
The Wolf's Bride หนูน้อยหมวกแดง เจ้าสาวหมาป่า
ตอน 2
ดูเหมือนว่าการหารืองี่เง่านั่นจบลงด้วยดีโดยไม่มีใครบาดเจ็บล้มตาย...
“ไลซ่า” อริสาส่งเสียงเรียกคนที่เพิ่งก่อ...อีกหนึ่งวีรกรรมไว้เมื่อครู่
“คะ? พี่ริสามีอะไรเหรอ? อ๊ะ เมื่อกี้ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำอะไรไม่ปรึกษา พอดีเพิ่งรู้ว่าพวกนั้นคิดจะใช้กำลังล้อมพวกเราหากเจรจาไม่สำเร็จ เลยต้องเตรียมแผนแบบฉุกละหุกไปหน่อย”
ขอโทษตอนนี้มันสายเกินไปมั้ยคะ?! อริสาอยากจะตะโกนแบบนั้นใจจะขาด อลิสานั้นมีชื่อเล่นว่าไลซ่า กันสับสนเพราะชื่อเล่นของตัวเธอเองคือริสา
“คุณยายฆ่าเจ้าแน่ น้องสาว” อริสาดึงผ้าคลุมสีแดงสะดุดตาที่ตนสวมอยู่ออก ข้างใต้สวมชุดทำจากหนัง กางเกงขาสั้นคล่องตัว และรองเท้าบูต ใส่ไว้เอาความน่าเกรงขามมากกว่าหวังใช้งาน รอบเอวมีเข็มขัดเหน็บปืน กระสุน และอาวุธต่างๆ ที่เธอสวมแบบไม่รู้สึกถึงความหนักของมัน พอถอดผ้าคลุม ร่างที่เคยดูอ้อนแอ้นก็ดูแข็งแกร่งเพราะกล้ามเนื้อที่แขนขาและหน้าท้อง ใครเห็นก็ไม่กล้ามีเรื่องด้วย
“แหม คุณยายคงไม่โกรธ...”
“ข้าโกรธ” เสียงทรงพลังแทรกอลิสากลางประโยค สองสาวลอบกลืนน้ำลาย “เจ้ากระทำโดยพลการ เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่สมาชิกแคลนคนอื่นๆ แถมยังติดต่อกับสุนัขของรัฐโดยไม่ได้รับอนุญาต ถ้าเป็นกรณีปกติ ผ้าคลุมแดงของเจ้าจะถูกริบ และเจ้าจะกลับไปเริ่มใหม่จากผ้าคลุมเขียว”
“คะ ค่ะ...” อลิสาหน้าเสีย... แต่ถ้าเธอปรึกษากับคนอื่นมีหรือจะยอม ยิ่งการเอาเจ้าหน้าที่รัฐมาเกี่ยว...
“แต่ข้าเห็นว่าเจ้าทำไปโดยเห็นประโยชน์ของแคลนเราเป็นสำคัญ คราวนี้เลยละเว้นให้ อีกอย่าง มันเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวที่มีแต่เจ้าเท่านั้นที่ทำได้ สมฉายาแม่พระของเจ้าดี... อลิสา”
“ขะ ขอบคุณมากค่ะ...” เด็กสาวก้มหัว ท่าทางมั่นอกมั่นใจเมื่อครู่หายไปสิ้น
“ทั้งสองคน กลับบ้านแล้วมาที่ห้องด้วย” หญิงอาวุโสทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วก้าวขึ้นรถยนต์คันหรูตรงกลับไปคฤหาสน์ ทิ้งให้หลานทั้งสองมองหน้ากันสงสัยว่าเป็นเรื่องอะไร ก่อนจะขึ้นรถที่หรูน้อยกว่าเล็กน้อยตามไป
รถไม่มีหลังคาเบาะแข็งเป็นไม้กระดานแล่นไปตามถนน ทุกหลุมบ่อและก้อนกรวดบนถนนทำให้คนในรถกระดอนไปมา อีกทั้งเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มแม้จะไม่ได้วิ่งเร็วทำให้ไม่สามารถคุยอะไรกันได้ ทว่ารถยนต์ในครอบครองนี้คือสัญลักษณ์ของทรัพย์และอำนาจยุคใหม่
มันคือสัญลักษณ์ของอำนาจของหนึ่งในแคลนที่ร่วมก่อตั้งสภาฮันเตอร์เพื่อจัดอันดับและควบคุมนักล่าที่เปรียบเสมือนทหารรับจ้าง แม้เป็นแคลนเล็กแต่ก็มีสิทธิ์มีเสียงและได้รับความเคารพในหมู่ฮันเตอร์ด้วยกัน โดยเฉพาะหลานสาวของบอสทั้งสองคนที่เก่งกันคนละด้านจนไม่น่าเชื่อว่าสองคนนี้เกิดจากแม่คนเดียวกัน...
“แต่งงาน?!” ทั้งสองแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
“ใช่ ถึงวัยที่ควรจะแต่งงานเป็นฝั่งฝากันได้แล้ว เจ้าทั้งสองควรจะหาสามีที่ดี...”
“บอส...ไม่สิ...คุณยาย นี่เกี่ยวกับแม่ของ—” อริสายังพูดไม่ทันจบประโยคก็โดนสายตาหญิงสูงวัยข่มจนเสียงหาย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคุณยายมีความรู้สึกขมขื่นกับเรื่องแม่ของทั้งสองคนแค่ไหน และตลอดทั้งชีวิตทั้งสองก็โดนความรู้สึกขมขื่นนั้นครอบงำมาตลอด
“แต่คุณยายคะ พวกเราก็ระดับผ้าคลุมแดงกันทั้งสองคน ไม่ได้เดือดร้อนหรือมีเหตุจำเป็นอะไรเลย ไม่เห็นต้องรีบแต่งงานเลยค่ะ” อลิสาแย้ง เสียงเรียบๆ ทว่าแฝงด้วยพลังการโน้มน้าวนี้เองคือคมดาบของฮันเตอร์ที่ได้ฉายาสุดไม่เข้ากับโลกมืดอย่างแม่พระ
‘ผ้าคลุม’ คือสิ่งที่บ่งบอกระดับชั้นของฮันเตอร์ โดยไล่จากต่ำสุดที่เขียวไปสูงสุดที่ขาว สีแดงนั้นรองจากขาวลงมาสองขั้น อริสาได้มาจากความสามารถในการต่อสู้ ส่วนน้องสาวอลิสาได้มาจากผลงานในการไกล่เกลี่ยปัญหาระหว่างแคลน แน่นอนว่าไม่มีใครเคยได้ประมือต่อสู้กับแม่พระ
“ไลซ่าพูดถูกค่ะ อีกอย่างคนที่จะมารับช่วงต่อแคลนนี้ร่วมกับพวกเราควรจะสรรหาอย่างดีไม่ใช่เหรอคะ?” อริสาเสริม “คุณยายอย่าด่วนรีบหาสามีให้พวกเรา—”
“เรื่องนั้นข้าคิดไว้แล้ว” บอสพูดเสียงเรียบ “อริสา คู่หมั้นของเจ้าคือหนึ่งในลูกชายสองคนของหัวหน้าแคลนฟาทิล ถ้าให้ดีข้าจะจัดให้เจ้าหมั้นกับคนที่เป็นหัวหน้าแคลนรุ่นต่อไป ทั้งสองคนเป็นเพื่อนเล่นเจ้าตอนเด็ก ฉะนั้นข้าคิดว่าเจ้าไม่น่ามีปัญหาอะไร”
“คุณยาย...ไม่จริงน่า...” อริสารู้ว่าหนึ่งในพี่น้องคู่นั้นเป็นผู้ชายที่ให้อารมณ์แบบพี่ใหญ่ แต่เธอฝังใจเลยว่าอีกหนึ่งคนในสองลูกชายแคลนฟาทิลเป็นประเภทที่เห็นหน้าครั้งเดียวก็เกลียดขี้หน้าไปทั้งชาติ แถมยังเป็นพวกโอหัง เห็นแก่ตัว ชอบเหยียบหัวคนอื่น...
“ส่วนเจ้า อลิสา...คงจะรู้จักแคลนที่เริ่มทำตัวเหิมเกริมแถบเหนือสินะ”
อลิสายังมีใบหน้านิ่งสนิทขณะพูดตอบ
“ค่ะ เคยไปแถบนั้นอยู่บ้าง เป็นแคลนซึ่งสมาชิกทั้งหมดเป็นชนเผ่าเร่ร่อนไม่ก็คนเลี้ยงสัตว์สินะคะ”
“รู้อยู่แล้วก็ดี คู่หมั้นของเจ้าคือบอสแคลนวอลฮราห์น ฉายาหมาป่าสีเงิน ‘วูลฟริค’ เจ้าคงเคยได้ยินชื่อผ่านหูมาบ้าง”
คนอะไรชื่อจำโคตรยาก!!! อริสาบ่นในใจ ชำเลืองมองท่าทีของน้องสาวที่ไม่เปลี่ยนแม้แต่นิด นั่นทำให้เธอโกรธแทน
“คุณยายคะ คนพวกนั้นเป็นเผ่าเร่ร่อนนะคะ ข้าได้ยินว่าพวกเขาไม่อาบน้ำ เสื้อผ้าทำจากหนังสัตว์หยาบๆ มีแต่กลิ่นสาบ แถมกินเนื้อดิบ ฉุดผู้หญิงเป็นกิจวัตร อยู่แบบตามมีตามเกิด จะบอกให้ไลซ่าไปฝากชีวิตที่เหลือไว้กับ...” อริสาไม่อาจจบประโยคได้
คุณยายยังไม่หวั่นไหวแม้ถูกทัดทาน ท่านเป็นอย่างนั้นเสมอ ทำสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดี ส่วนหลานทั้งสองจะเห็นด้วยไหมก็อีกเรื่อง
“ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ?” เด็กสาวผมสีเกาลัดถาม รอยยิ้มเรียบเฉยคลี่บนใบหน้า แต่ดวงตาเธอไม่ยิ้มด้วย “การแต่งงานของเราทั้งสองคน... เป็นการเมืองใช่ไหมคะ?”
ใช่...ฟาทิลเป็นอำนาจเก่าที่คานกับแคลนอาซูร์ของพวกเธอมานาน ส่วนวอลฮราห์นถือเป็นขั้วอำนาจใหม่ของฝั่งเหนือที่มีแนวโน้มจะครองพื้นที่อิสระทั้งแถบในอนาคต
นับได้ว่าคุณยายของพวกเธอรู้จักใช้หลานสาวน่ารักๆ เป็นตัวหมากเพื่ออนาคตของแคลนได้ดีทีเดียว
และคนพี่ผู้ไม่ยอมใครอย่างอริสาก็เกลียดคุณยายที่เป็นแบบนั้น เกลียดมาก... และเพราะรู้จักคุณยายดีจึงรู้ว่าพวกเธอไม่มีหนทางปฏิเสธ... นอกจากจะโขกหัวคุณยายให้เสียความทรงจำซะ!
...แต่เอาจริงๆ ใครจะไปทำลง...
“ขอต่อรองหน่อยได้ไหมคะ คุณยาย...” อลิสาเริ่มตั้งเงื่อนไขตามประสา คนเป็นพี่แอบแปลกใจที่น้องสาวโดนยื่นคำขาดขนาดนี้ยังหาเรื่องพูดได้อีก “การส่งพวกเราทั้งสองไปแต่งงานหมายความว่าแคลนอาซูร์ของเราจะไม่มีคนรับช่วงต่อ เพราะฉะนั้นสิทธิ์ในการบริหารแคลนนี้ขอแบ่งกันระหว่างหนูกับพี่ริสา”
อริสาฉุกคิดได้...
จริงสิ ถ้าเราสองคนไป ใครจะรับช่วงต่อคุณยาย...? ไลซ่ากำลังหาทางให้เรายังมีอำนาจในแคลนอยู่นี่เอง แต่อำนาจนั้นตอนแรกคุณยายตั้งใจจะมอบให้ใคร...?
“ข้าไม่เห็นด้วยกับการแบ่งกันบริหารระหว่างสองคน พวกเจ้าอาจไม่รู้ แต่การแบ่งกันอย่างนั้นระหว่างคนที่มีวิธีการทำงานต่างกันสุดขั้วแบบเจ้าสองคนรังแต่จะเป็นปัญหาเปล่าๆ”
“ถ้าอย่างนั้น...หากข้ากับพี่ริสาไปแต่งงานแต่สามารถดึงคู่หมั้นมาเข้าร่วมแคลนอาซูร์ได้ อย่างนั้นจะดีกว่าไหมคะ?”
คุณยายกระตุกยิ้ม
“ถึงถูกปล่อยไว้กลางป่าเหมือนฮันเซลกับเกรเทล เจ้าก็หาวิธีพาตัวเองกลับบ้านจนได้สินะ อลิสาหลานรัก” หญิงชราเปลี่ยนสีหน้า “ตอนแรกข้าตั้งใจจะยุบแคลนเปิดทางให้อำนาจใหม่อย่างเอเลียสให้รับช่วงแทน คนของเราก็ให้ไปช่วยฝั่งนั้นทำงานจนตั้งตัวได้ บอสของแคลนนั้นคืออดีตมือขวาของยายเอง... แต่ข้อเสนอนั้นไม่เลว หากพวกเจ้าจะสานต่อเจตนารมณ์ของคุณตาข้าก็ไม่เกี่ยง อลิสา อริสา ข้าจะส่งต่อสิทธิ์ในการเป็นบอสของแคลนอาซูร์ให้ก็ต่อเมื่อพวกเจ้าสามารถนำทั้งสองแคลนนั้นมาเป็นพันธมิตรในอาณัติของเรา และแสดงให้ข้าเห็นว่าพวกเจ้าสามารถบริหารแคลนได้ ตกลงไหม?”
“ขอบคุณมากค่ะ!” อลิสายิ้มแป้น แต่ยิ้มนั้นเปลี่ยนเป็นยิ้มเจื่อนเมื่อคุณยายพูดประโยคถัดมา
“ว่าที่สามีของเจ้ากำลังจะมาถึงก่อนงานเลี้ยงค่ำวันนี้ อลิสา หลานควรไปเตรียมตัวต้อนรับเขา”
คุณอาจจะชอบ





