ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทวงรัก

ทวงรัก

เมื่อความสัมพันธ์มาถึงจุดแตกหักจนไม่สามารถร่วมทางกันได้อีกต่อไป เธอจึงตัดสินใจหอบลูกน้อยหนีไปให้ไกลจากอดีตสามีเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง ทว่าการกระทำในครั้งนี้กลับสร้างความเจ็บปวดและคำถามมากมายให้แก่ฝ่ายชายที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เขาตั้งคำถามด้วยความอัดอั้นตันใจว่าเหตุใดเธอถึงใจร้ายได้เพียงนี้ เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยรอยร้าวและการตามทวงคืนหัวใจจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ยากจะประสานให้กลับมาเป็นดังเดิม
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ฉันจะทำให้เธอรู้จัก การสูญเสียลูกมันเป็นยังไง”

เขาพูดทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นั้นก่อนเดินออกจากห้องไป น้ำตาใสของเธอไหลลงพวงแก้มหยดแล้วหยดเล่า ความเจ็บปวดที่เธอได้รับมันไม่ควรเกิดจากมาร์แชล เขาเป็นผู้ชายที่ดี เป็นสุภาพบุรุษ เขาอ่อนโยน แต่คนนี้ไม่ใช่

เขาต่างจากตอนนั้นอย่างมาก ยิ่งเจอแบบนี้ เธอยิ่งอยากหนีเขาไปให้ไกล เธอคิดถูกแล้วละที่หอบลูกหนีเขามา ความเสียใจเข้าถาโถมจนแทบคลั่งเธอร้องไห้จนแทบจะเสียสติ แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องเข้มแข็งเข้าไว้เพื่อแก้วตาดวงใจของเธอเอง

เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อยู่สองสามครั้งเพื่อเรียกสติของเธอให้กลับมาก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือต่อสายหาแม่ของเธอที่เป็นคนสั่งให้เธอบริหารโรงพยาบาลนี้ให้ไปให้รอด

(ฮัลโหล)

“คะ ... คุณแม่คะ”

(มีอะไร)

“อะ ... เอมไม่อยากทำงานที่นี่แล้ว ... ฮึ่ก”

(ไม่ได้ !! ถ้าแค่นี้แกยังผ่านมันไปไม่ได้ แกจะไปทำอะไรกินยัยเอม ลูกก็ต้องเลี้ยงจะมาแบมือขอเงินฉันตลอดมันคงไม่ง่ายมั้ง)

“ ... ฮึ่ก อะ ... เอมเหนื่อยค่ะคุณแม่ อะ ... เอมอยากพัก”

(ถ้าแกทำให้สำเร็จเหมือนพ่อแกไม่ได้ ฉันจะขายแกให้เสี่ยแก่ๆ เลือกเอาแล้วกัน)

หลังจากวางสายของแม่เธอกลับรู้สึกหมองยิ่งไปกว่าเดิม มีแม่ก็เป็นที่พึ่งให้เธอไม่ได้ วันๆ เอาแต่ออกงานสังคมหรูหราคอยจับเธอโยนให้เศรษฐีคนนั้นคนนี้ เพียงเพราะจมไม่ลง

“ ... ฮึ่ก ... คุณพ่อ เอมคิดถึงคุณพ่อ”

เธอเงยหน้าร้องไห้ปล่อยให้หยาดน้ำตามันไหลลงมาเรื่อยๆ ทำไมพ่อของเธอถึงได้ชิงเสียชีวิตไปก่อน ปล่อยให้เธอต้องแบกรับภาระบ้าบออะไรก็ไม่รู้

เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงที่เธอจมกับความทุกข์อยู่อย่างนั้น เธอพยายามตั้งสติ แล้วทำงานต่อจนถึงเวลาพัก เธอหยิบโทรศัพท์มือถือต่อสายหากมลรสเพื่อที่จะคุยคนสำคัญของตัวเองทันที

(มี๊ / มี๊)

“พี่ขุน พี่เขื่อน ทำอะไรกันอยู่คะเนี่ย”

(ขุนปายสวนหนุก / เขื่อนปายด้วย)

“พี่รสพาไปเหรอครับ อย่างดื้อกับพี่รสนะครับ”

(ดี๊)

“อะ !!! อะไรนะครับลูก”

(ดี๊ปาปาย)

“หนูอยู่ไหนกันครับ บอกมี๊มา”

(ดี๊ อุ้มขุนด้วยค้าบ)

“พี่เขื่อน พี่ขุน ครับเอาโทรศัพท์ให้พี่รสหน่อยครับลูก”

หัวใจดวงน้อยเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งเมื่ออยู่ๆ ได้ยินลูกชายพูดออกมาอย่างนั้น ชั่วเวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงเขาหาลูกเจอแล้วเหรอ แล้วพี่รสละ ทำไมปล่อยให้เขาเข้าใกล้ลูกของเธอ

(ค่ะคุณเอม)

“พี่รส มะ ... มาร์แชลไปหาลูกเหรอ”

(ค่ะ) น้ำเสียงของกมลรสสั่นเครือจนเอมมิกาจับสังเกตุได้

“เขาทำร้ายพี่เหรอคะ”

(มะ ... ไม่เชิงค่ะ)

“ตอนนี้อยู่ที่ไหนคะ เอมจะรีบไปเดี๋ยวนี้”

(บ้านค่ะคุณเอม)

เมื่อได้คำตอบเธอรีบออกไปจากที่ทำงานทันที มาร์แชล เธอไม่คิดเลยว่าเขาจะเป็นคนบ้า ป่าเถื่อนขนาดนี้ เธอรีบวิ่งออกไปทั้งน้ำตากลัวว่าเขาจะทำอะไรลูกชายของเธอ

@บ้านเอมมิกา

ปลายกระบอกปืนสีดำขลับจ่อไปที่ขมับข้างซ้ายของกมลรสพี่เลี้ยงของสองแฝด โดยผู้ที่ถือปลายกระบอกปืนนั้นคือนาวินมือขวาของมาร์แชล ส่วนมาร์แชลกำลังอุ้มสองแฝดอยู่แนบอก เดินอยู่ที่สวนหลังบ้าน

“คนไหนพี่เขื่อนครับ”

“คนนี้พี่เขื่อน”

“คนไหนพี่ขุนครับ”

“คนนี้พี่ขุน”

“คนไหนแดดดี้ครับ”

“คนนี้ดี๊ของเขื่อน / ดี๊ของขุนด้วย”

สองเด็กแฝดที่อยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นพ่อ กำลังหัวเราะต่อกระซิกกับผู้เป็นพ่ออย่างสนุกสนาน ทั้งสองคนดูร่าเริง และเล่นได้เต็มที่กว่าทุกครั้ง

เอี๊ยดดดดดดดดด~

เวลาแค่เพียงไม่นานเสียงจอดรถดังมาจากหน้าบ้าน ทำให้มาเฟียหนุ่มที่อุ้มลูกน้อยลอบยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ มันเป็นไปตามอย่างที่เขาคิด ยังไงเอมมิกาต้องกลับมาแน่

“คุณมาร์แชล”

“สวัสดี คุณหมอเอม”

“มี๊ / มี๊”

สองแฝดกระดี๊กระด๊าเมื่อเห็นผู้เป็นแม่เดินเข้ามาหาเขา และพ่อของเขาเรื่อยๆ รอยยิ้มของลูกมันทำให้เธอชะงักไปเมื่อเห็นว่าสองแฝดอยู่กับพ่อแล้วมีความสุขขนาดไหน

“พี่ขุน พี่เขื่อน ขอหม่ามี๊ คุยกับ เออ ... ”

“แดดดี๊ / ดี๊”

สองแฝดแสนรู้รีบเสริมคำที่ขาดไปในทันที พร้อมกับหัวเราะเอิ๊กอ๊ากออกมาด้วยความพอใจ เขาไม่รู้หรอกว่าผู้ใหญ่มีปัญหาอะไรกันไหม เด็กอย่างพวกเขารู้เพียงแค่ พวกเขามีพ่อแล้ว

ฟู่~

เอมมิกาเป่าลมหายใจออกมาด้วยความหนักใจ พลางหวนคิด ไม่น่าบอกลูกเลยว่าใครเป็นพ่อของเขา เพียงเพราะเธอไม่คิดว่าจะได้กลับมาเจอกันอีกเธอจึงตัดสินใจเล่าให้ลูกของเธอฟัง

“จ๊ะ ขอมี๊คุยกับแดดดี๊หน่อยนะจ๊ะ”

มาร์แชลลอบยิ้มด้วยความพึงพอใจ เห็นทีเธอคงจะรีบเอามากขนาดชุดกราวที่เปื้อนเลือดยังไม่ถอดออก อีกทั้งยังใส่รองเท้ากลับมาคนละข้างอีกด้วย

“ชะ ... ช่วยบอกให้คนของคุณเอาไอ้นั่นออกจากหัวพี่เลี้ยงลูกได้ไหม”

มาร์แชลพยักหน้ารับพร้อมทั้งส่งสายตาบอกให้นาวินเข้ามารับสองแฝดไปจากอกของเขา โดยที่กมลรสไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้เข้าใกล้พี่ขุน พี่เขื่อน เลยสักนิด

“สวัสดีครับคุณหนู ผมชื่อนาวินนะครับเป็นลูกน้องของแดดดี้มาร์แชล”

“ลุงยาวิน”

“นาวินครับ”

“คนนี้ชื่อเขื่อน คนนี้ชื่อขุนครับ”

นาวินพาสองแฝดเดินออกไปจากบริเวณนั้นพร้อมกับกมลรสที่เดินตามหลังไปติดๆ ปล่อยให้สวนหลังบ้านมีเพียงแค่เอมมิกา และมาร์แชลเท่านั้น

“คุณคิดจะทำอะไร”

“ ... ”

“ฉันถามได้ยินไหม คุณคิดจะทำอะไรลูกฉัน”

“ฉันมีหน้าที่ตอบคำถามของเธอเมื่อไหร่”

มาร์แชลที่ยืนหันหลังกอดอกมองดูแม่น้ำที่ไหลผ่านสวนหลังบ้านของเอมมิกาอย่างใจเย็น ตอนนี้คนที่ร้อนใจเห็นทีจะไม่ใช่เขาแล้ว แต่กลับเป็นเธอ ผู้หญิงใจร้ายที่หอบลูกหนีเขามา

“ขะ ... ขอร้องละอย่าเอาลูกฉันไปเลยนะ”

“นั่นก็ลูกฉันเหมือนกัน !!”

มาเฟียหนุ่มหันมาตวาดเสียงใส่หญิงสาวดังลั่น เธอมีสิทธิ์อะไรมาขอร้องเขาในเมื่อเธอเลือกเองที่จะหนีเขาไป เลือกที่จะหอบลูกออกไปจากชีวิตเขา มันก็ถูกแล้วไม่ใช่เหรอที่เขาจะต้องเอาสิทธิ์ของเขาคืน

“ฮะ ... เฮีย~ ยะ ... เอาลูกเอมไปเลยนะ อะ ... เอมขอร้องนะเฮีย ... ฮึ่ก ...”

“ตอนที่ฉันขอร้องเธอ ไม่เห็นเธอจะเห็นใจฉันบ้างเลย”

เขาเงียบไปเป็นเวลานานกว่าจะเอ่ยคำพูดทำร้ายน้ำใจของหญิงสาวออกมา ไม่อยากจะเชื่อ เธอไม่เคยให้แม้แต่สิทธิ์ความเป็นพ่อกับเขา ตอนนี้เขามาทวงลูกเขาคืน เธอก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาขอร้องเขาเหมือนกัน

“อะ ... เอมขอร้องนะเฮีย”

“ฉันจะทำให้เธอดู ว่าเจ้ากรรมนายเวรที่จริงมันเป็นยังไง”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96JUU” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96JUU
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย อธิษฐานรัก
9.8
ท่ามกลางความเงียบเหงาในโลกยุคปัจจุบัน หญิงสาวคนหนึ่งได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยม เธอวิงวอนขอให้โชคชะตานำพาให้ได้พบกับรักแท้ที่เฝ้าคอยมานาน พร้อมทั้งปรารถนาจะได้พบเจอเนื้อคู่ที่ดีเพื่อเข้ามาเติมเต็มชีวิตที่ขาดหายไป การเริ่มต้นของคำอธิษฐานที่แสนเรียบง่ายนี้กำลังจะนำพาเธอไปสู่เส้นทางแห่งความรักที่หัวใจโหยหาในแบบที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนในชีวิตสาวโสดของเธอเอง
หน้าปกนวนิยาย อำลาคำสัญญา
9.7
ลู่เหยาเผชิญกับการนอกใจซ้ำซากหลังเห็นภาพถ่ายลับของซ่งจินเหนียน แฟนหนุ่มที่คบกันมานานกับเลขาของเขา หลักฐานนี้ตอกย้ำว่าในวันครบรอบสามปีที่เขาอ้างว่าเกิดอุบัติเหตุ แท้จริงแล้วเขาอยู่กับหญิงอื่นที่ยอมสละชีวิตช่วยเขาจนความจำเสื่อม เมื่อซ่งจินเหนียนเลือกดูแลหญิงคนนั้นด้วยความรู้สึกผิดและละเลยเธอ ลู่เหยาจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์นี้โดยการตอบตกลงแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ตามความต้องการของแม่ พร้อมเตรียมของขวัญชิ้นสำคัญทิ้งท้ายไว้ให้เขาก่อนจากไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย แด๊ดดี้สุดที่ร้าย
9.1
เมื่อน้องข้าวสาวน้อยวัยสิบแปดปีปฏิเสธที่จะเลิกนั่งตักคุณอาสุดที่รัก แม้เขาจะพยายามปรามว่าโตเกินกว่าจะทำเช่นนี้และเกรงว่าจะดูไม่เหมาะสม แต่เธอก็ยังดื้อรั้นแถมยังพาลใส่ลิลลี่นางแบบสาวคนสนิทของเขาด้วยความหึงหวง เมื่อถูกดุด่าว่านิสัยไม่ดีจนต้องบีบน้ำตา เธอจึงขู่ว่าจะหนีไปนั่งตักชายอื่นแทน ทำเอาคุณอาที่เคยเข้มงวดถึงกับฟิวส์ขาดและเค้นถามด้วยความหวงก้างทันทีว่าผู้ชายคนนั้นคือใครกันแน่ บททดสอบความสัมพันธ์กึ่งหลานกึ่งคนรักจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเร่าร้อน
หน้าปกนวนิยาย รัก(ลับ)นายวิศวะ
8.8
ขอแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักและร่วมทำความรู้จักกับเจมส์ หนุ่มรุ่นน้องจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ผู้มีเสน่ห์ที่พร้อมจะมาคว้าหัวใจของพี่ๆ ทุกคนในนิยายรักแนวโรแมนติกร่วมสมัยเรื่องนี้ มาร่วมติดตามเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความน่ารักและความประทับใจของเขาไปพร้อมกัน ฝากผลงานเรื่องนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของผู้อ่านทุกท่าน และช่วยเป็นกำลังใจรวมถึงเอ็นดูในความมุ่งมั่นของเจมส์ หนุ่มวิศวะคนนี้ด้วยนะคะ รับรองว่าเรื่องราวของเขาจะทำให้คุณยิ้มได้อย่างแน่นอน
หน้าปกนวนิยาย ทิ้งให้ตาย: บาปของเจ้าพ่อ
8.7
เมื่อเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลในกรุงเทพฯ ปฏิเสธการมีทายาทกับฉัน แต่กลับไปแอบมีลูกกับหญิงตระกูลอริ ความจริงที่เจ็บปวดนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงที่เขาผลักฉันจนแท้ง และเมียน้อยของเขาก็ทิ้งฉันให้ตายอย่างโดดเดี่ยวที่ก้นเหว ทว่าฉันรอดชีวิตและกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะสถาปนิกชื่อดังระดับโลก จนเขาต้องเป็นฝ่ายมาคุกเข่าอ้อนวอนขอให้ฉันกลับไปหา แต่หัวใจที่ถูกทำลายลงไปแล้วจะยอมให้อภัยการทรยศที่แสนเลือดเย็นนี้ได้จริงหรือ
หน้าปกนวนิยาย อรุณรักษ์
7.8
กลิ่นหอม หญิงสาววัยใกล้สามสิบที่เพิ่งซื้อบ้านด้วยน้ำพักน้ำแรง ต้องเผชิญหน้ากับ ขุนอริญชย์เพียงสวัสดิ์ เจ้าที่หนุ่มรูปงามที่คอยตามติดทุกเวลา แม้จะหวาดกลัวลี้ลับเพียงใด แต่ภาระหนี้สินก้อนโตทำให้เธอตัดสินใจสู้ไม่ถอยและยอมอาศัยอยู่ร่วมกับวิญญาณเจ้าของบ้านเดิม ทว่ายิ่งเวลาผ่านไป ความลับเรื่องพันธะรักจากอดีตชาติระหว่างเธอกับเขาก็เริ่มปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความผูกพันที่เคยพลัดพรากซึ่งย้อนกลับมาทวงคืนหัวใจอีกครั้งในยุคปัจจุบันอย่างเลี่ยงไม่ได้