ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เด็กเลี้ยงของภาวินทร์

เด็กเลี้ยงของภาวินทร์

ภาวินทร์มหาเศรษฐีหนุ่มใจร้ายตราหน้าคาลิสาว่าเป็นเด็กเลี้ยงไม่เชื่อง เขาบีบคั้นและด่าทอเธออย่างรุนแรงเพราะหลงเชื่อคำโกหกของคู่หมั้นว่าเธอแอบอ้างเรื่องตั้งครรภ์เพื่อเรียกร้องความสนใจ แม้ความจริงเธอจะอุ้มท้องลูกของเขาอยู่ แต่เมื่อถูกตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงมารยาและถูกบอกเลิกอย่างไม่ใยดี คาลิสาจึงจำต้องเก็บงำความลับนี้ไว้ท่ามกลางความเจ็บปวด ก่อนที่คนใจร้ายอย่างเขาจะกลายเป็นหมาโบ้คลั่งรักที่ต้องชดใช้ความผิดในภายหลัง
ตอน
แชร์

ตอน 3

ภาวินทร์ไม่ได้แค่ให้เงินกับหล่อนเท่านั้น แต่งานเขาก็มอบให้ด้วย โดยที่หล่อนไม่ต้องไปแข่งขันกับนักศึกษาจบใหม่คนอื่นๆ เลย

“ครีมไม่อยากรบกวนคุณภามมากไปกว่านี้น่ะค่ะ”

นี่คือคำพูดของหล่อนที่บอกกับเขายามที่อยู่บนเตียงด้วยกัน

“ไม่ต้องเกรงใจหรอก ฉันแค่ทำในสิ่งที่ควรทำเท่านั้นเอง”

“แต่ครีมอยากไปลองสมัครงานที่อื่นดูก่อนได้ไหมคะ ถ้าไม่ได้จริงๆ แล้วครีมค่อยกลับมาทำงานที่บริษัทของคุณภามก็ได้ค่ะ”

“เธอเป็นเด็กของฉัน ก็ควรจะทำงานในบริษัทของฉันถึงจะถูก”

“แต่ว่า...”

“ไม่มีแต่... เพราะนี่ไม่ใช่คำขอร้อง แต่เป็นคำสั่ง ที่เธอต้องปฏิบัติตาม”

ภาวินทร์เผด็จการแบบนี้เสมอ ในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องงาน หรือว่าเรื่องบนเตียง

“ค่ะ”

“ฉันชอบที่เธอพูดง่ายแบบนี้นะ”

คงเพราะหล่อนไม่เคยทำอะไรขัดใจหรือคำสั่งของเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียวนั่นเอง

“เอ่อ... แล้วถ้าเกิดวันหนึ่งครีมทำอะไรที่คุณภามไม่ชอบขึ้นมา ชะตาชีวิตของครีมจะเป็นยังไงเหรอคะ”

นี่คือสิ่งที่หล่อนอยากรู้มาตลอด

คนที่นอนหงาย โดยมีหล่อนอนหนุนแขนล่ำขยับตัวลุกขึ้นนั่ง

คาลิสาอดมองแผ่นหลังเปลือยที่ทั้งกว้างและแข็งแรงของภาวินทร์ไม่ได้

หล่อนรักเขา...

อยากจะเอื้อมมือไปสัมผัสแผ่นหลังของเขา แต่ก็รู้ดีว่าทำไม่ได้

หล่อนจะแตะต้องเนื้อตัวของภาวินทร์ได้ก็ต่อเมื่อตอนที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มกันเท่านั้น

‘ห้ามแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันเด็ดขาด’

หล่อนจำคำเตือนนี้ได้เป็นอย่างดี จำได้ขึ้นใจเลยทีเดียว และก็ไม่เคยละเมิดสักครั้ง

“ความสัมพันธ์ของเราก็คงต้องจบ”

น้ำเสียงของเขาเย็นชา และไร้ความรู้สึกจนคนฟังสะท้อนใจ

“เลิก... เหรอคะ...”

“ใช่ เลิกกัน”

ใบหน้าหล่อจัดเอี้ยวกลับมามอง แววตาสีดำทะมึนของเขาซ่อนทุกความรู้สึกเอาไว้ภายในนั้น

หล่อนไม่เคยรู้เลยว่าผู้ชายคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ เพราะเขามักจะฝังทุกอย่างเอาไว้เบื้องหลังสีดำของแววตาเสมอ

“แต่ฉันมั่นใจว่าเด็กดีอย่างเธอ ไม่มีทางทำอะไรที่ฉันไม่ชอบแน่นอน จริงไหม”

หล่อนฝืนยิ้มให้กับเขา ก่อนจะหลบสายตาคมเข้มนั้นมองไปอีกทาง

หัวใจเหมือนถูกหย่อนลงไปในกล่องไม้ที่ทั้งเล็กและแคบ มันอึดอัดเหลือเกิน

“ค่ะ ครีม... จะไม่ทำอะไรที่คุณภามไม่ชอบเด็ดขาดค่ะ”

“ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวเธอมีนัดกับสัมภาษณ์ที่บริษัทของฉันตอนเก้าโมงเช้าไม่ใช่เหรอ”

“สัมภาษณ์งานเหรอคะ”

นี่เขาจัดการทุกอย่างให้หล่อนรวดเร็วขนาดนี้เชียวเหรอ

“ใช่... สัมภาษณ์ตำแหน่งพนักงานบัญชี”

คงเพราะเห็นสีหน้ามึนงงของหล่อน เขาถึงยื่นมือมาจับที่ท่อนแขนเปลือย และพูดให้ผ่อนคลาย

“ไม่ต้องกังวล ไม่ว่าเธอจะสัมภาษณ์ยังไง เธอก็ได้ตำแหน่งนี้มาครองอยู่ดี”

หล่อนควรดีใจใช่ไหม

คาลิสาอดไม่ได้ที่จะถามตัวเองในใจ

“ขอบ... ขอบคุณค่ะ”

“รีบไปอาบน้ำได้แล้ว เรามีเวลาอีกไม่นาน”

“ค่ะ”

หล่อนก้าวเท้าลงจากเตียง และพาร่างเปลือยเปล่าที่อ่อนเปลี้ยเพลียแรงเดินเข้าไปในห้องน้ำ

ใต้ฝักบัว...

สายน้ำเล็กๆ จำนวนมากกำลังราดรดลงบนผิวสาวที่ผ่านการลูบไล้มาตลอดทั้งค่ำคืน และช่วงเช้าของวันหล่อนแผ่วเบา

แผ่วเบา ราวกับต้องการปลอบประโลมหัวใจที่รู้สึกเจ็บปวดของหล่อน

แม้การอยู่ใกล้กับภาวินทร์จะทำให้หล่อนมีความสุขมาก แต่ในสมองก็ไม่อาจลืมได้เลยว่า ทุกอย่างที่กำลังมีอยู่ในตอนนี้มันจะต้องสิ้นสุดลงสักวัน

ไม่ช้า...

หล่อนกับภาวินทร์ก็จะกลายเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าสำหรับกันและกันเท่านั้น

เมื่อสมองคิดไปถึงการจากลา หัวใจของหล่อนก็ถูกความเจ็บปวดครอบงำจนไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้

น้ำใสๆ ไหลออกมาเปื้อนแก้มนวล แต่มันก็ถูกละอองน้ำจากฝักบัวใหญ่กลืนกินจนสลายหายไป ไม่มีใครรู้ว่าหล่อนกำลังร้องไห้อยู่ แม้แต่ผู้ชายตัวสูงใหญ่ที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องน้ำ

“คุณภาม... รอสักครู่นะคะ ครีมเสร็จแล้วค่ะ”

หล่อนกำลังจะเอื้อมมือไปปิดก๊อกฝักบัว เพราะคิดว่าภาวินทร์ต้องการจะใช้ห้องน้ำ แต่คนตัวโตที่เปลือยเปล่าล้อนจ้อนก้าวเข้ามาประชิดตัวเสียก่อน

“อ๊ะ...”

เขาสวมกอดหล่อนจากทางด้านหลัง พร้อมกับพรมปากกระด้างลงกับลำคอของหล่อนหนักหน่วง

กายสาวร้อนวูบวาบ แม้ว่าจะกำลังยืนอยู่ใต้ฝักบัวก็ตาม

“ฉันต้องการอาบน้ำพร้อมกับเธอ”

“อา... อ๊า...”

เขาไม่ได้แค่พูด และไม่ได้แค่จูบผิวสาวตรงด้านหลังลำคอเท่านั้น แต่ฝ่ามือใหญ่ยื่นอ้อมมาด้านหน้า และกอบกุมสองเต้าเต่งเอาไว้ในอุ้งมือด้วยเช่นกัน

“อ๊า... คุณภาม... อา...”

หล่อนครางกระเส่า เมื่อมือใหญ่เริ่มต้นขยำเต้านมสาวหนักหน่วงขึ้น

“ซี๊ดดด อ๊า... คุณภาม... เดี๋ยวครีมไปไม่ทัน สัม... ภาษณ์นะคะ อ๊า... ซี๊ดดดด”

หล่อนพูดแทบไม่เป็นคำ เพราะนิ้วแกร่งของเขากำลังถูไถอยู่กับหัวนมสีหวานอย่างจงใจหยอกเย้า

“ไม่ต้องกังวล ฉันโทรเลื่อนให้แล้ว”

“คะ?”

หล่อนแปลกใจ แต่ความแปลกใจก็อยู่ไม่นาน เพราะเมื่อมือข้างขวาปล่อยเต้านมและลูบไล้ต่ำลงไปหยุดที่เนินสวาท ความเสียวแทบละลายก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

“อู๊ยยยย คุณภาม... เสียววว อ๊า...”

นิ้วของเขาซอนไชเข้าไปภายในกลีบสาวด้วยความซุกซน แถมลีลาการเคลื่อนไหวของนิ้วยาวก็ทำให้หล่อนยากจะต่อต้าน

“อา... เสียววว อ๊า... ซี๊ดดด คุณภามขา... อา... เสียว... อู๊ยยย...”

สติของหล่อนแตกซ่านไปหมดแล้ว นิ้วยาวของภาวินทร์ทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม มันซุกไซ้ ชอนไช แตะแต้มไปทุกตารางนิ้วของร่องนาง ปลุกเร้าจนน้ำหวานไหลทะลักออกมามากมาย

ภาวินทร์รู้จักร่างกายของหล่อนดีกว่าตัวของหล่อนเองเสียอีก เขารู้ว่าแตะต้องแล้วหล่อนจะร้อนฉ่า รู้ว่าต้องเลียตรงไหนแล้วหล่อนจะอ่อนระทวยขัดขืนไม่ได้

“อ๊า... อา... คุณภาม... ครีม... อ๊า... เสียววว อ๊า...”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักลิขิตสวาท
9.3
อณัศยายังคงภักดีต่อสามีผู้ไร้หัวใจอย่างทศรัสมิ์ แม้เขาจะแต่งงานกับเธอเพียงเพื่อระบายความแค้นที่ฝังรากลึกในอดีต ในสายตาเขา เธอคือลูกสาวของหญิงที่ทำลายครอบครัวเขาจนพินาศและทำให้แม่เขาต้องหนีไปต่างประเทศด้วยความตรอมใจ เมื่อทศรัสมิ์กลับมาในฐานะทายาทหมื่นล้านหลังงานศพบิดา เขาจึงสบโอกาสล้างแค้นตามคำขอความช่วยเหลือจากแม่ของเธอ ทศรัสมิ์พร้อมจะใช้พันธะสมรสนี้เป็นเครื่องมือทำลายชีวิตสองแม่ลูกให้ย่อยยับเหมือนที่เขาเคยเผชิญมา
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าร้าง อดีตสามีคุกเข่าขอร้องคืนดี
8.3
ตลอดสามปีที่สวีเหยียนทุ่มเทเป็นภรรยาที่ดี เธอกลับได้รับเพียงการดูถูกจากตู้หางจือว่าไม่คู่ควรกับเขา เมื่อความอดทนสิ้นสุดลงเธอจึงเลือกหย่าขาด ท่ามกลางคำเยาะเย้ยของคนรอบข้าง ทว่าเธอกลับผงาดขึ้นเป็นนักออกแบบระดับโลกและนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล พร้อมการสนับสนุนจากพี่ชายและหนุ่มหล่อมากมายที่รุมล้อม จนอดีตสามีที่เคยเย็นชาต้องกลับมาคุกเข่าอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัว แต่เธอยืนหยัดอย่างสง่างามว่าไม่เคยเสียใจที่ทิ้งเขาไปเพื่อสร้างชีวิตใหม่ที่รุ่งโรจน์กว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย ดั่งเชื้อไฟในเพลิงพิศวาส
8.2
มหาเศรษฐีหนุ่มอย่างไอรอนมองว่าอัญชันเป็นเพียงผู้หญิงหิวเงินที่หวังทางลัดสู่ความสบาย ทว่าเสน่ห์ของเธอกลับกลายเป็นเชื้อไฟที่โหมกระหน่ำเพลิงปรารถนาในใจเขาให้ลุกโชนอย่างคาดไม่ถึง อุบัติเหตุในห้องน้ำนำไปสู่สัมผัสแนบชิดที่ทำให้สาวน้อยด้อยประสบการณ์ต้องหวั่นไหวไปกับร่างกายอันสมบูรณ์แบบ สายตาคมกล้าของเขาตรึงเธอไว้ในอ้อมกอดที่แสนรุ่มร้อน จนอัญชันเผลอปล่อยตัวใจไปกับเสน่หาและหวังเพียงว่าสักวันจะสามารถครอบครองหัวใจของชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ไว้เพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจจักรภัทร [เจ้านายหนุ่มหล่อ VS ลูกน้องสาวสวย)
9.2
CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต VS พนักงาน HR นอกจากแสนสวยกับแสนดีแล้วก็ ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้ ------------------------------------ ‘จักรภัทร ส่งเสริมสกุลไทย’ CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต หนุ่มผู้กลายเป็นที่ต้องการของสาวค่อนเมือง เขาจำเป็นต้องเลือกอย่างละเอียดถี่ถ้วนและระมัดระวัง เพื่อกันความผิดพลาดหรือเลิอกคนผิดนั่นเอง คติประจำใจที่เขาและนักธุรกิจหลายต่อหลายคนมีไว้ นั่นคือ 'สมภารไม่กินไก่วัด' _______ ‘มัทรี ทรัพท์สมบูรณ์’ พนักงานสาวในฝ่าย HR ผู้ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้สำหรับเลือกมาเป็นคู่ชีวิต ยกเว้นแต่ความสวยบาดใจโดยไม่ต้องแต่งแต้มมากมายนัก กับความเป็นกุลสตรีที่เธอมีครบถ้วน และเขาก็ไม่ควรจะมองข้ามจุดนี้ไป ++++++++++++++++++++++ ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ ‘ตูม!!!’ ‘พรึบ!’ “ว๊าย!!!!” ยังไม่ทันจะได้รับกระเป๋าจากมือบางด้วยซ้ำ ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงๆ ลงมาอย่างรุนแรง ตามด้วยเสียงอะไรสักอย่างระเบิดขึ้นมา เดาว่าน่าจะเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าของหมู่บ้าน แล้วไฟก็ดับพรึบลง คนตรงหน้าของเขาคงตกใจ ถึงกับร้องเสียงหลง แล้วกระโดดเข้ามากอดเขาทันที “ไม่ต้องกลัวนะครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ” และด้วยสัญชาตญาณ สองวงแขนของเขา ก็รับเอาร่างเล็กๆ มากอดแนบอกไว้เช่นกัน ตอนแรกนั้นเพราะความอยากปกป้องเพศที่อ่อนแอกว่า และกำลังต้องการที่พึ่งพิง ต่อมานั้นมีความต้องการด้านจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก็ใครจะไปอดรนทนไหว ในเมื่อมีสาวสวยมาให้กอดขนาดนี้ สองวงแขนของเขาเลยกระชับเอาไว้แนบแน่น ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ เสียงฟ้าร้อง บวกกับสายฟ้าแลบแปลบปลาบ จนเกิดแสงสว่างว้าบเป็นครั้งคราวนั้น ทำให้เขาเห็นเจ้าของใบหน้าสวย ที่ดูเหมือนจะตกอกตกใจไม่หายได้ชัดเจน สองแขนเล็กเรียวที่โอบกอดเขาอยู่นั้น ก็กระตุ้นให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นได้ไม่ยาก กลิ่นกายหอมๆ บวกกับกลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเรือนผมยาวสลวย ก็ช่วยให้เขาไม่อาจจะผละหนีไปไหนได้ ปลายคางมนของคนตกใจ เลยถูกเขาเชยขึ้นช้าๆ สายฟ้าแลบแต่ละครั้ง ทำให้เขาได้เห็นใบหน้าสวยใสได้ไม่ยาก รวมทั้งริมกระจับงาม ที่เขาทนฝืนใจไม่ให้ก้มลงไปหาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ไม่กี่วินาที เขาก็ได้ลิ้มลอง และเจ้าของก็ไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นฝ่ายเชื้อเชิญด้วย เป็นเขาเองที่โน้มใบหน้าลงไปหา ด้วยยากจะหักห้ามใจ และไม่รู้มาก่อน ว่าตัวเองปรารถนาจะลิ้มลองสองกลีบบุปผางามมากมายขนาดนี้ หลังจากที่เจ้าของกลีบเข้าไปแย่งพื้นที่สาวอื่น มีอำนาจเหนือจิตใจเขากินอาณาบริเวณมากระดับหนึ่งมานับแรมเดือน ในบรรดาสาวๆ ที่เขาคัดสรรไว้นั้น เธอคือคนแรกที่เขาเผลอตัว เผลอใจเข้าใกล้ขนาดนี้ ใช่ว่าเขาจะอ่อนประสบการณ์เรื่องรักๆ ใคร่ๆ หรือเรื่องผู้หญิง ตรงกันข้าม เขากลับช่ำชองไม่น้อย แต่เขาจะฝึกปรือกับผู้หญิงอีกประเภท ที่ซื้อหามาได้ด้วยเงิน และเงินก็จบปัญหาด้านความสัมพันธ์ต่อเนื่องได้ ส่วนผู้หญิงที่จะยกย่องให้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูกนั้น เขาจะไม่มีวันปล่อยให้อารมณ์ใคร่ เข้ามามีบทบาทเหนือเหตุผลเด็ดขาด ยกเว้นก็ครั้งนี้ จะด้วยเพราะอะไรเขาเองก็ยากจะหาข้ออ้างได้ รู้แต่ว่ากำลังเป็นสุข กับการได้ดูดดื่มเรียวกระจับงาม หอมหวานอยู่ตอนนี้ แผงอกกว้างที่มีอีกอกบดเบียดอยู่นั้น ช่างอบอุ่นเหลือเกิน แม้ด้านนอกจะมีสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง ทว่ากลับไม่รู้จักหนาวเหน็บแม้แต่นิดเดียว ความรู้สึกนี้ก็เกิดขึ้นกับเจ้าของเรียวกระจับงาม ที่กำลังยกสองแขนกอดเกี่ยวกายเขาเอาไว้ ด้วยหัวใจนั้นเต็มตื้นด้วยความตกใจระคนเป็นสุข จนไม่แน่ใจ ว่าตัวเองกำลังตื่นหรือว่าหลับฝัน ถ้าเป็นฝัน ก็คงจะเป็นฝันอันแสนหวาน ที่สาวๆ ทั้งตึก จะต้องอิจฉาแน่ ใครเลยจะคาดคิดว่าชีวิตนี้ จะได้มีห้วงเวลาที่ผู้อยู่สูงเทียมฟ้าอย่างเขา กำลังมอบจุมพิตที่แสนรัญจวนใจให้ กลิ่นกายของเขานั้นช่างหอมเฉพาะตัว แผงอกของเขานั้น ช่างอบอุ่นราวกับมีผ้าผวยหลายร้อยผืนมาห่อหุ้มเอาไว้ สองวงแขนของเขาที่โอบกอดไว้นั้น ช่างให้ความรู้สึกปลอดภัย ยิ่งกว่ามีสรรพสิ่งใดๆ มาโอบล้อมไว้ ร่างเล็กๆ ที่พอมีเรี่ยวแรงเมื่อครู่ ใกล้จะเข่าทรุดแล้ว หากไม่มีเขาคอยประคองช่วยเอาไว้ มัทรีอยากหยุดเวลาอันแสนสุขเอาไว้แค่นี้ จะได้มีเขาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ตลอดไป จะได้เก็บความทรงจำอันแสนหวานล้ำนี้ไว้ตราบนานเท่านาน และสำหรับชายหนุ่มผู้เคร่งครัดในกฎเหล็กของตัวเอง ว่าจะไม่ปฏิบัติกับหญิงที่คัดสรรไว้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูก ก็กำลังบังคับตัวเองให้หยุดอย่างหนักหน่วง ‘เปรี้ยง!!!’
หน้าปกนวนิยาย ร้ายรัก กลซาตาน
9.3
อคิน นฤปนาถ เจ้าของอาณาจักรการเงินระดับประเทศ ใช้เวลากว่าทศวรรษเพื่อตามหาฝาแฝด ดาหลาและกาสะลอง โดยหวังจะชดใช้ความผิดในอดีตที่เขาเคยทำลายครอบครัวของพวกเธอ ทว่าโศกนาฏกรรมในคืนนั้นที่ทำให้ทั้งคู่ต้องกลายเป็นกำพร้า กลับกลายเป็นรอยแผลลึกที่ไม่อาจเยียวยา แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด แต่ความแค้นของสองพี่น้องยังคงฝังรากลึก เปลี่ยนดอกไม้ที่เคยอ่อนโยนให้กลายเป็นอาวุธเคลือบยาพิษที่พร้อมจะทำลายล้างชายที่พรากทุกอย่างไปจากชีวิตของพวกเธอ
หน้าปกนวนิยาย เมียเก็บจำเป็น
9.1
เมื่อชลธารตกอยู่ในสภาวะจำยอมต้องใช้เงินก้อนโตถึงสามแสนบาท เธอจึงตัดสินใจเสนอขายเรือนร่างให้แก่ธีร์ นักธุรกิจหนุ่มผู้มั่งคั่ง แม้ฝ่ายชายจะมองว่าราคาดังกล่าวสูงเกินไปและมองเธอด้วยสายตาดูแคลนที่เห็นแก่เงิน แต่สุดท้ายเขากลับตอบตกลงภายใต้เงื่อนไขที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล ธีร์ยื่นข้อเสนอว่าหากต้องการเงินจำนวนนี้ เธอต้องยอมมาเป็นเมียเก็บของเขาแบบถาวรแทนการซื้อขายเพียงชั่วครั้งชั่วคราว หญิงสาวผู้ไร้ทางเลือกจึงต้องก้มหน้ายอมรับสถานะนางบำเรอรับใช้เขาอย่างเลี่ยงไม่ได้