ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ภรรยามหาเศรษฐี

ภรรยามหาเศรษฐี

ตลอดสามปีที่แต่งงาน เจียงซุ่ยทุ่มเทปรนนิบัติยู่จินเฉินในฐานะแม่บ้านที่สมบูรณ์แบบ แต่เธอก็ไม่เคยได้ใจเขาเลย เธอจึงตัดสินใจหย่าเพื่อให้เขาไปหาคนรักที่แท้จริง ท่ามกลางเสียงดูแคลนจากสังคมไฮโซที่รอดูจุดตกต่ำของเธอ เจียงซุ่ยกลับประกาศว่าเธอจะกลับไปรับมรดกพันล้านที่บ้าน ซึ่งไม่มีใครเชื่อจนกระทั่งเธอปรากฏตัวในฐานะมหาเศรษฐีหญิงที่รวยที่สุดในโลก เมื่อได้พบกันอีกครั้งในสถานะที่ต่างกัน ยู่จินเฉินผู้เย็นชาจึงพยายามตามง้อขอคืนดีท่ามกลางชายหนุ่มโปรไฟล์ดีที่ห้อมล้อมเธอ
ตอน
แชร์

ตอน 2

เมื่อยู่จินเฉินเห็นเจียงซุ่ยเดินเข้ามา เขาก็ขมวดคิ้วแน่น

ใบหน้าของเขายังคงหล่อเหลาราวกับเทพแห่งดวงอาทิตย์ที่เพิ่งจะก้าวออกมาจากภาพวาดสีน้ำมันของกรีกโบราณอย่างไรอย่างนั้น แต่เวลานี้ เจียงซุ่ยกลับไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวกับเขาอีกแล้ว

“ยู่จินเฉิน คุณจะใช้ไตของใครช่วยเสิ่นเมิ่งหนิง ของฉันงั้นเหรอ?”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของยู่จินเฉินก็ดูคร่ำเครียดขึ้นมาทันที

เสิ่นเมิ่งหนิงที่อยู่บนเตียงผู้ป่วยด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว เริ่มมีเลือดสูบฉีดขึ้นมาในทันใด เธอชิงพูดขึ้นมาด้วยความประหลาดใจก่อนว่า “เมื่อกี้นี้ตอนที่ฉันได้ยินจินเฉินบอกว่าเขาหาไตได้แล้ว ฉันยังไม่อยากจะเชื่อเลย ที่แท้เป็นของคุณเองเหรอเนี่ย คุณเจียง คุณเต็มใจที่จะบริจาคไตให้ฉันไหมคะ?”

“ฉันไม่เต็มใจ” เจียงซุ่ยเปิดโปงแผนการของเธอ “แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งนะ คุณควรจะเรียกฉันว่าคุณหญิงยู่มากกว่า”

เสิ่นเมิ่งหนิงชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นเธอก็ไอออกมาอย่างรุนแรง หายใจหอบ เหมือนกับว่าเธอกำลังจะเป็นลม

สีหน้าของยู่จินเฉินเปลี่ยนไปในทันที เขาตะคอกขึ้นมาเสียงดุดันว่า “พอได้แล้วเจียงซุ่ย เมิ่งหนิงไม่สามารถถูกกระตุ้นอะไรได้ในตอนนี้!”

เมื่อเห็นท่าทางของเขาที่ดูเป็นห่วงเป็นใยเซินเมิ่งหนิงมากขนาดนี้ เจียงซุ่ยก็สตั้นอยู่กับที่ ในใจของเธอตอนนี้มีเพียงความรู้สึกหนาวเหน็บที่เกินจะบรรยาย

ดูเหมือนว่า เพื่อช่วยเสิ่นเมิ่งหนิง เขาพร้อมที่จะทำทุกอย่างเลยนะ

เจียงซุ่ยที่ดวงตาแดงก่ำ เงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างดื้อดึง “คุณอยากจะช่วยเธอ แล้วฉันล่ะ?”

เมื่อยู่จินเฉินเห็นท่าทางที่ดูอ่อนแอของเธอ เขาก็ตกตะลึงไปเล็กน้อบ ตอนที่เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วเสียงที่อู้อี้ของเสิ่นเมิ่งหนิงก็ดังมาจากด้านหลัง “จินเฉิน ฉันเจ็บมาก.......”

จากนั้น เสิ่นเมิ่งหนิงก็หมดสติไป ไม่ขยับเขยื้อนใด ๆ

สีหน้าของยู่จินเฉินจึงเปลี่ยนไปในทันที เขารีบกลับไปที่ข้างเตียงของเสิ่นเมิ่งหนิง

เจียงซุ่ยทำเสียง “เหอะ” ออกมาอย่างขมขื่น จากนั้นก็หันหลังกลับ เตรียมจะเดินออกไปข้างนอก ยู่จินเฉินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่เขาก็ยังกัดฟัน สั่งบอดี้การ์ดที่ประตูขึ้นมาว่า “ขวางคุณผู้หญิงเอาไว้ แล้วก็ให้หมอเตรียมพร้อมสำหรับการผ่าตัดเดี๋ยวนี้เลย!”

จากนั้น เขาก็หันกลับไปมองยังเสิ่นเมิ่งหนิงที่เป็นลมหมดสติอยู่ ความกังวลในใจของเขาตอนนี้เกินคำบรรยายจริง ๆ

ดวงตาคู่นั้นของเจียงซุ่ยเบิกโตกว้างอย่างเหลือเชื่อ

ยู่จินเฉิน ทำแบบนี้... หมายความว่าต้องการจะบังคับเอาไตของเธอไปให้ได้อย่างนั้นเหรอ?

นี่เป็นการแต่งงานที่เธอพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อจะรักษาไว้ให้ได้มาเป็นเวลาสามปี

ซึ่งในช่วงเวลาสามปีที่ผ่านมา ความทุ่มเททั้งหมด ความอดกลั้นทั้งหมด และความคาดหวังทั้งหมดของเธอ กลายเป็นเพียงแค่เรื่องตลกในตอนนี้เท่านั้น

เมื่อเห็นบอดี้การ์ดกรูกันเข้ามา จะมาจับเธอ เจียงซุ่ยก็ปัดมือพวกเขาออกอย่างใจเย็น แล้วก็เดินไปที่เตียงทีละก้าว

“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ไปไหนหรอก”

ภายใต้สายตาสงสัยของทุกคน เจียงซุ่ยยกมือขึ้น แล้วก็ตบหน้าอันบอบบางนั้นของเสิ่นเมิ่งหนิงอย่างแรง

จนเกิดเสียง “เพี๊ยะ” ดังขึ้นมา

เสียงตบของเธอดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้องผู้ป่วย

“เจียงซุ่ย นี่เธอทำอะไรน่ะ!”

สีหน้าของยู่จินเฉินดูดุดันมาก เขารีบคว้ามือของเจียงซุ่ยไว้ทันที

ด้านหลังเขา เสิ่นเมิ่งหนิงที่เมื่อกี้นี้ยังนอนไม่ได้สติอยู่ ตอนนี้กลับลืมตาขึ้นมาอย่างกะทันหัน เอามือกุมหน้าตัวเองไว้ พร้อมกับมองไปที่เจียงซุ่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อ “นี่คุณ... กล้าดียังไงมาตบฉันฮะ!”

ด้วยความที่เธอขยับมากเกินไปเพราะความตื่นตระหนก ผ้าห่มสีขาวที่อยู่บนตัวของเธอจึงหลุดออก หัวเข็มสำหรับให้น้ำเกลือจึงเลื่อนหลุดออกมาพร้อมกันหมด

หากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่า หัวเข็มเพียงแค่ติดเอาไว้ตรงขอบ ๆ เพียงเล็กน้อยเท่นั้น ไม่ได้สอดเข้าไปในร่างกายเลยสักนิด!

ทุกคนต่างก็มองออกมา มันมีพิรุธบางอย่าง!

ยู่จินเฉินสตั้นอยู่ที่เดิม หลังจากที่เขาตั้งตัวกลับมาได้ เขาก็ถามเสิ่นเมิ่งหนิงด้วยน้ำเสียงที่เอาเรื่องว่า “นี่มันอะไรกัน?”

เสิ่นเมิ่งหนิงหน้าซีด รีบอธิบายว่า “ฉัน... ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน หมออาจจะใส่ไว้ไม่เรียบร้อย...”

เจียงซุ่ยพูดด้วยรอยยิ้มที่เย้ยหยันขึ้นมาว่า “แต่ฉันคิดว่าคุณไม่ได้ป่วยมากกว่านะ นี่ถึงขนาดจะทำให้ฉันต้องสูญเสียไตเลยเหรอ เสิ่นเมิ่งหนิง แผนการของคุณนี่ยอดเยี่ยมสุด ๆ ไปเลยนะ!”

“คุณกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไร!” เสิ่นเมิ่งหนิงมองไปที่ยู่จินเฉินด้วยความตื่นตระหนก “จินเฉิน คุณต้องเชื่อฉันนะ! คุณก็รู้ว่าร่างกายของฉันไม่แข็งแรง!”

ยู่จินเฉินมองเธอด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม ทำให้เสิ่นเมิ่งหนิงตกใจจนตัวสั่น จากนั้นเขาก็เปลี่ยนจุดโฟกัสไปที่เจียงซุ่ยแทน

“ผมจะไปสืบความจริงมาให้มันชัดเจน แล้วก็จะแจ้งให้คุณทราบอีกที ผมจะชดเชยให้คุณทุกอย่าง เท่าที่คุณต้องการ”

เจียงซุ่ยมองดูชายที่เธอเคยรักอย่างสุดซึ้ง แต่ในใจของเธอกลับไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวอะไรอีกแล้ว

ของบางอย่าง ตอนที่เธอตั้งหน้าตั้งตารอคอยด้วยความคาดหวัง ผู้ชายคนนี้กลับไม่เคยที่จะทำอะไรให้เธอเลยสักนิดเดียว แต่ตอนนี้สิ่งที่เขาบอกจะชดเชยให้เธอ สำหรับเธอแล้ว มันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากขยะที่ไร้ค่าหรอก

เจียงซุ่ยพูดขึ้นมาด้วยความเย้ยหยันว่า “ไม่จำเป็นหรอก ฉันไม่ได้ต้องการอะไรทั้งนั้น ฉันแค่ต้องการหย่ากับคุณ!”

ยู่จินเฉินมองเธอด้วยความประหลาดใจ

เป็นครั้งแรกในรอบสามปี ที่เขาเห็นภรรยาคนนี้อยู่ในสายตา

แต่เจียงซุ่ยกลับไม่ได้สนใจมันอีกแล้ว เธอหันหลังกลับ แล้วก็จากไปโดยไม่หันมามองอีกเลย

ทันทีที่เดินออกจากโรงพยาบาลไป ร่างกายของเจียงซุ่ยก็โซเซไปมา

ที่เธอโต้กลับเขาไปเมื่อกี้นี้ได้ เพราะเธอฝืนทำตัวเป็นเข้มแข็ง ตอนนี้เธอจึงหมดเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีแล้ว

เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดโทรออก

หลังจากนั้นไม่นาน รถลินคอล์นสีดำก็มาหยุดอยู่หน้าเจียงซุ่ย แล้วชายรูปงามใส่ชุดสูทคนหนึ่งก็ลงมาจากรถ

ทันทีที่เจียงซุ่ยเห็นเขา เธอก็ทนไม่ไหวอีกแล้ว ตัวของเธอเอนไปข้างหลังทันที

ชายคนนั้นก้าวเข้ามารับตัวเธอเอาไว้ แล้วก็เอามือโอบรอบเอวเธอและอุ้มเธอขึ้นมา

เจียงซุ่ยพูดออกมาคำหนึ่งว่า “อารอง......” แล้วเธอก็หมดสติไปในอ้อมอกของชายคนนั้น

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังจากถูกแย่งงานแต่งงาน ฉันกลายเป็นน้องเขยคนเก่าของแฟน
9.2
ในวันสำคัญที่สุดของชีวิต ฉันถูกเพื่อนเก่าที่เคยรังแกแย่งงานแต่งงานไปต่อหน้าต่อตา ทว่าสามีที่ควรปกป้องกลับทิ้งฉันไปหาเธออย่างไม่ใยดี เมื่อฉันลุกขึ้นสู้เพื่อความยุติธรรม เขากลับข่มขู่และฟ้องร้องฉันจนกลายเป็นที่หัวเราะเยาะในสังคม เขาเย้ยหยันว่าฉันไม่มีวันชนะเพราะเขามีพี่เขยที่ทรงอิทธิพลคอยหนุนหลัง แต่ในวินาทีที่มืดแปดด้าน ชายผู้เป็นตำนานคนนั้นกลับโอบกอดฉันไว้พร้อมข้อเสนอที่คาดไม่ถึงว่าจะส่งพวกเขาทั้งคู่เข้าคุกเพื่อแลกกับหัวใจของฉัน
หน้าปกนวนิยาย กลรักเล่ห์การันต์
8.8
เมื่อความผิดพลาดเพียงคืนเดียวทำให้ปาลิน มิจฉาชีพสาวฝีมือดีต้องตกหลุมพรางของลูกค้าจอมปลอม เธอถูกบีบให้ทำสัญญาทาสกับชายแปลกหน้าผู้มั่งคั่ง เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของเขาที่อยากพิสูจน์ว่าเงินคือสิ่งที่บันดาลได้ทุกอย่างในโลกใบนี้ แม้เธอจะกังวลเรื่องสถานะลับๆ แต่เขากลับยืนยันว่านี่คือข้อตกลงทางธุรกิจที่ไร้ซึ่งความรักและการผูกมัด โดยเขาสามารถเลี่ยงการแต่งงานที่แสนน่าเบื่อได้ ในขณะที่เธอก็ได้รับผลประโยชน์มหาศาลเป็นการตอบแทนในฐานะคู่สัญญาเพียงคนเดียวของเขา
หน้าปกนวนิยาย นักศึกษาฝึกรักท่านประธาน
9.4
กวี ประธานหนุ่มผู้สุขุมกลับขาดสติเพราะความหึงหวงเมื่อเห็นบัวชมพู นักศึกษาฝึกงานที่เขาพึงใจสนิทสนมกับชายอื่น จนนำไปสู่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งเพียงชั่วข้ามคืน แม้บัวชมพูจะอยากหนีจากคนใจร้ายที่บงการชีวิตเธอด้วยหนี้บุญคุณของครอบครัว แต่ความอ่อนโยนที่เขามอบให้ก็ทำให้เธอเริ่มหวั่นไหว ทว่าในวันที่เธอพบว่ากำลังตั้งครรภ์ ความลับบางอย่างกลับถูกเปิดเผยจนทำลายความเชื่อใจที่มี บัวชมพูจึงต้องเลือกระหว่างการทนอยู่เพื่อทดแทนคุณหรือเดินจากไปพร้อมสายเลือดของเขาที่เขาไม่เคยเป็นที่ต้องการ
หน้าปกนวนิยาย ร่วงลงทีละขั้น: ประธานาธิบดีผู้ไม่ถือศีลตกอยู่ในความรักอันร้อนแรง
9.3
เนี่ยซือถูกจีเหิงกักขังไว้ในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความอัปยศ จนเมื่อเขาประกาศแต่งงาน เธอจึงหวังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ในงานดูตัวเธอกลับถูกประจานเรื่องอดีตอันเลวร้ายของครอบครัวและข่าวลือเสียหายจนศักดิ์ศรีป่นปี้ ทันใดนั้นจีเหิงกลับปรากฏตัวขึ้นพร้อมประกาศกร้าวว่าเธอคือผู้หญิงของเขา ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่รู้ว่าเขาทรงอิทธิพลเพียงใด เนี่ยซือได้แต่สงสัยว่าเหตุใดชายที่ควรจะเข้าพิธีวิวาห์ในวันนี้ถึงมาอยู่ตรงหน้าเพื่อปกป้องเธอ
หน้าปกนวนิยาย รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก
9.2
นารา หญิงสาววัยยี่สิบปีผู้ซ่อนความบอบช้ำจากการหย่าร้างของพ่อแม่ไว้ใต้รอยยิ้มสดใส เพื่อเป็นเสาหลักให้แม่และส่งน้องชายเรียนหมอ เธอจึงมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ไปหาป้าเพื่อหางานทำ จนได้พบกับภูตะวัน พ่อเลี้ยงเจ้าของไร่องุ่นและโรงงานไวน์วัยสามสิบห้าปี ผู้ครองตัวเป็นโสดและปิดตายหัวใจจากความผิดหวังในอดีตที่ถูกคนรักเก่านอกใจ ทว่าการปรากฏตัวของสาวน้อยมองโลกในแง่ดีคนนี้ กำลังจะทำให้ชีวิตที่แสนเย็นชาของนักธุรกิจหนุ่มกลับมาวุ่นวายและมีชีวิตชีวาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจจักรภัทร [เจ้านายหนุ่มหล่อ VS ลูกน้องสาวสวย)
9.2
CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต VS พนักงาน HR นอกจากแสนสวยกับแสนดีแล้วก็ ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้ ------------------------------------ ‘จักรภัทร ส่งเสริมสกุลไทย’ CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต หนุ่มผู้กลายเป็นที่ต้องการของสาวค่อนเมือง เขาจำเป็นต้องเลือกอย่างละเอียดถี่ถ้วนและระมัดระวัง เพื่อกันความผิดพลาดหรือเลิอกคนผิดนั่นเอง คติประจำใจที่เขาและนักธุรกิจหลายต่อหลายคนมีไว้ นั่นคือ 'สมภารไม่กินไก่วัด' _______ ‘มัทรี ทรัพท์สมบูรณ์’ พนักงานสาวในฝ่าย HR ผู้ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้สำหรับเลือกมาเป็นคู่ชีวิต ยกเว้นแต่ความสวยบาดใจโดยไม่ต้องแต่งแต้มมากมายนัก กับความเป็นกุลสตรีที่เธอมีครบถ้วน และเขาก็ไม่ควรจะมองข้ามจุดนี้ไป ++++++++++++++++++++++ ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ ‘ตูม!!!’ ‘พรึบ!’ “ว๊าย!!!!” ยังไม่ทันจะได้รับกระเป๋าจากมือบางด้วยซ้ำ ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงๆ ลงมาอย่างรุนแรง ตามด้วยเสียงอะไรสักอย่างระเบิดขึ้นมา เดาว่าน่าจะเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าของหมู่บ้าน แล้วไฟก็ดับพรึบลง คนตรงหน้าของเขาคงตกใจ ถึงกับร้องเสียงหลง แล้วกระโดดเข้ามากอดเขาทันที “ไม่ต้องกลัวนะครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ” และด้วยสัญชาตญาณ สองวงแขนของเขา ก็รับเอาร่างเล็กๆ มากอดแนบอกไว้เช่นกัน ตอนแรกนั้นเพราะความอยากปกป้องเพศที่อ่อนแอกว่า และกำลังต้องการที่พึ่งพิง ต่อมานั้นมีความต้องการด้านจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก็ใครจะไปอดรนทนไหว ในเมื่อมีสาวสวยมาให้กอดขนาดนี้ สองวงแขนของเขาเลยกระชับเอาไว้แนบแน่น ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ เสียงฟ้าร้อง บวกกับสายฟ้าแลบแปลบปลาบ จนเกิดแสงสว่างว้าบเป็นครั้งคราวนั้น ทำให้เขาเห็นเจ้าของใบหน้าสวย ที่ดูเหมือนจะตกอกตกใจไม่หายได้ชัดเจน สองแขนเล็กเรียวที่โอบกอดเขาอยู่นั้น ก็กระตุ้นให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นได้ไม่ยาก กลิ่นกายหอมๆ บวกกับกลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเรือนผมยาวสลวย ก็ช่วยให้เขาไม่อาจจะผละหนีไปไหนได้ ปลายคางมนของคนตกใจ เลยถูกเขาเชยขึ้นช้าๆ สายฟ้าแลบแต่ละครั้ง ทำให้เขาได้เห็นใบหน้าสวยใสได้ไม่ยาก รวมทั้งริมกระจับงาม ที่เขาทนฝืนใจไม่ให้ก้มลงไปหาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ไม่กี่วินาที เขาก็ได้ลิ้มลอง และเจ้าของก็ไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นฝ่ายเชื้อเชิญด้วย เป็นเขาเองที่โน้มใบหน้าลงไปหา ด้วยยากจะหักห้ามใจ และไม่รู้มาก่อน ว่าตัวเองปรารถนาจะลิ้มลองสองกลีบบุปผางามมากมายขนาดนี้ หลังจากที่เจ้าของกลีบเข้าไปแย่งพื้นที่สาวอื่น มีอำนาจเหนือจิตใจเขากินอาณาบริเวณมากระดับหนึ่งมานับแรมเดือน ในบรรดาสาวๆ ที่เขาคัดสรรไว้นั้น เธอคือคนแรกที่เขาเผลอตัว เผลอใจเข้าใกล้ขนาดนี้ ใช่ว่าเขาจะอ่อนประสบการณ์เรื่องรักๆ ใคร่ๆ หรือเรื่องผู้หญิง ตรงกันข้าม เขากลับช่ำชองไม่น้อย แต่เขาจะฝึกปรือกับผู้หญิงอีกประเภท ที่ซื้อหามาได้ด้วยเงิน และเงินก็จบปัญหาด้านความสัมพันธ์ต่อเนื่องได้ ส่วนผู้หญิงที่จะยกย่องให้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูกนั้น เขาจะไม่มีวันปล่อยให้อารมณ์ใคร่ เข้ามามีบทบาทเหนือเหตุผลเด็ดขาด ยกเว้นก็ครั้งนี้ จะด้วยเพราะอะไรเขาเองก็ยากจะหาข้ออ้างได้ รู้แต่ว่ากำลังเป็นสุข กับการได้ดูดดื่มเรียวกระจับงาม หอมหวานอยู่ตอนนี้ แผงอกกว้างที่มีอีกอกบดเบียดอยู่นั้น ช่างอบอุ่นเหลือเกิน แม้ด้านนอกจะมีสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง ทว่ากลับไม่รู้จักหนาวเหน็บแม้แต่นิดเดียว ความรู้สึกนี้ก็เกิดขึ้นกับเจ้าของเรียวกระจับงาม ที่กำลังยกสองแขนกอดเกี่ยวกายเขาเอาไว้ ด้วยหัวใจนั้นเต็มตื้นด้วยความตกใจระคนเป็นสุข จนไม่แน่ใจ ว่าตัวเองกำลังตื่นหรือว่าหลับฝัน ถ้าเป็นฝัน ก็คงจะเป็นฝันอันแสนหวาน ที่สาวๆ ทั้งตึก จะต้องอิจฉาแน่ ใครเลยจะคาดคิดว่าชีวิตนี้ จะได้มีห้วงเวลาที่ผู้อยู่สูงเทียมฟ้าอย่างเขา กำลังมอบจุมพิตที่แสนรัญจวนใจให้ กลิ่นกายของเขานั้นช่างหอมเฉพาะตัว แผงอกของเขานั้น ช่างอบอุ่นราวกับมีผ้าผวยหลายร้อยผืนมาห่อหุ้มเอาไว้ สองวงแขนของเขาที่โอบกอดไว้นั้น ช่างให้ความรู้สึกปลอดภัย ยิ่งกว่ามีสรรพสิ่งใดๆ มาโอบล้อมไว้ ร่างเล็กๆ ที่พอมีเรี่ยวแรงเมื่อครู่ ใกล้จะเข่าทรุดแล้ว หากไม่มีเขาคอยประคองช่วยเอาไว้ มัทรีอยากหยุดเวลาอันแสนสุขเอาไว้แค่นี้ จะได้มีเขาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ตลอดไป จะได้เก็บความทรงจำอันแสนหวานล้ำนี้ไว้ตราบนานเท่านาน และสำหรับชายหนุ่มผู้เคร่งครัดในกฎเหล็กของตัวเอง ว่าจะไม่ปฏิบัติกับหญิงที่คัดสรรไว้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูก ก็กำลังบังคับตัวเองให้หยุดอย่างหนักหน่วง ‘เปรี้ยง!!!’