
The Rider สิงห์นักบิดพิชิตใจนายหน้าหวาน
ตอน 3
"เปล่าครับอาจารย์ ผมไม่เป็นอะไรจริงๆ ครับ ผมเพิ่งตื่นเฉยๆ พอดีลมมันเย็นรถนั่งสบายเลยเผลอหลับไปครับ ผมเข้าโรงเรียนก่อนนะครับ..." อาจารย์ไม่ทันได้ตอบอะไรผม ถูกผมพูดใส่เป็นชุดคืนเสียก่อน ฮ่า ฮ่า ฮ่า (หัวเราะ)
"เดี๋ยวพี่เข้าไปส่งข้างในนะ ก๊อปจะได้ไม่ต้องเดิน" พี่เขาพูดจบก็ขับบิ๊กไบค์เข้าโรงเรียนโดยที่ผมไม่ทันได้ปฏิเสธอะไรสักคำ
เอ๊ะ!! นิสัยแบบนี้มันเหมือนใครวะ อ๋อ!! เหมือนกรูนี่เอง...จิ๊บหายละ!!
รถบิ๊กไบค์คันโตค่อยๆ เข้าสู่ตัวโรงเรียนสหศึกษาที่มีชื่อเสียงระดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ อาคารเรียนน้อยใหญ่ถูกปลูกสร้างเรียงรายอย่างเป็นระเบียบตามมาตรฐานสากล ISO 9010 เฮ้ย!! ไม่ใช่แหละ
ผมยกแขนดูนาฬิกาขึ้นดูเหลืออีก 10 นาทีจะแปดโมงพอดี ผมคอยชี้ทางให้พี่เขาไปยังจุดที่ผมกับเพื่อนๆ นั่งประจำคือใต้ต้นมะขามที่มีอายุราวๆ 80 ปีเห็นจะได้ ใต้ต้นมะขามนั้นก็มีโต๊ะม้าหินอ่อนจัดตั้งเรียงเป็นแถวรอบต้นมะขาม ซึ่งม้าหินอ่อนที่ผมนั่งนั้นจะมีความพิเศษอยู่คือ จะมีนามสกุลของผมสลักไว้กลางโต๊ะขนาดเท่าเหรียญบาท ถ้าไม่สังเกตก็ไม่เห็นนะครับ ปี๊เล่าว่าเห็นมันถูกสลักไว้ตั้งแต่รุ่นที่ปี๊เรียนแล้ว โดยไม่มีประวัติว่าใครเป็นคนสลักไว้
บรรยากาศขณะนั้นกลุ่มนักเรียนก็นั่งคุยกันเป็นกลุ่มๆ ตามม้าหินอ่อนตัวประจำของพวกเขา เมื่อรถบิ๊กไบค์คันโตเสียงดังค่อยๆ วิ่งผ่าน สาวๆ นักเรียนทั้งแท้และเทียมต่างส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดไม่ขาดสายตลอดทางไปยังม้าหินอ่อนตัวประจำที่กลุ่มผมนั่ง ลองคิดภาพตามดูนะครับว่าหนุ่มชุดหนัง ใส่หมวกกันน็อกนั่งค่อมบิ๊กไบค์คันโตทุกอย่างเป็นสีดำหมดมันจะดูคลาสสิกและเท่ห์ขนาดไหน แล้วยังมีหนุ่มน้อยตัวเล็กในชุดนักเรียนสีขาวกางเกงสีน้ำเงินขาสั้น ผมสีน้ำตาลทองส่งผลให้ใบหน้าดูกระจ่างขาวใสมากขึ้น ทั้งที่เป็นคนผิวขาวอยู่แล้ว ตาสีน้ำตาลอ่อน ขนตายาวเรียงเป็นแพรสวยสีดำขลับ จมูกโด่งเป็นสันสไตล์ลูกครึ่งเกาหลี ปากรูปกระจับดูจิ้มลิ้มสีชมพูระเรื่อ พวงแก้มมีเลือดฝาดดูสดใสและมีโครงหน้าสวยหวานเกินความเป็นชายอย่างผมนั่งซ้อนท้ายอยู่ มีหรอจะไม่กรี๊ดตาม เอ๊ะ!! คนที่ผมบรรยายเมื่อกี้ผมเองใช่มั๊ย!! ไม่นะ.. ไม่...ผมออกจะดูหล่อมาดแมนแฮนด์ซั่มจะตาย (ใครบอกกรูวะ??)
เมื่อถึงที่หมายก็โต๊ะม้าหินอ่อนแหละครับ รถบิ๊กไบค์หยุดจอดข้างฟุตบาทที่กลุ่มเพื่อนผมนั่งเล่นกันอยู่อย่างสนุกสนาน
"เชี้ย!! ก๊อปมาแล้วโว้ยย เฮ้ย!!???"
ทุกคนในโต๊ะต่างพากันงง มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ผมก็ค่อยๆ ลงจากบิ๊กไบค์คันโตอย่างระวังเต็มที่ เพราะกลัวตก ‘รถเชี้ยอะไรวะแม่งโคตรสูงเลย’ ผมพึมพำกับตัวเองในใจตามเคย จังหวะนั้นขาอันสั้นของผมดันไปเกี่ยวกับเหล็กที่จับตรงเบาะท้ายเจ้าบิ๊กไบค์เข้า…
"เฮ้ยระวัง!!" เสียงไอ้เชี้ยเก่งร้องอุทานขึ้นซะดังลั่นพลอยทำให้ได้ยินเสียงสาวๆ ร้องอุทานไปตามๆ กัน
"เป็นไรมั๊ย เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ..."
พี่เขาถามขึ้นขณะที่ผมหลับตาปี๋ คิดว่าหัวแตกชัวร์ ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นภาพที่ปรากฏตรงหน้าผมกลับเป็นใบหน้าชายหนุ่มรูปหล่อ แววตาอ่อนโยนส่งมายังผมจนรับรู้ได้ถึงความเป็นห่วง ผมเหมือนตกอยู่ในภวังค์ชั่วขณะซึ่งใบหน้านั้นอยู่ห่างจากหน้าผมแค่คืบแล้วผมก็ได้สติกลับคืนเพราะ...
กรี๊ด...กรี๊ด...
“น่ารักจังเลย...”
“จะจูบกันแล้ว..."
เสียงสาวๆ ต่างพากันส่งเสียงกรี๊ดจนผมได้สติคืนมา ก็พบว่าร่างของผมอยู่บนตักพี่เขาโดยมีแขนและมือใหญ่คอยประคองให้ส่วนหัวเชิดขึ้นจนหน้าจะติดกับหน้าพี่เขาแล้ว ที่สำคัญพี่เขายังไม่ได้ลงจากเจ้าบิ๊กไบค์เลย แปลว่าผมถูกพี่เขาคว้าตัวมาอุ้มตอนจะหน้าทิ่มจากรถคันนี้ใช่มั๊ย!! พี่เขาทำได้ไงอ่ะตัวผมเล็กขนาดนั้นเลยเหรอ
"เอ่อ...เอ่อ...ไม่เป็นไร คะ...ครับ..."
ทำไมมันรู้สึกแปลกๆ วะ?? ผมถามกับตัวเองอีกครั้งก่อนจะรีบบอกพี่เขาให้วางผมลง
"พี่วางผมลงเถอะ...ครับ... ผมไม่ได้เป็น..อะ...ไรแล้ว...คะ...ครับ..." ผมกลายเป็นคนติดอ่างไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย
"โอเค ไหวนะครับ?" พี่เขาเอ่ยถามอย่างห่วงใยยิ่งทำให้ผมรู้สึกแปลกในความรู้สึกมากขึ้นไปอีก
"ครับ" ผมตอบด้วยความรู้สึกคล้ายอาการเขินตรับ แต่ไม่รู้ว่าเป็นอาการเขินหรือเปล่า ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
"ทำไมตัวก๊อปเบาจัง เบามาก แบบนี้พี่อุ้มสบายเลย" พี่เขาพูดพลางค่อยๆ ประคองผมลงยืนกับพื้นพร้อมกับส่งยิ้มออกแนวเจ้าเล่ห์ให้ผม
"ขอบคุณนะครับพี่ที่ช่วยก๊อปไว้ สองรอบแหละ แฮ่ๆ" ผมขอบคุณพลางหัวเราะแก้เขิน นี่เก็บอาการสุดๆ แล้วนะ เกิดมาไม่เคยเขินจริงจังแบบนี้สักที
"ไม่เป็นไรหรอกครับพี่ยินดีช่วย"
พี่เขาพูดไปยิ้มไปอย่างมีความสุข เฮ้อ คิดว่าผมมีความสุขด้วยมั๊ย สาวๆ มองกันเต็มไปหมดแล้วไอ้ก๊อป ดีกรีหนุ่มหน้าหวานที่สาวๆ ต่างคลั่งไคล้กัน พวกเขาจะคิดกันยังไงครับเนี่ย
'เหอะ...คงจะได้อุ้มไอ้ก๊อปอีกหร๊อกพี่เอ๊ยย!!! นี่จะตกรถเฉยๆ นะ' ผมคิดในใจด้วยอารมณ์ฉุน พอหันมาทางเพื่อนเชี้ยทั้งสองคนก็ยืนเอ๋อแดกอยู่ครับ ผมเลยต้องเข้าไปตบกบาลมันคนละทีเพื่อเรียกสติ
คุณอาจจะชอบ





