ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทวงรัก

ทวงรัก

เมื่อความสัมพันธ์มาถึงจุดแตกหักจนไม่สามารถร่วมทางกันได้อีกต่อไป เธอจึงตัดสินใจหอบลูกน้อยหนีไปให้ไกลจากอดีตสามีเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง ทว่าการกระทำในครั้งนี้กลับสร้างความเจ็บปวดและคำถามมากมายให้แก่ฝ่ายชายที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เขาตั้งคำถามด้วยความอัดอั้นตันใจว่าเหตุใดเธอถึงใจร้ายได้เพียงนี้ เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยรอยร้าวและการตามทวงคืนหัวใจจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ยากจะประสานให้กลับมาเป็นดังเดิม
ตอน
แชร์

ตอน 2

“อย่าคิดทำอะไรโง่ๆ เพราะฉันโหดได้มากกว่าที่เธอรู้”

มาเฟียหนุ่มกัดฟันพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยือกเขากำลังระงับอารมย์ของตัวเองเพื่อไม่ให้กระทำอะไรรุนแรงมากไปกับคนตัวเล็กตรงหน้า

“คุณต้องการอะไร”

เอมมิกาจ้องตาเขากลับไปอย่างไม่ยอม หากเขาต้องการอะไรเธอก็จะให้ และขอให้เธอกับเขาจบกันเพียงแค่นี้ เธอไม่อยากให้ลูกต้องโตมาแล้วกลายเป็นมาเฟียเหมือนพ่อ

มันคงจะตลกพิลึกนะหากลูกมีพ่อเป็นมาเฟียที่คอยทำร้ายคนอื่น ฆ่าคนเป็นผักเป็นปลา ทำงานผิดกฎหมาย แต่กลับมีแม่เป็นหมอ เป็นเจ้าของโรงพยาบาลเขาและเธอมันคนละขั่วกันเลยด้วยซ้ำ

“ฮึ่ก ... อยากได้อะไรก็เอาไป แล้วก็ออกไปจากชีวิตฉันกับลูกของฉัน”

“เหอะ !! ลูกของฉันงั้นเหรอคุณหมอเอม”

หญิงสาวหลุบตาต่ำลงเมื่อมาเฟียหนุ่มจ้องมองใบหน้าของเธออย่างจงใจเขาคิดจะทำอะไร

“ผมคิดว่าคุณหมอเอมน่าจะพูดผิดนะครับ ต้องเรียกว่าลูกของเราถึงจะถูก”

มือหนาบิดแขนเล็กของเธอจนคนโดนกระทำเบ้หน้าเพราะความเจ็บปวด เธอซบใบหน้าหวานลงบนแผงอกแกร่งของมาเฟียหนุ่มด้วยความจำเป็น เจ็บปวดเหลือเกิน เขาเปลี่ยนไปมาก เขาไม่ใช่มาร์แชลคนที่อ่อนโยนคนเดิมของเธอ

“ไม่ใช่ พวกเขาไม่ใช่ลูกคุณ แล้วกรุณาเลิกยุ่งกับฉัน กับลูกของฉันสักที ออกไปให้พ้นๆ หน้า ฉัน รำคาญ !!”

แม้จะเจ็บปวดที่ต้องพูดออกไปอย่างนั้นแต่มันเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้มาเฟียอย่างเขาเลิกยุ่งกับเธอสักที

“กล้าตรวจดีเอ็นเอไหมละ คุณหมอ”

“อย่า-มา-ยุ่ง-กับ-ลูกฉัน”

“ ... ”

เอมมิกาเงียบไปกับท่าทางเงียบขรึมของมาเฟียหนุ่ม เธอไม่สามารถรู้ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ สิ่งเดียวที่เธอรู้ คือเธอจะทำทุกทางให้หนีเขาไปให้ได้

“ปะ ... ปล่อยฉันได้แล้ว”

เธอพยายามสะบัดมือออกจากการเกาะกุมของมาเฟียหนุ่ม แต่ทว่ายิ่งดิ้นมันกลับยิ่งแน่นขึ้น เธอเงยหน้ามองมาเฟียหนุ่มอย่างตั้งใจ ไม่เจอกันตั้งนานเขากลับดูกำยำขึ้นเป็นเท่าตัว

“เธอรู้ไหมเอมว่าฉันเจ็บปวด เธอรู้ไหมว่าฉันต้องทุกข์ทรมาณขนาดไหนที่เธอหนีมา”

“มันเป็นปัญหาของคุณไม่ใช่ปัญหาของฉัน ปล่อย”

เห็นแก่ตัว เธอมันเห็นแก่ตัวที่สุดเขาทำอะไรผิดหนักหนาทำไมต้องหนีมา ทำไมต้องหลบหน้า ที่ผ่านมาเขาคงใจดีกับเธอมากเกินไปซินะ เห็นทีเขาต้องเอาจริงบ้างแล้ว ในเมื่อเธอพยายามหนี เขาก็จะพยายามเอาลูกเอาเมียเขาคืนมาให้ได้

“เห็นแก่ตัวดีนิ”

มาเฟียหนุ่มแสยะยิ้มร้ายแววตาของเขาดูว่างเปล่าและเศร้าหมองราวกับคนที่เสียสติ แต่เธอไม่กลัวหรอกนะ เธอจะต้องปกป้องลูกของตัวเองไม่ให้เจอกับผู้ชายอันตรายอย่างเขา

“ออกไป มาร์แชล อย่าให้ฉันต้องเรียก รปภ.นะ”

“เหอะ !! โถ่ เอมมิกา ถ้าเธอจะเรียก เธอทำมันนานแล้วไม่ปล่อยให้ฉันจูบเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างนี้หรอก”

เอมมิกาเงียบไปเพราะคำพูดของมาเฟียหนุ่ม จริงอยู่ที่เขาพูดมันเป็นความจริง แต่ตอนนี้เขากินเวลาของเธอนานเกินไปแล้ว

มาเฟียหนุ่มปล่อยท่อนแขนเรียวของคนตัวเล็กให้เป็นอิสระ ก่อนยื่นมือเชยคางมนของเธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบห้าวปนสั่นเครือ

“ละ ... ลูกของเราเข้าเรียนรึยัง”

แม้หัวใจจะพังแต่ต้องเก็บซ่อนความเสียใจเอาไว้ ดวงตาคมสั่นระริกรอบดวงตาแดงก่ำหัวใจแกร่งเต้นแรงจนแทบผิดจังหวะ

“ออกไป !!”

ขอร้องละ กลับมาเถอะนะ พาลูกของเขากลับมา กลับมาเป็นครอบครัวที่อบอุ่น ขอร้องละเอมมิกา

“ลูกของเราเขากินเก่งไหม”

“ฉันบอกให้คุณออกไป”

สองมือหนาจับบ่ามนของคนตัวเล็ก แววตาของเขาสั่นระริกราวกับกำลังจะขอร้องเธออย่างนั้นแหละ เอมิกาเสมองไปทางอื่นเพราะไม่อยากต้องมองสีหน้าทรมาณของเขา เหตุที่เธอหนีมาเพราะรู้ว่าหากต้องร่ำลามันจะเป็นแบบนี้

“ออกไป !!”

“เธอจำเหตุการณ์วันนี้ไว้ให้ดีเอมมิกา ฉันมาร์แชลสาบานว่านับจากนี้ชีวิตของเธอจะไม่มีวันกลับมาสงบสุขอีกแน่นอน”

มือหนาบีบเข้าที่พวงแก้มของหญิงสาวอย่างไม่แรงมากนัก มือของเขาสั่นเครือราวกับกำลังข่มความเจ็บปวดเอาไว้ ต่อจากนี้จะไม่มีคำว่าประนีประนอมจากเขาอีกแล้ว สิ่งที่เขาต้องการในตอนนี้คือลูก คือเมียของตัวเองเท่านั้น

“ ... ”

หญิงสาวเม้มปากแน่นยามที่เขาเลื่อนฝ่ามือลงมาจับคอเสื้อเชิร์ตของเธอพร้อมทั้งวนรอบเนินอกผ่านร่มผ้าเบาๆ แต่ดวงตาคมยังจ้องมองใบหน้าของเธออยู่อย่างไม่ละสายตา

“หากเธอมีคนใหม่ ฉันจะฆ่ามันทิ้ง”

“ ... ”

“หากเธอยังมีคนอื่นอีกเรื่อยๆ ฉันก็ไม่เหนื่อยที่จะต้องลบมันออกไปจากชีวิตเธอทีละคน”

“ ... ”

“หากเธอพาลูกฉันหนี ฉันก็ตามเธอกลับมา”

“ ... ”

“หากเธอทำให้ฉันทรมาณ เธอจะต้องทรมาณยิ่งกว่าฉันร้อยเท่าพันเท่า”

มือเรียวพยายามดันแผงอกแกร่งของเขาให้ออกห่าง ขณะที่มาเฟียหนุ่มเลื่อนใบหน้าคมคายเข้าขบเม้มใบหูเล็กของเธอเบาๆ มือหนายังคงลูบวนเนินอกอวบอิ่มของเธอผ่านร่มผ้าอย่างแผ่วเบา

“ยะ ... อย่าทำอะไรบ้าๆ ที่นี่นะมาร์แชล”

น้ำเสียงสั่งเครือของเธอบ่งบอกว่าเธอเริ่มกลัวเขาบ้างแล้ว เขาไม่ใช่มาร์แชลคนที่อ่อนโยนของเธออีกต่อไปแล้ว มาร์แชลคนนั้นของเธอมีแต่รอยยิ้ม และความสดใส ต่างจากคนนี้ที่ดูหน้าเกรงขาม และน่ากลัวในคราวเดียวกัน

“ฉันจะถามเธอเป็นครั้งสุดท้าย”

“ ... ”

“ลูกชายฉันอยู่ไหน”

“ฮึ่ก ... เขาไม่ใช่ลูกคุณ”

“เธอเลือกแล้วนะเอม”

มาเฟียหนุ่มพูดประชิดลำคอระหงของคนตัวเล็กไอลมร้อนจากลมหายใจสัมผัสเข้าที่ลำคอระหงทำให้ไรขนอ่อนของเธอลุกชูชัน

“ฮึ่ก ... ”

เธอกัดปากแน่นเมื่อมาร์แชลใช้ริมฝีปากขบเม้มลำคอระหงของเธอเบาๆ เขาเหมือนคนโรคจิตที่ควบคุมอารมย์ของตัวเองไม่ได้ ความกลัวของเธอมันไม่ได้จบลงแค่นี้ ร่างกายเธอเริ่มสั่นอีกครั้ง น้ำตาใสไหลร่วงบนพวงแก้มเมื่อเริ่มรู้สึกเจ็บที่ลำคอระหง

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด !!”

เธอแผดเสียงกรีดร้องลั่นเมื่อมาเฟียหนุ่มฝังคมเขี้ยวลงบนลำคอระหงของเธอเต็มแรง ร่างกายของเธอสั่นเทิ่มเจ็บปวดราวกับร่างกายกำลังจะแหลงสลายลงตรงนี้

กำปั้นน้อยๆ ทุบลงแผงอกแกร่งของมาเฟียหนุ่มเต็มแรงย้ำๆ แต่มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกระคายเลยแม้แต่น้อย เขายิ่งฝั่งคมเขี้ยวลงไปอีกจนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งแตะจมูก

“จะ ... เจ็บ มะ ... มาร์แชลฉันเจ็บ”

“ฉันจะทำให้เธอรู้จัก การสูญเสียลูกมันเป็นยังไง”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ปรารถนารัก เทพบุตรมาร
9.4
ฟรานเชสโก้ใช้คำว่ารักเป็นเครื่องมือล่อลวงเพื่อพันธนาการนาตาเชียไว้เคียงข้างเพียงเพื่อความสุขส่วนตัว ทว่าเมื่อนาตาเชียตระหนักว่าสิ่งที่ได้รับไม่ใช่ความรักที่แท้จริง เธอจึงตัดสินใจหันหลังเดินจากไป แม้ชายหนุ่มจะออกคำสั่งและพยายามรั้งเธอไว้ด้วยความเอาแต่ใจว่าเธอเป็นสมบัติของเขาเพียงคนเดียวก็ตาม ท่ามกลางหยดน้ำตาที่ไหลริน นาตาเชียพยายามหนีจากอ้อมอกมัจฉราชที่ไร้หัวใจ ในขณะที่เขายืนกรานหนักแน่นว่าจะไม่ยอมเสียเธอไปให้ใครหน้าไหนทั้งสิ้น
หน้าปกนวนิยาย คืนผูกรัก
8.3
ความผิดพลาดในคืนที่ขาดสติเพราะฤทธิ์สุราทำให้ธีระเผลอไผลไปกับลลิล โดยที่เขาเข้าใจผิดว่าเธอคือหญิงสาวผู้เป็นที่รักในดวงใจ แม้ลลิลจะสูญเสียสิ่งล้ำค่าไปในค่ำคืนนั้น แต่เธอกลับเลือกที่จะเก็บเงียบและไม่เรียกร้องความรับผิดชอบใดๆ จากเขา ทว่าโชคชะตากลับไม่ยอมให้เรื่องราวนี้จบลงง่ายๆ อย่างที่เธอตั้งใจ เมื่อลลิลพบความจริงที่น่าตกใจว่าเธอกำลังอุ้มท้องเลือดเนื้อเชื้อไขของชายหนุ่มผู้เป็นต้นเหตุของความเจ็บปวดครั้งนี้เพียงลำพัง
หน้าปกนวนิยาย เมียเด็ก Honey (I hate you)
9.4
เมื่อความเข้าใจผิดนำไปสู่รอยร้าวที่ยากจะประสาน ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยทิฐิกลับเลือกที่จะเมินเฉยต่อคำวิงวอนและข้อเท็จจริงของหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ เขาตราหน้าว่าสิ่งที่เธอพยายามอธิบายเป็นเพียงบทละครตบตาเพื่อโก่งราคาค่าตัว ทว่าความจริงที่ปรากฏเบื้องหน้าหลังความสัมพันธ์ทางกายเริ่มต้นขึ้น กลับกลายเป็นหยดเลือดและความเงียบงันที่ตอกย้ำความผิดพลาดครั้งใหญ่ เขาจึงยื่นข้อเสนอเป็นจำนวนเงินเพื่อชดใช้ให้แก่พรหมจรรย์ที่เขาพรากมาด้วยความใจร้อน ท่ามกลางความเจ็บปวดและคราบน้ำตาที่ไม่มีวันย้อนคืน
หน้าปกนวนิยาย รักแท้ในคืนหลอกลวง
8.7
ซ่งหยุนหยุนต้องเผชิญกับความอัปยศในวันวิวาห์ เมื่อเจ้าบ่าวของเธอไม่ยอมปรากฏตัวออกมาเลยแม้แต่น้อย ด้วยความโกรธแค้นและต้องการประชดประชันโชคชะตา เธอจึงตัดสินใจมอบความสาวให้กับชายแปลกหน้าคนหนึ่งในคืนเข้าหอแทน ทว่าการตัดสินใจเพียงชั่ววูบนั้นกลับเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล เมื่อชายหนุ่มลึกลับคนดังกล่าวไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ และเริ่มติดตามความเคลื่อนไหวของเธออย่างใกล้ชิดนับตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นไป
หน้าปกนวนิยาย ทวงรักคืนหัวใจ
7.9
ความสัมพันธ์ที่ไร้ความชัดเจนระหว่างสกายและปลายฟ้าดำเนินไปบนความสับสน เมื่อฝ่ายชายเลือกคบหาโดยปราศจากความรักที่แน่นอน ในขณะที่ฝ่ายหญิงยอมมอบทุกอย่างให้เพราะความผูกพันที่เปี่ยมล้น ทว่าบทสรุปของความรักครั้งนี้กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อปลายฟ้าต้องกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่คอยดูแล ทอฝัน ลูกสาวตัวน้อยที่เป็นพยานรักเพียงคนเดียวของพวกเขา ท่ามกลางความห่างเหินที่ทิ้งบาดแผลไว้ในใจของหัวใจของคนเป็นแม่ที่เคยทุ่มเททุกอย่าง
หน้าปกนวนิยาย สยบรักยัยคู่หมั้นตัวร้าย
8.2
ซนซน สาวน้อยร่างเล็กต้องตกอยู่ในสถานการณ์วุ่นวาย เมื่อเธอถูกจับหมั้นหมายกับเอคาร์ มาเฟียหนุ่มมหาเศรษฐีผู้ทรงเสน่ห์ แม้เธอจะตกหลุมรักเขาตั้งแต่แรกเห็น แต่ดูเหมือนความรักครั้งนี้จะมีอุปสรรคชิ้นใหญ่ เพราะคู่หมั้นหนุ่มนอกจากจะเย็นชาและปากร้ายแล้ว เขายังแสดงท่าทีรังเกียจเธออย่างชัดเจน ซนซนจะสามารถทลายกำแพงหัวใจและเอาชนะความโหดเถื่อนของมาเฟียหนุ่มคนนี้เพื่อมัดใจเขาได้อย่างไร ในเมื่อเขาไม่มีท่าทีจะสนใจเธอเลยแม้แต่น้อย