ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กุหลาบในม่านเพลิง

กุหลาบในม่านเพลิง

“ความเกลียด กับ ความแค้น” หลอมใจผู้ชายสุขุมเยือกเย็นให้กลายเป็นผู้ชายปากร้ายไร้เหตุผล เพียงเพราะเธอก้าวเข้ามา... ทว่าเหยื่อแค้นกลับยั้งความสุข คนทุกข์กับเป็นคนเริ่มก่อ เมื่อความเกลียดได้แปรเปลี่ยนเป็นความรักอย่างไม่รู้ตัว ................................................................................. “แล้วนี่อย่าบอกนะ...ว่าทุกคนรู้เรื่องกันหมดแล้ว” “ใช่” ทุกคนตอบพร้อมกัน “ถ้าอย่างนั้นก็วิวาห์เหาะมันเลยก็แล้วกัน วางแผนดีนัก...” พ่อเลี้ยงหนุ่มรวบร่างบางเข้าในวงแขนแกร่งแล้วช้อนร่างบางกระชับอ้อมแขนอุ้มปารวีขึ้น แล้วเดินขึ้นบันไดไปบนบ้านทันที แต่ก็ไม่วายตะโกนมาลงสั่งน้องสาว “ยัยรษา! สั่งทุกคนห้ามรบกวนพี่จนกว่าจะเช้า... แล้วก็...พรุ่งนี้เช้าเชิญนายอำเภอกับเตรียมชุดธูปเทียนแพขอขมาให้พี่ด้วย คืนนี้พี่จะโกนหนวดให้เกลี้ยง แล้วจะทดลองงานตำแหน่งแม่เลี้ยงไร่ปกรักด้วยเลย ทุกคนปาร์ตี้กันให้สนุก...แต่ขอย้ำ ว่าห้ามรบกวนเด็ดขาด...” เสียงกองเชียร์ส่งเสียงเชียร์กันอย่างครื้นเครง ปารวีอายหน้าแดงแทบจะแทรกหน้าเข้าไปในแผงอกแกร่ง หยิกหมับเข้าที่หน้าอกกำยำอย่างหมั่นไส้ “โอ๊ย!” เสียงร้องของพ่อเสียงหนุ่มยิ่งสร้างความสนุกครื้นเครงให้กองเชียร์มากขึ้น และยังส่งเสียงแข่งกันอย่างสนุกสนาน “เต็มที่เลยพี่รวี...รษาเชียร์สุดใจขาดดิ้น...มีพี่ชายซื่อบื้ออย่างนี้...น้องเพลีย!” “แม่เลี้ยงรวี เราเชียร์เธออยู่นะ...จัดหนัก อย่าให้มันกล้าหือ มีหน้ากลับมาทำโง่ได้อีกนะ” ก้องหล้าร้องเพลงเย้า ส่งเสียงเชียร์ปารวี “รวี...พี่ขอโทษนะ คราวนี้พี่เข้าข้างพ่อเลี้ยงว่ะ เล่นตัวอยู่ได้ น่าหมั่นไส้ กำราบให้หนักเลยนะพ่อเลี้ยง อย่าให้มันได้หนีไปไหนอีก” ปรินทร์ร่วมสนุก “ตายละ...ไม่รู้ใครจะแย่กว่าใคร...สู้ๆ นะคะคุณรวี อย่าได้ให้เผยอหน้าขึ้นมาต่อกรกับเราได้” มัดไหมเอาบ้าง “อย่าให้เสียชื่อนะพ่อเลี้ยง...” นนท์ปวิธนึกสนุกตามร้องบอกไปบ้าง ทั้งที่ตัวเองก็หงอยังกับอะไรดี “คุณธามส์...มุกยินดีกับคุณด้วยนะ แต่ถ้าให้ดีคุณยอมคุณรวีไปเถอะ...เค้าว่ากลัวเมียแล้วจะได้ดี” “ขอบคุณสำหรับทุกคำอวยพรครับทุกคน พรุ่งนี้ถ้ายังไม่ออกจากห้องก็ขอไข่ลวกสี่ฟอง อยากรู้ว่าใครจะกำราบใครต้องติดตามต่อในวันพรุ่งนี้”
ตอน
แชร์

ตอน 2

พ่อเลี้ยงหนุ่มเดินตรงเข้าไปทักทันที หญิงสาวก็กำลังจ้องมองที่เขาเหมือนกัน ไม่คิดว่าโลกจะกลมขนาดนี้ พระเจ้าช่างปั้นแต่งมาให้อย่างลงตัวเหมาะสมกันจริงๆ พ่อก็เป็นเสี่ยคุมซ่อง ค้าประเวณี ส่วนลูกสาวแต่งตัวแบบนี้ก็คงจะใจแตกเหลวแหลกที่เมืองนอก

“สวัสดีคนสวย ดีใจที่ได้พบกัน ถ้าเดาไม่ผิดเธอคือน้องสาวของคุณปรินทร์” ชายหนุ่มเดินเข้ามาทัก แต่ทว่าน้ำเสียงและของเขาสายตากลับดูแคลน มองไล่การแต่งตัวของปารวีตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ถ้าทักเพราะฉันเป็นน้องเจ้าของโรงแรมก็ใช่ แต่ถ้าทักเพราะอย่างอื่นละก็...เท่าที่จำความได้ ก้านสมองและซีรีบรัมของฉัน ที่เก็บข้อมูลไว้หลายปี ไม่เคยรู้จักคนหยาบคายอย่างคุณมาก่อน คงไม่มีความจำเป็นที่ฉันจะได้พบคุณ” ปารวีเงยหน้าตอบกลับเสียงแข็ง ยังไม่ทันมองเห็นหน้าชายหนุ่มชัดๆ เต็มตาด้วยซ้ำ แล้วเธอก็เดินหนีเลี่ยงจากตรงนั้นไปทันที

“เดี๋ยว!” พ่อเลี้ยงธามส์เรียกเสียงดัง มือหนาก็คว้าฉุดมือปารวีไว้ ทว่าหญิงสาวสะบัดมือหนาของเขาออกทันทีอย่างนึกรังเกียจสายตาโลมเลีย ถึงจะเป็นเขา แต่เธอไม่ชอบให้ใครเข้าถึงเนื้อถึงตัวง่ายดายอย่างนี้ แต่แทนที่มือหนาจะยอมปล่อย เขายิ่งกระชับมันแน่นขึ้น เหมือนต้องการยั่วอารมณ์หญิงสาวตรงหน้า

“อย่ามาทำกิริยาต่ำๆ แบบนี้กับฉัน ปล่อย! และช่วยหลีกทางด้วย” ไม่เพียงแต่ไม่ทำตามคำสั่งของหญิงสาว พ่อเลี้ยงธามส์ยังกระตุกมือบางของปารวีอย่างแรง ทำให้เธอเซเสียหลักเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างง่ายดายไม่ทันตั้งตัว

“ไอ้! ไอ้คนฉวยโอกาส! จะทำอะไรฉัน ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นฉันจะร้องให้คนช่วย...” ปารวีแหวออกมาด้วยความโมโหที่โดนชายหนุ่มโอบ ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนแข็งแรง ถึงแม้เธอจะชอบแต่งตัวตามแฟชั่น และมั่นใจในตัวเองมาก ตามแบบฉบับสาวที่ถูกเลี้ยงมาจากชาติตะวันตก ยิ่งเธออยู่เมืองแฟชั่นก็ยิ่งไม่แปลกกับการแต่งตัวแบบนี้ แต่เธอก็ไม่เคยให้ใครถึงเนื้อถึงตัวมากขนาดนี้เลยสักครั้ง

“พับผ่า! ให้ตายเถอะ ฉันสาบานได้ว่าไม่มีทางคิดพิสมัย ผู้หญิงที่แต่งตัวเหมือนจะอ่อยผู้ชายตลอดเวลาอย่างเธอหรอก บอกตรง ๆ ว่ากระเดือกไม่ลง ถึงแม้หน้าอกของคุณจะโอ้ว อึ้ม อ้า...เกินคาดก็เถอะ แต่ผู้หญิงนมโตอย่างเดียว แล้วแต่งตัวเหมือนอีตัวแบบนี้ ฉันไม่มีวันลดตัวลงไปเกลือกกลั้วด้วยหรอก...กลัวโรคติดต่อ...”เขาส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ ทำมือล้อเลียนขนาดหน้าอกเธออย่างหยาบคาย

ปารวีโกรธจนแทบพ่นไฟออกปาก พ่นลมออกหู เมื่อเธอได้ฟังวาจาจาบจ้วงหยาบคายของเขา แถมสายตาโลมเลียที่จับจ้องมองมาที่หน้าอกของเธออีกละ หยาบคายที่สุด

เผียะ!

“หยาบคาย สารเลว” แทนที่คนถูกฝ่ามือพิฆาตเมื่อครู่จะแสดงความโมโหออกมา เขากลับยิ้มเยาะ ลูบแก้มเบาๆ จับมือปารวีไว้แน่น เขามองหน้าอกเธออย่างจาบจ้วงอีกครั้ง

ปารวีพยายามข่มใจ ไม่ฟาดมืออีกข้าง ที่ไม่ได้ถูกเขารวบและกำไว้ เธอยกมืออีกข้างขึ้นกระแทกบนใบหน้าอีกฝ่าย แต่ก็สุดที่จะทนมองสายตาหยาบคายได้

ยังไม่ทันที่เธอจะยกมืออีกข้างขึ้นตบ มือบางก็ถูกยึดไว้ได้ทัน...ด้วยมือหนาใหญ่กว่ามือของเธอเกือบเท่าตัว ตอนนี้...มือทั้งสองข้างถูกพันธนาการแน่นหนา เหมือนเขาจะรู้ทันความคิดของเธอ แถมเธอยังโดนเจ้าของมือใหญ่ลากรั้งร่างอิ่มถลาเข้าไปหาจนชิดแทบอก คนตัวใหญ่กว่าที่ก้มลงกระซิบชิดใบหูบาง

“อย่าหวังว่าเธอจะได้ตบฉันฟรี ๆอีกครั้ง ถ้าเธอตบฉันอีกครั้ง ฉันปล้ำ! คนอย่างฉันไม่ทำแค่จูบหรอกนะจะบอกให้” สิ้นคำหน้าคมก็ก้มลงชิดพวงแก้มปารวี ทำเอาหญิงสาวสั่นเป็นลูกนกด้วยความกลัว อีกคนยิ้มเจ้าเล่ห์ ยกนิ้วขึ้นจุ๊ปาก

“จุ๊ จุ๊...แต่ไม่ต้องคิดว่าคนอย่างฉันจะหน้ามืดจูบหรือปล้ำเธอหรอกนะ บอกแล้วว่าแค่มีเรื่องจะคุยด้วยเท่านั้น เพราะกลัว...โรคติดต่อ! ถ้าเธอยอมไปคุยกับฉันดีๆ” เขาเน้นคำว่าโรคติดต่อสียงหนัก จนคนฟังเต้นเร่าเป็นเจ้าออกโรง มันจะมากเกินไปแล้วนะ

พ่อเลี้ยงธามส์ยิ้มให้กับตัวเองที่เห็นคนตรงหน้าเต้นจนเผลอลืมตัว ปารวีได้ทียกขาขึ้นตีเข่า กระแทกกลางกล่องดวงใจของเขาทันที จนร่างหนาคู้โค้งกระโดด หยองแหยงด้วยความเจ็บปวดจนหน้าเขียวหน้าเหลือง

“โอ๊ยย!”

“แต่ฉันบอกแล้ว!...ว่าไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องคุยกับคนอย่างคุณ และขอสาปแช่ง...ไม่ว่าชาตินี้ หรือชาติไหนก็อย่าได้เจอคนหยาบคายอย่างคุณอีกเลย” ปารวีบอกแล้วเดินออกไปอย่างหัวเสีย อารมณ์อยากเจอหน้าเขาก่อนกลับมากับตอนนี้แตกต่างกันลิบลับ

“ฝากไว้ก่อนเถอะแม่ตัวดี” พ่อเลี้ยงธามส์คาดโทษปารวีตามหลัง ทั้งที่ยังจุกกล่องดวงใจไม่หาย ก่อนที่จะเดินตามหญิงสาวเข้าไปในบ้าน

“อ้าวพี่ธามส์...มาทางนี้ค่ะ ทำไมถึงมาถึงที่นี่ได้ล่ะ” น้องสาวโบกมือเรียกทักทายพี่ชายที่เพิ่งเดินเข้ามา และพ่อเลี้ยงธามส์ก็เดินตามเสียงเรียกของน้องเข้าไปในบ้านที่หญิงสาวอีกคนเดินเข้าไปก่อน

“พอดีพี่เพิ่งจะเสร็จงานน่ะ ก็เลยแวะมาหาเราสักหน่อย หวัดดีคุณปรินทร์” คนเป็นพี่ตอบน้องสาว ไม่ลืมหันไปทักทายเจ้าของบ้านตามมารยาท ทั้งที่ใจไม่ได้รู้สึกอยากทักสักนิด

“เอ่อ... ผมขอแนะนำให้รู้จักปารวี น้องสาวของผม เธอเพิ่งมาจากฝรั่งเศส รวี...นี่พ่อเลี้ยงธามส์เจ้าของไร่ชา และไร่ดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเชียงราย” ปรินทร์หันไปเรียกน้องสาวมาแนะนำ คนที่ถูกเรียกมายืนหน้าบึ้งตึงบอกบุญไม่รับอยู่ข้างๆ เธอรู้จักประวัติเขาดีกว่าที่พี่ชายแนะนำเสียอีก

“สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณปารวี ไม่น่าเชื่อว่าคุณปรินทร์จะมีน้องสาวสวยขนาดนี้ ผมชักตื่นเต้นเต็มทีที่จะ...” ชายหนุ่มทักอย่างสุภาพ หากเอ่ยค้างไว้ที่เท่านั้นเพราะน้องสาวเหยียบเท้าเอาไว้เต็มแรง รู้ว่าน้องสาวกำลังปรามไม่ให้เสียมารยาท ชายหนุ่มหยุดพูดแต่กลับส่งสายตามองปารวีตรงกันข้ามกับคำพูด

ปารวีกัดฟันกรอด เกลียดผู้ชายตรงหน้าตั้งแต่แรกเห็น เขาช่างหยาบคายไร้มารยาทที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอ

“ขอบคุณค่ะที่กรุณาชม แต่เก็บคำชมของคุณเอาไว้เถอะค่ะ ดิฉันไม่นิยมคนไม่จริงใจ” ปารวีถลึงตามองตอบกลับไป เธอพยายามรักษาน้ำเสียงให้เป็นปกติ เพื่อรักษามารยาทไว้บ้าง ทั้งที่เธอรังเกียจกับสายตาโลมเลียน่ารังเกียจนี้มากแค่ไหนก็ตาม

คนถูกว่ายังคงลอยหน้ายิ้มยั่วอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว เห็นอาการอย่างนี้เขาก็ยิ่งนึกสนุก เจ้าหล่อนคงยังไม่รู้ว่าชื่อของตัวเองกำลังจะกลายเป็นพนักงานของที่ไร่ในไม่ช้า วินาทีนี้เขาอยากให้เธอไปทำงานที่ไร่ใจแทบขาด

“ชักอยากเห็นหน้าคนปากดีที่ไร่เร็วๆ แล้วสิ” ชายหนุ่มยวนต่อ รษาเห็นท่าไม่ดี ถ้าไม่เบรกศึกคงเป็นเรื่องยาว เธอจึงชวนทุกคนเข้าบ้าน

“ไปทานข้าวกันก่อนดีกว่าค่ะ ถึงเวลาพอดี...กับข้าวจะชืดเสียก่อน”

“รวีต้องขอตัวนะคะพี่ปรินทร์ น้องรษา” ปารวีหันมาบอกพี่ชายกับพี่สะใภ้ แล้วเดินออกไปจากตรงนั้นทันที

“รษา...พี่ก็ต้องขอตัวเหมือนกัน พอดีนึกขึ้นได้ว่าติดธุระด่วน เอาไว้วันหลังค่อยคุยกันนะ ส่วนเรื่องงานของเรา...ไปเริ่มทำได้แล้ว...ไปค้างที่ไร่เลย จะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมา” แขกมองเจ้าของบ้านอย่างเข่นเขี้ยว รษาเองก็หนักใจ...ไม่รู้ว่าพี่ชายจะเคืองโกรธสามีของเธอไปถึงไหน เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้ว

“คงจะไม่ได้หรอกครับ ยังไงเมียก็ต้องกลับมาอยู่กับสามี ผมให้รถโรงแรมไปรับไปส่งทุกวันยังไหว” ปรินทร์แทบแยกเขี้ยวส่งแขก พอลับร่างแขกที่เดินออกไป ปรินทร์ก็หันมาอ้อนภรรยา

“ผมยอมให้คุณไปทำงานช่วยพี่ชายคุณก็มากเกินพอแล้วนะครับ ผมไม่ให้คุณค้างที่ไร่อย่างพี่ชายคุณบอกนะ แล้วผมก็รับปากว่าจะขอให้รวีไปช่วยอีกแรง”

“เรามีกันแค่สองคน...ที่ผ่านมาพี่ธามส์ก็ทำเพื่อรษามาเยอะแล้ว รษาขอนะคะ พอจบเรื่องนี้...รษาจะตามใจคุณทุกอย่าง” สาวน้อยขี้อ้อนกอดแขนอ้อนสามี เขย่งปลายเท้าจูบปลายคางสากเบาๆ ถึงอย่างนั้นคนตัวโตถึงยิ้มออกมาได้ เขาเองก็ไม่ค่อยชอบใจแผนของภรรยาสาวมากนัก แต่เมื่อเธอขอมา เขาก็ขัดไม่ได้ทุกที

ปารวีเดินทอดน่องมาถึงสวนหน้าโรงแรมปางวิมาน มองตึกที่บิดาสร้างมาด้วยความภาคภูมิใจ เกือบยี่สิบปีที่เธอจากไป...พอกลับมาอีกครั้งมันก็แปลกตาจนเธอแทบจำเค้าลางเดิมไม่ได้

ปารวียืนพิงขอบพนักเก้าอี้ไม้โบราณกลางสวน เธอแหงนหน้าขึ้นบนท้องฟ้าสีหม่น แสงสะท้อนแสงบนตึกรามบ้านช่องของเมืองเชียงราย แสงไฟที่เปิดแข่งแสงเดือน ใจกลางเมืองดับรัศมีดาวสวยแห่งค่ำคืน นานมากแล้วที่เธอไม่ได้เห็นดวงดาวกับแสงเดือนในเวิ้งขอบฟ้าเมืองสยาม แต่คืนนี้...ดาวช่างดูหม่นหมองเหมือนใจเธอเสียอย่างไร

“คุณพ่อคะ...รวีขอโทษที่ไม่ได้กลับมาหาคุณพ่อเลย ไม่นึกเลยว่าการกลับเมืองไทยของรวีครั้งแรก...หลังจากที่รวีจากไป กลับต้องเป็นการมาส่งคุณพ่อครั้งสุดท้าย...รวีรักคุณพ่อนะคะ” ปารวีทรุดตัวลงนั่งอย่างอ่อนแรง เธอกลับมาก็เพราะการจากไปของบิดา และพี่ชายขอร้องให้อยู่ต่อ เธอถึงยอมส่งจดหมายไปลาออกจากงานที่ฝรั่งเศส เมื่อนึกถึงความทรงจำครั้งหลังที่อยู่ที่นี่...น้ำตาก็เอ่อปริ่มคลอเบ้า ทั้งที่พยายามอดกลั้นเริ่มไหลรินออกมา แต่เธอก็บังคับมันไม่ได้สักที

“อ้าว! ไอ้เราก็นึกว่านางไม้ที่ไหน ที่แท้ก็...” พ่อเลี้ยงธามส์ชะงักค้างไว้แค่นั้น...จากที่เขาตั้งใจจะพูดยั่วอารมณ์หญิงสาวมากกว่านั้น แต่...เมื่อเขาเห็นแก้มเนียนใสยังมีรอยคราบน้ำตา ดวงตาคมแดงก่ำเหมือนกำลังร้องไห้ แต่เขาก็ยังไม่วายกวาดสายตาโลมเลียปารวีอย่างกวนๆ อย่างที่ตั้งใจไว้

ปารวีใช้หลังมือปัดแก้มเช็ดคราบน้ำตาลวกๆ มองหน้าพ่อเลี้ยงธามส์อย่างเอาเรื่อง เขาจะตามกวนอารมณ์ของเธอให้ขุ่นมัวไปถึงไหนกัน

“นี่คุณอีกแล้วหรือ วันนี้มันเป็นวันอะไรของฉันนักหนานะ ถึงได้ดวงตกขนาดนี้ พ่อก็ตายไม่ได้มาดูใจ พอมีคนเข้าใกล้ก็ปากมอมไม่มีใครเกิน สงสัยฉันต้องไปทำบุญล้างซวยปัดรังควาญจริงๆ” ปารวีจ้องมองหน้าคนที่เดินเข้ามาใหม่ ตอบกลับทันทีทั้งที่รอยคราบน้ำตายังเช็ดไม่หมดจากข้างแก้ม

“จะไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหนก็ไป”

ชายหนุ่มยกมือยอมแพ้ “โอเคๆ แค่จะมาบอกว่า เจอกันที่ไร่นะ...ฉันจะรออย่างใจจดใจจ่อ และจะเตรียมการต้อนรับเป็นอย่างดี” ชายหนุ่มยักคิ้วบอกอย่างอารมณ์ดี

“ไม่มีทางเสียละ” หญิงสาวตะโกนตามหลัง

“ฮ่าๆๆ”

เขาตอบกลับด้วยเสียงหัวเราะดังลั่น อีกคนได้แต่มองตามหลังอยากคาดโทษ โกรธที่ทำอะไรเขาไม่ได้

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย แรกพบสบรัก
8.6
ผมชื่อ ‘มาวิน’ แต่ชีวิตไม่เคยวินสมชื่อ ตอนเด็กเคยฝันว่าอยากมีพลังวิเศษเหมือนซูเปอร์ฮีโร่ แต่พอสิบขวบ ผมก็ได้พลังวิเศษนั่นมา ...พลังวิเศษที่ทำให้มองเห็นทะลุเสื้อผ้าได้ยันซอกหลืบทันทีที่สบตากับเจ้าของร่างกาย คงคิดสินะว่าผมคงจะได้เห็นร่างกายสาว ๆ จนเปรม แต่ผิด ไม่เคยได้เห็นร่างเปลือยของสาว ๆ เลย เพราะไอ้ที่ผมเห็นน่ะ...ร่างกายผู้ชายล้วน ๆ เลยเถอะ! ไอ้พลังบ้านี่ดันทำให้เห็นแต่ผู้ชายด้วยกันซะงั้น โอ้โห หันขวาก็มะเขือยาว หันซ้ายก็แตงร้าน เอ้า ไอ้หมอนี่แตงกวา หมอนั่นมาแปลก ผิวขรุขระ มะระก็แล้วกัน แม่งเอ๊ย ตาจะบอด กลายเป็นคนเก็บตัวในพริบตา จะไม่ให้เก็บตัวได้ไง สบตาใครก็เห็นกระเปี๊ยวชาวบ้านไปทั่วแบบนี้ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อผมจำเป็นต้องหารูมเมทเพื่อแชร์ค่าหอพักด้วยฐานะทางบ้านเริ่มมีปัญหา คิดหนักอยู่นานถ้าจะต้องเห็นผู้ชายด้วยกันเดินโทงเทงในห้องตัวเอง แต่สวรรค์ก็ไม่ได้ใจร้ายกับผมขนาดนั้น ส่ง ‘คชา’ ทูตกิจกรรมมหาวิทยาลัยเดียวกันกับผมมาให้ สะ...สบตาแล้วมองทะลุเสื้อผ้าไม่ได้ เพราะอะไรก็ไม่รู้ล่ะ แต่มาอยู่ด้วยกันเถอะ กราบแล้ว!
หน้าปกนวนิยาย ดาวสีคราม
9.4
ครามจมอยู่กับความเศร้าหลังสูญเสียภรรยาจนกระทั่งเขาได้พบกับดาวเหนือ หญิงสาวที่มีใบหน้าเหมือนคนรักเก่าอย่างน่าประหลาด เขาจึงเริ่มแผนการเข้าหาและครอบครองเธอทันทีโดยใช้คำหวานลวงหลอกให้เธอเชื่อใจ แต่ในความเป็นจริงแล้วทุกการกระทำและอ้อมกอดที่เขามอบให้เป็นเพียงการมองเธอเป็นเงาตัวแทนของเมียที่จากไปเท่านั้น ดาวเหนือต้องติดอยู่ในความสัมพันธ์ที่แสนเจ็บปวดโดยหารู้ไม่ว่าชายที่เธอรักไม่เคยรักในตัวตนที่แท้จริงของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว
หน้าปกนวนิยาย ใครจะยอมให้คุณเป็นของคนอื่น
8.8
ประโยคคำรามที่เต็มไปด้วยความดุดันและแรงอารมณ์จากปากของเขา เป็นดั่งคำประกาศกร้าวที่สื่อถึงความสัมพันธ์อันแสนอันตรายที่เขามีต่อพิ คำขู่ที่ว่าเขาจะเอาเธอให้ตายนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่คำพูดลอยๆ แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่รุนแรงจนยากจะถอนตัว ท่ามกลางความตึงเครียดในโลกยุคปัจจุบัน เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความลุ่มหลงและการครอบครองกำลังเริ่มต้นขึ้น เมื่อเขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่มีวันยอมปล่อยให้เธอตกเป็นของใครหน้าไหนทั้งสิ้นไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าผัวนักแข่งรถเสียใจบ้าไปแล้ว
8.7
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่เจ็ด ความลับของสามีนักแข่งรถถูกเปิดโปงผ่านโพสต์ของหญิงคนสนิทที่อยู่เคียงข้างเขาในสนามแข่งมาตลอด ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาปกปิดตัวตนของฉันจากเพื่อนร่วมทีมโดยอ้างเรื่องความปลอดภัย แต่แท้จริงแล้วเขากลับให้ความสำคัญกับคนอื่น ฉันจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้ด้วยการส่งข้อความขอหย่าและถอดแหวนทิ้งไป ก่อนจะหยิบถุงมือสีดำคู่เดิมกลับมาสวมอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าความเร็วที่เขาเคยขู่ว่าอันตรายนั้น แท้จริงแล้วมันคือสิ่งที่ฉันคุ้นเคยยิ่งกว่าใคร
หน้าปกนวนิยาย เรา ร่วมกัน ผงาด จาก เถ้าถ่าน
8.7
ขณะที่ฉันตั้งท้องแปดเดือนและติดอยู่บนถนนที่เงียบสงัดพร้อมพี่สาว รถบรรทุกปริศนาก็พุ่งชนเราอย่างจงใจจนเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ฉันพยายามติดต่อ คิน ผู้เป็นสามีเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยและเลือกไปดูแลน้องสาวต่างมารดาแทนเพียงเพราะเธอปวดหัว เมื่อฉันฟื้นขึ้นมาจึงพบว่าลูกในครรภ์จากไปแล้ว และพี่สาวที่เป็นนักเปียโนต้องพิการตลอดกาล ในเมื่อเขาเลือกทอดทิ้งครอบครัวเพื่อผู้หญิงคนนั้น พวกเขาจะได้รู้ว่าความแค้นของเราจะเผาผลาญชีวิตที่สมบูรณ์แบบของพวกเขาให้ย่อยยับ
หน้าปกนวนิยาย ฟีนิกซ์ คืนแค้น
8.7
จากนักศึกษาศิลปะเชียงใหม่ผู้ไร้เดียงสา ฉันกลับตกหลุมพรางรักของอีธาน มหาเศรษฐีผู้เลือดเย็นที่ใช้ความสัมพันธ์ลับและภาพถ่ายส่วนตัวมาเป็นเครื่องมือทำลายพี่ชายฉัน ทุกความอ่อนโยนคือการจัดฉากที่โหดร้ายเพื่อควบคุมฉันในกรงทองอันแสนทรมาน เมื่อความจริงปรากฏ ความรักจึงแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงแค้นที่แผดเผา ฉันลบทุกความลับที่เขาใช้ข่มขู่แล้วหนีจากเงื้อมมืออสูรเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายที่รักจริง ทิ้งให้เขาอ้อนวอนอย่างสิ้นหวังในวันที่ฉันเป็นฝ่ายกุมชัยชนะและมองดูโลกของเขาพังทลายลงอย่างสมบูรณ์