ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ภรรยามหาเศรษฐี

ภรรยามหาเศรษฐี

ตลอดสามปีที่แต่งงาน เจียงซุ่ยทุ่มเทปรนนิบัติยู่จินเฉินในฐานะแม่บ้านที่สมบูรณ์แบบ แต่เธอก็ไม่เคยได้ใจเขาเลย เธอจึงตัดสินใจหย่าเพื่อให้เขาไปหาคนรักที่แท้จริง ท่ามกลางเสียงดูแคลนจากสังคมไฮโซที่รอดูจุดตกต่ำของเธอ เจียงซุ่ยกลับประกาศว่าเธอจะกลับไปรับมรดกพันล้านที่บ้าน ซึ่งไม่มีใครเชื่อจนกระทั่งเธอปรากฏตัวในฐานะมหาเศรษฐีหญิงที่รวยที่สุดในโลก เมื่อได้พบกันอีกครั้งในสถานะที่ต่างกัน ยู่จินเฉินผู้เย็นชาจึงพยายามตามง้อขอคืนดีท่ามกลางชายหนุ่มโปรไฟล์ดีที่ห้อมล้อมเธอ
ตอน
แชร์

ตอน 3

ในห้องผู้ป่วย อุณหภูมิเหมือนจะต่ำกว่าข้างนอกหลายองศา

ยู่จินเฉินยืนอยู่ข้างเตียงด้วยใบหน้าที่เย็นชามาก ส่วนเสิ่นเมิ่งหนิงกำลังขดตัวอยู่บนเตียงด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าซีดเซียว ไม่กล้าพูดอะไรออกมาสักคำ

เวลานี้ มีเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบดังมาจากด้านนอกประตู จากนั้นประตูของห้องผู้ป่วยก็ถูกผลักเปิดออก เป็นยู่โหลที่พาหมอเดินเข้ามา

“พี่ ฉันพาหมอมาแล้ว” เมื่อไม่เห็นเจียงซุ่ยแล้ว ยู่โหลก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง แล้วก็ตะโกนขึ้นมาทันทีว่า “แล้วเจียงซุ่ยล่ะ? เธอต้องหนีไปแล้วแน่ ๆ ให้ฉันส่งคนไปจับมันกลับมาใหม่ไหม?”

ยู่จินเฉินมองไปที่ยู่โหล สายตาของเขาดูเย็นชามากขึ้นกว่าเดิมมาก “เธอเป็นคนพาเจียงซุ่ยมาที่นี่งั้นเหรอ?”

ยู่โหลตกตะลึง เธอมองไปที่เสิ่นเมิ่งหนิง แล้วก็แก้ตัวขึ้นมาว่า “ฉันทำเพื่อพี่เมิ่งหนิงนะ ในช่วงสถานการณ์ที่เร่งด่วนแบบนี้ มีเพียงเจียงซุ่ยเท่านั้นแหละที่จะช่วยชีวิตพี่เมิ่งหนิงเอาไว้ได้!”

“หุบปาก!” ยู่จินเฉินตะคอกออกมาเสียงดังลั่น จากนั้นก็สั่งบอดี้การ์ดว่า “พายู่โหลกลับไป แล้วก็จับตาดูเธอเอาไว้ให้ดี อย่าปล่อยให้เธอออกมาได้เด็ดขาด!”

ยู่โหลรู้สึกน้อยใจมาก เธอยังอยากจะพูดอะไรอีก แต่บอดี้การ์ดที่อยู่ข้าง ๆ กลับดึงตัวเธอออกไปตามคำสั่งของยู่จินเฉินซะก่อน

ในห้องกลับสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง

แพทย์รู้สึกว่า มีบางอย่างผิดปกติ ตัวเขาจึงเริ่มสั่นขึ้นมา

ยู่จินเฉินชี้ไปที่เสิ่นเมิ่งหนิงที่ไม่กล้าแสร้งทำเป็นป่วยอีก แล้วตอนนี้ก็ลุกขึ้นมานั่งแล้วด้วยท่าทางที่เย็นชา จากนั้นก็ถามหมออย่างเอาเรื่องว่า “นี่คืออาการของคนที่คุณบอกว่าป่วยหนัก จำเป็นต้องปลูกถ่ายไตงั้นเหรอ?”

หมอเริ่มเหงื่อออกไม่หยุด ตาของเขาล่อกแล่กไปมา เขาพูดขึ้นมาอย่างอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ว่า “เอ่อ เอ่อคือว่า ผมอาจจะวินิจฉัยผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ...”

ยู่จินเฉินยื่นคำขาดออกมาทันทีว่า “แม้กระทั่งโรคนี้คุณก็ยังวินิจฉัยผิดได้ ผมว่าหลังจากนี้ไป คุณคงทำอาชีพนี้ไม่ได้แล้วล่ะ!”

แพทย์ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เขารู้ดีว่า เพียงแค่ยู่จินเฉินเอ่ยปากพูดแค่คำเดียว ก็สามารถทำลายอนาคตของเขาได้ในทันที

เขาจึงรีบพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือว่า “คุณยู่ ทั้งหมดนี้เป็นความประสงค์ของคุณหนูเสิ่นครับ ผม ผมก็โดนบังคับเหมือนกัน......”

ยู่จินเฉินยกมือขึ้นมากุมขมับ เขากัดฟันพูดออกมาว่า “ไสหัวไป”

แพทย์ไม่ได้สนใจสายตาของเสิ่นเมิ่งหนิงที่ส่งมาเตือนเลยสักนิด หลังจากโค้งคำนับขอโทษแล้ว เขาก็รีบเพ่นไปทันที

หลังจากเงียบไปสักพัก ยู่จินเฉินก็มองไปที่เสิ่นเมิ่งหนิงด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์มาก พอเห็นเขาดูสงบนิ่งผิดปกติ เสิ่นเมิ่งหนิงก็ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้นไปอีก

เสิ่นเมิ่งหนิงน้ำตาไหลพรั่งพรูออกมา “ฉันขอโทษจินเฉิน ฉันไม่น่าโกหกคุณเลย ฉันแค่อยากให้คุณสนใจฉัน...”

แววตาของยู่จินเฉินดูเคร่งขรึมมาก

“ผมดีกับคุณมามากพอแล้ว! นี่ไม่ใช่เหตุผลที่คุณจะมาแกล้งป่วย เสิ่นเมิ่งหนิง เป็นเพราะผมตามใจคุณมากเกินไปต่างหาก!”

เสิ่นเมิ่งหนิงตื่นตระหนกมาก เธอรีบพูดขอโทษออกมาอย่างร้อนรน “จินเฉิน ฉันรู้สึกผิดจริง ๆ นะ! ตั้งแต่ที่ต้วนเฉินเสียชีวิต ฉันก็ไร้ที่พึ่ง แม้ว่าครั้งนี้ฉันจะแกล้งป่วย แต่คุณก็รู้อยู่แล้วหนิว่าสุขภาพของฉันย่ำแย่มากจริง ๆ ฉันกลัวว่า คุณจะไม่สนใจฉันแล้ว... คุณยกโทษให้ฉันในครั้งนี้ได้ไหม?”

เมื่อได้ยินชื่อต้วนเฉิน ยู่จินเฉินก็เหม่อลอยไปสักพัก

ต้วนเฉินยอมตายเพื่อช่วยยู่จินเฉิน แล้วก็ฝากฝังเสิ่นเมิ่งหนิงซึ่งเป็นคู่หมั้นของเขาไว้กับยู่จินเฉินก่อนที่เขาจะเสียชีวิต เขาจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงเสิ่นเมิ่งหนิงอีก

เมื่อคิดถึงต้วนเฉิน ยู่จินเฉินก็รู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาทันที แล้วท่าทีของเขาก็ดูจะผ่อนคลายลง

“ผมเคยสัญญากับต้วนเฉินเอาไว้ว่าจะดูแลคุณ ผมก็ต้องทำให้ได้”

หน้าตาของเสิ่นเมิ่งหนิงดูดีอกดีใจมาก

แต่ทว่า ยู่จินเฉินกลับยังพูดไม่จบ เขาพูดเตือนขึ้นมาว่า “แต่เจียงซุ่ยเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผม ต่อไปอย่าคิดจะวางแผนทำร้ายเธออีก ครั้งนี้จะต้องเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้น”

เสิ่นเมิ่งหนิงตัวแข็งทื่อไปเลย แววตาของเธอดูเคียดแค้นมาก แล้วเธอก็พูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจว่า “จินเฉิน ผู้หญิงอย่างเจียงซุ่ยเหมาะจะเป็นภรรยาของคุณตรงไหนเหรอ ในช่วงเวลาสามปีที่ผ่านมา เธอยังทำให้คุณต้องอับอายไม่มากพอรึไง หรือว่าคุณคิดที่จะใช้ชีวิตอยู่กับเธอไปตลอดทั้งชีวิตจริง ๆ ? อีกอย่าง เธอก็ไม่รู้จักพอ แถมยังบอกว่าต้องการจะหย่ากับคุณอีกด้วย...”

“คุณไม่ต้องมากังวลเรื่องการแต่งงานของผมหรอก”

แววตาของยู่จินเฉินดูเย็นชามาก ทำเอาเสิ่นเมิ่งหนิงตกใจกลัวจนไม่กล้าพูดอะไรต่ออีก

“คุณพักผ่อนเถอะ แล้วก็ทบทวนตัวเองดูให้ดีด้วย”

เขาออกจากห้องผู้ป่วยไปด้วยใบหน้าที่เย็นชา แล้วก็นึกถึงแผ่นหลังที่ดูเด็ดเดี่ยวของเจียงซุ่ยตอนที่เธอจากไปขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เวลานี้เขาจึงรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาทันที

ยู่จินเฉินไม่คาดคิดว่า ผู้หญิงคนนี้จะกล้าขอหย่ากับเขา

เขาไม่เคยคิดที่จะหย่ากับเจียงซุ่ยเลยด้วยซ้ำ

แม้ว่าเจียงซุ่ยจะไม่มีภูมิหลังทางครอบครัวที่ดี แต่ในช่วงสามปีที่ผ่านมาของการแต่งงาน เธอมีความประพฤติดีและเชื่อฟังมาโดยตลอด วางตัวในการเป็นคุณหญิงยู่ได้อย่างเหมาะสม ทำให้เขารู้สึกพึงพอใจมาก

เขาไม่ได้อยากจะทำร้ายเจียงซุ่ยเลยสักนิด อันที่จริงเขาพบแหล่งไตอื่นที่ตรงกันกับเสิ่นเมิ่งหนิงแล้ว

ด้วยความที่เขาต้องอยู่เป็นเพื่อนเสิ่นเมิ่งหนิงในการเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาล เขาจึงสั่งผู้ช่วยให้โอนเงินสิบล้านไปให้เจียงซุ่ยเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเป็นการชดเชยที่เขาไม่สามารถกลับไปในวันครบรอบแต่งงานได้

แต่ยู่จินเฉินไม่คาดคิดว่า ยู่โหลจะตัดสินใจด้วยตัวเองในการพาเจียงซุ่ยมาที่โรงพยาบาลแบบนี้ ทำให้เกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่ขึ้น

ยู่จินเฉินเอามือบนวดขมับ แล้วก็ถอนหายใจออกมา

เนื่องจากเจียงซุ่ยต้องการหย่าเพราะเรื่องของเสิ่นเมิ่งหนิง งั้นเขาก็ต้องการจะอธิบายเรื่องนี้ให้เธอฟังให้มันชัดเจน แล้วค่อยชดเชยให้เธอ

แต่เขากลับไม่คาดคิดว่า เจียงซุ่ยจะขอหย่ากับเขาจริง ๆ เขาได้ทำการตรวจสอบเกี่ยวกับชีวิตของเจียงซุ่ยมาแล้ว เธอเป็นเด็กกำพร้าคนหนึ่งที่เติบโตมาในชนบท เธอไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจ แล้วก็ไม่มีที่พึ่งใด ๆ ถ้าไม่มีเขา เธอก็ไม่มีใครแล้วและไปไหนไม่ได้ ไม่ช้าก็เร็วยังไงเธอก็ต้องกลับมาอยู่ดี

...

เจียงซุ่ยลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่เธอเห็นก็คือห้องนอนที่อบอุ่นและหรูหรา

“จากบ้านไปสามปี สุดท้ายถึงรู้กลับมาสักทีสินะ? เพื่อผู้ชายแค่คนเดียว ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เลย นี่เธอยังเป็นคนของตระกูลเจียงของฉันอยู่รึเปล่าเนี่ย?”

เมื่อเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น เจียงซุ่ยก็หันหน้าไปมองด้วยความงุนงง

เวลานี้ มีชายร่างสูงกำยำคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ข้างเตียง ใบหน้าของเขาคมราวกับมีด ทั้งดูหล่อเหลาและเด็ดเดี่ยว บุคลิกท่าทางของเขาราวกับมีดคม ๆ ที่ซ่อนอยู่ในฝัก ดูสง่างามและน่าเกรงขาม

เมื่อได้เจอคนในบ้านของตัวเองอีกครั้ง เจียงซุ่ยไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีกต่อไป

“อารอง ฉันผิดไปแล้ว ฉันไม่ควรออกจากบ้านไปเลย ฉันก็ไม่ควรทำร้ายความรู้สึกของพวกคุณเพียงเพราะผู้ชายเลว ๆ ที่ไม่คู่ควรคนหนึ่ง ฉันขอโทษ...”

เจียงฮวนที่เป็นหัวหน้ากองบัญชาการระดับสูงสุดผู้มากความสามารถ เมื่อเห็นหลานสาวตัวน้อยที่เป็นที่รักของเขาร้องห่มร้องไห้เช่นนี้ ท่าทีของเขาก็อ่อนโยนลงทันที เขาพูดปลอบโยนเธอขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลว่า

“ไม่เป็นไร กลับมาก็ดีแล้วล่ะ!” เจียงฮวนพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า “ซุ่ยซุ่ย เธอเป็นแก้วตาดวงใจของตระกูลเจียงของพวกเรานะ เธอจะยอมให้คนอื่นมารังแกฟรี ๆ แบบนี้ไม่ได้!”

เวลานี้ นายท่านเจียงที่มีผมสีขาวแล้วแต่ยังคงสง่างามเดินเข้ามา ซึ่งเขาก็คือเจียงเจียนกั๋ว ผู้นำหยูโจว กรุ๊ปที่ทำให้คนทั้งเมืองจันท์ต้องสั่นสะท้านด้วยความกลัวทันทีที่เขายกมือขึ้นนั่นเอง

“ร้องไห้ทำไม! ซุ่ยซุ่ย เธอคือองค์หญิงน้อยแห่งตระกูลเจียง ในอนาคต ทรัพย์สินเงินทองหลายพันล้านจะต้องตกเป็นของเธอ ถ้าใครรังแกเธอ ก็เอาคืนกลับเลย!”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังจากถูกแย่งงานแต่งงาน ฉันกลายเป็นน้องเขยคนเก่าของแฟน
9.2
ในวันสำคัญที่สุดของชีวิต ฉันถูกเพื่อนเก่าที่เคยรังแกแย่งงานแต่งงานไปต่อหน้าต่อตา ทว่าสามีที่ควรปกป้องกลับทิ้งฉันไปหาเธออย่างไม่ใยดี เมื่อฉันลุกขึ้นสู้เพื่อความยุติธรรม เขากลับข่มขู่และฟ้องร้องฉันจนกลายเป็นที่หัวเราะเยาะในสังคม เขาเย้ยหยันว่าฉันไม่มีวันชนะเพราะเขามีพี่เขยที่ทรงอิทธิพลคอยหนุนหลัง แต่ในวินาทีที่มืดแปดด้าน ชายผู้เป็นตำนานคนนั้นกลับโอบกอดฉันไว้พร้อมข้อเสนอที่คาดไม่ถึงว่าจะส่งพวกเขาทั้งคู่เข้าคุกเพื่อแลกกับหัวใจของฉัน
หน้าปกนวนิยาย กลรักเล่ห์การันต์
8.8
เมื่อความผิดพลาดเพียงคืนเดียวทำให้ปาลิน มิจฉาชีพสาวฝีมือดีต้องตกหลุมพรางของลูกค้าจอมปลอม เธอถูกบีบให้ทำสัญญาทาสกับชายแปลกหน้าผู้มั่งคั่ง เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของเขาที่อยากพิสูจน์ว่าเงินคือสิ่งที่บันดาลได้ทุกอย่างในโลกใบนี้ แม้เธอจะกังวลเรื่องสถานะลับๆ แต่เขากลับยืนยันว่านี่คือข้อตกลงทางธุรกิจที่ไร้ซึ่งความรักและการผูกมัด โดยเขาสามารถเลี่ยงการแต่งงานที่แสนน่าเบื่อได้ ในขณะที่เธอก็ได้รับผลประโยชน์มหาศาลเป็นการตอบแทนในฐานะคู่สัญญาเพียงคนเดียวของเขา
หน้าปกนวนิยาย นักศึกษาฝึกรักท่านประธาน
9.4
กวี ประธานหนุ่มผู้สุขุมกลับขาดสติเพราะความหึงหวงเมื่อเห็นบัวชมพู นักศึกษาฝึกงานที่เขาพึงใจสนิทสนมกับชายอื่น จนนำไปสู่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งเพียงชั่วข้ามคืน แม้บัวชมพูจะอยากหนีจากคนใจร้ายที่บงการชีวิตเธอด้วยหนี้บุญคุณของครอบครัว แต่ความอ่อนโยนที่เขามอบให้ก็ทำให้เธอเริ่มหวั่นไหว ทว่าในวันที่เธอพบว่ากำลังตั้งครรภ์ ความลับบางอย่างกลับถูกเปิดเผยจนทำลายความเชื่อใจที่มี บัวชมพูจึงต้องเลือกระหว่างการทนอยู่เพื่อทดแทนคุณหรือเดินจากไปพร้อมสายเลือดของเขาที่เขาไม่เคยเป็นที่ต้องการ
หน้าปกนวนิยาย ร่วงลงทีละขั้น: ประธานาธิบดีผู้ไม่ถือศีลตกอยู่ในความรักอันร้อนแรง
9.3
เนี่ยซือถูกจีเหิงกักขังไว้ในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความอัปยศ จนเมื่อเขาประกาศแต่งงาน เธอจึงหวังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ในงานดูตัวเธอกลับถูกประจานเรื่องอดีตอันเลวร้ายของครอบครัวและข่าวลือเสียหายจนศักดิ์ศรีป่นปี้ ทันใดนั้นจีเหิงกลับปรากฏตัวขึ้นพร้อมประกาศกร้าวว่าเธอคือผู้หญิงของเขา ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่รู้ว่าเขาทรงอิทธิพลเพียงใด เนี่ยซือได้แต่สงสัยว่าเหตุใดชายที่ควรจะเข้าพิธีวิวาห์ในวันนี้ถึงมาอยู่ตรงหน้าเพื่อปกป้องเธอ
หน้าปกนวนิยาย รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก
9.2
นารา หญิงสาววัยยี่สิบปีผู้ซ่อนความบอบช้ำจากการหย่าร้างของพ่อแม่ไว้ใต้รอยยิ้มสดใส เพื่อเป็นเสาหลักให้แม่และส่งน้องชายเรียนหมอ เธอจึงมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ไปหาป้าเพื่อหางานทำ จนได้พบกับภูตะวัน พ่อเลี้ยงเจ้าของไร่องุ่นและโรงงานไวน์วัยสามสิบห้าปี ผู้ครองตัวเป็นโสดและปิดตายหัวใจจากความผิดหวังในอดีตที่ถูกคนรักเก่านอกใจ ทว่าการปรากฏตัวของสาวน้อยมองโลกในแง่ดีคนนี้ กำลังจะทำให้ชีวิตที่แสนเย็นชาของนักธุรกิจหนุ่มกลับมาวุ่นวายและมีชีวิตชีวาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจจักรภัทร [เจ้านายหนุ่มหล่อ VS ลูกน้องสาวสวย)
9.2
CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต VS พนักงาน HR นอกจากแสนสวยกับแสนดีแล้วก็ ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้ ------------------------------------ ‘จักรภัทร ส่งเสริมสกุลไทย’ CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต หนุ่มผู้กลายเป็นที่ต้องการของสาวค่อนเมือง เขาจำเป็นต้องเลือกอย่างละเอียดถี่ถ้วนและระมัดระวัง เพื่อกันความผิดพลาดหรือเลิอกคนผิดนั่นเอง คติประจำใจที่เขาและนักธุรกิจหลายต่อหลายคนมีไว้ นั่นคือ 'สมภารไม่กินไก่วัด' _______ ‘มัทรี ทรัพท์สมบูรณ์’ พนักงานสาวในฝ่าย HR ผู้ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้สำหรับเลือกมาเป็นคู่ชีวิต ยกเว้นแต่ความสวยบาดใจโดยไม่ต้องแต่งแต้มมากมายนัก กับความเป็นกุลสตรีที่เธอมีครบถ้วน และเขาก็ไม่ควรจะมองข้ามจุดนี้ไป ++++++++++++++++++++++ ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ ‘ตูม!!!’ ‘พรึบ!’ “ว๊าย!!!!” ยังไม่ทันจะได้รับกระเป๋าจากมือบางด้วยซ้ำ ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงๆ ลงมาอย่างรุนแรง ตามด้วยเสียงอะไรสักอย่างระเบิดขึ้นมา เดาว่าน่าจะเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าของหมู่บ้าน แล้วไฟก็ดับพรึบลง คนตรงหน้าของเขาคงตกใจ ถึงกับร้องเสียงหลง แล้วกระโดดเข้ามากอดเขาทันที “ไม่ต้องกลัวนะครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ” และด้วยสัญชาตญาณ สองวงแขนของเขา ก็รับเอาร่างเล็กๆ มากอดแนบอกไว้เช่นกัน ตอนแรกนั้นเพราะความอยากปกป้องเพศที่อ่อนแอกว่า และกำลังต้องการที่พึ่งพิง ต่อมานั้นมีความต้องการด้านจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก็ใครจะไปอดรนทนไหว ในเมื่อมีสาวสวยมาให้กอดขนาดนี้ สองวงแขนของเขาเลยกระชับเอาไว้แนบแน่น ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ เสียงฟ้าร้อง บวกกับสายฟ้าแลบแปลบปลาบ จนเกิดแสงสว่างว้าบเป็นครั้งคราวนั้น ทำให้เขาเห็นเจ้าของใบหน้าสวย ที่ดูเหมือนจะตกอกตกใจไม่หายได้ชัดเจน สองแขนเล็กเรียวที่โอบกอดเขาอยู่นั้น ก็กระตุ้นให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นได้ไม่ยาก กลิ่นกายหอมๆ บวกกับกลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเรือนผมยาวสลวย ก็ช่วยให้เขาไม่อาจจะผละหนีไปไหนได้ ปลายคางมนของคนตกใจ เลยถูกเขาเชยขึ้นช้าๆ สายฟ้าแลบแต่ละครั้ง ทำให้เขาได้เห็นใบหน้าสวยใสได้ไม่ยาก รวมทั้งริมกระจับงาม ที่เขาทนฝืนใจไม่ให้ก้มลงไปหาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ไม่กี่วินาที เขาก็ได้ลิ้มลอง และเจ้าของก็ไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นฝ่ายเชื้อเชิญด้วย เป็นเขาเองที่โน้มใบหน้าลงไปหา ด้วยยากจะหักห้ามใจ และไม่รู้มาก่อน ว่าตัวเองปรารถนาจะลิ้มลองสองกลีบบุปผางามมากมายขนาดนี้ หลังจากที่เจ้าของกลีบเข้าไปแย่งพื้นที่สาวอื่น มีอำนาจเหนือจิตใจเขากินอาณาบริเวณมากระดับหนึ่งมานับแรมเดือน ในบรรดาสาวๆ ที่เขาคัดสรรไว้นั้น เธอคือคนแรกที่เขาเผลอตัว เผลอใจเข้าใกล้ขนาดนี้ ใช่ว่าเขาจะอ่อนประสบการณ์เรื่องรักๆ ใคร่ๆ หรือเรื่องผู้หญิง ตรงกันข้าม เขากลับช่ำชองไม่น้อย แต่เขาจะฝึกปรือกับผู้หญิงอีกประเภท ที่ซื้อหามาได้ด้วยเงิน และเงินก็จบปัญหาด้านความสัมพันธ์ต่อเนื่องได้ ส่วนผู้หญิงที่จะยกย่องให้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูกนั้น เขาจะไม่มีวันปล่อยให้อารมณ์ใคร่ เข้ามามีบทบาทเหนือเหตุผลเด็ดขาด ยกเว้นก็ครั้งนี้ จะด้วยเพราะอะไรเขาเองก็ยากจะหาข้ออ้างได้ รู้แต่ว่ากำลังเป็นสุข กับการได้ดูดดื่มเรียวกระจับงาม หอมหวานอยู่ตอนนี้ แผงอกกว้างที่มีอีกอกบดเบียดอยู่นั้น ช่างอบอุ่นเหลือเกิน แม้ด้านนอกจะมีสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง ทว่ากลับไม่รู้จักหนาวเหน็บแม้แต่นิดเดียว ความรู้สึกนี้ก็เกิดขึ้นกับเจ้าของเรียวกระจับงาม ที่กำลังยกสองแขนกอดเกี่ยวกายเขาเอาไว้ ด้วยหัวใจนั้นเต็มตื้นด้วยความตกใจระคนเป็นสุข จนไม่แน่ใจ ว่าตัวเองกำลังตื่นหรือว่าหลับฝัน ถ้าเป็นฝัน ก็คงจะเป็นฝันอันแสนหวาน ที่สาวๆ ทั้งตึก จะต้องอิจฉาแน่ ใครเลยจะคาดคิดว่าชีวิตนี้ จะได้มีห้วงเวลาที่ผู้อยู่สูงเทียมฟ้าอย่างเขา กำลังมอบจุมพิตที่แสนรัญจวนใจให้ กลิ่นกายของเขานั้นช่างหอมเฉพาะตัว แผงอกของเขานั้น ช่างอบอุ่นราวกับมีผ้าผวยหลายร้อยผืนมาห่อหุ้มเอาไว้ สองวงแขนของเขาที่โอบกอดไว้นั้น ช่างให้ความรู้สึกปลอดภัย ยิ่งกว่ามีสรรพสิ่งใดๆ มาโอบล้อมไว้ ร่างเล็กๆ ที่พอมีเรี่ยวแรงเมื่อครู่ ใกล้จะเข่าทรุดแล้ว หากไม่มีเขาคอยประคองช่วยเอาไว้ มัทรีอยากหยุดเวลาอันแสนสุขเอาไว้แค่นี้ จะได้มีเขาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ตลอดไป จะได้เก็บความทรงจำอันแสนหวานล้ำนี้ไว้ตราบนานเท่านาน และสำหรับชายหนุ่มผู้เคร่งครัดในกฎเหล็กของตัวเอง ว่าจะไม่ปฏิบัติกับหญิงที่คัดสรรไว้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูก ก็กำลังบังคับตัวเองให้หยุดอย่างหนักหน่วง ‘เปรี้ยง!!!’