
The Wolf's Bride หนูน้อยหมวกแดง เจ้าสาวหมาป่า
ตอน 3
“นี่จะบ้ารึไง?!”
อลิสาปิดหูแทบไม่ทันเมื่อเจอเสียงดังระดับฟ้าผ่าของพี่สาว
“ได้พบเจ้าบ่าวครั้งแรก จะใส่ชุดออกรบเลยเหรอ...?” อริสาแผ่วเสียงลง “ไวเกินไปแล้ว เจ้าคาดหวังอะไรกันแน่ไลซ่า? คุณยายบอกมาก็จริงว่าต้องเอามาเป็นพันธมิตรแต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำแบบนั้นด้วยการแต่งงาน ดูตัวไปแล้วค่อยสะบัดหน้าไล่ทีหลังก็ได้ เจ้าหาช่องโหว่ในคำสัญญาเก่งกว่าข้า อย่าบอกนะว่าไม่ทันสังเกตว่าที่จริง เราไม่ต้องสนเรื่องแต่งงานด้วยซ้ำหากเราดึงพวกนั้นมาเป็นบริวารได้?”
สาวผมเกาลัดที่อยู่ในชั้นในลูกไม้เบะปากน้อยๆ แบบที่ถ้าไม่ใช่คนใกล้ชิดคงไม่มีวันได้เห็นแม่พระทำหน้าแบบนี้ ใต้ชุดระบายฟูฟ่องที่ใส่ประจำคือร่างบางที่อ้อนแอ้นนุ่มนวลผิดกับพี่สาว ผิวขาวเนียนอมชมพูดูแล้วไม่น่าเป็นของฮันเตอร์ได้เลย
“หรือเจ้ามีแผนอะไร...?” อริสาถามเพิ่ม น้องสาวหลุบตา พี่สาวเลยถือโอกาสพูดต่อ “เจ้าก็รู้ว่าการเป็นคุณนายให้บอสแคลนฮันเตอร์เน่าๆ เท่ากับจบเส้นทางในฐานะฮันเตอร์ของตัวเอง โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายเป็นแค่คนเร่ร่อนสกปรก ไปอยู่ด้วยท่ามกลางความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นก็เท่ากับดับอนาคตตัวเองแล้ว เจ้าดูเหมือนจะวิ่งเข้าหาชีวิตนั้นเหลือเกิน เตรียมมัดใจเจ้าบ่าวเสียขนาดนี้...เฮอะ” สาวร่างสูงสะบัดเส้นผมสีดำไปด้านหลัง “หรือนั่นคือสิ่งที่เจ้าต้องการแต่แรก ไลซ่า?”
“ข้าไม่ได้ต้องการแบบนั้นหรอกค่ะ ข้าอยากใส่ของข้าอย่างนี้ ไม่เห็นมีอะไร” เด็กสาวคว้าเดรสมาสวมทับ “ข้าสงสัย พี่ริสา สงสัยว่าทำไมคุณยายถึงต้องการยุบแคลนของพวกเราทิ้งเพื่อเปิดทางให้เอเลียส?” พอแต่งตัวเสร็จก็หันมาพูด “ทั้งที่พวกเรามีคุณสมบัติมากพอจะรับช่วงต่อ คุณยายคิดอะไรอยู่? ทำไมต้องเปิดทางให้...”
“คุณยายแก่แล้ว อาจจะเหนื่อยก็ได้ ท่านคงคร้านจะมาเป็นที่ปรึกษาเรื่องบริหารงานให้พวกเรา คุณยายไม่มีความภูมิใจในฐานะบอสของแคลนที่ร่วมก่อตั้งสมาคมฮันเตอร์ คิดแค่ว่าแคลนนี้เป็นสิ่งที่ทำให้แม่ทิ้งพวกเราไป ข้าว่าอย่างนั้น” อริสายักไหล่ “ข้าไม่อยากคิดแล้ว จะอะไรก็ช่าง ถ้าเจ้าอยากผนวกแคลนแดนเหนือใต้ตราเดียวกับพวกเราจริง ข้าก็เอาด้วย ข้าอยากเห็นพวกแคลนฟาทิลกราบแทบเท้าของพวกเรามานานแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นก็เป็นอันตกลง”
“ไลซ่า เจ้าก็อย่าไร้เดียงสานัก อย่าคิดว่าใช้ร่างกายตัวเองแล้วจะผูกมัดผู้ชายได้ พวกนั้นไม่สนใจหรอก หากเกิดอะไรขึ้นมา เจ้าคงรู้ว่าคนที่รับผลของมันคือใคร”
“พี่ริสายังไม่รู้ว่าข้าจะทำอะไรสักหน่อย”
“เฮ้อ เอาเป็นว่าเจ้าโตแล้ว จะทำอะไรก็ทำ ข้าก็จะทำแบบของข้า แบบนี้พอใจใช่ไหม?”
“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นเราไปกันเลยไหมคะ?”
“ไปสิ”
หัวหน้าแคลนหมาป่าแดนเหนือมีนามว่าวูลฟริค
ข่าวลือของเขากระฉ่อนไปทั่วว่าแม้จะเป็นหัวหน้าแคลนที่นำพาชนเผ่าเร่ร่อนกลางหิมะและทุ่งหญ้ารกร้างให้รุ่งเรืองจนเป็นขั้วอำนาจได้ เขากลับเป็นคนมีเรื่องไม่ดีกับผู้หญิงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นข่าวลือที่เขาเปลี่ยนคู่นอนวันละสิบคน หรือข่าวลือที่ว่าเขามีรสนิยมชอบกัดคู่นอนให้เลือดซิบแล้วดูดเหมือนผีดูดเลือด บ้างก็ว่าเขาเป็นมนุษย์หมาป่าที่กลายร่างทำร้ายคนทุกวันเพ็ญ บ้างก็ว่าเขาเคยโกรธคนที่มาพูดจาดูถูกแคลนของตนจนจับคนคนนั้นฆ่าและเอามาทำอาหาร
แต่ข่าวลือนั้นดูเหมือนจะทำอะไรฮันเตอร์ฉายา “แม่พระ” ไม่ได้สักนิด
“ที่ว่าที่เจ้าสาวยังไม่หนีคงเป็นเรื่องดีแล้วละนะ บอส” มือขวาของแคลนหมาป่าแดนเหนือพูดหน่ายๆ เหมือนชิน “แต่หายากนะที่บอสจะตอบรับยอมมาดูตัวเจ้าสาวทั้งที่มีเรื่องติดพันมากมาย สร้างภาพว่าตัวเองนิสัยเจ้าชู้เป็นเสือผู้หญิงจนข้าละหน่ายเก็บกวาดตามหลังท่านจริงๆ”
“ข้าไม่ได้อยากสร้างภาพด้วยซ้ำ ธอร์เคล เจ้าก็รู้ดีกว่าใคร”
“แล้วคนอื่นเขาคิดอย่างข้าไหมล่ะ?”
“...เจ้าเลิกพยายามเอาผิดข้าสักทีได้ไหม อันตา (น้องชายร่วมสาบาน) ผู้ปราดเปรื่องของข้า?” หัวหน้าแคลนเท้าคาง “ข้าขออนุญาตกล่าวอะไรหน่อยได้ไหมขอรับท่านมือขวา? จะให้ข้าเอาร่างตัวเองแลกกับเส้นสายในหมู่ขุนนางกับแคลนอื่นไปจนแก่เฒ่า ข้าก็ไม่ไหวรึเปล่า?”
“ท่านอย่าพูดแบบนั้น ถึงข้าว่าท่านคงเป็นคนประเภทยิ่งแก่ยิ่งหล่อก็เถอะ แต่ข้าขนลุก”
“เจ้าก็อย่าแซวให้มากนัก”
“ขอรับบอส” มือขวาพูดกลับด้วยน้ำเสียงประชดประชันพอกัน
ดวงตาสีทองของหัวหน้าแคลนมองทิวทัศน์ผ่านหน้าต่างของเรือนรับรอง
เขาลุกขึ้นไปส่องกระจก เส้นผมสีเงินยวงยาวถึงกลางหลังชี้โด่เด่แบบที่หวียังไงก็ไม่มีวันเรียบ ร่างกำยำสวมชุดพิธีการแบบพื้นเมือง ผ้าปักหลากสีแทนที่จะทำให้ดูตลกกลับยิ่งขับราศีของเขาให้ดูหล่อเหลาลึกลับกว่าเดิม
จริงอยู่ที่เหล่าชนเร่ร่อนมีชื่อเสียงไม่ดีติดตัวว่าทั้งสกปรกทั้งป่าเถื่อน แต่เขาได้ใช้เวลาวัยเด็กในต่างแดน จึงคิดว่าหากเราไม่มีกำลังพอพิชิตเขาได้เราก็ต้องโอนอ่อนตามเขาและหาทางใช้ประโยชน์จากตรงนั้น เพราะอย่างนั้นเขาจึงเริ่มเปลี่ยนประเพณีเดิมๆ ที่ทำให้ชนเร่ร่อนโดนดูถูก ให้ทุกคนในเผ่าทำตัวเข้ากับสมัยนิยมและคนชาติอื่นๆ มากขึ้น แต่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมของตนเองไว้ เหมือนชุดพิธีการในวันนี้
“ฉายาแม่พระอย่างนั้นรึ... นางคงไม่เดินเข้ามาตบหน้าข้าทันทีที่เห็น” วูลฟริคยอมแพ้กับการทำให้เส้นผมดูเป็นผู้เป็นคน ปล่อยให้ชี้อยู่อย่างเดิม
“นางคงทำแบบนั้น ท่านควรเตรียมใจรับสักฉาดสองฉาด”
“เจ้าเป็นมือขวาที่ดีมากธอร์เคล ข้าดีใจเหลือเกินที่เลือกเจ้ามารับตำแหน่งนี้ และข้าดีใจเหลือเกินที่เมื่อก่อนโน้นตอนข้ายังเป็นเด็กโง่ไม่รู้อะไรข้าก็ได้เลือกเจ้าเป็นอันตา”
หัวหน้าแคลนหันไปมองคนที่เป็นทั้งมือขวาและคนที่สาบานว่าจะดูแลกันดั่งพี่น้องร่วมสายเลือดไปชั่วชีวิต ทว่าแทนที่จะประชดกลับ หนุ่มคิ้วเข้มผมดำถักเป็นเปียเล็กๆ แน่นไปทั้งหัวกลับทำหน้านิ่ง
“ถ้าท่านไม่ช่วยข้า ข้าคงเป็นแค่เด็กซ่องถูกเอาไปขายให้พวกกามวิปริตไม่มีวันโงหัวขึ้นมองแสงตะวันได้อีกตลอดชีวิต ไม่อย่างนั้นข้าก็คงเป็นปาป้าซังที่ทำให้เกียรติของพวกเราเสื่อมถอยอย่างไม่มีวันกู่กลับ...”
“...ธอร์เคล เจ้าก็อย่าลืมว่าข้าก็เด็กซ่องไม่ต่างจากเจ้า เจ้าตะกายขึ้นมาด้วยความสามารถของตัวเอง ข้าแค่ยื่นความช่วยเหลือเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับสิ่งที่เจ้าพยายามมา”
“...สมัยท่านเด็กกว่านี้คนเรียกท่านว่ากามเทพ”
“ข้าไม่อยากนึกถึง เราจะไปได้รึยัง?”
“ท่านลืมผ้าผูกเอวอีกหนึ่งผืน ออ นี่เป็นชุดพิธีการทอมือที่ภรรเมียสุดที่รักของข้าปักลายมาให้ท่านในโอกาสนี้โดยเฉพาะ โดยเฉพาะตรงหลังนี้มีลายหมาป่าที่นางใช้เวลาที่ควรอยู่ร่วมกับข้ามาออกแบบถึงหนึ่งชั่วโมงเต็มๆ ฉะนั้นหากท่านทำเลอะแม้เพียงจุดเดียวข้าจะสวดท่านให้ยับแทนสุดที่รักของข้าเอง”
“นี่เจ้าเป็นมือขวา น้องชาย หรือเป็นแม่ข้า...?”
คุณอาจจะชอบ





