ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คุณหมอร้ายหวงแหนรัก

คุณหมอร้ายหวงแหนรัก

หลังค่ำคืนที่แสนเร่าร้อน เมรีญาพยายามตั้งเงื่อนไขเพื่อตัดความสัมพันธ์ทางกายกับเวทัส แต่หมอหนุ่มเจ้าเสน่ห์กลับไม่ยอมรับข้อเสนอด้วยความโมโห เขาตั้งคำถามถึงความผิดพลาดในบทรักที่ผ่านมา พร้อมข่มขู่ว่าจะพิสูจน์ฝีมือใหม่เพื่อลบล้างความกังวล แม้หญิงสาวจะพยายามอธิบายเหตุผลว่าต้องการลืมเรื่องราวเหล่านั้น แต่เวทัสกลับยืนยันอย่างเอาแต่ใจว่าจะไม่ขอรักษาสัญญา เพราะเขารู้ดีว่าตนเองไม่มีทางห้ามใจไม่ให้แตะต้องเธอได้อีกต่อไป ท่ามกลางความขัดแย้งที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น
ตอน
แชร์

ตอน 1

“อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าที่แบบนี้ มันดีขนาดไหนกันเชียว”

หญิงสาวในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้น บ่งบอกให้รู้ว่าไม่ได้เตรียมตัวที่จะเข้าไปเที่ยวใน ‘บาร์ลับ’ ชื่อดัง ที่แม้ชื่อจะลงท้ายว่า ‘ลับ’ แต่ด้วยเอกลักษณ์ต่างๆ ของที่นี่เลยทำให้เหล่าเซเลบหรือนักรีวิวต่างพากันไปเที่ยวสังสรรค์ จนทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ ‘ความลับ’ อีกต่อไป…

‘ข้าวหอม’ เมรีญา บุญสว่าง เดินเข้าไปในบาร์ลับดังกล่าวด้วยใจที่หวาดหวั่น จริงอยู่ที่อายุอานามก็ปาเข้าไปยี่สิบห้าปีแล้ว แต่ใครจะเชื่อว่าสาวอย่างเธอไม่เคยเที่ยวสถานที่บันเทิงเลยสักครั้ง! แต่นั่นไม่ใช่เพราะว่ารังเกียจสถานที่แบบนี้หรอกนะ แต่เหตุผลหลักเป็นเพราะว่าสถานะทางบ้านไม่ดีต่างหาก ทำให้หญิงสาวไม่คิดที่จะผลาญเงินไปกับความฟุ่มเฟือยเหล่านี้ ลำพังพ่อก็มากเกินทน!

หญิงสาวอยู่ในชุดแต่งกายธรรมดา ปล่อยผมยาวสลวยน้ำตาลทองถึงกลางหลัง ใบหน้าขาวใสไร้เครื่องสำอางตบแต่งใดๆ แต่ก็ยังดูสวยเป็นธรรมชาติ ปกติแล้ว เมรีญาไม่ใช่ผู้หญิงปล่อยตัว ด้วยหน้าที่การงานที่เป็นถึงประชาสัมพันธ์ให้กับโรงแรมในเมือง ทำให้ต้องคอยดูแลเรื่องบุคลิกและภาพลักษณ์เสมอ แต่ค่ำคืนนี้ เธอมีเรื่องทุกข์ใจชนิดที่แทบไม่มีเรี่ยวแรงจะแต่งหน้าแต่งตาให้ดูดี และจุดประสงค์ที่มาบาร์ลับแห่งนี้จะเรียกว่าประชดชีวิตก็คงได้!

“มากี่ที่ครับ” การ์ดหน้าร้านเอ่ยถามหญิงสาว เมื่อเห็นว่าเธอเดินมาคนเดียวโดยไม่มีเพื่อนมาด้วย

“ฉันมาคนเดียวค่ะ” เมรีญาตอบนิ่งๆ แต่ในใจกลับหวาดหวั่น เมื่อมองเห็นหนุ่มสาวแต่ละคนที่มาเที่ยวที่นี่จัดเต็มทั้งเสื้อผ้าหน้าผม จนเธอนึกอายอยากกลับไปเปลี่ยนชุดทันที

“หน้าตาสวยๆ แบบนี้มาคนเดียวระวังจะอันตรายนะครับ”

การ์ดร่างใหญ่เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วงเป็นใยแกมทีเล่นทีจริง เมรีญาเองก็ไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขั้นไม่รู้ว่านั่นเป็นเพียงการกล่าวแซวกันเท่านั้น

“เฮ้ย อย่าไปแซวลูกค้าสิ เดี๋ยวลูกค้าก็หนีหรอก ฮ่าๆ”

จังหวะนั้น การ์ดอีกคนก็เข้ามาพูดจาสมทบด้วย ยิ่งทำให้เมรีญาหวาดหวั่นหนักเข้าไปอีก ว่าตนเองทำถูกหรือไม่ที่ตัดสินใจมาเที่ยวที่นี่

“พวกพี่แค่แซวเล่นนะน้อง เชิญครับ ถ้ามีใครมาวอแวก็เรียกการ์ดได้เสมอนะ เจ้าของที่นี่ เขาเคร่งมาก ไม่อยากให้มีเรื่องลวนลามหรือทะเลาะวิวาทกันในบาร์” หนึ่งในการ์ดเหล่านั้นพูดขึ้น พอจะช่วยทำให้เมรีญาเบาใจขึ้นหน่อย

หญิงสาวตัดสินใจเดินเข้าบาร์มาอย่างกล้าๆ กลัวๆ วินาทีที่เธอได้เห็นแสงสีเสียงอย่างที่เคยเห็นในอินเทอร์เน็ต สิ่งแรกที่ผุดขึ้นในสมองคือคำว่า ‘ก็ไม่เลว’ อย่างที่เคยคิดไว้ อาจเพราะที่นี่เป็นบาร์ลับ และจากที่เคยอ่านเจอจากอินเทอร์เน็ตคือ เจ้าของที่นี่ไม่อยากให้บาร์ของตนเองเป็นที่นั่งดื่ม หรือออกแนวคล้ายผับ แต่เขาอยากให้ที่นี่เป็นเหมือนที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือเป็นที่บรรเทาความทุกข์ให้กับลูกค้าเสียมากกว่า และใช่…เมรีญาก็เป็นหนึ่งในลูกค้าที่ต้องการมาที่นี่เพื่อคลายความทุกข์ของตัวเองเช่นกัน

หญิงสาวก้าวเข้ามาในบาร์อย่างงุนงง ด้วยความที่ไม่เคยเที่ยวทำให้ไม่รู้ว่าจะไปนั่งที่ตรงไหนได้ โต๊ะในร้านยังเหลืออีกไม่มาก ส่วนโต๊ะที่เหลือส่วนใหญ่ก็คือโต๊ะสำหรับนั่งกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ แต่เธอมาคนเดียวจึงไม่เหมาะนัก

เมรีญาหันไปมองที่บริเวณหน้าเคาน์เตอร์บาร์ที่ใช้สำหรับให้บาร์เทนเดอร์ชงเครื่องดื่มให้แขก พบว่ามีที่นั่งเหลืออยู่หนึ่งที่พอดี จึงไม่รอช้ารีบเข้าไปนั่งเก้าอี้ดังกล่าว

“เอ่อ นั่งตรงนี้ไมได้นะคะ คนที่จะนั่งตรงนี้ได้ต้องจองมาก่อนค่ะ”

ไม่ทันที่ร่างบางสวยจะได้นั่งลงก็ถูกพนักงานสาวสวยของร้านเข้ามาห้ามเสียก่อน พร้อมทั้งยังมองการแต่งกายของเมรีญาอย่างประเมินอีกด้วย

“ขอโทษค่ะ”

เมรีญารู้ดีว่าเถียงไปก็ไม่มีประโยชน์ และหญิงสาวเป็นคนมีมารยาทพอ หากที่ตรงนี้มีไว้สำหรับคนที่จองเข้ามา หรือต้องเป็นคนที่มีเงินหนามือ เธอเองก็ไม่มีสิทธิ์เข้าไปนั่งอยู่ดี

“ให้เธอนั่งเถอะคุณแพรว”

ก่อนที่เมรีญาจะเดินจากไป ทันใดนั้นก็มีเสียงราบเรียบของชายแปลกหน้าดังขึ้น ทำให้เธอต้องเหลียวหลังกลับไปมองเขาทันที

ชายหนุ่มรูปร่างสูงราวหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร ผิวขาวสะอาดแบบคนเจ้าสำอาง แต่กลับดูขัดกับสายตาคมกริบที่เมื่อเผลอไปสบตาต้องรู้สึกหวาดหวั่นได้อย่างง่ายดาย จมูกคมเป็นสัน ริมฝีปากบางรับกับรูปหน้าคม สวมชุดสูทสำหรับ ‘บาร์เทนเดอร์’ ด้วยรูปร่างที่ดีจนแทบจะเหมือนนายแบบทำให้เขากลายเป็นชายหนุ่มที่ดูดีและมีเสน่ห์เหลือล้นจนเมรีญาดเผลอจ้องอย่างลืมตัว

“เอ่อ คือว่า...”

พนักงานสาวที่ชื่อ ‘แพรว’ ทำท่าทีกระอักกระอ่วน ก่อนที่บาร์เทนเดอร์หนุ่มหล่อคนนั้นจะยิ้มให้บางๆ ให้

“ค่ะ ได้ค่ะ” แล้วเจ้าหล่อนก็เดินกลับไปประจำจุดทำงานเดิมของตัวเอง

เมรีญาได้สติ จึงหันไปยิ้มรับให้กับบาร์เทนเดอร์หนุ่มเพื่อเป็นการขอบคุณทันที

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย  นมัสการความรัก บรรณาการความเศร้า |บทกวีไร้ฉันทลักษณ์
8.8
ขอความเคารพจงมีแด่ความรักอันทรงพลังและยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด พลังแห่งความรู้สึกที่หยั่งรากลึกลงในจิตใจมนุษย์จนยากจะถอนตัว ทว่าภายใต้ความงดงามนั้นกลับแฝงไปด้วยความเจ็บปวดที่แสนสาหัส ความรักนี้เองที่เป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์ระทมและเป็นผู้ที่คอยเติมเต็มห้องหัวใจให้เปี่ยมล้นไปด้วยมวลความเศร้าโศกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นี่คือเรื่องราวบทกวีที่บอกเล่าถึงการคารวะต่อห้วงอารมณ์ที่ทำให้หัวใจต้องบอบช้ำจากความรักในโลกยุคใหม่
หน้าปกนวนิยาย การกลับมาอย่างมีชัย
9.6
ลู่หว่านใช้ชีวิตในฐานะภรรยาลับมานานสามปีโดยไม่เคยพบหน้าสามี ทว่าเขากลับขอหย่าเพื่อไปทุ่มเทให้หญิงอื่น เธอจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์และกลับมาเฉิดฉายด้วยความสามารถที่ซ่อนไว้ ทั้งการเป็นหมอเทวดา แฮ็กเกอร์ และอัจฉริยะในอีกหลายด้าน เมื่อตัวตนที่แท้จริงถูกเปิดเผย อดีตสามีที่เคยเย็นชากลับมาอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัว พร้อมเสนอจะยกทรัพย์สินและชีวิตทั้งหมดเพื่อแลกกับการให้เธอกลับมาเคียงข้างเขาอีกครั้งในฐานะคนรัก
หน้าปกนวนิยาย รอยบาปสวาท
8.9
อดีตในวัยเด็ก ผลักดันให้ ธรรวา เกลียดชังผู้หญิงคนหนึ่งเข้ากระดูก!! และความเกลียดนั่นลุกลามไปยังผู้หญิงไม่รู้อิโหน่อิเหน่อีกคน... ดลยาเลยพลอยซวย...เธอตกเป็น ‘เบี้ยล่าง’ ถูกบุตรชายเจ้าของบ้านข่มเหง แต่ความอับโชคของดลยายังไม่หมดแค่นั้นหรอก... ผลพวงของความสัมพันธ์บนข้อตกลงนั่น...ก่อให้เกิดสายใยบางอย่าง... ลูก...ผู้ชายที่ขีดค่าผู้หญิงคนหนึ่งไว้ด้วยคำว่า ‘เกลียด’ จะทำยังไงล่ะ? ระหว่าง...เขี่ยหล่อนทิ้งด้วยความสะใจ!! หรือเก็บหล่อนไว้ข้างตัวเพราะรสเสน่หา?
หน้าปกนวนิยาย เมียนายเปลว
7.9
เมลานีชอกช้ำจากอดีตสามีที่นอกใจจนตายกับชู้รัก เหลือไร่ดาราจักรเป็นสินสมรส เธอจึงมาเพื่อขายไร่ แต่ต้องเผชิญหน้ากับนายเปลวหัวหน้าคนงาน ที่ต้องการรักษาไว้ เมื่อโอกาสมาถึงทำให้ต้องจับพลัดจับผลู ได้เสียเป็นผัวเมีย เขาจึงต้องรักษาทั้งไร่และเธอ เพื่อจะได้ให้เมลานีเป็น...เมียนายเปลว ตลอดไป ++++++++++++++++ เธอขึ้นคร่อมทับร่างเขา หยดน้ำพราวจากเส้นผมลู่ลงผิวสีทองแดง เปลวตกตะลึง นึกไม่ถึงว่าตนเองตกอยู่ในสภาพเพลี่ยงพล้ำ จะถูกผู้หญิงปล้ำ ภาพเมลานีปลุกเร้าความปรารถนา และมีอานุภาพทำให้เปลวรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง เธอทั้งอ่อนนุ่มและอบอุ่น ดูงดงามราวนางพรายน้ำแสนสวย ผุดขึ้นมาล่อหลอกให้ต้องมนตร์เสน่หา ก่อนจะช่วงชิงชีวิตให้ดับสูญ เธอคนนี้เป็นร่างแปลงของปีศาจไพร เปลวกำลังตกอยู่ในฝันหรืออย่างไร “เราเป็นแค่ผู้ชายผู้หญิงธรรมดาคู่หนึ่งเท่านั้นเอง คุณนพตายไปแล้วนะ เธอจะไปสนใจอะไร ไม่ต้องรู้สึกผิดกับเขาหรอก เราไม่ใช่เด็ก ๆ กันแล้ว” เสียงผะแผ่วเธอปลดศีลธรรมในใจเปลวออก ตามกำลังกายล่างที่ดันดีด นี่ไม่ใช่เรื่องผิด ไม่มีบุญคุณหรือความเคารพ แต่เป็นเรื่องระหว่างชายหญิง อาจเป็นการฉวยโอกาส แต่เลี่ยงความจริงไม่ได้ว่าเปลวก็ถูกใจเธออยู่เหมือนกัน “เรื่องที่เราจะทำนี่มันย้อนกลับไม่ได้แล้วนะครับ” เจ้าของเรือนคำรามต่ำ ดวงตาดำลุกโชนดังมีประกายไฟข้างใน “ไม่ใครย้อนอดีตได้ มีแต่ต้องมุ่งไปสู่อนาคต” คำตอบจากสติอันลางเลือน บ่งบอกนิสัยมองไปข้างหน้ามากกว่าจะคิดถึงอดีตของเธอ “มีแค่คืนนี้เท่านั้น” ++++++++++++++++++
หน้าปกนวนิยาย เถื่อนรักอสูรร้าย (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม3)
8.7
“ฮืออ คุณมันผู้ชายสารเลว หนูเกลียดและขยะแขยงคุณที่สุด!” ดาวเรืองร้องไห้โฮเมื่อรู้สึกถึงรอยสัมผัสน่าขยะแขยงของเสี่ยไพรัตน์ มือที่จับปลายผ้าห่มก็ถูเช็ดไปตามผิวขาวผ่องจนแดงเถือก ซึ่งเสียงสะอื้นไห้ของเด็กน้อยทำให้คนที่ยืนเท้าสะเอวเป็นเด็กแรกเกิดอยู่ตรงปลายเตียงนั้นตื่นจากความฝันที่เป็นจริง สิงขรหน้าแดงก่ำโกรธเด็กน้อยที่บังอาจเช็ดรอยสำผัสที่เขาทำไว้บนตัวเธอ ร่างโตจึงรีบก้าวขึ้นเตียงคลานตามไป มือใหญ่คว้าหมับกำกระชับแน่นที่ข้อเท้าน้อย พร้อมออกแรงกระชากดึงให้คนตัวเบาเข้ามาปะทะแผ่นอก “กรี๊ดดด! ไอ้คนชั่ว! คนเลว ! ปล่อยหนูเดี๋ยวนี้นะ!” ถึงจะเจ็บระบมไปทุกตารางนิ้วบนร่างกาย ดาวเรืองก็ไม่ต้องการให้เขาแตะต้อง แม้จะมีแรงเพียงน้อยนิด แต่ก็ปกป้องตัวเองโดยการใช้กำปั้นน้อยๆ ทุบตีคนใจโฉดอย่างบ้าคลั่ง “ปากดี ด่าเก่งนักนะ อย่างนี้มันต้องโดนอีกสักสามสี่รอบ หรือว่าจะทั้งคืนเลยดีไหม?” สิงขรอุ้มเด็กน้อยให้เข้ามานั่งอยู่บนตัก ซึ่งทำให้ดวงหน้าของคนทั้งสองอยู่ในระดับเดียวกัน มือหนาสอดเข้าท้ายทอยฉุดเบาๆ ให้ดวงหน้างามแหงนขึ้นเพื่อรองรับคำขู่จากปากหยักที่บดขยี้กลีบปากบวมเจ่อ และเมื่อได้ชิมความหอมหวานในโพรงปากนุ่มพอใจแล้ว เขาก็ตวัดอุ้มร่างน้อยขึ้นพาดบ่า ฝ่ามือใหญ่กางออกแล้วฟาดลงบนสะโพกกลมงอนเสียงดังเผียะๆ พร้อมทั้งก้าวลงเตียงเดินดุ่มๆ พาหญิงสาวเข้าห้องน้ำ “ปล่อยหนูนะ โอ๊ยย! ไอ้ลุงแก่ชอบรังแกเด็ก! ฮืออ” เสียงใสครางปนเสียงสะอื้นเมื่อถูกปล่อยให้เท้าแตะพื้น ขาเรียวสวยสั่นระริกไม่มีแรงยืนด้วยตัวเองจึงทรุดลงไปนั่งบนพื้นห้องน้ำ “ก็ไอ้ลุงแก่คนนี้ไม่ไช่เหรอที่ทำให้เธอพ้นจากไอ้แก่พุงโย้ตัณหากลับนั้น” สิงขรไม่ชอบใจเป็นอย่างมากที่หญิงสาวมักเรียกเขาว่าลุง ดวงตาสีนิลเริ่มแดงก่ำจ้องมองหญิงสาวที่กำลังคลานหนีไปนั่งขดตัวเป็นกิ้งกืออยู่ข้างชักโครก “คุณก็ไม่ต่างอะไรกับเสี่ยไพรัตน์เลยสักนิดที่ชอบล่อลวงเด็กสาวพาไปทำมิดีมิร้ายเหมือนกัน” ดาวเรืองร้องไห้โฮเมื่อนึกถึงภาพของไอ้เสี่ยแก่รุ่นตาพุงก็โย้ น่าเกลียดที่สุด ไอ้ตาแก่นั่นกำลังย่ำยีเธอ แต่แปรเปลี่ยนเป็นภาพของสิงขรที่เป็นคนทำร้ายพรากความบริสุทธิ์ไปโดยที่ไม่ได้ยินยอมสักนิด หญิงสาวนั่งกอดเข่าใบหน้าเขลอะน้ำตาก็แนบชิดมือของตัวเองที่วางอยู่บนหัวเข่า เรียวปากบวมเจ่อก็กระซิบเสียงแผ่วเบาหวังให้ได้ยินเพียงคนเดียว “ยัยเด็กบ้าเอ๊ย! เธอกล้าเปรียบฉันเป็นไอ้เฒ่าไพรัตน์หัวงูนั่นได้ไงฮะ? แล้วถ้าฉันไม่รักษาด้วยร่างกายของฉัน ป่านนี้ เธอก็คงจะขาดใจตายไปนานแล้ว และตอนนี้ มันก็อยากจะเข้าไปในตัวเธอเพื่อทดสอบดูว่าหายจากอาการสยิวซ่านหรือยัง” คำพูดดูหมิ่นของเด็กน้อยทำให้สิงขรโกรธจนหน้าแดงก่ำ เขาเอาแต่พูดเรื่องใต้สะดือให้เธอฟัง ‘เฮอะ! ทำเป็นหน้าแดง อายละสิที่เห็นตัวตนของฉัน’ สิงขรคำรามพูดอยู่ในใจ “อ๊ายย! ไอ้คนทุเรศ! อย่าคิดเอาไอ้หนอนเน่าน่าเกลียดนั่นเข้ามาใกล้หนูเด็ดขาด” ดวงตากลมโตคลอน้ำตาเบิกโพลงเมื่อเห็นความใหญ่โตตรงหว่างขาของเขา ซึ่งมันผงกหัวเบ่งกล้ามจนเห็นเส้นเลือดสีเขียวปูดใส่เธออย่างที่ว่าจริงๆ “หึ! ก็ไอ้หนอนตัวนี้ไม่ใช่เหรอที่ทำให้เธอหายจากอาการซ่านสยิว แตะตรงไหน ผิวนี่สั่นระริกไปตามการลูบไล้ของฉันไม่ใช่เหรอ ฮะ” ดวงหน้าหวานแดงระเรื่อผสมแววตากลมโตสั่นไหวหวาดกลัวนั้นทำให้สิงขรนึกสนุก เขายิ้มแยกเขี้ยวน่ากลัว ชี้มือให้เธอดูความแข็งแกร่งที่มันชูชันตั้งโด่
หน้าปกนวนิยาย กากีสีดอกรัก
8.6
อินทรีครุฑหนุ่มผู้ร้อนแรงตัดสินใจลักพาตัวธนิษฐาหญิงสาวที่เขาตราหน้าว่าเป็นนางกากีผู้มากรักไปยังวิมานฉิมพลีเพื่อพิสูจน์ความจริง แม้บรรยากาศค่ำคืนจะพาให้เธอเผลอใจ แต่เขากลับมอบบทเรียนอันเร่าร้อนและรุนแรงแทนความอ่อนโยนด้วยความเข้าใจผิดว่าเธอผ่านโลกมาอย่างโชกโชน เขาดูแคลนว่าชื่อของเธอที่แปลว่าอีกานั้นช่างเหมาะสมกับความคาวโลกีย์เสียเหลือเกิน โดยไม่รู้เลยว่าการเดิมพันครั้งนี้อาจต้องใช้หัวใจของเขาเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนในกองเพลิงแห่งปรารถนา