ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ให้รักโอบกอด Let love embrace

ให้รักโอบกอด Let love embrace

มัทนาตัดสินใจถอนหมั้นกะทันหันหลังพบความลับของแอนดี้ในคืนก่อนแต่งงาน เธอหนีไปพักใจบนเกาะอันห่างไกลจนได้พบกับกรรฐา นายหัวหนุ่มปากร้ายที่มีบาดแผลในใจคล้ายกัน ความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่เริ่มหวั่นไหวและพัฒนาความสัมพันธ์อย่างรวดเร็ว แต่ความสงบก็พังทลายเมื่อแอนดี้จ้างเอศรานักสืบเอกชนตามหาเธอจนพบที่เกาะอัณยา ท่ามกลางถ่านไฟเก่าที่ตามมาราวีและความลับในอดีตที่ย้อนกลับมาทดสอบความรักครั้งใหม่ มัทนาต้องรับมือกับความวุ่นวายที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน
ตอน
แชร์

ตอน 1

“Do you marry me ?” 1

“ค่ะ มัทถูกใจชุดมากค่ะ ตรงกับใจของมัทที่ออกแบบไว้ทุกตารางนิ้วเลย ไม่มีอะไรต้องแก้แล้วล่ะค่ะ สวยถูกใจเหมือนได้ตัดเองกับมือขอบคุณมากนะคะ” 

มัทนาว่าที่เจ้าสาวป้ายแดงใช้สายตามองเกลี่ยลงบนชุดสีขาวซึ่งใส่สวมทับอยู่บนหุ่นโชว์ตรงหน้าของเธอ น้ำเสียงเอ่ยกับปลายสายอย่างพึงพอใจในรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้วอย่างอิ่มเอมใจ เธอค่อย ๆ ไล้เรียวนิ้วมือของตนเองลงสัมผัสกับแพรพรรณสีขาวไข่มุกซึ่งถูกตัดเย็บด้วยความปราณีตจนออกมาเป็นชุดแต่งงานที่เธอเป็นผู้ออกแบบและเลือกเนื้อผ้าด้วยตนเองทุกขั้นตอน

เสียอย่างเดียวที่เธอไม่ได้ลงมือตัดเย็บมันด้วยตัวเอง เพราะเธอต้องใช้เวลาไปตระเตรียมงานในส่วนต่าง ๆ ไม่เช่นนั้นชุดแต่งงานเพียงเท่านี้ก็ไม่คณามือของดีไซเนอร์ดีกรีห้องเสื้อรันเวย์มิลานอย่างมัทนาไปได้ 

“คุณมัทจะไม่ลองสวมหน่อยเหรอคะ ถ้าหากว่ามีสัดส่วนตรงไหนต้องแก้ หนูจะได้เอากลับไปให้ช่างปรับปรุงให้ค่ะ” ธิดาเกริ่นกับหญิงสาวเจ้าของชุดที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ

“ไม่เป็นไรจ้ะ ฉันโอเคแล้ว ทุกอย่างเพอร์เฟคดีแล้ว”  มัทนาตอบพลางก็พยักหน้าเบาๆ เป็นคำตอบให้แก่ธิดา พนักงานสาวผู้ซึ่งเป็นธุระนำชุดมาส่งให้เธอถึงที่โดยที่เธอไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปยังสตูดิโอ

“ดีใจที่คุณมัทชอบนะคะ...คุณมัทต้องเป็นเจ้าสาวที่สวยมากแน่ๆ เลยล่ะค่ะ” ธิดาเอ่ยพูดไปตามจริงอย่างที่เธอคิด

เพราะจากสายตาของธิดาแล้วมัทนาเป็นผู้หญิงที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ทั้งที่มองดูเพียงผิวเผินจากทางด้านหลัง เรือนร่างเพรียวบางของเธอที่ได้สัดส่วนสวยดูมีสุขภาพดี ทั้งผิวสีน้ำผึ้งของเธอก็ขับให้ผ้าเนื้อสีขาวมุกที่ใช้ตัดเย็บชุดดูสุกใสเป็นประกายสวยงาม

“ขอบใจมากจ้ะ” 

มัทนาละสายตาที่มองชุดหันมายิ้มให้ธิดา ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันที่เป็นธรรมชาติรับกับสีของลูกเชอรี่ที่ถูกฉาบไว้อยู่บนริมฝีปากทำให้มัทนาดูมีเสน่ห์อย่างล้ำลึกยิ่งขึ้น ทั้งที่ธิดาที่เป็นผู้หญิงด้วยกันยังไม่อาจละสายตาจากมัทนาได้โดยง่าย

“ให้หนูช่วยยกเข้าที่ให้มั้ยคะ? ” ธิดาไม่ลืมที่จะถามซ้ำเพราะเธอถูกกำชับมาให้ดูแลลูกค้าให้พอใจที่สุดในทุกครั้งที่ให้บริการ ถึงแม้ว่าในครั้งนี้ธิดาจะเกือบลืมเพราะเผลอมองมัทนาผู้เป็นลูกค้าของเธอจนเพลินจนเกือบลืมทำสิ่งสำคัญไป

“ไม่แล้วจริง ๆ จ้ะ ฉันโอเคแล้ว ทุกอย่างดีแล้ว” มัทนาเอ่ยตอบอย่างรวดเร็วให้คนรอฟังคำตอบได้รู้ว่าเธอได้รับสิ่งที่พึงใจอย่างเพียงพอแล้ว...

“โอเคค่ะ หากคุณมัทไม่มีอะไรเพิ่มเติมแล้วหนูก็โล่งใจค่ะ” มัทนาพยักหน้าเบา ๆ หนึ่งครั้งระหว่างที่เธอหันหน้ามายิ้มให้กับธิดา

“หนูกลับก่อนนะคะ” มัทนาพยักหน้ารับอีกครั้ง ก่อนที่จะยกมือรับไหว้ธิดา

“กลับดี ๆ นะ” รอยยิ้มที่มองเพียงปราดเดียวก็ติดตาของมัทนาทำเอาหลายคนที่เคยเจอเธอพลอยยิ้มได้ตามไปด้วย

ด้วยรอยยิ้มอันแสนสดใสราวกับดอกกุหลาบแรกแย้มในยามต้องแสงอรุณของมัทนาเมื่อสามปีก่อนที่อิตาลี ในคราวที่เธอเฉิดฉายบนเวทีรันเวย์มิลาน ในฐานะดีไซเนอร์หน้าใหม่ผู้ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามด้วยยอดขายหลายล้านยูโร เธองามสง่า ฉลาด และมีความมั่นใจตรงตามผู้หญิงในทัศนะคติของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงเช่นแอนดี้ อดิรัตน์ผู้ถือหุ้นใหญ่ของสโมสรฟุตบอลระดับโลก เขาผู้ซึ่งเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ในครั้งนั้น ถึงกับลงมือเขียนจดหมายน้อยเหน็บไปในช่อดอกกุหลาบช่อโตเพื่อขอดินเนอร์เดตกับมัทนาในคืนวันเดียวกันนั้น

มัทนายิ้มกว้างให้กับความทรงจำที่พรั่งพรูมาจากความทรงจำอดีต ในระหว่างที่เธอทอดสายตามองชุดเจ้าสาวที่พราวพร่างอยู่เบื้องหน้า โทรศัพท์ที่กำไว้ในมือราวกับเป็นส่วนหนึ่งของอวัยวะเกิดสั่นขึ้น...

ครืด ครืด ….ที่รัก

“ไฮ...ดาร์ลิง” หลังจากปราดมองหน้าจอเพียงผ่านตา

มัทนาก็ไม่รอช้าที่จะรับสายนั้นอย่างเต็มใจด้วยน้ำเสียงที่สดใสและอ่อนหวาน

“ผมกำลังลองชุด...” เสียงชายหนุ่มที่คุ้นเคยดังตอบกลับมา

“คุณ...ว่ามันโอเคมั้ยคะ? ” มัทนาเอ่ยถามอย่างกริ่งเกรงในคำตอบที่เธอกำลังจะได้รับ

“ผมว่า...มันออกจะไม่พอดีไปนิด...หรือผมน้ำหนักขึ้น...ก็ไม่รู้สินะ!” คำตอบของปลายสายทำเอามัทนาทำหน้ายุ่ง เธอครุ่นคิดทบทวนถึงความผิดพลาดในทันทีว่าตนเองปล่อยผ่านส่วนสำคัญตรงไหนให้หลุดรอดไป หรือหลงลืมที่จะกำกับตรงส่วนใดไป จึงได้ทำให้เกิดรายละเอียดผิดพลาดขึ้นมาได้

“มัท...กำชับแล้วนะคะเนี่ย อุตส่าห์วางใจให้ร้านตัดเย็บเก่าแก่ทำงานให้เลยนะ ทำไมไม่เป็นมืออาชีพเลย? ” หญิงสาวละสายตาออกจากชุดสีขาวของเธอในทันที

มัทนารู้สึกเป็นกังวลในสิ่งที่ผิดพลาด เธอจึงหุนหันคว้าเอากุญแจรถที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์มาไว้ในมือก่อนที่จะผลักประตูออกไปอย่างรวดเร็ว จนไม่ทันได้สังเกตสิ่งผิดปกติรอบข้างกายเป็นผลให้แผนของใครบางคนสำเร็จ

“...แอนดี้!!” มัทนาพึมพำถึงใครคนหนึ่งซึ่งเธอจำได้แม้กระทั่งกลิ่นน้ำหอมของเขาขณะที่เธอถูกโอบกอดเรือนเอวเอาไว้จากทางด้านหลัง

“เป็นแผนของคุณใช่มั้ยคะ? ” หญิงสาวออกปากถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง ทั้งที่เธอรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าเขาจะต้องเป็น อดิรัตน์ว่าที่เจ้าบ่าวของเธออย่างแน่นอน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ปากบอกไม่แต่ใส่สุดเกียร์
7.9
หญิงสาวถูกแฟนลอบวางยาปลุกเซ็กซ์ในเครื่องดื่ม เธอจึงขอความช่วยเหลือจากชายคนหนึ่ง ทว่าเมื่อตื่นขึ้นมากลับพบว่าเขาคือเพื่อนเก่าสมัยเรียนที่ขู่บังคับให้เธอเป็นคู่นอนโดยอ้างว่ามีคลิปลับบันทึกไว้ เธอจำต้องยอมทำตามเพราะความกลัว แต่เมื่อความจริงเปิดเผยว่าคลิปนั้นไม่มีอยู่จริง เธอจึงตัดสินใจตัดสัมพันธ์ทันที ทว่าฝ่ายชายกลับไม่ยอมเลิกราง่ายๆ เพราะความรู้สึกของเขาถลำลึกจนเกินกว่าสถานะคู่นอนที่เคยตกลงกันไว้เสียแล้ว
หน้าปกนวนิยาย กฎคือห้ามท้อง
8.2
นิยายรักโมเดิร์นที่ถ่ายทอดเรื่องราวของคนสองคู่ผ่านความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยเงื่อนไขอันโหดร้าย เมื่อฝ่ายชายยื่นคำขาดให้หญิงสาวป้องกันตนเองเพื่อไม่ให้มีทายาทกับคนชั้นต่ำอย่างเธอ พร้อมคำขู่เรื่องการทำแท้งหากเกิดความผิดพลาด ในขณะที่อีกคู่กลับเป็นเกมการเอาชนะของหญิงสาวผู้กุมอำนาจเหนือกว่า เธอพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ครอบครองตัวชายหนุ่มที่เธอปรารถนา โดยที่เขาไม่มีสิทธิ์ขัดขืนหรือปฏิเสธความต้องการของเธอได้เลยแม้แต่น้อย
หน้าปกนวนิยาย ลืมใจสายใยรัก
8.7
หญิงสาวคนหนึ่งช่วยชีวิตชายแปลกหน้าบาดเจ็บสาหัสข้างทางท่ามกลางสายฝน แต่เมื่อเขาฟื้นขึ้นกลับจำอะไรไม่ได้ ทั้งสองจึงใช้ชีวิตร่วมกันจนเกิดเป็นความรัก ทว่าจู่ๆ เขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย หลายเดือนต่อมาเธอได้พบเขาอีกครั้งในฐานะประธานโรงแรมผู้ร่ำรวยซึ่งจำเธอไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ในขณะที่เธอกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา ความแตกต่างของฐานะและสายตาที่เย็นชาทำให้เธอต้องตัดสินใจว่าจะจัดการกับความสัมพันธ์ที่ถูกลืมเลือนนี้อย่างไรในวันที่ชีวิตเปลี่ยนไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย พี่ที่แปลว่าเมีย
9.4
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยพันธะการแต่งงานอันปราศจากความรู้สึก เมื่อเขาประกาศกร้าวอย่างชัดเจนว่าหัวใจของเขานั้นมีไว้ให้ตะวันเพียงคนเดียวเท่านั้น แม้ว่าทั้งสองจะต้องใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในฐานะสามีภรรยาตามกฎหมาย แต่เขาก็ยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่มีวันมอบความรักให้กับคนเป็นพี่อย่างเธอได้เลย บทสรุปของชีวิตหลังวิวาห์ที่เต็มไปด้วยความห่างเหินและความเย็นชาในครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร เมื่อความรักที่เขาคุยโวว่ามีให้คนอื่นกลายเป็นกำแพงสูงชันที่กั้นกลางระหว่างคนสองคน
หน้าปกนวนิยาย ฉันหนีไม่พ้นแล้ว
9.7
ที่งานหมั้น มู่ซินยวี่ดื่มเหล้าเข้าไปจนรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เมื่อเห็นเงาร่างที่คุ้นเคย เธอจึงพุ่งเข้าไปหาและจูบอย่างหลงใหล “คุณสามีจ๋า ฉันอยาก...” หลังจากเกิดอะไรบ้าคลั่งมาคืนหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าชายที่อยู่ข้างกายเธอคือ เสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องนักบินของคู่หมั้น! “ตอดรัดแน่นมาก ชอบมากเลยเหรอ?”พอเสียงแหบ ๆ เบา ๆ นี้ลอยเข้าหูมา ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเสียงคู่หมั้น เสิ่นเจียหวิน ตะโกนโวยวายอยู่หน้าประตู เสิ่นเจียสวี่เอาเสื้อสูทคลุมหัวเธอเพื่อพาเธอออกมาแต่ก็ยื่นเงื่อนไขโหดร้าย “มาเป็นกิ๊กของฉัน ไม่งั้น...ลองเดาดูสิว่าตระกูลเสิ่นจะมองเธอเป็นหญิงสำส่อนยังไง ?” มู่ซินยวี่กัดฟันรับข้อเสนอ แค่อยากจะหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ แต่กลับพบว่าเสิ่นเจียสวี่คือกัปตันเครื่องบินของเธอ ในห้องพักบนเครื่องบินสูงหมื่นเมตร เขาจับเอวเธอ "คิดหนีเหรอ? เที่ยวบินนี้ฉันเป็นเป็นหลัก" เธอกล้ำกลืนเอาไว้เพื่อรักษาบริษัทที่แม่ทิ้งไว้และพ่อที่ป่วยหนักของเธอ แต่กลับได้ยินเสิ่นเจียหวินเยาะเย้ยว่า “คุณหนูที่ตกอับ เล่นสนุกแค่แป๊บเดียวก็เบื่อแล้ว!” และเห็นเขากอดมู่อยู่อู่ น้องสาวบุญธรรม พร้อมทุ่มเงินฟุ่มเฟือย! มู่ซินยวี่รู้สึกใจหาย เอาล่ะ การหมั้นนี้ เธอไม่เอาแล้ว เธอหันหลังไปหาเสิ่นเจียสวี่ที่มีอำนาจมากกว่า “ช่วยฉันถอนหมั้น ฟื้นฟูบริษัท แล้วฉันจะยอมตามใจคุณ” ชายหนุ่มมีประกายตาแห่งความต้องการเป็นเจ้าของ “ตกลง จำไว้ จากนี้ไป เธอต้องเป็นของฉันเท่านั้น” ตั้งแต่นั้น ชีวิตของมู่ซินยวี่ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
หน้าปกนวนิยาย ฤาจะไร้ใจ
9.0
การหลีกเลี่ยงที่จะพบเจอกันอีกครั้งอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับหัวใจที่บอบช้ำ เพราะการเผชิญหน้ามีแต่จะสร้างความทรงจำใหม่ๆ ที่ตอกย้ำความรู้สึกเดิมให้ยิ่งฝังลึก ในความสัมพันธ์ที่จบลงไปแล้วนั้น ดูเหมือนว่าคนที่ยังคงติดอยู่ในวังวนของอดีตและไม่สามารถลบเลือนภาพความทรงจำเก่าๆ ออกไปได้ จะต้องเป็นฝ่ายที่แบกรับความเจ็บปวดรวดร้าวอยู่เพียงลำพังเสมอ การเลือกที่จะหันหลังให้กันจึงเป็นวิธีเดียวที่ช่วยป้องกันไม่ให้บาดแผลในใจต้องเปิดกว้างขึ้นกว่าเดิม