ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย The Wolf's Bride หนูน้อยหมวกแดง เจ้าสาวหมาป่า

The Wolf's Bride หนูน้อยหมวกแดง เจ้าสาวหมาป่า

เมื่อผู้นำเผ่าหมาป่าผู้ดิบเถื่อนต้องโคจรมาพบกับคุณหนูทายาทมาเฟียผู้มีจิตใจเมตตาท่ามกลางวังวนแห่งการชิงอำนาจระหว่างกลุ่มอิทธิพล แม้สถานะและตัวตนของทั้งสองจะแตกต่างกันอย่างสุดขั้ว แต่ความใกล้ชิดกลับแปรเปลี่ยนความขัดแย้งให้กลายเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้ง บทพิสูจน์รักครั้งนี้เต็มไปด้วยอุปสรรคที่บีบคั้นให้พวกเขาต้องตัดสินใจเลือกระหว่างความรับผิดชอบต่อภาระหน้าที่หรือจะยอมทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจเพื่อรักษาความรักนี้เอาไว้
ตอน
แชร์

ตอน 2

ดูเหมือนว่าการหารืองี่เง่านั่นจบลงด้วยดีโดยไม่มีใครบาดเจ็บล้มตาย...

“ไลซ่า” อริสาส่งเสียงเรียกคนที่เพิ่งก่อ...อีกหนึ่งวีรกรรมไว้เมื่อครู่

“คะ? พี่ริสามีอะไรเหรอ? อ๊ะ เมื่อกี้ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำอะไรไม่ปรึกษา พอดีเพิ่งรู้ว่าพวกนั้นคิดจะใช้กำลังล้อมพวกเราหากเจรจาไม่สำเร็จ เลยต้องเตรียมแผนแบบฉุกละหุกไปหน่อย”

ขอโทษตอนนี้มันสายเกินไปมั้ยคะ?! อริสาอยากจะตะโกนแบบนั้นใจจะขาด อลิสานั้นมีชื่อเล่นว่าไลซ่า กันสับสนเพราะชื่อเล่นของตัวเธอเองคือริสา

“คุณยายฆ่าเจ้าแน่ น้องสาว” อริสาดึงผ้าคลุมสีแดงสะดุดตาที่ตนสวมอยู่ออก ข้างใต้สวมชุดทำจากหนัง กางเกงขาสั้นคล่องตัว และรองเท้าบูต ใส่ไว้เอาความน่าเกรงขามมากกว่าหวังใช้งาน รอบเอวมีเข็มขัดเหน็บปืน กระสุน และอาวุธต่างๆ ที่เธอสวมแบบไม่รู้สึกถึงความหนักของมัน พอถอดผ้าคลุม ร่างที่เคยดูอ้อนแอ้นก็ดูแข็งแกร่งเพราะกล้ามเนื้อที่แขนขาและหน้าท้อง ใครเห็นก็ไม่กล้ามีเรื่องด้วย

“แหม คุณยายคงไม่โกรธ...”

“ข้าโกรธ” เสียงทรงพลังแทรกอลิสากลางประโยค สองสาวลอบกลืนน้ำลาย “เจ้ากระทำโดยพลการ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่สมาชิกแคลนคนอื่นๆ แถมยังติดต่อกับสุนัขของรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาต ถ้าเป็นกรณีปกติ ผ้าคลุมแดงของเจ้าจะถูกริบ และเจ้าจะกลับไปเริ่มใหม่จากผ้าคลุมเขียว”

“คะ ค่ะ...” อลิสาหน้าเสีย... แต่ถ้าเธอปรึกษากับคนอื่นมีหรือจะยอม ยิ่งการเอาเจ้าหน้าที่รัฐมาเกี่ยว...

“แต่ข้าเห็นว่าเจ้าทำไปโดยเห็นประโยชน์ของแคลนเราเป็นสำคัญ คราวนี้เลยละเว้นให้ อีกอย่าง มันเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวที่มีแต่เจ้าเท่านั้นที่ทำได้ สมฉายาแม่พระของเจ้าดี... อลิสา”

“ขะ ขอบคุณมากค่ะ...” เด็กสาวก้มหัว ท่าทางมั่นอกมั่นใจเมื่อครู่หายไปสิ้น

“ทั้งสองคน กลับบ้านแล้วมาที่ห้องด้วย” หญิงอาวุโสทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วก้าวขึ้นรถยนต์คันหรูตรงกลับไปคฤหาสน์ ทิ้งให้หลานทั้งสองมองหน้ากันสงสัยว่าเป็นเรื่องอะไร ก่อนจะขึ้นรถที่หรูน้อยกว่าเล็กน้อยตามไป

รถไม่มีหลังคาเบาะแข็งเป็นไม้กระดานแล่นไปตามถนน ทุกหลุมบ่อและก้อนกรวดบนถนนทำให้คนในรถกระดอนไปมา อีกทั้งเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มแม้จะไม่ได้วิ่งเร็วทำให้ไม่สามารถคุยอะไรกันได้ ทว่ารถยนต์ในครอบครองนี้คือสัญลักษณ์ของทรัพย์และอำนาจยุคใหม่

มันคือสัญลักษณ์ของอำนาจของหนึ่งในแคลนที่ร่วมก่อตั้งสภาฮันเตอร์เพื่อจัดอันดับและควบคุมนักล่าที่เปรียบเสมือนทหารรับจ้าง แม้เป็นแคลนเล็กแต่ก็มีสิทธิ์มีเสียงและได้รับความเคารพในหมู่ฮันเตอร์ด้วยกัน โดยเฉพาะหลานสาวของบอสทั้งสองคนที่เก่งกันคนละด้านจนไม่น่าเชื่อว่าสองคนนี้เกิดจากแม่คนเดียวกัน...

“แต่งงาน?!” ทั้งสองแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

“ใช่ ถึงวัยที่ควรจะแต่งงานเป็นฝั่งฝากันได้แล้ว เจ้าทั้งสองควรจะหาสามีที่ดี...”

“บอส...ไม่สิ...คุณยาย นี่เกี่ยวกับแม่ของ—” อริสายังพูดไม่ทันจบประโยคก็โดนสายตาหญิงสูงวัยข่มจนเสียงหาย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคุณยายมีความรู้สึกขมขื่นกับเรื่องแม่ของทั้งสองคนแค่ไหน และตลอดทั้งชีวิตทั้งสองก็โดนความรู้สึกขมขื่นนั้นครอบงำมาตลอด

“แต่คุณยายคะ พวกเราก็ระดับผ้าคลุมแดงกันทั้งสองคน ไม่ได้เดือดร้อนหรือมีเหตุจำเป็นอะไรเลย ไม่เห็นต้องรีบแต่งงานเลยค่ะ” อลิสาแย้ง เสียงเรียบๆ ทว่าแฝงด้วยพลังการโน้มน้าวนี้เองคือคมดาบของฮันเตอร์ที่ได้ฉายาสุดไม่เข้ากับโลกมืดอย่างแม่พระ

‘ผ้าคลุม’ คือสิ่งที่บ่งบอกระดับชั้นของฮันเตอร์ โดยไล่จากต่ำสุดที่เขียวไปสูงสุดที่ขาว สีแดงนั้นรองจากขาวลงมาสองขั้น อริสาได้มาจากความสามารถในการต่อสู้ ส่วนน้องสาวอลิสาได้มาจากผลงานในการไกล่เกลี่ยปัญหาระหว่างแคลน แน่นอนว่าไม่มีใครเคยได้ประมือต่อสู้กับแม่พระ

“ไลซ่าพูดถูกค่ะ อีกอย่างคนที่จะมารับช่วงต่อแคลนนี้ร่วมกับพวกเราควรจะสรรหาอย่างดีไม่ใช่เหรอคะ?” อริสาเสริม “คุณยายอย่าด่วนรีบหาสามีให้พวกเรา—”

“เรื่องนั้นข้าคิดไว้แล้ว” บอสพูดเสียงเรียบ “อริสา คู่หมั้นของเจ้าคือหนึ่งในลูกชายสองคนของหัวหน้าแคลนฟาทิล ถ้าให้ดีข้าจะจัดให้เจ้าหมั้นกับคนที่เป็นหัวหน้าแคลนรุ่นต่อไป ทั้งสองคนเป็นเพื่อนเล่นเจ้าตอนเด็ก ฉะนั้นข้าคิดว่าเจ้าไม่น่ามีปัญหาอะไร”

“คุณยาย...ไม่จริงน่า...” อริสารู้ว่าหนึ่งในพี่น้องคู่นั้นเป็นผู้ชายที่ให้อารมณ์แบบพี่ใหญ่ แต่เธอฝังใจเลยว่าอีกหนึ่งคนในสองลูกชายแคลนฟาทิลเป็นประเภทที่เห็นหน้าครั้งเดียวก็เกลียดขี้หน้าไปทั้งชาติ แถมยังเป็นพวกโอหัง เห็นแก่ตัว ชอบเหยียบหัวคนอื่น...

“ส่วนเจ้า อลิสา...คงจะรู้จักแคลนที่เริ่มทำตัวเหิมเกริมแถบเหนือสินะ”

อลิสายังมีใบหน้านิ่งสนิทขณะพูดตอบ

“ค่ะ เคยไปแถบนั้นอยู่บ้าง เป็นแคลนซึ่งสมาชิกทั้งหมดเป็นชนเผ่าเร่ร่อนไม่ก็คนเลี้ยงสัตว์สินะคะ”

“รู้อยู่แล้วก็ดี คู่หมั้นของเจ้าคือบอสแคลนวอลฮราห์น ฉายาหมาป่าสีเงิน ‘วูลฟริค’ เจ้าคงเคยได้ยินชื่อผ่านหูมาบ้าง”

คนอะไรชื่อจำโคตรยาก!!! อริสาบ่นในใจ ชำเลืองมองท่าทีของน้องสาวที่ไม่เปลี่ยนแม้แต่นิด นั่นทำให้เธอโกรธแทน

“คุณยายคะ คนพวกนั้นเป็นเผ่าเร่ร่อนนะคะ ข้าได้ยินว่าพวกเขาไม่อาบน้ำ เสื้อผ้าทำจากหนังสัตว์หยาบๆ มีแต่กลิ่นสาบ แถมกินเนื้อดิบ ฉุดผู้หญิงเป็นกิจวัตร อยู่แบบตามมีตามเกิด จะบอกให้ไลซ่าไปฝากชีวิตที่เหลือไว้กับ...” อริสาไม่อาจจบประโยคได้

คุณยายยังไม่หวั่นไหวแม้ถูกทัดทาน ท่านเป็นอย่างนั้นเสมอ ทำสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดี ส่วนหลานทั้งสองจะเห็นด้วยไหมก็อีกเรื่อง

“ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ?” เด็กสาวผมสีเกาลัดถาม รอยยิ้มเรียบเฉยคลี่บนใบหน้า แต่ดวงตาเธอไม่ยิ้มด้วย “การแต่งงานของเราทั้งสองคน... เป็นการเมืองใช่ไหมคะ?”

ใช่...ฟาทิลเป็นอำนาจเก่าที่คานกับแคลนอาซูร์ของพวกเธอมานาน ส่วนวอลฮราห์นถือเป็นขั้วอำนาจใหม่ของฝั่งเหนือที่มีแนวโน้มจะครองพื้นที่อิสระทั้งแถบในอนาคต

นับได้ว่าคุณยายของพวกเธอรู้จักใช้หลานสาวน่ารักๆ เป็นตัวหมากเพื่ออนาคตของแคลนได้ดีทีเดียว

และคนพี่ผู้ไม่ยอมใครอย่างอริสาก็เกลียดคุณยายที่เป็นแบบนั้น เกลียดมาก... และเพราะรู้จักคุณยายดีจึงรู้ว่าพวกเธอไม่มีหนทางปฏิเสธ... นอกจากจะโขกหัวคุณยายให้เสียความทรงจำซะ!

...แต่เอาจริงๆ ใครจะไปทำลง...

“ขอต่อรองหน่อยได้ไหมคะ คุณยาย...” อลิสาเริ่มตั้งเงื่อนไขตามประสา คนเป็นพี่แอบแปลกใจที่น้องสาวโดนยื่นคำขาดขนาดนี้ยังหาเรื่องพูดได้อีก “การส่งพวกเราทั้งสองไปแต่งงานหมายความว่าแคลนอาซูร์ของเราจะไม่มีคนรับช่วงต่อ เพราะฉะนั้นสิทธิ์ในการบริหารแคลนนี้ขอแบ่งกันระหว่างหนูกับพี่ริสา”

อริสาฉุกคิดได้...

จริงสิ ถ้าเราสองคนไป ใครจะรับช่วงต่อคุณยาย...? ไลซ่ากำลังหาทางให้เรายังมีอำนาจในแคลนอยู่นี่เอง แต่อำนาจนั้นตอนแรกคุณยายตั้งใจจะมอบให้ใคร...?

“ข้าไม่เห็นด้วยกับการแบ่งกันบริหารระหว่างสองคน พวกเจ้าอาจไม่รู้ แต่การแบ่งกันอย่างนั้นระหว่างคนที่มีวิธีการทำงานต่างกันสุดขั้วแบบเจ้าสองคนรังแต่จะเป็นปัญหาเปล่าๆ”

“ถ้าอย่างนั้น...หากข้ากับพี่ริสาไปแต่งงานแต่สามารถดึงคู่หมั้นมาเข้าร่วมแคลนอาซูร์ได้ อย่างนั้นจะดีกว่าไหมคะ?”

คุณยายกระตุกยิ้ม

“ถึงถูกปล่อยไว้กลางป่าเหมือนฮันเซลกับเกรเทล เจ้าก็หาวิธีพาตัวเองกลับบ้านจนได้สินะ อลิสาหลานรัก” หญิงชราเปลี่ยนสีหน้า “ตอนแรกข้าตั้งใจจะยุบแคลนเปิดทางให้อำนาจใหม่อย่างเอเลียสให้รับช่วงแทน คนของเราก็ให้ไปช่วยฝั่งนั้นทำงานจนตั้งตัวได้ บอสของแคลนนั้นคืออดีตมือขวาของยายเอง... แต่ข้อเสนอนั้นไม่เลว หากพวกเจ้าจะสานต่อเจตนารมณ์ของคุณตาข้าก็ไม่เกี่ยง อลิสา อริสา ข้าจะส่งต่อสิทธิ์ในการเป็นบอสของแคลนอาซูร์ให้ก็ต่อเมื่อพวกเจ้าสามารถนำทั้งสองแคลนนั้นมาเป็นพันธมิตรในอาณัติของเรา และแสดงให้ข้าเห็นว่าพวกเจ้าสามารถบริหารแคลนได้ ตกลงไหม?”

“ขอบคุณมากค่ะ!” อลิสายิ้มแป้น แต่ยิ้มนั้นเปลี่ยนเป็นยิ้มเจื่อนเมื่อคุณยายพูดประโยคถัดมา

“ว่าที่สามีของเจ้ากำลังจะมาถึงก่อนงานเลี้ยงค่ำวันนี้ อลิสา หลานควรไปเตรียมตัวต้อนรับเขา”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ฉันเปิดเผยว่าสามีนอกใจในงานวิวาห์
8.5
มัตเตโอ โรมาโน่ คู่หมั้นของฉันทรยศด้วยการนอกใจ คลาร่าชู้รักของเขาส่งคลิปที่พวกเขากอดจูบกันมาเยาะเย้ย พร้อมเสียงเชียร์จากเพื่อนและครอบครัวของเขาที่ยอมรับเพียงเธอเป็นสะใภ้ ท่ามกลางความเจ็บปวดฉันตัดสินใจติดต่อพ่อที่เป็นผู้นำมาเฟียเพื่อเตรียมแผนแฉผ่านไลฟ์สดในงานวิวาห์ โดยมีข้อแลกเปลี่ยนคือฉันต้องกลับอิตาลีเพื่อก้าวขึ้นเป็นราชินีผู้ทรงอิทธิพลแห่งกลุ่มบรูคส์แทนที่การเป็นเพียงเจ้าสาวที่ถูกสวมเขา
หน้าปกนวนิยาย ตราบาปร้ายคล้องใจรัก
9.7
จากคุณหนูผู้มั่งคั่ง นิชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อความลับดำมืดของบิดาถูกเปิดเผย ทรัพย์สินทั้งหมดสูญสิ้นพร้อมการจากไปของพ่อ เธอถูกเพื่อนทรยศหลอกขายให้แก่ เอริค มาเฟียหนุ่มผู้เย็นชาที่เข็ดขยาดกับความรัก ค่ำคืนที่ไม่ได้ตั้งใจนำมาซึ่งการตั้งครรภ์โดยที่เขาไม่รับรู้ นิชาต้องกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องดิ้นรนในโลกที่โหดร้าย ท่ามกลางความแค้นในอดีตและโซ่ตรวนแห่งโชคชะตาที่ผูกมัดทั้งสองไว้ด้วยกันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
หน้าปกนวนิยาย ไซเรน…มาเฟียร้ายคลั่งรัก (Siren & Tier)
9.7
ไซเรน มาเฟียหนุ่มสุดเถื่อนวัย 29 ปี ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตรแต่แฝงด้วยความอันตราย ชีวิตเขาเปลี่ยนไปเมื่อถูกช่วยชีวิตโดย เทียร์ นักศึกษาสาววัย 23 ปี จากมาเฟียผู้โหดร้ายต่อคนทั้งโลก เขากลับปฏิญาณตนว่าจะยอมเป็นเด็กดีและคลั่งรักเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น ทว่าการก้าวเข้ามาของเขากลับทำให้ชีวิตอันสงบสุขของเทียร์ต้องสั่นคลอน เมื่อต้องรับมือกับคำขอแต่งงานสุดแปลกและการรุกรานที่หาความปกติไม่ได้จากชายหนุ่มที่พร้อมจะสยบแทบเท้าเธอ
หน้าปกนวนิยาย อสูรสองหัวใจ
9.1
นันท์นภัสต้องทนทุกข์ทรมานท่ามกลางความเย็นชาของอูโก้ มาเฟียหนุ่มที่มองว่าเธอเป็นเพียงของเล่นไร้ค่าและสัตว์เลี้ยงส่วนตัวที่เขาครอบครองไว้เพื่อสนองตัณหาเท่านั้น สร้อยคอที่เขามอบให้กลายเป็นพันธนาการที่แสดงความเป็นเจ้าของอย่างเบ็ดเสร็จ เมื่อเธอถูกลงโทษอย่างป่าเถื่อนเพียงเพราะชายอื่นสัมผัสตัว อูโก้ตอกย้ำด้วยคำพูดเชือดเฉือนว่าเธอไม่มีสิทธิ์ตกเป็นของใครนอกจากเขา พร้อมมอบบทลงโทษอันเร่าร้อนและแสนเจ็บปวดที่จะจารึกชื่อของเขาไว้ในใจเธออย่างไม่มีวันลืมเลือน
หน้าปกนวนิยาย ไอมาเฟีย นั่นเมียกู
8.0
เมื่อโจดินมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลพบว่ายูมิคู่หมั้นของเขาแท้จริงคือคนรักของนิเณอหญิงสาวสุดแกร่งผู้ไม่เกรงกลัวใคร แทนที่เขาจะโกรธแค้นเสน่ห์และความกล้าหาญที่โดดเด่นของนิเณอกลับดึงดูดใจมาเฟียหนุ่มอย่างรุนแรงจนเขาเริ่มเปลี่ยนเป้าหมายและปรารถนาจะครอบครองเธอมาเป็นภรรยาแทนที่คู่หมั้นเดิม เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งท่ามกลางอำนาจมืดจึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาตัดสินใจว่าจะทำทุกทางเพื่อให้ได้ใจสาวแกร่งคนนี้มาครอง
หน้าปกนวนิยาย บำเรอรักคุณหมอมาเฟีย
8.6
ริว ซาโต้อิชิบะ หรือเพลิงกัลป์ มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่ซ่อนตัวในบทบาทคุณหมอหนุ่ม เขามีบุคลิกหล่อร้ายและเย็นชาต่อทุกคน รวมถึง รินรดา สาวสวยสุดเซ็กซี่ที่กล้าได้กล้าเสียและชอบหว่านเสน่ห์ เธอต้องเผชิญกับความสัมพันธ์ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่งของเขาเท่านั้น โดยมีกฎเหล็กสำคัญคือห้ามเผลอใจรักชายผู้ไร้หัวใจคนนี้เด็ดขาด ท่ามกลางความเถื่อนและดิบระห่ำ รินรดาจะจัดการกับหัวใจตัวเองอย่างไรในฐานะของเล่นที่มีความรู้สึก