ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย SHADE OF RED ร้อนรักสัมผัสลวง

SHADE OF RED ร้อนรักสัมผัสลวง

ในวันที่ชีวิตมืดมนถึงขีดสุดและไร้ซึ่งทางออก เขากลับก้าวเข้ามาเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวที่ช่วยฉุดดึงฉันขึ้นมาจากขุมนรกอันแสนโหดร้าย แต่แล้วความหวังกลับกลายเป็นเพียงภาพลวงตา เมื่อมือคู่เดิมที่เคยหยิบยื่นความช่วยเหลือกลับกลายเป็นสิ่งที่ผลักไสให้ฉันต้องร่วงหล่นลงสู่ความทุกข์ระทมที่ลึกยิ่งกว่าเดิมอย่างเลือดเย็นที่สุด ท่ามกลางความร้อนแรงที่แฝงไปด้วยคำลวง เขาคือผู้ให้ชีวิตและเป็นคนเดียวกับที่ทำลายมันลงกับมือ
ตอน
แชร์

ตอน 1

เขาว่ากันว่าสีแดง... คือความรักและความหลงใหล แต่หารู้ไม่ว่าในบางครั้งมันก็หมายถึงความแค้นและความอันตรายได้เหมือนกัน

ปี๊น!!!

เสียงแหลมแสบหูของแตรรถดังขึ้นพร้อมๆ กับการที่ร่างของฉันถูกกระชากอย่างแรงจากทางด้านหลัง ภาพไหววูบอย่างกะทันหันทำให้ฉันหลับตาลง ก่อนจะจมเข้าสู่อ้อมกอดของใครบางคนที่ใช้แขนรัดร่างฉันเอาไว้อย่างแน่นหนา

“เป็นไรมั้ย” เขาถามพร้อมกับขมวดคิ้วมุ่นหลังจากที่คลายอ้อมกอด ในขณะที่ฉันก็ส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธกลับไปท่ามกลางความสับสน หัวใจฉันเต้นรัวแรงด้วยความตื่นตระหนก... เมื่อกี๊ฉันเกือบตายแล้ว

“ริน! ริน เป็นยังไงบ้าง” พี่แพรที่อยู่ห่างออกไปไม่มากนักวิ่งเข้ามาหาฉันหน้าตาตื่น เธอสำรวจร่างกายฉันไปทั่วจนรู้สึกน่าอึดอัด

“รินไม่เป็นไรค่ะ” ฉันตอบแล้วพี่แพรก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ เธอพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหันไปขอบคุณผู้ชายคนที่ช่วยฉันไว้

“ขอบคุณมากเลยนะคะ ที่ช่วยน้องสาวฉัน”

“ไม่เป็นไรครับ” เขาเอ่ยรับก่อนจะหันมาจ้องหน้าฉันอีกหน ฉันเองก็มองเขากลับถึงได้มีโอกาสเห็นหน้าเขาชัดๆ ในคราวนี้ คนตรงหน้าเป็นผู้ชายหน้าตาดีที่ออกไปทางดุดัน ยามนี้ดวงตาคู่คมกวาดมองฉันราวกับกำลังดุกันกลายๆ ที่ฉันซุ่มซ่ามจนเกือบจะถูกรถชน

“ขอบคุณพี่เขาสิริน” พี่แพรพูดขึ้นเมื่อฉันยังเงียบและทำตัวเสียมารยาท นั่นจึงทำให้ฉันต้องยกมือไหว้ร่างสูงตรงหน้าที่ดูจะอายุมากกว่าฉันหลายปี

“ขอบคุณค่ะ” จบประโยคเขาก็พยักหน้ารับน้อยๆ เหมือนไม่ติดใจอะไร เราสบตากันจนกระทั่งฉันถูกพี่แพรลากออกมาจากตรงนั้น เธอดุฉันยกใหญ่แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจฟังหรอกว่าเธอพูดอะไรบ้าง ฉันทำเพียงแค่ก้าวเดินไปบนฟุตบาธพร้อมกับความคิดมากมายในหัว จุดหมายปลายทางของฉันคือสถานที่ที่เคยเป็นบ้าน... แต่ยามนี้สำหรับฉันมันคือนรก

ผู้ชายคนนั้นไม่ควรช่วยฉันไว้เลย...

หลังจากที่กลับมาถึงบ้านฉันก็รีบเข้าห้องของตัวเองแล้วล็อกกลอนประตูอย่างแน่นหนา ฉันต้องคิดแผนต่อไปในเมื่อสิ่งที่ตั้งใจวันนี้มันไม่สำเร็จ... ฉันทนไม่ได้หรอกถ้าจะต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่

ความคิดแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือการหนี... แต่ฉันไม่รู้ว่าตัวเองควรจะหนีไปที่ไหน ฉันไม่มีญาติ ไม่มีใคร เงินเก็บที่มีอยู่น้อยนิดก็คงใช้ประทังชีวิตได้ไม่นานพอที่จะหางานทำด้วย อีกอย่าง... พวกเขาไม่ยอมปล่อยให้ฉันคลาดสายตาเลย

ความคิดที่สองคือตาย... ซึ่งฉันพยายามทำมันไปแล้วเมื่อเย็นแต่ไม่สำเร็จ รู้มั้ยว่าฉันใช้เวลาทำใจเรื่องที่จะฆ่าตัวตายเป็นอาทิตย์ ทว่าพอถึงเวลาจริงๆ มันกลับผิดแผนเสียอย่างนั้น

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจนฉันต้องหยุดความคิดทุกอย่างลง ฉันหันไปมองบานประตูด้วยความเป็นกังวล... ไม่ว่าคนที่อยู่อีกด้านนั้นจะเป็นใคร มันก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเลย

“ดาริน เปิดประตูให้พี่หน่อย” เป็นพี่แพรที่มาเคาะห้องฉัน เธอเอ่ยพร้อมกับพยายามเคาะรัวๆ เหมือนต้องการที่จะเข้ามาในห้องให้ได้

“พี่แพรมีอะไรคะ รินจะนอนแล้ว” ฉันเอ่ยตอบกลับไปทั้งที่ในใจกลัวแทบแย่ ฉันไม่อยากให้เธอเข้ามาในนี้เลย

“พี่กับพ่อจะไปรับแม่นะ รินจะไปด้วยกันมั้ย” จริงด้วยสิ! วันนี้แม่กลับบ้านนี่นา

“ไม่ค่ะ รินปวดหัว” ฉันตอบพี่แพรกลับไปด้วยหัวใจที่ลิงโลด ซึ่งความดีใจนั้นมันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องที่แม่จะกลับมาเลยสักนิด ฉันเลิกหวังอะไรจากเธอมาตั้งแต่ตัวเองบอกความจริงแล้วถูกตบแล้วล่ะ

“โอเค เดี๋ยวพี่จะรีบกลับนะ” จบประโยคของคนทางด้านนอกฉันก็รีบรื้อตู้เสื้อผ้าเพื่อหากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ปกติแล้วแม่ของฉันต้องเดินทางไปทำงานที่ต่างจังหวัดบ่อยๆ น่ะ แต่วันนี้คงเป็นเพราะฝนตกหนักพี่แพรกับพ่อของเธอก็เลยต้องไปรับที่สนามบิน

ซึ่งนั่นมันดีสำหรับฉัน... นี่เป็นโอกาสเดียวที่ฉันจะได้หนี อย่างน้อยก็หนีไปก่อนแล้วจะเอายังไงต่อค่อยคิดอีกที

ฉันเก็บเสื้อผ้าและชุดนักเรียนบางส่วนลงในกระเป๋าใบใหญ่ โดยที่ไม่ลืมพวกเอกสารสำคัญกับของใช้ที่จำเป็นอีกนิดหน่อย ฉันรอจนกระทั่งเห็นรถของพี่แพรกับพ่อของเธอแล่นออกไปจากบ้าน ถึงได้แอบหนีออกมาท่ามกลางความมืดมิดและสายฝนอันหนาวเหน็บ

นานนับชั่วโมงที่ฉันใช้เวลาเดินเท้า ไม่ใช่ว่าไม่มีรถ... แต่ฉันไม่รู้ว่าตัวเองควรจะไปไหน

ฉันเดินจนกระทั่งมาถึงหน้าคอนโดหรูแห่งหนึ่ง จะว่าไปแล้วตรงนี้มันคือที่ที่ฉันเกือบจะตายเมื่อเย็น ฝั่งตรงข้ามของคอนโดเป็นแม่น้ำกว้างใหญ่ที่ตอนนี้มืดมิดจนน่ากลัว หรือว่าบางที... ฉันอาจจะหนีเพื่อมาตายที่นี่จริงๆ

คิดดังนั้นฉันจึงถอนหายใจออกมาอย่างไม่รู้จะทำยังไง ฉันไม่อยากตาย... มันไม่มีใครอยากตายหรอก แต่ถ้าฉันต้องกลับไปที่บ้านหลังนั้นแล้วต้องเผชิญกับความน่ารังเกียจของสองพ่อลูกนั่น ฉันยอมตายดีกว่า!

[Akkee’s part]

“มึงว่าน้องเขาจะฆ่าตัวตายเปล่าวะ” เสียงของคิมหันต์ทำให้ผมที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ ต้องหันไปมองตามสายตาของมันอย่างอัตโนมัติ

ไอ้นี่มันเป็นเพื่อนผม เราทำงานด้วยกัน และมันก็ชอบแวะมากินเหล้าที่ห้องผมบ่อยๆ ตอนนี้เราออกมายืนสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียง ฝนตกหนักจนละอองกระเด็นเข้ามา... แต่บางครั้งการได้มองสายฝนโปรยปรายลงจากท้องฟ้าก็ช่วยให้สมองปลอดโปร่งได้

“เหมือนมึงสน” ผมเอ่ยกลับไปก่อนจะพ่นควันสีขาวให้ลอยไปในอากาศ ห้องของผมอยู่บนชั้นเจ็ดของคอนโด นั่นจึงยังพอให้มองเห็นคนที่อยู่ชั้นล่างได้ สายตาของผมกำลังจับจ้องเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่อีกฟากของถนน ตรงนั้นเป็นสวนเล็กๆ ติดกับจุดชมวิวที่เป็นแม่น้ำ เธออยู่ในชุดนักเรียนและกำลังนั่งอยู่บนราวกั้นอย่างน่าหวาดเสียว ใกล้ๆ นั่นมีกระเป๋าใบใหญ่คล้ายๆ กระเป๋าเดินทางวางอยู่ด้วย

“กูไม่ แต่มึงใช่” คิมหันต์พูดพร้อมกับหันมามองหน้าผมด้วยแววตารู้ทัน

“ใส่ชุดนักเรียนเหมือนเด็กเมื่อเย็นด้วย” มันไซโคต่อไม่หยุดจนผมต้องโยนบุหรี่ทิ้งแล้วเดินกลับเข้าไปด้านใน ชุดเหมือนแล้วยังไง... ผมจำเป็นต้องสนหรอ

“นั่นมึงจะไปไหน” น้ำเสียงกวนประสาทของไอ้เพื่อนเวรถามขึ้น ตอนที่ผมคว้าร่มคันหนึ่งไว้ในมือแล้วเดินไปใส่รองเท้า ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเพราะรู้ว่ามันตั้งใจถามเพื่อกวนตีน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย แค่คำว่ารัก
8.0
เมื่อความสัมพันธ์ที่น่าอึดอัดเริ่มบีบคั้น เธอจึงตัดสินใจลองหยั่งเชิงน่านฟ้าด้วยการสมมติว่าหากตนเองมีคนอื่นหรือไปมีความสัมพันธ์กับชายหนุ่มคนใหม่ เขาจะยอมยุติพันธะที่ทำอยู่หรือไม่ แต่คำถามนั้นกลับจุดชนวนโทสะให้น่านฟ้าอย่างรุนแรง สายตาที่เขามองมาเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะตอกกลับด้วยคำพูดประชดประชันที่แฝงไปด้วยความเกรี้ยวกราดว่าเธอกำลังโหยหาผู้ชายคนอื่นอยู่ใช่ไหม กลายเป็นความขัดแย้งที่ยิ่งทวีความตึงเครียดให้ทั้งคู่
หน้าปกนวนิยาย คลั่ง(รัก)เมียเด็ก
9.3
จากความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่ควรจะจบลง กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของพันธะร้ายเมื่อนักธุรกิจหนุ่มวัยสามสิบห้าปีเกิดลุ่มหลงในตัวเด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แม้เธอจะพยายามทวงถามถึงข้อตกลงเดิม แต่เขากลับใช้ทุกวิถีทางเพื่อรั้งเธอไว้ภายใต้การดูแลของตนเอง พร้อมยื่นข้อเสนอที่ยากจะปฏิเสธและคำประกาศกร้าวว่าเธอไม่มีวันหนีเขาพ้น ภามรุกหนักให้เธอเปลี่ยนสถานะมาเป็นคนรักอย่างเอาแต่ใจ โดยไม่สนว่าเธอจะเต็มใจเรียกเขาว่าพี่หรือสามีก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย ระบำอสูร
9.6
โชคชะตาขีดเส้นให้เกสรสาวเมืองสุดเปรี้ยวมาพบกับศราหนุ่มมาดเถื่อนจากป่าใหญ่ที่เธอตราหน้าว่าเป็นอสูรร้าย ทว่าเขากลับเข้ามาพัวพันในชีวิตเธอไม่ห่างจนความบังเอิญก้าวไปสู่การแต่งงาน ท่ามกลางบาดแผลในใจและภูมิหลังครอบครัวที่แตกสลายของทั้งคู่ ความใกล้ชิดกลับเปลี่ยนความหวาดกลัวให้กลายเป็นความเข้าใจ เมื่อสองหัวใจที่แหว่งวิ่นพร้อมจะก้าวเดินและสร้างครอบครัวที่สมบูรณ์ไปด้วยกัน อสูรที่เคยร้ายจึงกลายเป็นเพียงยอดรักผู้เติมเต็มชีวิตให้เกสรตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย ล่อลวงเธอ
8.2
มินามิเอดะและฟู่ฮั่นโจวถูกมองว่าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฝ่ายชายคือนักลงทุนผู้เยือกเย็นที่มุ่งเน้นเพียงผลกำไรจนดูเหมือนไร้หัวใจ ทว่าความจริงเขาเฝ้ารอเวลาล่อลวงเธอมานานหลายปี เพราะเธอคือความปรารถนาเดียวที่สิงสู่อยู่ในใจเสมอมา แม้จะมีข้อตกลงเรื่องความสัมพันธ์ที่ปราศจากความรัก แต่สุดท้ายเขากลับยอมสยบแทบเท้าเธออย่างหมดรูป ในเกมเดิมพันที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมของผู้ใหญ่นี้ ทั้งคู่ต่างถลำลึกจนไม่มีใครสามารถถอนตัวออกไปได้แม้แต่คนเดียว
หน้าปกนวนิยาย ฉันหนีไม่พ้นแล้ว
9.7
ที่งานหมั้น มู่ซินยวี่ดื่มเหล้าเข้าไปจนรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เมื่อเห็นเงาร่างที่คุ้นเคย เธอจึงพุ่งเข้าไปหาและจูบอย่างหลงใหล “คุณสามีจ๋า ฉันอยาก...” หลังจากเกิดอะไรบ้าคลั่งมาคืนหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าชายที่อยู่ข้างกายเธอคือ เสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องนักบินของคู่หมั้น! “ตอดรัดแน่นมาก ชอบมากเลยเหรอ?”พอเสียงแหบ ๆ เบา ๆ นี้ลอยเข้าหูมา ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเสียงคู่หมั้น เสิ่นเจียหวิน ตะโกนโวยวายอยู่หน้าประตู เสิ่นเจียสวี่เอาเสื้อสูทคลุมหัวเธอเพื่อพาเธอออกมาแต่ก็ยื่นเงื่อนไขโหดร้าย “มาเป็นกิ๊กของฉัน ไม่งั้น...ลองเดาดูสิว่าตระกูลเสิ่นจะมองเธอเป็นหญิงสำส่อนยังไง ?” มู่ซินยวี่กัดฟันรับข้อเสนอ แค่อยากจะหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ แต่กลับพบว่าเสิ่นเจียสวี่คือกัปตันเครื่องบินของเธอ ในห้องพักบนเครื่องบินสูงหมื่นเมตร เขาจับเอวเธอ "คิดหนีเหรอ? เที่ยวบินนี้ฉันเป็นเป็นหลัก" เธอกล้ำกลืนเอาไว้เพื่อรักษาบริษัทที่แม่ทิ้งไว้และพ่อที่ป่วยหนักของเธอ แต่กลับได้ยินเสิ่นเจียหวินเยาะเย้ยว่า “คุณหนูที่ตกอับ เล่นสนุกแค่แป๊บเดียวก็เบื่อแล้ว!” และเห็นเขากอดมู่อยู่อู่ น้องสาวบุญธรรม พร้อมทุ่มเงินฟุ่มเฟือย! มู่ซินยวี่รู้สึกใจหาย เอาล่ะ การหมั้นนี้ เธอไม่เอาแล้ว เธอหันหลังไปหาเสิ่นเจียสวี่ที่มีอำนาจมากกว่า “ช่วยฉันถอนหมั้น ฟื้นฟูบริษัท แล้วฉันจะยอมตามใจคุณ” ชายหนุ่มมีประกายตาแห่งความต้องการเป็นเจ้าของ “ตกลง จำไว้ จากนี้ไป เธอต้องเป็นของฉันเท่านั้น” ตั้งแต่นั้น ชีวิตของมู่ซินยวี่ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
หน้าปกนวนิยาย ไม่มีสายติด: ทนายความหัวใจของฉัน
9.0
ตลอดเจ็ดปีที่จิลเลียนเฝ้าตามรักไบรอันอย่างสุดใจ เขากลับเย็นชาและไร้ความรู้สึกจนเธอต้องหนีไปต่างประเทศหลังเรียนจบ สามปีผ่านไปเธอกลับมาในฐานะทนายความสาวผู้เก่งกาจและจงใจปั่นประสาทเขาด้วยการใกล้ชิดกับศัตรูคู่แข่งของเขา เมื่อเห็นท่าทีท้าทายนั้นไบรอันก็หมดความอดทนและแสดงความปรารถนาที่ซ่อนไว้ออกมาอย่างเร่าร้อน ทว่าหลังค่ำคืนที่แสนเร้าใจจบลง จิลเลียนกลับบอกเขาด้วยรอยยิ้มอย่างไม่แยแสว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ความสัมพันธ์แบบชั่วคราวเท่านั้น