ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์สวาทเมียบำเรอ

ทัณฑ์สวาทเมียบำเรอ

ภาคิม ทายาทตระกูลดังผู้หยิ่งยโสรับไม่ได้เมื่อเด็กในอุปการะของบิดาอย่าง วิโรษณา กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นแม่เลี้ยง เขาจึงตัดสินใจสลัดคนรักทุกคนเพื่อมาลงทัณฑ์หญิงสาวไร้หัวนอนปลายเท้าให้รู้สำนึกว่าเธอเป็นได้เพียงนางบำเรอเท่านั้น ด้านวิโรษณาที่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างเพื่อตอบแทนบุญคุณต้องเผชิญกับความกักขฬะและบทลงโทษอันเร่าร้อนจากซาตานร้ายที่ตราหน้าว่าเธอไร้ค่าไม่ต่างจากขยะ แม้จะถูกรุกรานร่างกายด้วยสัมผัสที่แสนทรมานและวาบหวามเพียงใด เธอก็ต้องจำยอมรับชะตากรรมเมียบำเรออย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ถ้าอย่างนั้นมาทำงานกับลุงไหม ลุงกำลังอยากได้ผู้ช่วยเลขาฯ อยู่พอดี”

ประโยคนั้นของอยุทธ์ทำให้ดวงตากลมโตสีนิลมณีพราวระยับขึ้นด้วยความดีใจ เรียวปากรูปกระจับอมชมพูเป็นธรรมชาติยิ้มแย้มออกมาจนปรากฏลักยิ้มเล็กๆ บนพวงแก้มทั้งสองข้าง

“คุณลุงพูดจริงๆ เหรอคะ”

“จริงสิ ลุงเคยล้อปุ้มเล่นด้วยเหรอ” ชายสูงวัยพยักหน้าพร้อมกับยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“ขอบคุณค่ะคุณลุง ปุ้มดีใจที่คุณลุงให้โอกาสแบบนี้” เสียงหวานใสเอ่ยพลางยกมือขึ้นไหว้อย่างซาบซึ้งต่อความเมตตาของบุรุษสูงวัยผู้นี้ที่มีให้ตนมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

“แล้วพร้อมจะเริ่มงานเมื่อไหร่ล่ะ”

“พร้อมเสมอค่ะคุณลุง ปุ้มร้อนวิชาจะแย่อยู่แล้ว”

“ถ้าอย่างนั้นมาทำงานกับลุงพรุ่งนี้เลยนะ”

“ได้ค่ะ” ใบหน้าสวยหวานของวิโรษณาเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มตลอดเวลาด้วยความดีใจ “ถ้าครูแก้วรู้ต้องดีใจมากแน่ๆ เลยค่ะ งั้นปุ้มกลับก่อนนะคะ จะได้รีบไปบอกข่าวดีให้ครูแก้วฟังด้วย”

“เดี๋ยวลุงให้คนขับรถไปส่ง”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณลุง ปุ้มกลับรถเมล์เองดีกว่า” หญิงสาวบอกอย่างเกรงใจและไม่อยากให้ใครเขม่นเอา พอคิดถึงเรื่องนี้ สีหน้าที่สดใสก็เจื่อนลงเล็กน้อย

“เป็นอะไร ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ” อยุทธ์ถามยิ้มๆ เมื่อเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปทันควันของสาวน้อย

“แล้วคนอื่นจะคิดว่าปุ้มใช้เส้นเข้ามาทำงานหรือเปล่าคะ” วิโรษณาถามในสิ่งที่ตัวเองเป็นกังวลออกไป

“เข้ามายังไงไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ว่าปุ้มจะทำให้คนอื่นเห็นว่าเรามีประสิทธิภาพพอที่จะทำงานที่นี่ได้หรือไม่ต่างหาก”

“ขอบคุณค่ะคุณลุงที่ให้ข้อคิด ปุ้มสัญญาว่าจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ให้ใครมาว่าได้” 

“ต้องอย่างนี้สิ” อยุทธ์กล่าวอย่างพอใจ “ถ้าอย่างนั้นตอนเย็นเจอกันนะ เดี๋ยวลุงแวะไปหา มีเรื่องอยากจะคุยกับครูแก้วแล้วก็ปุ้มด้วย”

“ค่ะคุณลุง ปุ้มลาเลยนะคะ” วิโรษณาเอ่ยลาและยกมือขึ้นไหว้อยุทธ์อีกครั้งก่อนจะออกจากห้องนั้น

สาวน้อยยิ้มให้เลขานุการหน้าห้องของอยุทธ์ก่อนจะก้าวไปตามทางเดินซึ่งปูพรมไว้อย่างเรียบหรูเพื่อไปยังลิฟต์ บรรยากาศของชั้นนี้ไม่พลุกพล่านหรือวุ่นวายเหมือนชั้นอื่นๆ คนทำงานมีไม่ถึงสิบคนซึ่งล้วนแต่เป็นผู้บริหารระดับสูงและเลขานุการของผู้บริหารแต่ละคนเท่านั้น 

แม้จะผ่านไปหลายนาทีแล้วแต่วิโรษณาก็ยังตื่นเต้นไม่หาย เพราะนับตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป เธอจะได้มาทำงานที่นี่จริงๆ แล้ว เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ใบหน้าสวยหวานก็อดไม่ได้ที่จะก้มลงมองชุดของตัวเองอีกครั้ง เธอมีชุดแบบนี้อยู่ไม่กี่ชุดถึงแม้มันจะดูเรียบร้อยและสะอาดสะอ้านแต่ก็ยังดูกะโปโลและมอซอเกินกว่าที่จะสวมใส่มาทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ล้วนแต่มีนักธุรกิจระดับแนวหน้ามาติดต่ออย่างธนากิจกรุ๊ป ลำพังตัวเองไม่เท่าไหร่ เพราะวิโรษณาไม่เคยตีค่าคนด้วยเครื่องแต่งกายอยู่แล้วแต่เกรงว่าลุงอยุทธ์ของเธอจะขายหน้าไปด้วย 

วิโรษณาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะบอกกับตัวเองว่าให้ทนใส่ไปก่อน ได้เงินเดือนเมื่อไหร่ค่อยเจียดไปซื้อใหม่ก็แล้วกัน สาวน้อยเดินคิดอะไรคนเดียวกระทั่งถึงทางเลี้ยวที่จะไปยังลิฟต์ ทว่าเท้าเล็กๆ ที่กำลังก้าวฉับๆ ต้องชะงักกึกเมื่อมีร่างสูงตระหง่านของใครคนหนึ่งยืนจังก้าขวางทางเอาไว้จนเธอเกือบจะชนโครมเข้ากับ 

“คุณภาคิม!” นัยน์ตาใสซื่อเสมือนลูกกวางน้อยเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าเขาชัดเจน เธอจำเขาได้ดีแม้จะเคยเจอเขาไม่กี่ครั้งก็ตาม

ใช่เขาคือ...ภาคิม วัชรอาชา ลูกชายคนเดียวของอยุทธ์ วัชรอาชา เจ้าของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ ใบหน้าของเขาช่างหล่อเหลาสะดุดตาชนิดที่เรียกว่าอิสตรีใดได้เห็นก็ต้องเก็บเอาไปฝัน ความสูงของเขาคงจะราวๆ หกฟุตเพราะยามยืนเผชิญหน้ากันแบบนี้วิโรษณารู้สึกว่าตัวเองเล็กกระจ้อยร่อยไปถนัดตา

อะไรบางอย่างบนใบหน้าทรงเสน่ห์ของเขาดึงดูดสายตาของวิโรษณาให้ต้องจ้องมองอย่างสำรวจ ดวงตาคู่คมยาวรีเป็นสีดำเช่นเดียวกับคิ้วดกหนาที่เรียงตัวกันอย่างเป็นระเบียบขนานไปเป็นแนวยาว ประกายตาฉาบไว้ด้วยความหยิ่งทะนงบ่งบอกถึงนิสัยที่ถือตัวและเอาแต่ใจออกมาอย่างชัดเจน จมูกโด่งเป็นสันสวยรับกับริมฝีปากหยักลึก กรามแข็งแรงทั้งสองข้างมีไรเคราขึ้นเป็นแนวทำให้เจ้าตัวดูหล่อเหลาคมเข้ม ชวนให้จินตนาการถึงอัศวินนักรบที่นั่งอย่างองอาจอยู่บนหลังอาชาไนยตัวใหญ่

กลิ่นน้ำหอมราคาแพงแบบบุรุษชั้นสูงลอยฟุ้งพร่างพรมมาเตะจมูกโด่งเรียวอย่างอ้อยอิ่ง กลิ่นนั้นกระตุ้นให้หัวใจของวิโรษณาเต้นแรงระรัวขึ้นจนแทบจะทะลุออกมานอกอก หากทว่าความตื่นเต้นนั้นก็ค่อยๆ ลดลงกระทั่งร่างกายเริ่มแข็งทื่อเหมือนถูกสาปให้กลายเป็นหินไปชั่วขณะ เมื่อเห็นว่าดวงตายาวรีคมเข้มที่กำลังจับจ้องมายังเธอฉายประกายความเกรี้ยวกราดออกมาอย่างชัดเจน 

“สวัสดีค่ะ” สาวน้อยยกมือขึ้นไหว้เขาตามมารยาทหลังจากตั้งสติได้ 

“มาอ้อนเอาอะไรจากพ่อฉันอีกล่ะ ที่พ่อฉันปรนเปรอให้ยังไม่พอหรือไง” นอกจากจะไม่รับไหว้แล้วภาคิมยังย้อนถามด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน 

“ดิฉันไม่เคยออดอ้อนเอาอะไรจากคุณลุงอย่างที่คุณว่านะคะ”

“แล้วมาทำไม อย่าบอกนะว่าแค่มากราบไหว้ผู้มีพระคุณโดยปราศจากวัตถุประสงค์อื่น เพราะมันเหลือเชื่อ”

“ดิฉันมาที่นี่ก็เพราะคุณลุงเรียกให้มาพบ กรุณาอย่ามากล่าวหาดิฉันด้วยเรื่องที่ปราศจากข้อเท็จจริง” วิโรษณาตอบโต้ ถึงแม้เขาจะเป็นลูกชายของลุงอยุทธ์แต่ก็ไม่มีสิทธิ์พูดจาดูถูกเธอตามอำเภอใจแบบนี้

แววตาเฉียบคมหรี่ลงมองท่าทางเชิดผยองของวิโรษณา เธอก็แค่เด็กในอุปการะของอยุทธ์ ไม่มีสิทธิ์มาแสดงอาการหยิ่งยโสใส่เขา ที่กล้าลำพองตัวแบบนี้คงคิดว่ามีบิดาของเขาให้ท้ายอยู่กระมัง!

“อย่ามาทำเชิดหน้ากลบเกลื่อนหน่อยเลย เธออาจจะตีหน้าใสซื่อหลอกพ่อฉันได้ แต่มันใช้ไม่ได้ผลกับคนอย่างฉันหรอก” เสียงเขากระด้างยิ่งขึ้นทันที

“นั่นมันก็แล้วแต่คุณจะคิดค่ะ ดิฉันไม่สามารถบังคับความคิดของใครได้”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พันธนาการร้อนซ่อนสายใย
8.2
หญิงสาวผู้ยอมสละสิ้นทุกอย่างแม้กระทั่งศักดิ์ศรีเพื่อช่วยเหลือน้องชายสุดที่รัก ต้องก้าวเข้าสู่พันธนาการของชายหนุ่มไร้หัวใจผู้ไม่เคยหยิบยื่นสิ่งใดให้ใครโดยไร้ข้อแลกเปลี่ยน ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่คลุมเครือและเย็นชา เขากลับแสดงความหึงหวงออกมาจนทำให้เธอสับสนในหัวใจอย่างหนัก เมื่อความสม่ำเสมอไม่มีอยู่จริงและคำถามที่ค้างคาก็ไร้ซึ่งคำตอบ เธอจึงต้องเลือกว่าจะทนรอความชัดเจนจากปากของเขา หรือจะหันหลังเดินจากไปเพื่อยุติความทรมานในห้วงรักที่แสนวุ่นวายนี้ด้วยตัวเอง
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์กาฝาก
9.8
ความรักที่เธอมอบให้เขาเปรียบเสมือนกระแสธารที่ไหลรินไปอย่างไร้จุดหมายและไม่มีวันหวนคืนกลับมาได้อีก แม้ว่าวันเวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปนานเพียงใด หรือเธอจะพยายามทุ่มเทความรู้สึกมากแค่ไหน แต่ความจริงที่แสนเจ็บปวดก็ยังคงชัดเจนเสมอว่า สำหรับคนที่ไม่เคยคิดจะรัก ต่อให้เนิ่นนานเท่าไหร่เขาก็ไม่มีวันเปิดใจให้เธออยู่ดี บทสรุปของความสัมพันธ์ที่มั่นคงอยู่เพียงฝ่ายเดียวท่ามกลางความเย็นชาที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
หน้าปกนวนิยาย โพสต์อิทคือโลกทั้งใบของฉัน
9.2
หญิงสาวผู้สูญเสียความทรงจำต้องใช้ชีวิตผ่านข้อความบนโพสต์อิทที่เป็นเสมือนโลกใบเดียวของเธอ ทว่าชีวิตที่เปราะบางกลับถูกทำลายเมื่อพศิน แฟนเก่าที่เคยถูกทิ้งไปเมื่อเจ็ดปีก่อนหวนกลับมาพร้อมความแค้น เขาและคู่หมั้นใช้เธอเป็นเครื่องมือในรายการเรียลลิตี้เพื่อประจานความผิดที่เธอจำไม่ได้ จนเธอเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากพิธีชำระบาปอันโหดร้าย แม้แต่พี่ชายที่มาช่วยก็ยังถูกดึงเข้าสู่วังวนนี้ ท่ามกลางสายตาชิงชังของพศิน เธอได้แต่ตั้งคำถามว่าอดีตที่หายไปเกิดอะไรขึ้นกันแน่
หน้าปกนวนิยาย กุหลาบบนผาชันผลิบานท่ามกลางน้ำค้างแข็ง
8.8
อีฟ คุณหนูตระกูลคอสต้าที่ซ่อนตัวตนเพื่อรักกับลูคามาห้าปี ตัดสินใจทิ้งความรักอันขมขื่นหลังเขาเมินเฉยต่อการถูกลักพาตัวของเธอเพื่อไปอยู่กับน้องสาวต่างแม่ แม้รอดตายจากหน้าผามาได้แต่หัวใจเธอกลับเย็นชา อีฟเลือกแก้แค้นด้วยการยอมแต่งงานกับทายาทมาเฟียตระกูลวิตอรีผู้โหดเหี้ยมเพื่ออำนาจ โดยมีเงื่อนไขลับแลกกับการสละตำแหน่งว่าที่เจ้าสาวของลูคาในวันที่เขามาขอแต่งงาน เพื่อมอบอิสรภาพที่แฝงไปด้วยความพินาศเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายให้แก่คนทรยศ
หน้าปกนวนิยาย ถึงเฮียจะร้าย…หนูก็จะรัก (Jay & Aeng Aei )
8.3
เมื่อความสัมพันธ์มาถึงจุดที่ความลับถูกเปิดเผย หญิงสาวตั้งคำถามด้วยความสงสัยว่าเหตุใดชายหนุ่มที่เคยประกาศตัวว่าไม่สนใจในเพศหญิง กลับมีความเชี่ยวชาญและล่วงรู้ถึงจุดอ่อนไหวในร่างกายของเธอไปเสียทุกสัดส่วน แต่แทนที่จะได้รับคำอธิบายที่ชัดเจน เขากลับตอบโต้ด้วยการกระทำที่เร่าร้อนพร้อมออกคำสั่งให้สาวน้อยผู้ใสซื่อโอนอ่อนผ่อนตามแต่โดยดี ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและความปรารถนาอันยากจะต้านทานระหว่างคนทั้งสองในค่ำคืนนี้
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติลับมาอยู่ที่เดิมยุค60
8.7
โชคชะตาพาเธอย้อนเวลากลับมาสู่ยุค 60 อีกครั้งเพื่อสะสางบัญชีแค้นในอดีตอันแสนแร้นแค้น เมื่อแม่เลี้ยงของสามีคอยกดขี่และเอารัดเอาเปรียบครอบครัวของเธอมาโดยตลอด ทั้งบ้านใหญ่และบ้านรองที่เคยถูกรังแกถึงเวลาต้องลุกขึ้นสู้เพื่อทวงคืนความยุติธรรม การทะลุมิติครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะเปลี่ยนโชคชะตาและทำให้คนที่เคยทำร้ายพวกเขาต้องชดใช้อย่างสาสมกับสิ่งที่ทำไว้ในอดีตที่ผ่านมา