หน้าปกนวนิยาย หลินลี่ชา ฮูหยินร้ายจวนโหว

หลินลี่ชา ฮูหยินร้ายจวนโหว

8.1 / 10.0
ลี่มี่มี่ถูกย้อนเวลามาเป็น หลินลี่ชา ฮูหยินร้ายจวนโหว เพื่อล้างแค้นให้ตระกูลที่ถูกประหาร เธอใช้ทักษะนางงิ้วแฝงตัวเข้าหาซือหม่าเยี่ยคังใน fantasy romance เรื่องนี้ พบการชิงไหวชิงพริบในจวนโหวและภารกิจทวงคืนความยุติธรรมผ่าน fiction fantasy novels ที่เข้มข้นจนคุณไม่ควรพลาด
เรื่องย่อ หลินลี่ชา ฮูหยินร้ายจวนโหว
ลี่มี่มี่ นักแสดงงิ้วและบิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดังข้ามภพสู่อดีตในร่างหลินลี่ชา คุณหนูสิบหกที่ถูกไฟคลอกตายขณะตระกูลหลินโดนสั่งประหารล้างโคตร โดยมีคู่หมั้นอย่างซือหม่าเยี่ยคัง องครักษ์เสื้อแพรยืนมองความตายนั้น เธอจึงหวนกลับมาในฐานะนางงิ้วหอเลี่ยงเฟิ่ง วางแผนเป็นอนุเพื่อเข้าจวนตงฉ่างโหวหวังชำระแค้นชายผู้โหดเหี้ยม แต่แผนการกลับพลิกผันอย่างไม่คาดคิด เมื่อเป้าหมายที่เธอตราหน้าว่าหน้าเหี้ยมกลับซ้อนกลเปลี่ยนฐานะจากอนุให้กลายเป็นฮูหยินเอกแทน
อ่านเพิ่มเติม

หลินลี่ชา ฮูหยินร้ายจวนโหว ตอนที่ 1

รัชศกเจี้ยนเหวิน ปีที่ 4

รัชสมัยจักรพรรดิหมิงฮุ่ยตี้(ฮ่องเต้เจี้ยนเหวิน)

         จักรพรรดิหมิงฮุ่ยตี้เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิงหลังจากจักรพรรดิหงหวู่ พระราชอัยกาเสด็จสวรรคต พระองค์ได้ทรงใช้พระนามว่าฮุ่ยตี้ และใช้ศักราชประจำพระองค์ว่าเจี้ยนเหวิน ทรงดำเนินนโยบายลดทอนอำนาจของบรรดาหวางต่างๆ อย่างเข้มงวด อ๋อง 5 พระองค์ถูกย้ายออกจากเมืองที่ประทับ บางพระองค์ถูกปลด บางพระองค์ต้องฆ่าตัวตาย และเยี่ยนอ๋องจูตี้เองก็ถูกแพ่งเล็งเนื่องจากเป็นผู้ที่มีบทบาทมากในการศึกคราวก่อนๆ

และก่อนที่จักรพรรดิหงหวู่จะเสด็จสวรรคตนั้น จักรพรรดิเจี้ยนเหวินทรงมีพระราชโองการห้ามให้อ๋องต่างๆ เข้ามาถวายบังคมพระบรมศพ ด้วยเหตุที่ว่าเกรงจะมีการก่อรัฐประหาร แต่มีอ๋องพระองค์หนึ่งคือเยี่ยนอ๋องไม่ยอมทำตามราชโองการนั้น พร้อมกับนำทหารราชองครักษ์เดินทางมายังเมืองหลวงนานกิง

แต่ด้วยมีราชโองการของจักรพรรดิส่งมาห้าม พระองค์จึงจำเป็นต้องกลับไปที่เมืองเป่ยจิง หลังจากสะสมอาวุธและฝึกซ้อมทหารจนใช้ชำนาญแล้ว เยี่ยนอ๋องจึงตัดสินพระทัยชิงลงมือยกทัพจากเป่ยจิงลงใต้เผชิญหน้ากับหลานชาย โดยอ้างว่าเพื่อกำจัดเหล่าขุนนางกังฉินสอพลอที่อยู่รอบข้างองค์จักรพรรดิ

มีบันทึกว่าก่อนที่พระองค์จะนำกองทัพยกออกจากเมืองนั้น ได้เกิดพายุพัดแรงจนกระทั่งหลังคาวังหักพังเสียหายซึ่งพระองค์กล่าวว่าเป็นเพราะได้เวลาที่พระองค์จะได้เสด็จเข้าไปประทับที่พระราชวังหลังคาเหลืองแล้ว

การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 1942 (ค.ศ. 1399) เป็นเวลานานถึง 3 ปี ในระยะแรกฝ่ายเยี่ยนอ๋องเป็นฝ่ายเสียเปรียบเนื่องจากฝ่ายจักรพรรดิมีกองทหารปืนไฟ ซึ่งมีอานุภาพสูงทำให้ต้องทรงถอยทัพกลับไปทางเหนือแต่ทหารทางใต้ไม่คุ้นเคยกับอากาศหนาวทางภาคเหนือจึงล้มป่วยเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก

จนกระทั่ง พ.ศ. 1945 (ค.ศ. 1402) กองทัพของพระองค์ก็ได้ยกมาถึงชานกรุงหนานจิง ซึ่งกองทัพฝ่ายวังหลวงไม่สามารถต้านทานได้อีกเนื่องจากไม่มีแม่ทัพที่ชำนาญศึกเพราะถูกประหารไปตั้งแต่ปลายรัชกาลของจักรพรรดิหงหวู่ เหล่าขุนนางต่างพากันมาสวามิภักดิ์มากขึ้น และเมื่อถึงวันที่สาม เยี่ยนอ๋องก็สามารถบุกเข้าสู่ภายในเมืองได้ ปรากฏว่าเกิดเพลิงไหม้ภายในวังหลวง และมีผู้พบพระศพของฮองเฮากับพระราชโอรสของหมิงฮุ่ยตี้ถูกเพลิงครอกภายในวังชั้นในแต่ไม่มีใครพบพระศพของหมิงฮุ่ยตี้แม้แต่น้อย

และนั่นจึงทำให้มีผู้สันนิษฐานว่าพระองค์ลอบหนีออกไปจากวังหลวงได้โดยการอารักขาจากกองทหารองครักษส่วนพระองค์ซึ่งกลุ่มขุนนางที่มีความจงรักภักดีนำเสด็จหนีออกมาจากวังหลวงได้เป็นผลสำเร็จและทรงผนวชก่อนที่จะเสียเมือง

ภายหลังต่อมาอีก 39 ปี ในรัชศกจ้งถ่ง มีผู้พบพระภิกษุชรารูปหนึ่งที่มีคนจำได้ว่าคือจักรพรรดิฮุ่ยตี้ หมิงอิงจงจึงมีราชโองการให้เชิญพระองค์มาประทับที่กรุงปักกิ่ง ที่ประทับของพระองค์ถูกปิดเงียบและสวรรคตอย่างสงบในกรุงปักกิ่งในเวลาต่อมา

เยี่ยนอ๋องซึ่งมีชัยชนะเหนือกองกำลังของอดีตองค์จักรพรรดิเจี้ยนเหวินสถาปนาตนเองขึ้นปกครองเป็นจักรพรรดิพระองค์ที่ 3 แห่งราชวงศ์หมิง เฉลิมพระนามว่าหมิงเฉิงจู่ ใช้ศักราชว่าหย่งเล่อ หลังจากที่ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งราชวงศ์หมิง

พระองค์ทรงมีราชโองการให้ประหารขุนนาง เนื่องจากทรงระแวงว่าขุนนางเหล่านั้นจงรักภักดีต่อพระนัดดาของพระองค์ซึ่งมีจำนวนกว่า 870 คน นอกจากนี้ยังดำเนินนโยบายลดทอนอำนาจเจ้าองค์อื่น ๆ อย่างเข้มงวด เช่น ห้ามมีกองทหารประจำเมืองให้มีได้แต่ทหารรักษาพระองค์จำนวนหนึ่ง ห้ามเจ้าแต่ละเมืองติดต่อกันเองโดยไม่ได้รับพระราชานุญาติ

ภารกิจแรกที่พระองค์ทรงทำคือดำริย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่เป่ยจิงอันเป็นฐานที่มั่นของพระองค์ด้วยเหตุผลว่าเพื่อป้องกันการรุกรานของชนกลุ่มน้อยทางเหนือ ทรงมีพระราชโองการให้อพยพคนมากมายหลายแสนคนจากเมืองหนานจิง มณฑลซานซีและมณฑลเจ้อเจียง

โดยแบ่งเป็น 5 สายเข้ามายังเมืองเป่ยจิงหรือเมืองปักกิ่งในยุคปัจจุบัน พร้อมกับเป็นการหาแรงงานเพื่อสร้างพระราชวังที่ประทับของจักรพรรดิในเมืองหลวงซึ่งก็คือ พระราชวังกู้กง หรือเป็นที่รู้จักกันดีนั่นก็คือ "พระราชวังต้องห้าม"

ในการนี้พระองค์ต้องเกณฑ์คนหนึ่งแสนพร้อมกับช่างฝีมืออีกหลายพันคน การก่อสร้างพระราชวังต้องห้ามนี้กินระยะเวลานานถึง 15 ปี พระองค์ให้ความสำคัญกับการก่อสร้างพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้เป็นอย่างมาก และจะเสด็จมาตรวจตราการก่อสร้างด้วยพระองค์เอง หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 1956 (ค.ศ. 1413) พระองค์จึงทรงย้ายเมืองหลวงจากกรุงหนานจิงมาประทับที่กรุงปักกิ่ง เป็นการถาวร

และในช่วงของเหตุการณ์จลาจลดังกล่าว บรรดาขุนนางที่จงรักภักดีในรัชสมัยของจักรพรรดิเจี้ยนเหวิน ซึ่งถูกคำสั่งให้ประหารชีวิต จำนวนกว่า 870 คนนั้น หาใช่ประหารเพียงตัวขุนนางแต่เป็นการประหารทั้งตระกูล สายเลือดเหล่าขุนนางน้อยใหญ่ถูกกำจัดและฆ่าล้างโคตรล้มตายนับหลายพันชีวิต

และในการสำเร็จโทษประหารครั้งใหญ่กองกำลังองครักษ์เสื้อแพร ซึ่งเป็นหน่วยอารักขาขององค์จักรพรรดิที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความโหดเหี้ยมและอำมหิตอย่างยิ่งยวด องครักษ์เสื้อแพรถวายความซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อจักรพรรดิเพียงพระองค์เดียวเท่านั้นและเป็นหน่วยงานรับหน้าที่สนองพระราชโองการ จัดการกวาดล้างเหล่าขุนนางที่เป็นปรปักษ์ต่อองค์จักรพรรดิหย่งเล่อ ทั้งสอบสวน จับกุม กักขัง ทรมานตลอดจนสำเร็จโทษ

สาเหตุที่จักรพรรดิหยงเล่อทรงกระทำเช่นนี้นั้นก็เพราะเมื่อครั้งเข้ายึดครองเมืองหนานจิงได้แล้ว จั่วเชียนโตวยวี้ซื่อ ซึ่งเป็นเจ้ากรมสืบสวนฝ่ายซ้าย ส่งจิ่งชิงพยายามที่จะลอบสังหารพระองค์ จักรพรรดิหย่งเล่อจึงสั่งประหารเก้าชั่วโคตร พร้อมทั้งทำลายหลุมฝังศพบรรพบุรุษทั้งหมด รวมทั้งสมาชิกคนอื่นๆ ในหมู่บ้านถูกถ่ายโอนออกนอกหมู่บ้านจนหมด หมู่บ้านนี้ถูกทำลายทิ้ง

ภายหลังได้กลายเป็นการกล่าวอ้างถึงจักรพรรดิหย่งเล่อว่าทรงจัดการกับขุนนางซึ่งจงรักภักดีต่อจักรพรรดิเจี้ยนเหวินอย่างโหดเหี้ยม ดั่งเช่นฟางเสี้ยวหรู ถูกประหารชีวิตสิบชั่วโคตร ครอบครัว 873 คนถูกเนรเทศ ผู้มีสายเลือดเกี่ยวดองเป็นญาติห่างๆถูกประหารมากกว่าพันคน

ฟางเสี้ยวหรู ซึ่งเป็นยอดมหาบัณฑิตแห่งต้าหมิง เคยเป็นพระอาจารย์สอนหนังสือให้แก่รัชทายาทจูอวิ่นเหวิน ภายหลังคือจักรพรรดิเจี้ยนเหวินแห่งราชวงศ์หมิง เป็นขุนนางที่จงรักภักดีต่อฮ่องเต้เจี้ยนเหวินเป็นที่สุด และยังเป็นกำลังสำคัญในการต่อต้านแผนชิงบัลลังก์ของเยี่ยนอ๋องจูตี้

แต่สุดท้ายเมื่อจักรพรรดิเจี้ยนเหวินได้ตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เยี่ยนอ๋องได้ครองบัลลังก์แทน สถาปนาขึ้นเป็นจักรพรรดิหย่งเล่อ พระองค์ได้บีบให้ฟางเสี่ยวหรูเขียนหนังสือขอขมา ทว่าฟางเสี้ยวหรูยอมตายแต่ไม่ยอมจำนน

ฮ่องเต้หย่งเล่อจึงทรงมีพระราชโองการรับให้สั่งประหารชีวิตเก้าชั่วโคตร แต่ฟางเสี้ยวหรูยังกล่าวออกมาจนกลายเป็นวาทะอันโด่งดังที่สุดในชีวิตของเขาคือ "เก้าไม่พอ ต้องสิบต่างหาก" ชั่วโคตรที่สิบหมายถึงลูกศิษย์ของเขา ก่อนตายเขายังกัดเลือดจากนิ้วตัวเองเขียนอักษร (ช่วน) หมายถึง การแย่งชิง เพื่อประณามการกระทำของฮ่องเต้หย่งเล่อที่ได้อำนาจมาโดยไม่ชอบธรรม

การตายของเหลี่ยนจีหนิง ทำให้ทั้งเมืองกลายเป็นเมืองร้างล้มตายไป1051คน ครอบครัวและญาติพี่น้องร่วมสายโลหิตเดียวกันถูกประหารเก้าชั่วโคตร รวมทั้งเนรเทศคนเป็นหลักร้อยเช่นเดียวกัน การตายของเฉินตี๋ เนรเทศคนไปถึง180 คนโดยประมาณ ในบรรดาคนที่ถูกประหารเป็นครอบครัวที่ถูกประหาร 80 กว่าคน

การตายของหูหรุ่นครอบครัวทั้งหมด270 คนถูกประหารทั้งหมดการตายของต่งย้งครอบครัวทั้งหมดโดนประหาร 230 คน จั้วจิ้น ฮวงกวน ฉีไท่ ฮวงจีเฉิง หวางตู้ ลู๋หยวนจื่อ

และขุนนางคนอื่นๆ ที่ถวายความจงรักภักดีต่อจักรพรรดิเจี้ยนเหวินล้วนถูกประหารทั้งสิ้น นับได้ว่าเป็นการสั่งประหารครั้งใหญ่ที่ถูกบันทึกในหน้าประวัติศาสตร์ของราชวงศ์หมิง

ชีวิตของขุนนางที่ถวายความภักดีให้แก่อดีตองค์จักรพรรดิผู้สาบสูญและครอบครัวของผู้คนเหล่านั้นต้องถูกปลิดชีพด้วยคมดาบจนมิเหลือสิ้น เพื่อตัดรากถอนโคนไม่ให้เหลือผู้สืบทอดที่จะกลับมาเป็นผู้ก่อการกบฏและล้างแค้นต่อจักรพรรดิหย่งเล่อในภายหลัง

ยามเมื่อลมพัดหวนมิอาจคืนกลับมาได้ดั่งเช่นกาลก่อนอีกต่อไป เมื่อรัชสมัยของจักรพรรดิเจี้ยนเหวินล่มสลายผลัดเปลี่ยนไปสู่แผ่นดินใหม่ของจักรพรรดิหย่งเล่อ

หน่วยตงฉ่างองครักษ์เสื้อแพรรับคำสั่งจากองค์จักรพรรดิ และจำต้องปฏิบัติตามพระบรมราชโองการอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง สังหารขุนนางที่เป็นปรปักษ์และไม่ถวายจงรักภักดี ฆ่าอย่าให้เหลือทั้งตระกูล!!!

อ่านต่อ

สารบัญ หลินลี่ชา ฮูหยินร้ายจวนโหว

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย คืนผูกรัก
8.3
ความผิดพลาดในคืนที่ขาดสติเพราะฤทธิ์สุราทำให้ธีระเผลอไผลไปกับลลิล โดยที่เขาเข้าใจผิดว่าเธอคือหญิงสาวผู้เป็นที่รักในดวงใจ แม้ลลิลจะสูญเสียสิ่งล้ำค่าไปในค่ำคืนนั้น แต่เธอกลับเลือกที่จะเก็บเงียบและไม่เรียกร้องความรับผิดชอบใดๆ จากเขา ทว่าโชคชะตากลับไม่ยอมให้เรื่องราวนี้จบลงง่ายๆ อย่างที่เธอตั้งใจ เมื่อลลิลพบความจริงที่น่าตกใจว่าเธอกำลังอุ้มท้องเลือดเนื้อเชื้อไขของชายหนุ่มผู้เป็นต้นเหตุของความเจ็บปวดครั้งนี้เพียงลำพัง
หน้าปกนวนิยาย ใจคุณร้ายดังเขาว่า
8.3
ท่ามกลางเสียงเล่าลือที่แพร่สะพัดไปทั่วสังคม ทุกคนต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนุ่มคนนี้มีนิสัยที่ดุร้ายและเย็นชาเกินกว่าใครจะหยั่งถึง ภาพลักษณ์ที่ดูไร้หัวใจของเขาถูกกล่าวขานจนกลายเป็นที่เลื่องลือในวงกว้าง เรื่องราวความรักในยุคสมัยใหม่ที่ต้องเผชิญกับความจริงเบื้องหลังคำนินทาว่าตัวตนที่แท้จริงของเขานั้นจะใจร้ายสมคำร่ำลือของชาวบ้านจริงหรือไม่ หรือจะมีแง่มุมลึกลับบางอย่างที่ยังไม่มีใครเคยได้สัมผัสและมองเห็นมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย จ้างให้รัก
8.3
เมื่อคุณแม่เข้าใจผิดอย่างหนักว่าลูกชายสุดที่รักมีรสนิยมทางเพศแบบชายรักชายเพียงเพราะเขามีนิสัยสุภาพเรียบร้อยผิดจากผู้ชายทั่วไป แผนการคลุมถุงชนเพื่อดัดนิสัยจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ชายหนุ่มผู้แสนดีที่ยืนยันว่าตนเองชอบผู้หญิงแต่กลับไร้ทักษะในการเข้าหาเพศตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง จึงต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจครั้งใหญ่เพื่อพิสูจน์ตัวตนที่แท้จริงท่ามกลางความวุ่นวายของความรักที่เขาไม่ได้เป็นคนเลือกเองในชีวิตนี้
หน้าปกนวนิยาย ปลาห้องบอส จะตอดมั้ยคะ
9.6
คีรติ บอสหนุ่มจอมเฮี๊ยบผู้รักสันโดษกลับพลาดท่าเสียตัวให้นักศึกษาฝึกงานอย่างวิเวียน แต่เธอกลับทำเฉยเมยจนเขาเสียศูนย์และต้องตามหาคำตอบว่าเหตุใดตนถึงลุ่มหลงสาววิศวะคนนี้ได้เพียงนั้น แม้เขาจะขึ้นชื่อเรื่องความโหดและสมบูรณ์แบบ ทว่ากลับพ่ายแพ้ลูกอ้อนของเด็กสาวที่เขาตั้งใจส่งมาดูแลห้องพักเป็นกรณีพิเศษ แต่เธอดันทำปลาล้ำค่าของเขาตายไปถึงเก้าตัว วิเวียนจึงต้องรับหน้าที่ชดใช้ความผิดนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัวเกินห้ามใจ
หน้าปกนวนิยาย ขอให้คุณรักใคร่
7.1
อดีตอันเจ็บปวดผลักดันให้เขาสร้างกำแพงความเย็นชาและใช้คำพูดร้ายกาจเพื่อลงทัณฑ์เธอ ไม่ว่าเธอต้องเผชิญวิกฤตเฉียดความตาย เขากลับเมินเฉยและยืนกรานว่าชะตากรรมของเธอไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องใส่ใจ ความเกลียดชังหยั่งรากลึกเพราะเขาฝังใจว่าเธอคือฆาตกรผู้มีตราบาปซึ่งไม่มีวันลบล้างได้ ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความพยาบาทและหัวใจที่ปิดตายไร้ความปรานีนี้ นำไปสู่ความขัดแย้งแสนสาหัส ท่ามกลางรอยร้าวที่ยากจะเยียวยา เส้นทางแห่งความแค้นนี้จะนำพาพวกเขาไปสู่จุดจบเช่นไร
หน้าปกนวนิยาย ลูกชายลับของอัลฟ่าคู่แท้ , การถูกปฏิเสธอย่างที่สุดของฉัน
9.7
ในฐานะสายเลือดหมาป่าขาวฉันคือคู่แท้ของอัลฟ่าคีรินแต่ความจริงอันเจ็บปวดกลับถูกเปิดเผยเมื่อพบว่าเขามีครอบครัวลับและลูกชายซ่อนไว้ตลอดห้าปีโดยมีพ่อแม่ของฉันคอยสนับสนุนและยักยอกเงินฝูงไปปรนเปรอพวกนั้นพวกเขาวางแผนวางยาฉันในวันเกิดเพื่อกำจัดทิ้งหลังหมดประโยชน์ฉันจึงซ้อนแผนด้วยการแกล้งดื่มยาพิษแล้วหายตัวไปพร้อมส่งกล่องความลับแฉความชั่วร้ายทั้งหมดกลางงานเลี้ยงเพื่อทำลายชีวิตจอมปลอมของทุกคนให้สิ้นซาก
ตอน
อ่านเลย
แชร์