ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์สวาทเมียบำเรอ

ทัณฑ์สวาทเมียบำเรอ

ภาคิม ทายาทตระกูลดังผู้หยิ่งยโสรับไม่ได้เมื่อเด็กในอุปการะของบิดาอย่าง วิโรษณา กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นแม่เลี้ยง เขาจึงตัดสินใจสลัดคนรักทุกคนเพื่อมาลงทัณฑ์หญิงสาวไร้หัวนอนปลายเท้าให้รู้สำนึกว่าเธอเป็นได้เพียงนางบำเรอเท่านั้น ด้านวิโรษณาที่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างเพื่อตอบแทนบุญคุณต้องเผชิญกับความกักขฬะและบทลงโทษอันเร่าร้อนจากซาตานร้ายที่ตราหน้าว่าเธอไร้ค่าไม่ต่างจากขยะ แม้จะถูกรุกรานร่างกายด้วยสัมผัสที่แสนทรมานและวาบหวามเพียงใด เธอก็ต้องจำยอมรับชะตากรรมเมียบำเรออย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ตอน
แชร์

ตอน 1

ตึกสูงระฟ้าที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมการออกแบบหรูหราและทันสมัยตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางกรุงบ่งบอกความมั่งคั่งทางการเงินของผู้เป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี ตึกแห่งนี้มีชื่อว่าทีเอ็นทาวเวอร์เป็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท ‘ธนากิจกรุ๊ป’ เจ้าของสถาบันการเงินและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของประเทศ

ร่างอรชรซึ่งเป็นสาวน้อยวัยยี่สิบสองปีลงจากมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ถอดหมวกกันน็อกคืนให้คนขับแล้วจ่ายเงินค่าโดยสาร ก่อนจะยกมือบางลูบผมนุ่มสลวยของตัวเองให้เข้าที่เข้าทาง ใบหน้ารูปไข่ซึ่งปราศจากเครื่องสำอางตกแต่งหากทว่าเนียนใสเป็นธรรมชาติเงยขึ้นมองตึกสูงตรงหน้าแล้วก้มลงมองการแต่งตัวของตนอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก ถึงแม้เสื้อเชิ้ตสีครีมแขนตุ๊กตาและกระโปรงทรงเอสีดำเข้มที่สวมอยู่จะเรียบร้อยแต่ก็ดูมอซอเหลือเกินเมื่อเทียบกับความหรูหราของตึกแห่งนี้

วิโรษณา ดุษยา สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วปล่อยออกมาจนดังฟู่เพื่อระบายความตื่นกลัว บอกตัวเองว่าเข้าไปเถอะไหนๆ ก็มาแล้ว คงจะไม่ดีนักถ้าปล่อยให้ผู้ใหญ่รอนาน

จากนั้นเรียวขาเนียนสวยดั่งหยกสลักซึ่งรองรับด้วยรองเท้าส้นสูงหนังกลับสีดำจึงก้าวเข้าไปในตัวตึก โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยซึ่งเป็นชายสูงวัยที่ยืนประจำอยู่ด้านหน้าของตึกหรูคอยบริการเปิดประตูให้เฉกเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่เดินเข้าออกตึกแห่งนี้ 

“ขอบคุณค่ะคุณลุง” วิโรษณาไม่ลืมที่จะยิ้มและกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงสุภาพ  

“เชิญตามสบายครับ” ชายสูงวัยยิ้มรับและโค้งศีรษะลงเล็กน้อย

ร่างแน่งน้อยเดินดุ่มตรงไปหน้าลิฟต์แล้วกดเรียก รอไม่ถึงสามนาทีประตูลิฟต์ก็เปิดออก สาวน้อยก้าวเข้าไปข้างในแล้วกดตัวเลขชั้นสามสิบห้าซึ่งทั้งชั้นเป็นห้องทำงานของผู้บริหารสูงสุด 

ติ๊ง! 

เมื่อลิฟต์ขึ้นมาถึงชั้นที่สามสิบห้าก็มีเสียงสัญญาณดังขึ้น วิโรษณาก้าวออกจากลิฟต์ จากนั้นจึงเดินไปตามทางเดินซึ่งปูด้วยพรมราคาแพงตรงไปยังห้องผู้บริหารสูงสุดของธนากิจกรุ๊ปอย่างพอจะจำได้ เพราะหลายเดือนก่อนเธอเคยมาที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง 

“หนูมาขอพบคุณอยุทธ์ค่ะ” เสียงหวานบอกกับเลขานุการหน้าห้องซึ่งเป็นสาวใหญ่วัยกลางคน  เลขานุการของประธานธนากิจกรุ๊ปเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวพลางขยับแว่นเล็กน้อย 

“คุณวิโรษณาใช่ไหมคะ” อรชาเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้ผู้เป็นเจ้านายสั่งเอาไว้แล้วว่าจะมีแขกของท่านมาหา

“ใช่ค่ะ” 

“เชิญเลยค่ะ ท่านประธานรอคุณอยู่”

เลขานุการของอยุทธ์ผายมือไปยังประตูห้อง วิโรษณากล่าวขอบคุณแล้วจึงเดินไปเคาะประตูและผลักเข้าไปหลังได้ยินเสียงอนุญาตจากผู้เป็นเจ้าของห้อง 

เมื่อร่างอรชรเดินมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะ บุรุษสูงวัยซึ่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ก็ละสายตาจากเอกสารบนโต๊ะแล้วเงยขึ้นมองผู้มาใหม่ทันที 

“สวัสดีค่ะคุณลุง” มือเรียวบางยกขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม เสียงหวานใสเอ่ยทักทายผู้มีพระคุณพร้อมกับคลี่ยิ้มอวดฟันซี่เล็กๆ ขาวสะอาดซึ่งจัดเรียงกันอย่างเป็นระเบียบราวกับสร้อยไข่มุกน้ำงาม

“มาแล้วเหรอหนูปุ้ม” อยุทธ์เอ่ยทักทายตอบด้วยน้ำเสียงที่เจือไว้ด้วยความเอ็นดู “นั่งก่อนสิ”

“ขอบคุณค่ะ” มือบางเลื่อนเก้าอี้เบาๆ แล้วทรุดตัวลงไปนั่งอย่างนุ่มนวล 

อยุทธ์มองสาวน้อยตรงหน้าอย่างพอใจ นอกจากใบหน้าที่หมดจดและผิวพรรณที่เปล่งปลั่งเกลี้ยงเกลาแล้ว อากัปกิริยาทุกอย่างของวิโรษณายังเป็นไปอย่างเรียบร้อยสำรวม ก่อให้เกิดความน่าเอ็นดูแก่ผู้พบเห็นอยู่เป็นเนืองนิตย์ นี่เองกระมังเขาจึงได้หลงรักเด็กสาวคนนี้เหมือนกับลูกแท้ๆ ของตน

“คุณลุงเรียกปุ้มมาพบมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ”

ประธานธนากิจกรุ๊ปเอนกายลงกับเก้าอี้ในท่วงท่าที่สบายมากขึ้น แม้จะสูงวัยมากแล้วแต่เขาก็ยังเต็มไปด้วยความภูมิฐานสง่างาม ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาอย่างหาตัวจับยากในครั้งยังหนุ่มก็ยังมีเค้าหล่อเหลาอยู่เช่นเดิม หากจะมีเปลี่ยนแปลงบ้างก็แค่สีผมเท่านั้นที่เริ่มแซมด้วยสีขาวเป็นบางส่วน

“สอบเสร็จแล้วใช่ไหม” อยุทธ์เอ่ยถามสาวน้อยซึ่งตนได้ให้ทุนการศึกษาตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมจนกระทั่งเข้าเรียนมหาวิทยาลัย และที่ผ่านมาวิโรษณาก็ไม่เคยทำให้ผิดหวังเพราะผลการเรียนของเธออยู่ในระดับดีเยี่ยมมาโดยตลอด

“สอบเสร็จแล้วค่ะคุณลุง เทอมนี้เทอมสุดท้ายแล้ว” วิโรษณายื่นกระดาษแผ่นหนึ่งซึ่งเตรียมใส่ในซองเอกสารมาให้กับอยุทธ์ “นี่ค่ะทรานสคริปของปุ้ม”

ชายวัยกลางคนกวาดมองผลการเรียนของเด็กในอุปการะอย่างพึงพอใจเพราะเกรดเฉลี่ยของเธออยู่ในระดับเกียรตินิยมอันดับหนึ่งเลยทีเดียว

“เก่งมาก... นี่เรียนแค่สามปีครึ่งเองใช่ไหม”

“ค่ะคุณลุง โชคดีที่สารนิพนธ์ไม่มีปัญหาอะไร ทางมหาวิทยาลัยเลยอนุมัติให้จบได้ค่ะ”

“เก่งๆ ขอบใจมากนะที่ไม่เคยทำให้ลุงผิดหวัง” 

“ปุ้มต่างหากล่ะคะที่ต้องกราบขอบพระคุณคุณลุงที่ให้โอกาสและช่วยเหลือปุ้มมาตลอด” 

“เรียนจบแล้วอยากทำอะไร” 

“ยังไม่ทราบเลยค่ะคุณลุง ตอนนี้ปุ้มก็ช่วยครูแก้วดูแลน้องๆ ที่สถานสงเคราะห์อยู่ค่ะ” 

วิโรษณาหมายถึงสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าที่ตนเติบโตมา เธอเองเป็นลูกกำพร้าเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ในนั้น วิโรษณาอยู่ที่นั่นตั้งแต่เด็กจนโตโดยไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าตัวเองมีที่มาที่ไปอย่างไร พ่อแม่เป็นใคร ตอนเด็กๆ เคยโหยหาคำตอบเหล่านั้นเหมือนกัน แต่ความรักความอบอุ่นที่ได้รับจากครูแก้วกานดากับครูคนอื่นๆ รวมถึงทุนการศึกษาและโอกาสที่อยุทธ์หยิบยื่นมา ก็ทำให้วิโรษณาได้คิดว่าบางครั้งชีวิตของคนเราก็ไม่จำเป็นต้องเพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พันธนาการร้อนซ่อนสายใย
8.2
หญิงสาวผู้ยอมสละสิ้นทุกอย่างแม้กระทั่งศักดิ์ศรีเพื่อช่วยเหลือน้องชายสุดที่รัก ต้องก้าวเข้าสู่พันธนาการของชายหนุ่มไร้หัวใจผู้ไม่เคยหยิบยื่นสิ่งใดให้ใครโดยไร้ข้อแลกเปลี่ยน ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่คลุมเครือและเย็นชา เขากลับแสดงความหึงหวงออกมาจนทำให้เธอสับสนในหัวใจอย่างหนัก เมื่อความสม่ำเสมอไม่มีอยู่จริงและคำถามที่ค้างคาก็ไร้ซึ่งคำตอบ เธอจึงต้องเลือกว่าจะทนรอความชัดเจนจากปากของเขา หรือจะหันหลังเดินจากไปเพื่อยุติความทรมานในห้วงรักที่แสนวุ่นวายนี้ด้วยตัวเอง
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์กาฝาก
9.8
ความรักที่เธอมอบให้เขาเปรียบเสมือนกระแสธารที่ไหลรินไปอย่างไร้จุดหมายและไม่มีวันหวนคืนกลับมาได้อีก แม้ว่าวันเวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปนานเพียงใด หรือเธอจะพยายามทุ่มเทความรู้สึกมากแค่ไหน แต่ความจริงที่แสนเจ็บปวดก็ยังคงชัดเจนเสมอว่า สำหรับคนที่ไม่เคยคิดจะรัก ต่อให้เนิ่นนานเท่าไหร่เขาก็ไม่มีวันเปิดใจให้เธออยู่ดี บทสรุปของความสัมพันธ์ที่มั่นคงอยู่เพียงฝ่ายเดียวท่ามกลางความเย็นชาที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
หน้าปกนวนิยาย โพสต์อิทคือโลกทั้งใบของฉัน
9.2
หญิงสาวผู้สูญเสียความทรงจำต้องใช้ชีวิตผ่านข้อความบนโพสต์อิทที่เป็นเสมือนโลกใบเดียวของเธอ ทว่าชีวิตที่เปราะบางกลับถูกทำลายเมื่อพศิน แฟนเก่าที่เคยถูกทิ้งไปเมื่อเจ็ดปีก่อนหวนกลับมาพร้อมความแค้น เขาและคู่หมั้นใช้เธอเป็นเครื่องมือในรายการเรียลลิตี้เพื่อประจานความผิดที่เธอจำไม่ได้ จนเธอเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากพิธีชำระบาปอันโหดร้าย แม้แต่พี่ชายที่มาช่วยก็ยังถูกดึงเข้าสู่วังวนนี้ ท่ามกลางสายตาชิงชังของพศิน เธอได้แต่ตั้งคำถามว่าอดีตที่หายไปเกิดอะไรขึ้นกันแน่
หน้าปกนวนิยาย กุหลาบบนผาชันผลิบานท่ามกลางน้ำค้างแข็ง
8.8
อีฟ คุณหนูตระกูลคอสต้าที่ซ่อนตัวตนเพื่อรักกับลูคามาห้าปี ตัดสินใจทิ้งความรักอันขมขื่นหลังเขาเมินเฉยต่อการถูกลักพาตัวของเธอเพื่อไปอยู่กับน้องสาวต่างแม่ แม้รอดตายจากหน้าผามาได้แต่หัวใจเธอกลับเย็นชา อีฟเลือกแก้แค้นด้วยการยอมแต่งงานกับทายาทมาเฟียตระกูลวิตอรีผู้โหดเหี้ยมเพื่ออำนาจ โดยมีเงื่อนไขลับแลกกับการสละตำแหน่งว่าที่เจ้าสาวของลูคาในวันที่เขามาขอแต่งงาน เพื่อมอบอิสรภาพที่แฝงไปด้วยความพินาศเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายให้แก่คนทรยศ
หน้าปกนวนิยาย ถึงเฮียจะร้าย…หนูก็จะรัก (Jay & Aeng Aei )
8.3
เมื่อความสัมพันธ์มาถึงจุดที่ความลับถูกเปิดเผย หญิงสาวตั้งคำถามด้วยความสงสัยว่าเหตุใดชายหนุ่มที่เคยประกาศตัวว่าไม่สนใจในเพศหญิง กลับมีความเชี่ยวชาญและล่วงรู้ถึงจุดอ่อนไหวในร่างกายของเธอไปเสียทุกสัดส่วน แต่แทนที่จะได้รับคำอธิบายที่ชัดเจน เขากลับตอบโต้ด้วยการกระทำที่เร่าร้อนพร้อมออกคำสั่งให้สาวน้อยผู้ใสซื่อโอนอ่อนผ่อนตามแต่โดยดี ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและความปรารถนาอันยากจะต้านทานระหว่างคนทั้งสองในค่ำคืนนี้
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติลับมาอยู่ที่เดิมยุค60
8.7
โชคชะตาพาเธอย้อนเวลากลับมาสู่ยุค 60 อีกครั้งเพื่อสะสางบัญชีแค้นในอดีตอันแสนแร้นแค้น เมื่อแม่เลี้ยงของสามีคอยกดขี่และเอารัดเอาเปรียบครอบครัวของเธอมาโดยตลอด ทั้งบ้านใหญ่และบ้านรองที่เคยถูกรังแกถึงเวลาต้องลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม การทะลุมิติครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะเปลี่ยนโชคชะตาและทำให้คนที่เคยทำร้ายพวกเขาต้องชดใช้อย่างสาสมกับสิ่งที่ทำไว้ในอดีตที่ผ่านมา