
ภรรยาตามสัญญา – การไถ่ถอนของทอร์น
ตอน 3
ความเงียบในห้องทำงานของจิณณ์ ธนบดินทร์ นั้นสมบูรณ์แบบและน่าขนลุกพอๆ กับตัวเขา
มันเป็นพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ: เรียบง่าย ทรงพลัง และปราศจากความอบอุ่นส่วนตัวใดๆ ผนังด้านหนึ่งเป็นหน้าต่างสูงจากพื้นจรดเพดานที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ดุจดั่งพระเจ้า ถนนและอาคารที่เปียกโชกด้วยสายฝนถูกจัดวางราวกับแผนที่ ผนังด้านอื่นๆ ว่างเปล่า ทาสีขาวเหมือนแกลเลอรี เฟอร์นิเจอร์เพียงชิ้นเดียวคือโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ทำจากไม้สีเข้มขัดเงา และเก้าอี้หนังสองตัว อากาศมีกลิ่นหนังเก่า หมึกราคาแพง และกลิ่นโอโซนจางๆ ที่สะอาดจากเซิร์ฟเวอร์ที่ส่งเสียงหึ่งๆ อยู่ที่ไหนสักแห่งลึกเข้าไปในอาคาร
ฉันนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวหนึ่ง หนังเย็นๆ ติดกับผ้าบางๆ ของชุดสครับ ฉันรู้สึกเหมือนสัตว์จรจัดที่ถูกนำเข้ามาจากพายุ หยดน้ำลงบนพรมราคาแพง สัญญาเวลลัมวางอยู่บนโต๊ะระหว่างเรา เป็นวัตถุโบราณที่แปลกประหลาดในวิหารแห่งความทันสมัยนี้
จิณณ์นั่งอยู่ตรงข้ามฉัน ไม่ได้มองเอกสาร แต่มองมาที่ฉัน ดวงตาสีเทาเย็นชาของเขาไม่ลดละ ค่อยๆ ลอกเกราะป้องกันของฉันออกทีละชั้น เขาไม่ได้พูดอะไรเลยตั้งแต่ที่เขาสั่งให้ฝูงชนที่มุงดูในล็อบบี้สลายตัวด้วยท่าทางเดียวที่เฉียบขาด และให้ผู้ช่วยส่วนตัวของเขา ผู้หญิงท่าทางเคร่งขรึมชื่อเอมอร พาฉันขึ้นลิฟต์ส่วนตัวมา
หัวใจของฉันยังคงเต้นระรัวเป็นจังหวะบ้าคลั่งอยู่ในอก *พูดอะไรสักอย่างสิ อะไรก็ได้ เขาโกรธหรือเปล่า? เขาจะโยนฉันออกไปไหม? เขาดูเหมือนจะสามารถทำให้แก้วแตกได้ด้วยการจ้องมองเพียงครั้งเดียว* ฉันบิดมือไปมาบนตัก ข้อนิ้วขาวซีด
ในที่สุด เขาก็หยิบสัญญาขึ้นมา นิ้วที่ยาวและสง่างามของเขาจับกระดาษเก่าๆ ด้วยความละเอียดอ่อนอย่างน่าประหลาดใจ เขาอ่านมันช้าๆ สีหน้าของเขาอ่านไม่ออก เสียงเดียวที่ได้ยินคือเสียงกระดาษเวลลัมเสียดสีกันเบาๆ และเสียงฝนที่ตกกระทบหน้าต่างอย่างต่อเนื่อง ขากรรไกรของเขาเกร็งเป็นเส้นแข็งของการมีสมาธิ ไม่มีความประหลาดใจ ไม่มีความตกใจ มีเพียงความตั้งใจที่เงียบและเข้มข้น
หลังจากที่รู้สึกเหมือนผ่านไปชั่วชีวิต เขาก็วางเอกสารกลับลงบนโต๊ะ จัดให้มันตรงกับขอบอย่างสมบูรณ์แบบ
"ทีมกฎหมายของผมต้องตรวจสอบเรื่องนี้" เขาพูด น้ำเสียงของเขาเป็นเสียงทุ้มต่ำ กังวาน เย็นและเรียบเนียนเหมือนหินอ่อนในล็อบบี้ของเขา "แต่ผมจำลายเซ็นของคุณปู่ได้ ดูเหมือนว่าจะเป็นของจริง"
ฉันถอนหายใจออกมาโดยไม่รู้ตัวว่ากลั้นหายใจอยู่ "มันเป็นของจริงค่ะ"
เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ หนังส่งเสียงครวญครางเบาๆ เขาประสานนิ้วมือ สายตาของเขาตรึงฉันไว้กับที่ "แล้วคุณต้องการอะไรจากผมกันแน่ คุณพรีม"
คำถามนั้นเหมือนก้อนน้ำแข็ง เขารู้ว่าสัญญาเขียนว่าอะไร เขากำลังทดสอบฉัน
*เขาคิดว่าฉันมาเพื่อเงิน เขาคิดว่านี่คือการขู่กรรโชก* ความคิดนั้นทำให้เจ็บแปลบ เพิ่มความอัปยศอดสูชั้นใหม่ให้กับความหวาดกลัวของฉัน
"ความคุ้มครองค่ะ" ฉันพูด เสียงสั่นแต่ชัดเจน "สามี...สามีของฉัน มาร์ค เขากำลังพยายามจะจับฉันส่งโรงพยาบาลบ้า เขามีคนตามหาฉันอยู่ตอนนี้ สัญญา...มันเป็นความหวังเดียวของฉัน"
ดวงตาของจิณณ์หรี่ลงจนแทบมองไม่เห็น "มาร์ค แห่งศิริวัฒนา กรุ๊ป" มันไม่ใช่คำถาม เขารู้ดีว่าสามีของฉันเป็นใคร แน่นอนว่าเขารู้ พวกเขาเป็นคู่แข่งกัน
"ใช่ค่ะ" ฉันกระซิบ
เขานิ่งเงียบไปอีกครู่หนึ่ง สายตาของเขากวาดมองสภาพที่ยุ่งเหยิงของฉัน—ชุดสครับราคาถูก ความหวาดกลัวในดวงตาของฉัน เขากำลังคำนวณ ชั่งน้ำหนักตัวแปรที่ฉันไม่สามารถคาดเดาได้
"ผมจะทำตามสัญญา" เขาพูด คำพูดนั้นถูกส่งออกมาด้วยความเด็ดขาดเหมือนคำตัดสินของผู้พิพากษา
ความโล่งใจถาโถมเข้าใส่ฉันอย่างรุนแรงจนฉันหน้ามืด
"อย่างไรก็ตาม" เขาพูดต่อ น้ำเสียงของเขาเบาลงไปอีก "ขอให้เราเข้าใจตรงกันเกี่ยวกับเงื่อนไขของข้อตกลงนี้ ผมจะให้ชื่อของผมกับคุณ ผมจะให้ความคุ้มครองคุณอย่างเด็ดขาด จะไม่มีใครแตะต้องคุณได้ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน คุณจะต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะคุณนายธนบดินทร์ในที่สาธารณะ คุณจะเป็นภรรยาแค่ในนาม และในนามเท่านั้น นี่คือข้อตกลงทางธุรกิจ อย่าคาดหวังความรักใคร่ อย่าคาดหวังมิตรภาพ อย่าคาดหวังอะไรมากไปกว่านี้ เข้าใจไหม?"
ความเย็นชาของข้อเสนอของเขาเหมือนการตบหน้า แต่เป็นการตบหน้าที่ฉันยินดีรับ มันซื่อตรง หลังจากที่ต้องอยู่ในใยแมงมุมแห่งคำโกหกของมาร์ค ความชัดเจนที่โหดร้ายของจิณณ์กลับเป็นความโล่งใจที่แปลกและขมขื่น เขาไม่ได้เสแสร้ง เขากำลังเสนอกรงขังให้ แต่เป็นกรงที่ปลอดภัย
"เข้าใจค่ะ" ฉันพูด เสียงแทบจะเป็นเสียงกระซิบ ฉันไม่มีทางเลือกอื่น
เขาพยักหน้าครั้งเดียว เป็นการเคลื่อนไหวที่เฉียบขาดและเด็ดเดี่ยว เขาากดปุ่มบนอินเตอร์คอม "คุณเอมอร นำเอกสารจดทะเบียนมา แล้วให้ทีมกฎหมายของผมไปพบเราที่สำนักงานเขตในอีกสามสิบนาที"
มันกำลังจะเกิดขึ้น มันกำลังจะเกิดขึ้นจริงๆ ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ฉันได้เปลี่ยนจากนักโทษในโรงพยาบาลมาเป็นคู่หมั้นของจิณณ์ ธนบดินทร์
ทันทีที่ผู้ช่วยของเขาเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสาร ประตูห้องทำงานก็ถูกกระแทกเปิดออก
มาร์คพุ่งเข้ามา ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด เขามีทนายความราคาแพงสองคนขนาบข้าง ชุดสูทที่สมบูรณ์แบบของเขาดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย ผมของเขาเปียกชื้นจากสายฝน เขาดูบ้าคลั่ง จนตรอก
"อยู่นี่เอง!" เขาคำราม ดวงตาที่ลุกโชนด้วยความโกรธจับจ้องมาที่ฉัน "ฉันรู้แล้วว่าเธอต้องพยายามทำอะไรแบบนี้!"
เขาก้าวเข้ามาหาฉัน มือยื่นออกมาเหมือนจะคว้าตัวฉัน "พรีม นี่มันบ้าไปแล้วนะ เธอไม่สบาย เราจะกลับบ้านกัน"
ทนายของเขาเริ่มพูดพร้อมกัน พ่นคำขู่ทางกฎหมายใส่จิณณ์ ซึ่งไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย เขาก็แค่เฝ้าดูความโกลาหลที่เกิดขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างเย็นชา
"เธอเป็นเมียฉัน!" มาร์คตะโกนลั่น เสียงดังก้องในห้องทำงานที่เงียบสงัด "เธอสติไม่ดี! นังผู้หญิงจ้องจับผู้ชายรวยที่กำลังเสียสติ!"
เขาโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะของจิณณ์ มันไถลไปบนพื้นไม้ขัดเงา เอกสารข้างในกระจายออกมา รายงานทางจิตเวชปลอมๆ เอกสารที่เต็มไปด้วยคำโกหกที่ออกแบบมาเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือและอิสรภาพของฉัน การได้เห็นมันทำให้ฉันรู้สึกคลื่นไส้
"เธอต้องการความช่วยเหลือ" มาร์คพูด น้ำเสียงของเขาตอนนี้เปลี่ยนเป็นห่วงใยจอมปลอม เป็นการแสดงให้จิณณ์ดู "เธอต้องอยู่ในโรงพยาบาล ฉันมีคำสั่งศาล"
เขาพุ่งเข้ามาหาฉันอีกครั้ง นิ้วของเขาจับรอบแขนฉันเหมือนคีมเหล็ก สัมผัสนั้นเหมือนไฟฟ้าช็อต เป็นความหวาดกลัวอย่างแท้จริง ฉันร้องออกมา พยายามดึงตัวออก ความทรงจำถึงแรงผลักของเขา ถึงพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ แวบเข้ามาในหัว
ทันใดนั้น กำแพงกล้ามเนื้อและผ้าเนื้อดีก็มาขวางอยู่ระหว่างเรา
จิณณ์เคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่ทั้งเงียบและน่าตกใจ เขาวางตัวอยู่ตรงหน้าฉัน ปกป้องฉันด้วยร่างกายของเขา มือของเขายกขึ้นและจับรอบข้อมือของมาร์ค แรงบีบของเขาแน่นจนมาร์คร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด นิ้วของเขาคลายออกจากแขนฉันทันที
"คุณจะไม่มีวันได้แตะต้องภรรยาของผม" จิณณ์กล่าว น้ำเสียงของเขาไม่ดัง มันต่ำอย่างร้ายกาจ เป็นเสียงฟ้าร้องเงียบๆ ที่บ่งบอกถึงพายุ อุณหภูมิในห้องดูเหมือนจะลดลงยี่สิบองศา
มาร์คจ้องมองเขา ตกตะลึงจนพูดไม่ออก ใบหน้าซีดเผือด
จิณณ์ โดยไม่ละสายตาจากมาร์ค เอื้อมมือไปข้างหลังและหยิบปากกาจากมือที่สั่นเทาของเอมอร เขาหยิบใบสำคัญการสมรสออกจากแฟ้มและเซ็นชื่อของเขาด้วยลายเส้นเดียวที่เฉียบคมและเด็ดเดี่ยว
เขาปล่อยข้อมือของมาร์ค ผลักเขากลับไปหนึ่งก้าว จากนั้นเขาก็หันไปหาหัวหน้ารักษาความปลอดภัยของเขา ซึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ที่ประตู
"คุณวินัย" จิณณ์พูด น้ำเสียงสงบ "ช่วยเชิญคุณศิริวัฒนาและผู้ติดตามออกจากตึกของผมด้วย แล้วหลังจากนั้น ผมอยากให้คุณทำลายมันให้สิ้นซาก ทั้งทางการเงิน อาชีพการงาน และส่วนตัว ใช้ทรัพยากรทุกอย่างที่เรามี ผมอยากให้มันไม่เหลืออะไรเลย เข้าใจชัดเจนนะ?"
"ชัดเจนครับ คุณจิณณ์" หัวหน้ารักษาความปลอดภัยกล่าวพร้อมรอยยิ้มเย็นชา
มาร์คถูกลากออกไป กรีดร้องคำขู่และคำสาปแช่ง โลกที่สร้างขึ้นอย่างประณีตของเขาพังทลายลงต่อหน้าต่อตา ประตูปิดลง ทำให้ห้องทำงานกลับสู่ความเงียบที่ оглушительный
ฉันตัวสั่น ร่างกายทั้งหมดสั่นเทาด้วยความตกใจและความรู้สึกปลดปล่อยที่น่าสะพรึงกลัวและน่าตื่นเต้น ฉันจ้องมองแผ่นหลังของจิณณ์ มองผู้ชายที่ภายในเวลาห้านาที ได้กลายเป็นผู้พิทักษ์ สามี และผู้ล้างแค้นของฉัน
เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ไหล่ของเขาเกร็ง จากนั้น เขาก็ค่อยๆ หันมาเผชิญหน้ากับฉัน
หน้ากากน้ำแข็งหายไปเป็นครั้งแรก เปลือกนอกที่เย็นชาของเขาแตกออก และแววตาในดวงตาสีเทาของเขาคือความเข้มข้นที่ดิบและไร้การป้องกัน เขาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น สายตาของเขาค้นหาในดวงตาของฉัน
เขาโน้มตัวเข้ามา น้ำเสียงของเขาเป็นเสียงกระซิบที่ต่ำและเร่งด่วนซึ่งมีไว้สำหรับฉันเท่านั้น
"ทีนี้" เขาพูด คำเดียวที่ตัดผ่านความตกใจของฉัน "เล่ามาให้หมด เริ่มจากเรื่องลูกที่เขาฆ่า"
คุณอาจจะชอบ





