
อุ้มรัก ณ ริมใจ
ตอน 3
เจ็ดนาฬิกาตรง พริมาได้ยินเสียงเคาะประตูห้องพักดังขึ้น หล่อนลุกขึ้นจากขอบเตียงแล้วเดินไปเปิดประตูแง้มออกมาดู ซึ่งคนที่คาดว่าจะได้เห็นก็ยืนอยู่เบื้องหน้าแล้ว
“แพงตื่นแล้วใช่ไหม อาบน้ำแต่งตัวแล้วก็ออกมาข้างนอก อีกสักชั่วโมง น้าจะพาไปหาคุณยาย”
“แพงอาบน้ำแล้วค่ะ แพงกำลังคิดจะออกไปหาน้าพิมพ์อยู่พอดี”
“ถ้าอย่างนั้นเราไปช่วยงานในครัวก่อน วันนี้คนจากบ้านใหญ่มา”
“คนจากบ้านใหญ่หรือคะ”
“ลูกสาวของคุณยายน่ะ เธอพาคุณหนูมาเยี่ยมคุณยายทุกสัปดาห์ พี่เลี้ยงของคุณหนูตามมาด้วยสามคน ตอนนี้กำลังเตรียมอาหารให้คุณหนูกันอยู่ในครัว เราไปช่วยเขาหยิบจับอะไรก็ได้”
พริมารับคำอย่างว่าง่าย หล่อนเดินตามหลังพิมพ์ใจไปยังห้องครัว ท่าทางเกร็งๆ ของเด็กสาวทำให้คนที่อยู่ในครัวหันมามองแล้วยิ้มอย่างขบขันระคนเอ็นดู
“คนนี้คือหลานสาวของพี่พิมพ์ที่บอกไว้ใช่ไหม หน้าตาดีเชียว” ใครสักคนที่นั่งอยู่ในครัวทักถาม
“อืม...เขาชื่อแพง ถ้าจะให้เขาช่วยทำอะไรก็บอกได้นะ แพงยังไม่คล่องงาน แต่พอช่วยเป็นลูกมือได้ เด็กเพิ่งเรียนจบมอหกมาน่ะ”
“หนูก็ว่างั้น หลานของพี่พิมพ์ท่าทางยังกับพวกคุณหนู”
ผู้หญิงคนเดิมบอกเสียงกลั้วหัวเราะ...อย่าว่าแต่คนในครัวที่วิจารณ์ซึ่งหน้าออกมาให้ได้ยิน พิมพ์ใจเองก็คิดไม่ต่างกัน เธอฝากหลานสาวนอกไส้ไว้กับคนในครัว ก่อนจะเดินออกไปเพื่อทำงานของตัวเอง
“น้องมาเด็ดสายบัวให้หน่อย เด็ดเป็นชิ้นยาวแค่ข้อนิ้วนะ ถ้ามีใยบัวเหลืออยู่ก็ดึงออกด้วย เอาให้เกลี้ยงเลย มื้อเที่ยงคุณยายจะทำต้มสายบัวกับปลาทูให้คุณทับทิมกิน ว่าแต่รู้จักคุณทับทิมลูกสาวของคุณยายจิราหรือยัง”
เมื่อผู้หญิงอีกคนที่อยู่ในห้องครัวเรียกหา พริมาจึงรีบเดินไปหา แล้วตอบเสียงเบา
“แพงยังไม่รู้จักใครเลยค่ะ แพงยังไม่เจอคุณยายด้วย แต่อีกสักพักน้าพิมพ์บอกว่าจะพาแพงไปพบคุณยายค่ะ”
“งั้นก็ไม่ต้องเกร็งเหมือนตอนเจอหน้าพวกพี่ เพราะคุณยายอารมณ์ดี แถมยังใจดีมากด้วย พี่ชอบที่สุดก็ตอนมาบ้านนี้แหละ”
ฟังคนในครัวพูดมาหลายนาที พริมาก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นใคร หล่อนไม่กล้าถาม เพราะเกรงจะเป็นการละลาบละล้วง แต่เท่าที่หล่อนจับใจความได้ก็พอรู้ว่าคู่สนทนาไม่ได้อยู่ประจำที่บ้านหลังนี้...เธอคงเป็นพี่เลี้ยงของคุณหนูที่ติดตามมาดูแล
พิมพ์ใจหายไปนาน กระทั่งครบหนึ่งชั่วโมงตามที่พริมาจับเวลาไว้ ซึ่งนัดหมายกันว่าจะไปพบคุณยายด้วยกัน แต่ป่านนี้หล่อนยังไม่เห็นพิมพ์ใจเข้ามา พริมาจึงได้แต่ชะเง้อมองไปทางประตูห้องครัวอยู่หลายรอบ...เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะลืมตัวเอง
ทว่าผ่านไปไม่นาน เสียงของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากประตูห้องครัว
“แพง...คนไหนชื่อแพง พี่พิมพ์ให้มาตามไปพบคุณยายที่สวนผักหลังบ้าน”
“หนูค่ะ หนูชื่อแพง” พริมารีบแสดงตัว เพราะรอคอยเวลานี้อย่างใจจดใจจ่ออยู่แล้ว
“งั้นก็ตามมา”
หากงานล้างผักทั้งกะละมังที่ได้รับมอบหมายมาใหม่นั้นหล่อนยังทำได้ไม่ถึงครึ่งทาง พริมาละล้าละลัง ไม่รู้จะจัดการยังไง จนคนที่อยู่ยืนทำงานอยู่ใกล้ๆ ต้องบอกให้หล่อนวางมือจากงาน แล้วรีบออกไปพบเจ้าของบ้านเสีย
“พี่วาๆ กินอาไรเหรอ วินกินด้วยได้ไหม”
เสียงเล็กใสดังกระท่อนกระแท่นของเด็กน้อยดังมาให้ได้ยินก่อนจะได้เห็นตัว ชะรอยว่าจะเป็นเสียงของหลานคุณยาย เมื่อฟังจากเสียงพูดคุยกัน พริมาก็พอรู้ได้ว่าคุณยายคงมีหลานมากกว่าหนึ่งคน
“พี่วาไม่ให้กิน พี่วากินไม่อิ่ม วินไปขอหม่ามี้เลย”
“วินจะกินของพี่วา วินกินด้วยนะ”
“ไม่ให้! แง...วินแย่งของพี่วาทำไม พี่วาไม่ให้กิน”
เสียงกรี๊ดต่อด้วยเสียงร้องไห้ดังระงมไปทั้งสวน สักพักเสียงหวานของผู้ใหญ่ก็ดังแทรกเข้ามา
“พี่วาแบ่งขนมให้วินกินด้วยสิลูก…วินไม่แย่งขนมจากพี่วานะครับ หนูต้องรอให้พี่วาแบ่งให้หนูเอง”
เมื่อสิ้นคำสอนของผู้ใหญ่ เสียงจากเด็กน้อยก็แย้งทันควัน
“พี่วาไม่ให้วินกิน”
“ถ้าพี่วาไม่ให้ วินมาขอขนมจากหม่ามี้ได้ครับ หม่ามี้มีขนมให้น้องวินเหมือนกับของพี่วาเลย”
จากนั้นเสียงสนับสนุนของเด็กน้อยอีกคนก็ดังขึ้นมา
“ช่าย ขนมของวินก็มี แย่งของพี่วาทำไม”
พริมาเดินมาถึงสวนหลังบ้านแล้วจึงเห็นมนุษย์จิ๋วสองคนซึ่งคงเป็นเจ้าของเสียงเมื่อสักครู่ หล่อนถูกความน่ารักของเด็กทั้งคู่สะกดจนหลงลืมสิ่งรอบตัว เด็กชายมีผิวพรรณขาวผ่อง เนื้อกายอวบสมบูรณ์ เด็กทั้งคู่น่าจะมีวัยเท่ากัน เพราะขนาดตัวไล่เลี่ยกันเกินกว่าจะเป็นพี่น้องที่ห่างกันคนละปี แต่ถ้าเป็นฝาแฝดก็คงเป็นแฝดคนละฝา เพราะหน้าตาและรูปร่างแม้จะคล้ายคลึงตามประสาพี่น้อง แต่หล่อนยังเห็นความแตกต่างที่มีมากเกินกว่าจะเป็นฝาแฝดจากไข่ใบเดียวกัน
พริมาคิดเพลินๆ พลันต้องสะดุ้งเมื่อถูกสะกิดจากคนที่เดินมาด้วยกัน
“พี่พิมพ์เรียกแล้ว แพงไปหาคุณยายสิ”
เพียงเท่านั้นพริมาก็ก้าวเท้าไปหาพลางลอบมองหญิงผู้อาวุโสไปด้วย
‘คุณยาย’ น่าจะอยู่ในวัยกลางคน หรือถ้าหากเข้าวัยชราแล้วก็คงเลยอายุหกสิบปีมาไม่นาน ดวงหน้าของนางอ่อนโยน ท่าทางใจดีสมคำบอกเล่า นางนั่งอยู่บนเก้าอี้สาน ข้างกายมีผู้หญิงสวยที่คะเนอายุได้ยาก หากเธอสวยมาก สวยสะดุดตาทีเดียว...พริมาคาดเดาว่าเธอคงเป็นแม่ของเด็กชายทั้งสองคน
พริมายกมือไหว้คุณยาย ก่อนจะไหว้ผู้หญิงสวยที่นั่งข้างกัน
“เราชื่อแพงใช่ไหม นั่งสิ”
เด็กสาวตอบรับคุณยาย แล้วจดๆ จ้องๆ หาที่นั่งตามคำสั่ง ก่อนหล่อนจะตัดสินใจทรุดกายลงเพื่อจะนั่งคุกเข่าบนพื้นหญ้า แต่ผู้หญิงสวยคนนั้นก็ท้วงเสียงงวด
“ห้ามนั่งบนพื้น ไปเอาเก้าอี้มาเลย”
คุณอาจจะชอบ

![หน้าปกนวนิยาย ในรอยรักร้าว [ดราม่าหนัก พระเอกถูกเอาคืนสาสมมาก]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/bfbb45c85001834806839808633/kIpEBgrCekMA.webp!15491.webp)



