ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ร่วมแสกั้นรัก

ร่วมแสกั้นรัก

เมื่อเสิ่นชือเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากแผนการร้ายของพ่อและแม่เลี้ยง เธอจึงตัดสินใจช่วยเหลือจี้ฮันโจว นายน้อยผู้ทรงอิทธิพลแห่งเมืองเซิ่นจินเพื่อความอยู่รอด นำไปสู่ข้อตกลงลับที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ให้กลายเป็นความรักที่ลึกซึ้ง แม้จี้ฮันโจวจะเป็นคนเด็ดขาดและเย็นชาจนคนภายนอกต่างเชื่อว่าเขาไร้หัวใจและไม่สนใจผู้หญิงคนไหน แต่เขากลับมอบความอ่อนโยนและปกป้องเสิ่นชือเพียงผู้เดียว ท่ามกลางความประหลาดใจของทุกคนที่เคยสบประมาทในความไร้ความรู้สึกของเขา
ตอน
แชร์

ตอน 2

ในรถ

จี้หานโจวลดหลุบตาลงและมองข้อมูลในมือของเขาพลางกระพริบตาปริบ ๆ

เสิ่นฉือ

ตอนนั้นตระกูลเสิ่นถือเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองเชิ่งจิง

คุณท่านเสิ่นกับคุณนายเสิ่นนั้นเคยเป็นหนึ่งในผู้ที่เก่งที่สุดในวงการแพทย์ แต่น่าเสียดายที่พวกเขาเสียชีวิตไปไว

เสิ่นหมิงเต๋อ ลูกชายของเขามารับสืบทอดต่อ หลังจากนั้นก็แต่งงานกับเวินหลานซึ่งเกิดในตระกูลการแพทย์เหมือนกันและมีลูกสาวซึ่งก็คือเสิ่นฉือ

แต่ตอนที่เสิ่นฉืออายุได้หนึ่งขวบนั้น ตระกูลเสิ่นก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดและตกต่ำมาก

จู่ ๆ เวินหลานก็ป่วยทางจิตและถูกส่งตัวไปอยู่ที่สถานพักฟื้น

ในปีเดียวกันนั้น เสิ่นหมิงเต๋อก็หย่ากับเวินหลานและแต่งงานกับเหลียงหยุนชิง ภรรยาคนที่สอง

ครึ่งปีต่อมาเธอคลอดเสิ่นชิงหรานและคลอดลูกแฝดในปีถัดมา

เพราะงั้น เสิ่นฉือที่ตระกูลเสิ่นไม่ต้อนรับอยู่แล้วนั้นก็ยิ่งอยู่ยากเข้าไปอีก เรียกได้ว่าลำบากจนถึงปัจจุบันก็ว่าได้

อยู่อย่างยากลำบาก...

จี้หานโจวปิดเอกสารและยกมือขึ้นมาแตะบาดแผลของเขาอย่างใคร่ครวญ

ความเจ็บปวดนั้นกลายเป็นรู้สึกชาแทนมานานแล้ว

“ท่านครับ ถึงเวลากลับแล้วครับ”

เฉิงจุ่นที่นั่งอยู่ข้างคนขับเตือนขึ้นมาเบา ๆ

จี้หานโจวตอบว่าอืมก่อนจะเอนตัวไปข้างหลังและหลับตาลงเพื่อพักผ่อน

เกรงว่าเรื่องที่เขาโดนลอบทำร้ายได้ไปถึงหูของครอบครัวแล้ว ถ้ายังไม่กลับไปหล่ะก็ จะยิ่งวุ่นวายไปกันใหญ่

บ่ายวันถัดมา

เสิ่นฉือสวมชุดสีดำ หมวกและหน้ากากปรากฏตัวขึ้นในซอย

คนไข้ที่รักษาเมื่อคืนนี้ฟื้นกลับมาได้สติแล้ว เธอต้องไปเก็บเงินงวดสุดท้าย

แต่พอเดินไปในซอยไม่ไกลนัก เสิ่นฉือก็ค่อย ๆ หยุดเดิน

วันนี้ซอยเงียบกว่าปกติ มีบางอย่างผิดปกติ

หลังจากตรึกตรองอยู่สักพัก เธอก็หันหลังจากไปทันที

แต่กลับโดนดักที่ปากซอย

คนที่มานั้นคือเสิ่นหมิงเต๋อ พ่อของเธอ

กลุ่มบอดี้การ์ดชุดดำปรากฏตัวขึ้นและล้อมเธอไว้ทันที

เสิ่นหมิงเต๋อพูดขึ้นมาอย่างเย็นชาว่า “ไม่กลับบ้านสองสามเดือนแล้ว ทำไม คิดว่าที่นี่ดีกว่าบ้านรึไง?”

“ที่นี่จะดีกว่าบ้านของพ่อได้ยังไงกันหล่ะคะ?”

แต่นั่นไม่ใช่บ้านของเธอ !

“ในเมื่อรู้แบบนี้ก็ดีแล้ว งั้นก็กลับบ้านกันเถอะ”

พอเสิ่นหมิงเต๋อพูดจบ บอดี้การ์ดก็เข้ามาประกบข้างเสิ่นฉือและพาตัวเธอไปที่รถทันที

คนที่อยู่ในมุมมืดนั้นมองเห็นภาพทั้งหมดนี้ได้อย่างชัดเจน รอจนกว่าเสิ่นหมิงเต๋อจากไปแล้ว คนนั้นก็ส่งข่าวนี้ออกไปทันที

เฉิงจุ่นเห็นข่าวเลยรีบมารายงานจี้หานโจวทันที

“ท่านครับ เราควรเข้าไปยุ่งด้วยไหมครับ?”

คนพวกนั้นดูไม่เหมือนคนดีเลย

จี้หานโจวพูดขึ้นมาอย่างเรียบ ๆ ว่า “รอดูสถานการณ์ก่อน”

“ครับ !”

พอเสิ่นฉือโดนพาตัวกลับมาก็โดนโยนเข้าไปในหอบรรพบุรุษทันที

“คุกเข่าดี ๆ !”

เธอถูกบังคับให้คุกเข่าอยู่บนพื้นเย็น ๆ หน้ากากที่สวมอยู่นั้นโดนถอดออก สีหน้าไม่เผยความหวาดกลัวแม้แต่น้อยเลย แต่กลับดูดื้อรั้น

เสิ่นหมิงเต๋อก้มลงมองเธอแล้วถามว่า “แกแอบเรียนหมอใช่ไหม? ! ”

“ป่าวค่ะ”

น้ำเสียงของเสิ่นฉือเย็นชาและตอบกลับอย่างเด็ดขาด

“เพี๊ยะ...”

เสียงแส้กระทบกับเนื้อทำให้พี่น้องอีกสามคนของตระกูลเสิ่นตัวสั่นขึ้นมาทันที

มีแค่เสิ่นฉือ คนที่ถูกเฆี่ยนตีเท่านั้นที่ดูเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอกัดริมฝีปากอย่างแรงและไม่ส่งเสียงใด ๆ

“แกไม่ต้องมาหลอกฉันเลยนะ มีคนบอกฉันว่าแกไม่เพียงแต่แอบเรียนหมอเท่านั้นแถมยังพยายามรักษาคนด้วย ! เสิ่นฉือ แกยอมรับไหม?” เสิ่นหมิงเต๋อถือแส้ไว้ในมือ สีหน้าดูโหดเหี้ยมมาก

ใบหน้าของเสิ่นฉือซีดเผือด แต่เธอกลับดื้อรั้นมากยิ่งขึ้น น้ำเสียงของเธอก็หนักแน่นขึ้นเช่นกัน “ทำไมฉันต้องยอมรับในสิ่งที่ฉันไม่ได้ทำด้วยหล่ะคะ?”

“แกจะบอกว่าข่าวที่ฉันรู้มานั้นไม่ใช่เรื่องจริงงั้นสินะ? ! ” เสิ่นหมิงเต๋อเฆี่ยนตีเธออีกครั้ง

เสิ่นฉือวางมือไว้ข้างลำตัวพลางกำหมัดแน่น “ฉันไม่รู้ว่าพ่อไปได้ยินข่าวนี้มาจากไหน แต่ฉันไม่ได้แอบเรียนหมอและก็ไม่ได้แอบรักษาคนด้วย ถ้าพ่อไม่เชื่อก็โทรหาคนที่บอกข่าวคุณแล้วมาถามต่อหน้าให้ชัดเจนเลย”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย มาเฟียร้ายพ่ายรัก
8.6
ภายใต้หน้ากากของชายหนุ่มผู้อ่อนโยนที่มีรอยยิ้มอันแสนอบอุ่นและเป็นมิตรประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ กลับซ่อนเร้นตัวตนที่แท้จริงอันดำมืดและน่าเกรงขามเอาไว้อย่างมิดชิดเพื่อไม่ให้ใครล่วงรู้ ความลับของมาเฟียร้ายที่ใช้ความใจดีเป็นฉากบังหน้ากำลังรอวันที่จะถูกเปิดเผยออกมาในโลกที่เต็มไปด้วยอันตรายและเล่ห์เหลี่ยมของวงการสีเทา ซึ่งไม่มีใครคาดคิดเลยว่าความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ออร่าที่ดูแสนดีนั้นจะสามารถสั่นคลอนทุกความเชื่อใจที่มีได้
หน้าปกนวนิยาย พิสูจน์รักบอดี้การ์ดเย็นชา
9.2
อิงฟ้าต้องยอมรับองศาเข้ามาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวตามคำสั่งของพ่อ แม้เธอจะเคยปฏิเสธการมีคนคุ้มกันมาตลอด แต่เพราะองศาไม่ใช่ผู้ชายจึงถือว่าตรงตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ บอดี้การ์ดสาวหน้านิ่งคนนี้จะต้องติดตามอิงฟ้าไปทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่โรงเรียนหรือตอนเรียนรู้ธุรกิจ ยกเว้นเพียงเวลาพักผ่อนส่วนตัวเท่านั้น ทว่าความเย็นชาและใบหน้าที่บูดบึ้งขององศาตั้งแต่วันแรกที่พบกัน กลับทำให้อิงฟ้ารู้สึกไม่สบอารมณ์และนึกหมั่นไส้ผู้ดูแลคนใหม่นี้เป็นอย่างมาก
หน้าปกนวนิยาย สามีในมุมมืด
9.2
หลังหายหน้าไปสามปี หนานจืออินกลับมาพร้อมลูกชายเพื่อรับมรดกและเข้าพิธีวิวาห์กับโปรแกรมเมอร์หนุ่ม ทว่าชีวิตคู่กลับเต็มไปด้วยพิรุธ เมื่อสามีมักอ้างเรื่องเวลาทำงานที่ไม่แน่นอนและบอกว่าของหรูที่ซื้อให้เป็นเพียงของเลียนแบบราคาถูก จนกระทั่งเธอพบความจริงกลางห้างสรรพสินค้าว่าเขาคือนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล กู้จิ่งเฉินอ้อนวอนขอโทษพร้อมเปิดเผยความลับสุดช็อกว่าพวกเขามีลูกด้วยกันถึงสองคน ซึ่งสร้างความมึนงงให้เธออย่างมากว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย การเกิดใหม่ของนางร้ายหลงยุค (ยุค80)
8.0
เมื่อวิญญาณนางร้ายตัวแม่ต้องมาเกิดใหม่ในร่าง หลิงชิงเย่ว หญิงสาวผู้น่าสงสารในยุค 80 ที่ถูกสามีหมางเมินและแม่สามีบีบคั้นให้รับเมียน้อยซึ่งเป็นคนรักเก่าของเขาเข้ามาในบ้าน แทนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตาที่ท่านยมบาลส่งมาผิดพลาด เธอตัดสินใจสะบัดบ๊อบใส่พระเอกงี่เง่าแล้วขอใช้ชีวิตสวยรวยเก่งด้วยพรวิเศษ 3 ข้อที่ได้รับมา เตรียมพบกับการแก้แค้นฉบับตัวมารดาที่จะหย่าขาดจากความทุกข์เพื่อก้าวสู่ความมั่งคั่งและเริดเชิดยิ่งกว่าใครในปฐพี
หน้าปกนวนิยาย เพลงมาร
9.0
จากเด็กสาวตัวน้อยที่ถูกเจียระไนจนกลายเป็นนักร้องสาวพราวเสน่ห์ผู้โด่งดังที่สุดแห่งยุค พิจิกาได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอาชีพด้วยเสียงเพลงอันไพเราะ ทว่าเส้นทางเกียรติยศของเธอกลับต้องสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ สุวิชา ชายหนุ่มรูปงามที่ก้าวเข้ามาในชีวิต เขาไม่ใช่เจ้าชายในฝันแต่กลับเป็นมารร้ายที่สร้างความปั่นป่วนจนจังหวะชีวิตของเธอต้องผิดเพี้ยนไป กว่าที่เธอจะสัมผัสได้ถึงความรักอันมั่นคงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์อันร้ายกาจนั้น ทุกอย่างก็เกือบจะสายเกินแก้