่มเก่ง”
“มันก็ไม่น่าอาการหนักแบบนี้สิ แค่แก้วเดียวเองนะ”
“หากเทียบกับคุณที่ดื่มทุกวันแล้ว จะเอาอะไรไปเทียบได้ล่ะ” บรูโน่บ่นพึมพำ มองหาผ้าสักผืนเพื่อชุบน้ำเช็ดหน้าธาริกา เขาไม่น่าลืมตัวเลย คนที่ไม่เคยดื่มแบบธาริกาเลยสติหลุด
“ไม่เคยคิดว่าบนโลกนี้จะมีคนที่ดื่มแค่แก้วเดียวก็สติหลุดไปเลย” ผมเปรยๆ เงยหน้าหัวเราะร่วน แต่แล้ว ผมก็ต้องเหลียวกลับมามองหล่อนซ้ำ อะไรบางอย่างในแววตาของหล่อนที่มองมายังผมสะกิดใจพิกล
ผมไม่ใคร่ชอบหน้าเธอนั่นเป็นเรื่องจริง ผมหงุดหงิดทุกครั้งเวลาที่หญิงผู้นี้ยอมหงอให้คนอื่น หล่อนไม่ใคร่มีปากเสียง และทำตัวเหมือนอากาศธาตุ ผมเห็นหล่อนวิ่งวุ่น ทั้งทำงานทั้งเรียน แต่ผลการเรียนไม่เคยตก ผมเสียอีกที่ไม่ใคร่ตั้งใจเรียน ใช้ชีวิตอิสระเต็มที่ เพราะทันทีที่กลับถึงบ้าน ผมคงถูกจับใส่กรงขัง ถูกกฎเกณฑ์ที่พ่อแม่ประเคนใส่กดทับไว้อีก
เปลือกตาผมหรี่ลง หัวใจเต้นเป็นจังหวะเอื่อยๆ แล้วก็เริ่มถี่ขึ้น ทันทีที่ผมแปลความหมายในแววตานั่นได้
ผมไม่ได้เข้าข้างตัวเองหรอกนะ…
แววตาแบบนี้ผมเห็นจนชิน แต่มันไม่เคยเกิดขึ้นกับคนตรงหน้าไง
นั่นเลยอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมไม่ชอบหน้าเธอ ผมมั่นใจในเสน่ห์ตัวเอง และใช้ได้ผลมาตลอด ผมเลยเสียเซลฟ์ตอนที่ผมพยายามหว่าน...แต่ไม่สำเร็จ
ผมสูดลมหายใจแรงๆ ปรามตัวเองในใจ
คุณอาจจะชอบ





