
ร่วมแสกั้นรัก
ตอน 3
พอเห็นว่าเธอมีท่าทางแน่วแน่แถมยังขอให้มาถามถึงต่อหน้ากันแบบนี้ ใจของเสิ่นหมิงเต๋อก็รู้สึกสั่นไหวขึ้นมา
พอเหลียงหยุนชิง ภรรยาของเขาเห็นแบบนี้ก็เข้ามาพูดว่า “ที่รักคะ คุณนี่ก็จริง ๆ เลยนะคะ เสิ่นฉือยังเด็กอยู่ ทำไมถึงได้ทำรุนแรงแบบนี้กันหล่ะคะ? ต่อให้เธอแอบเรียนหมอจริง นั่นก็แค่สืบทอดมาจากแม่ของเธอเฉย ๆ เพราะก่อนที่จะป่วยและผ่าตัดผิดพลาดนั้น พี่เวินก็เคยเป็นหมอที่มีชื่อเสียงมาก่อนนะคะ”
หากไม่พูดถึงเรื่องนี้ก็ไม่เท่าไหร่ พอพูดขึ้นมาเสิ่นหมิงเต๋อก็ยิ่งโมโหมากขึ้นไปอีก
เขาไม่พูดอะไรแล้วเฆี่ยนตีเสิ่นฉืออีกครั้ง “ดูสิว่าแกจะยอมพูดความจริงไหม !”
ความเจ็บปวดที่โดนแส้เฆี่ยนอีกครั้งนั้นทำให้ใบหน้าของเสิ่นฉือซีดเผือดขึ้นมาทันที
แต่สายตาของเธอนั้นกลับไม่ได้แสดงท่าทีอ่อนแอใด ๆ และมองเหลียงหยุนชิงด้วยสายตาที่ดื้อรั้นมากยิ่งขึ้น “คุณมีสิทธิ์อะไรมาพูดถึงแม่ของฉันกัน? ! แม่ของฉันเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ชั้นนำของโลก พวกคุณไม่รู้รึไงว่าทำไมเธอถึงป่วยหน่ะ?”
เรื่องในตอนนั้นเธอรู้อะไรไม่มากนัก แต่ก็พอจะรู้อยู่บ้าง
แม่ของเธอเริ่มป่วยหลังจากที่จับได้ว่าเสิ่นหมิงเต๋อเป็นชู้กับเหลียงหยุนชิง
ตัวการสองคนนี้มีหน้าอะไรมาพูดแบบไร้ยางอายและไม่สำนึกผิดต่อหน้าเธอกัน?
ความเกลียดชังในแววตาของเสิ่นฉือทำให้เสิ่นหมิงเต๋อตัวสั่นขึ้นมาทันที ฉากที่เวินหลานบุกรุกประตูเข้ามาและเห็นภาพเขากับเหลียงหยุนชิงกำลังนัวเนียกันนั้นผุดขึ้นมาทันที
ตอนนั้นเวินหลานไม่ได้มีอาการใด ๆ เธอมองพวกเขานิ่ง ๆ ราวกับเห็นอะไรสกปรก
เธอดูถูกพวกเขา
สายตานั้น เสิ่นหมิงเต๋อไม่มีวันลืมแน่นอน
เวินหลานนั้นเพอร์เฟคและสูงส่งมาตลอด เวลาที่อยู่ต่อหน้าเธอนั้น เขามักจะเป็นคนที่ต่ำกว่าเสมอ
เวลาที่คนอื่นเจอเขาก็มักจะเรียกเขาว่าสามีของหมอเวิน
เขาเกลียดความรู้สึกนั้นมาก
คืนนั้นเป็นคืนที่เขาภาคภูมิใจที่สุด เพราะในที่สุดเขาก็เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเวินหลานได้สักที
คืนนั้นเป็นคืนที่น่าอับอายที่สุดสำหรับเขาด้วยเช่นกัน เพราะเวินหลานไม่ได้สนใจพวกเขาเลย แถมยังเห็นว่าพวกเขาเป็นตัวตลกอีกด้วย
ตอนนี้ แววตาที่ดื้อรั้นและคำพูดเหน็บแนมของเสิ่นฉือทำให้เสิ่นหมิงเต๋อนึกถึงความต้อยต่ำตอนที่อยู่ต่อหน้าเวินหลาน
เขาโกรธและอายมากเลยออกแรงเฆี่ยนเสิ่นฉืออย่างแรงหลายครั้งติดต่อกัน
“ใครสอนให้แกพูดจาแบบนี้กัน? ! ” เสิ่นหมิงเต๋อดุร้าย ทุกครั้งที่เฆี่ยนตีนั้นกะจะเอาให้ถึงตายเลยทีเดียว
ตัวของเสิ่นฉือนั้นสั่นไม่หยุด แต่เธอกลับไม่มีท่าทีว่าจะก้มหน้ารับผิดเลย แถมยังหัวเราะเยาะขึ้นมาอย่างเย็นชาว่า “กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นคืนสนอง”
“ไอ้ลูกเนรคุณ !” เสิ่นหมิงเต๋อโกรธมากและยิ่งลงไม้ลงมือแรงกว่าเก่า
ในห้องหอบรรพบุรุษอันเงียบสงบนั้น เสียงแส้กระทบเนื้อเลยดังมากเป็นพิเศษ
พี่น้องตระกูลเสิ่นสามคนมองเสิ่นฉือที่โดนเฆี่ยนซะจนเป็นแผลเหวอะหวะไปหมด บ้างก็ดูนิ่ง ๆ บ้างก็มีความสุขแถมยังแอบตื่นเต้นด้วย
ทางที่ดีนั้นตีจนผู้หญิงคนนี้ตายไปซะได้ก็ดี !
ไม่รู้ว่าเฆี่ยนไปมากเท่าไหร่ เสิ่นหมิงเต๋อก็รู้สึกเหนื่อย
เสิ่นฉือซุกตัวอยู่กับพื้นเย็น ๆ ทั้งตัวนั้นเต็มไปด้วยเลือด
เหลียงหยุนชิงถึงได้ก้าวไปข้างหน้าและพูดว่า “ที่รักคะ ทำอะไรของคุณหน่ะคะ? อาฉือยังเด็กอยู่นะคะ เธอพูดจาตรงไปหน่อย ที่เธอแอบเรียนหมอนั้นก็เพราะอยากจะเป็นแบบแม่ของเธอเฉย ๆ ”
เหมือนกับแม่ของเธอ
แค่คำสั้น ๆ สองสามคำนั้นทำให้เสิ่นหมิงเต๋อรู้สึกโมโหขึ้นมาทันที
เวินหลานเป็นเหมือนปมในใจที่เขาไม่มีทางลืมไปได้ตลอดชีวิต ถ้ามีลูกสาวที่เหมือนกับเธออีก นั่นก็เท่ากับเป็นการย้ำเตือนเรื่องที่เขาล้มเหลวในอดีตไม่ใช่รึไงกัน?
“ได้ ! ในเมื่อเธอเก่งขนาดนี้ ! รักษาคนเก่งงั้นก็ไม่ต้องเรียกหมอมาแล้ว ให้รักษาตัวเองละกัน !”
คุณอาจจะชอบ





