ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย The Rider สิงห์นักบิดพิชิตใจนายหน้าหวาน

The Rider สิงห์นักบิดพิชิตใจนายหน้าหวาน

เมื่อความสูญเสียกัดกินใจ 'เมฆ' สิงห์นักบิดผู้ยึดมั่นในนิยามว่ารักคือการให้ กลับได้พบกับ 'ก๊อป' เด็กหนุ่มผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายน้องชายที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับ โชคชะตาขีดเขียนให้เขาอยากดูแลอีกฝ่ายเพื่อทดแทนความคะนึงหา ทว่าความผูกพันที่ตั้งมั่นในฐานะพี่น้องกลับพังทลายลงเพียงเพราะอารมณ์ชั่ววูบที่เปลี่ยนความปรารถนาดีให้กลายเป็นรอยแค้นและความเกลียดชัง เมฆจะจัดการกับความรู้สึกที่บิดเบี้ยวนี้อย่างไร เมื่อความสัมพันธ์ที่วาดหวังไว้กลับไม่เป็นอย่างที่คิด
ตอน
แชร์

ตอน 3

"เปล่าครับอาจารย์ ผมไม่เป็นอะไรจริงๆ ครับ ผมเพิ่งตื่นเฉยๆ พอดีลมมันเย็นรถนั่งสบายเลยเผลอหลับไปครับ ผมเข้าโรงเรียนก่อนนะครับ..." อาจารย์ไม่ทันได้ตอบอะไรผม ถูกผมพูดใส่เป็นชุดคืนเสียก่อน ฮ่า ฮ่า ฮ่า (หัวเราะ)

"เดี๋ยวพี่เข้าไปส่งข้างในนะ ก๊อปจะได้ไม่ต้องเดิน" พี่เขาพูดจบก็ขับบิ๊กไบค์เข้าโรงเรียนโดยที่ผมไม่ทันได้ปฏิเสธอะไรสักคำ

เอ๊ะ!! นิสัยแบบนี้มันเหมือนใครวะ อ๋อ!! เหมือนกรูนี่เอง...จิ๊บหายละ!!

รถบิ๊กไบค์คันโตค่อยๆ เข้าสู่ตัวโรงเรียนสหศึกษาที่มีชื่อเสียงระดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ อาคารเรียนน้อยใหญ่ถูกปลูกสร้างเรียงรายอย่างเป็นระเบียบตามมาตรฐานสากล ISO 9010 เฮ้ย!! ไม่ใช่แหละ

ผมยกแขนดูนาฬิกาขึ้นดูเหลืออีก 10 นาทีจะแปดโมงพอดี ผมคอยชี้ทางให้พี่เขาไปยังจุดที่ผมกับเพื่อนๆ นั่งประจำคือใต้ต้นมะขามที่มีอายุราวๆ 80 ปีเห็นจะได้ ใต้ต้นมะขามนั้นก็มีโต๊ะม้าหินอ่อนจัดตั้งเรียงเป็นแถวรอบต้นมะขาม ซึ่งม้าหินอ่อนที่ผมนั่งนั้นจะมีความพิเศษอยู่คือ จะมีนามสกุลของผมสลักไว้กลางโต๊ะขนาดเท่าเหรียญบาท ถ้าไม่สังเกตก็ไม่เห็นนะครับ ปี๊เล่าว่าเห็นมันถูกสลักไว้ตั้งแต่รุ่นที่ปี๊เรียนแล้ว โดยไม่มีประวัติว่าใครเป็นคนสลักไว้

บรรยากาศขณะนั้นกลุ่มนักเรียนก็นั่งคุยกันเป็นกลุ่มๆ ตามม้าหินอ่อนตัวประจำของพวกเขา เมื่อรถบิ๊กไบค์คันโตเสียงดังค่อยๆ วิ่งผ่าน สาวๆ นักเรียนทั้งแท้และเทียมต่างส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดไม่ขาดสายตลอดทางไปยังม้าหินอ่อนตัวประจำที่กลุ่มผมนั่ง ลองคิดภาพตามดูนะครับว่าหนุ่มชุดหนัง ใส่หมวกกันน็อกนั่งค่อมบิ๊กไบค์คันโตทุกอย่างเป็นสีดำหมดมันจะดูคลาสสิกและเท่ห์ขนาดไหน แล้วยังมีหนุ่มน้อยตัวเล็กในชุดนักเรียนสีขาวกางเกงสีน้ำเงินขาสั้น ผมสีน้ำตาลทองส่งผลให้ใบหน้าดูกระจ่างขาวใสมากขึ้น ทั้งที่เป็นคนผิวขาวอยู่แล้ว ตาสีน้ำตาลอ่อน ขนตายาวเรียงเป็นแพรสวยสีดำขลับ จมูกโด่งเป็นสันสไตล์ลูกครึ่งเกาหลี ปากรูปกระจับดูจิ้มลิ้มสีชมพูระเรื่อ พวงแก้มมีเลือดฝาดดูสดใสและมีโครงหน้าสวยหวานเกินความเป็นชายอย่างผมนั่งซ้อนท้ายอยู่ มีหรอจะไม่กรี๊ดตาม เอ๊ะ!! คนที่ผมบรรยายเมื่อกี้ผมเองใช่มั๊ย!! ไม่นะ.. ไม่...ผมออกจะดูหล่อมาดแมนแฮนด์ซั่มจะตาย (ใครบอกกรูวะ??)

เมื่อถึงที่หมายก็โต๊ะม้าหินอ่อนแหละครับ รถบิ๊กไบค์หยุดจอดข้างฟุตบาทที่กลุ่มเพื่อนผมนั่งเล่นกันอยู่อย่างสนุกสนาน

"เชี้ย!! ก๊อปมาแล้วโว้ยย เฮ้ย!!???"

ทุกคนในโต๊ะต่างพากันงง มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ผมก็ค่อยๆ ลงจากบิ๊กไบค์คันโตอย่างระวังเต็มที่ เพราะกลัวตก ‘รถเชี้ยอะไรวะแม่งโคตรสูงเลย’ ผมพึมพำกับตัวเองในใจตามเคย จังหวะนั้นขาอันสั้นของผมดันไปเกี่ยวกับเหล็กที่จับตรงเบาะท้ายเจ้าบิ๊กไบค์เข้า…

"เฮ้ยระวัง!!" เสียงไอ้เชี้ยเก่งร้องอุทานขึ้นซะดังลั่นพลอยทำให้ได้ยินเสียงสาวๆ ร้องอุทานไปตามๆ กัน

"เป็นไรมั๊ย เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ..."

พี่เขาถามขึ้นขณะที่ผมหลับตาปี๋ คิดว่าหัวแตกชัวร์ ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นภาพที่ปรากฏตรงหน้าผมกลับเป็นใบหน้าชายหนุ่มรูปหล่อ แววตาอ่อนโยนส่งมายังผมจนรับรู้ได้ถึงความเป็นห่วง ผมเหมือนตกอยู่ในภวังค์ชั่วขณะซึ่งใบหน้านั้นอยู่ห่างจากหน้าผมแค่คืบแล้วผมก็ได้สติกลับคืนเพราะ...

กรี๊ด...กรี๊ด...

“น่ารักจังเลย...”

“จะจูบกันแล้ว..."

เสียงสาวๆ ต่างพากันส่งเสียงกรี๊ดจนผมได้สติคืนมา ก็พบว่าร่างของผมอยู่บนตักพี่เขาโดยมีแขนและมือใหญ่คอยประคองให้ส่วนหัวเชิดขึ้นจนหน้าจะติดกับหน้าพี่เขาแล้ว ที่สำคัญพี่เขายังไม่ได้ลงจากเจ้าบิ๊กไบค์เลย แปลว่าผมถูกพี่เขาคว้าตัวมาอุ้มตอนจะหน้าทิ่มจากรถคันนี้ใช่มั๊ย!! พี่เขาทำได้ไงอ่ะตัวผมเล็กขนาดนั้นเลยเหรอ

"เอ่อ...เอ่อ...ไม่เป็นไร คะ...ครับ..."

ทำไมมันรู้สึกแปลกๆ วะ?? ผมถามกับตัวเองอีกครั้งก่อนจะรีบบอกพี่เขาให้วางผมลง

"พี่วางผมลงเถอะ...ครับ... ผมไม่ได้เป็น..อะ...ไรแล้ว...คะ...ครับ..." ผมกลายเป็นคนติดอ่างไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย

"โอเค ไหวนะครับ?" พี่เขาเอ่ยถามอย่างห่วงใยยิ่งทำให้ผมรู้สึกแปลกในความรู้สึกมากขึ้นไปอีก

"ครับ" ผมตอบด้วยความรู้สึกคล้ายอาการเขินตรับ แต่ไม่รู้ว่าเป็นอาการเขินหรือเปล่า ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน

"ทำไมตัวก๊อปเบาจัง เบามาก แบบนี้พี่อุ้มสบายเลย" พี่เขาพูดพลางค่อยๆ ประคองผมลงยืนกับพื้นพร้อมกับส่งยิ้มออกแนวเจ้าเล่ห์ให้ผม

"ขอบคุณนะครับพี่ที่ช่วยก๊อปไว้ สองรอบแหละ แฮ่ๆ" ผมขอบคุณพลางหัวเราะแก้เขิน นี่เก็บอาการสุดๆ แล้วนะ เกิดมาไม่เคยเขินจริงจังแบบนี้สักที

"ไม่เป็นไรหรอกครับพี่ยินดีช่วย"

พี่เขาพูดไปยิ้มไปอย่างมีความสุข เฮ้อ คิดว่าผมมีความสุขด้วยมั๊ย สาวๆ มองกันเต็มไปหมดแล้วไอ้ก๊อป ดีกรีหนุ่มหน้าหวานที่สาวๆ ต่างคลั่งไคล้กัน พวกเขาจะคิดกันยังไงครับเนี่ย

'เหอะ...คงจะได้อุ้มไอ้ก๊อปอีกหร๊อกพี่เอ๊ยย!!! นี่จะตกรถเฉยๆ นะ' ผมคิดในใจด้วยอารมณ์ฉุน พอหันมาทางเพื่อนเชี้ยทั้งสองคนก็ยืนเอ๋อแดกอยู่ครับ ผมเลยต้องเข้าไปตบกบาลมันคนละทีเพื่อเรียกสติ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96JPC” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96JPC
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทวิลีลาวดี (พีเรียดวาย)
8.3
เมื่อชายหนุ่มผู้รักความสันโดษหลงยุคกลับไปในสมัยรัชกาลที่ ๕ ท่ามกลางเสียงดนตรีไทยและบรรยากาศย้อนยุค เขาได้พบรักกับชายหนุ่มรูปงามที่ทำให้หัวใจสั่นไหว แต่สถานะคนต่างโลกกลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่มาพร้อมความลับของดอกลั่นทมซึ่งเป็นกุญแจสำคัญ เขาต้องเลือกระหว่างการหาทางกลับสู่โลกปัจจุบันที่จากมา หรือจะยอมละทิ้งทุกอย่างเพื่อครองคู่กับรักแท้ที่เฝ้ารอมานานแสนนานในอดีตแห่งนี้ มาร่วมลุ้นไปกับบทสรุปของความรักข้ามภพที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ
หน้าปกนวนิยาย ยื่นมือมาผมจะพาลงจากคาน
9.5
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นขึ้นอย่างร้อนแรงระหว่างเธอกับเขา แม้ว่าชายหนุ่มคนนี้จะห่างไกลจากคำว่าผู้ชายในอุดมคติที่เธอเคยใฝ่ฝันไว้ทุกประการ แต่เขากลับมีเสน่ห์เหลือร้ายที่ทำให้เธอไม่อาจต้านทานได้ โดยเฉพาะยามที่อยู่บนเตียงด้วยกัน ทักษะเรื่องบนเตียงของเขานั้นยอดเยี่ยมและเร้าใจจนเธอไม่เคยต้องพบกับความผิดหวังแม้แต่ครั้งเดียว เรื่องราวความรักที่ขับเคลื่อนด้วยความปรารถนาทางกายจะลงเอยอย่างไร เมื่อเสน่ห์ทางเพศกลายเป็นจุดดึงดูดเพียงหนึ่งเดียว
หน้าปกนวนิยาย ถูกอัลฟ่าของฉันปฏิเสธ แต่ถูกมงกุฎของฉันทวงคืน
8.4
อัลฟ่าธามคู่แท้ของฉันเลือกฉลองให้ลูกของลิตา หมาป่าไร้ฝูง โดยเมินเฉยต่อฉันที่กำลังตั้งครรภ์ทายาทตัวจริงได้สี่เดือน เมื่อลิตาจัดฉากว่าถูกฉันทำร้าย ธามกลับใช้พลังอัลฟ่าขับไล่ฉันอย่างทารุณ ต่อมาเธอลงมือทำร้ายฉันจนเลือดออกหวังปลิดชีพลูกในครรภ์ พร้อมป้ายความผิดว่าฉันจะฆ่าลูกเธอ ธามเลือกช่วยลูกของลิตาและทิ้งฉันให้นอนรอความตายอย่างไม่ใยดี แต่ความลับสำคัญกำลังจะถูกเปิดเผย เมื่อครอบครัวของฉันมารอรับโอเมก้าที่เขาตราหน้าว่าไร้ค่า แท้จริงแล้วคือเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์จากฝูงที่ทรงอำนาจที่สุด
หน้าปกนวนิยาย ความรักหลายปีสุดท้ายกลายเป็นความเกลียดชัง
9.2
เมื่อเสียวจิ่งเหิงรู้ตัวว่าเหลือเวลาเพียงเจ็ดวันสุดท้ายของชีวิต เขาจึงอ้อนวอนขอโอกาสจากฉินจั่วเพื่อแก้ไขความผิดพลาดในอดีต ก่อนหน้านี้เขาเคยสารภาพอย่างเลือดเย็นว่ารักเพียงยวี่โหรวและไม่ต้องการฝืนใจอยู่กินกับเธออีกต่อไป เขาบีบให้เธอเซ็นใบหย่าเพื่อไปใช้ชีวิตตามใจชอบโดยไม่สนลูกเมีย แต่ในท้ายที่สุด ชายที่เคยทอดทิ้งครอบครัวอย่างไม่ใยดีกลับเป็นฝ่ายที่ต้องหลั่งน้ำตาอ้อนวอนขอความรักและความเมตตาให้กลับมาคืนดีกันอีกครั้งในวาระสุดท้าย
หน้าปกนวนิยาย สาปบุตรซาตาน
8.2
โจชัว โจนส์ ทายาทนอกสมรสของเอิร์ลผู้มั่งคั่งในอังกฤษ จำต้องแบกรับภาระตระกูลหลังไร้ผู้สืบทอดคนอื่น ทว่ามรดกนี้กลับมาพร้อมพันธะบาปและคำสาปร้ายที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น เขาต้องเผชิญกับชะตากรรมอันดำมืดในคฤหาสน์เก่าแก่ที่เต็มไปด้วยปริศนา โดยมีออแลนโด้ ลอว์เรนซ์ คอยช่วยเหลือเพื่อคลี่คลายความลับก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป ท่ามกลางอันตรายจากทูตแห่งอาถรรพ์ สายสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างทั้งคู่ก็ได้เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบภายใต้เงามืดที่คุกคามชีวิต
หน้าปกนวนิยาย เพื่อแก้แค้นให้คนรัก สามีถ่ายคลิปฉันเก็บไว้
9.2
《เพื่อแก้แค้นให้คนรัก สามีถ่ายคลิปฉันเก็บไว้》ถ่ายทอดเรื่องราวของหญิงสาวผู้เป็นเจ้าหญิงแห่งเผ่าที่ทุกคนมองว่าเย่อหยิ่งและสมบูรณ์แบบ เธอเติบโตมาพร้อมสถานะสูงส่งและความคาดหวังจากสังคม แต่ภายในใจกลับมีความลับที่ไม่อาจเปิดเผยได้ เธอแอบหลงรักคนรักเก่าของพี่สาว ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ผิดทั้งศีลธรรมและสถานะ จนกระทั่งความสัมพันธ์นั้นนำพาเธอไปสู่จุดที่ไม่อาจย้อนกลับ ในเงามืดของความลับ เธอพลาดพลั้งเข้าสู่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับวอล์คลี่ อัลฟาผู้ทรงอำนาจและเย็นชา ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้เกิดจากความรักที่บริสุทธิ์ แต่เป็นการดึงดูดที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน การครอบครอง และความไม่สมดุลทางอำนาจ เขาไม่เพียงอยู่เคียงข้างเธอ แต่ยังควบคุมทุกช่วงชีวิตของเธออย่างแนบเนียน พร้อมเก็บบันทึกทุกช่วงเวลาที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาไว้เป็นความลับ สำหรับเธอ สิ่งเหล่านั้นคือความสับสนและความรู้สึกผิดปนเปกันไป แต่สำหรับเขา มันคือหลักฐานของความผูกพันที่ไม่อาจปฏิเสธได้ และเป็นสิ่งที่ผูกมัดเธอไว้กับเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้เธอจะพยายามถอยหนี แต่ทุกครั้งกลับยิ่งถูกดึงกลับเข้าสู่โลกของเขาอย่างช้า ๆ เมื่อความจริงเริ่มสั่นคลอน เธอพบว่าความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องส่วนตัว แต่เกี่ยวพันกับความลับของเผ่า การหักหลังในอดีต และความแค้นที่ถูกซ่อนเอาไว้เบื้องหลังความรักที่บิดเบี้ยว ความรู้สึกของเธอค่อย ๆ ถูกทดสอบระหว่างการหลบหนีและการยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกัน โลกภายนอกเริ่มสั่นคลอนเมื่อความสัมพันธ์ของเธอกับวอล์คลี่ถูกตั้งคำถาม และความจริงบางอย่างที่ไม่ควรถูกเปิดเผยกำลังใกล้จะถูกเปิดโปง ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากความผิดพลาดจึงค่อย ๆ กลายเป็นพันธนาการที่แน่นขึ้นเรื่อย ๆ เธอจึงต้องเผชิญหน้ากับคำถามสำคัญที่สุดในชีวิต—ระหว่างอิสระกับพันธะ ระหว่างความรักกับการควบคุม และระหว่างอดีตที่เธอไม่อาจลืม กับอนาคตที่เธอไม่อาจหลีกหนีได้อีกต่อไป。