
ภรรยามหาเศรษฐี
ตอน 3
ในห้องผู้ป่วย อุณหภูมิเหมือนจะต่ำกว่าข้างนอกหลายองศา
ยู่จินเฉินยืนอยู่ข้างเตียงด้วยใบหน้าที่เย็นชามาก ส่วนเสิ่นเมิ่งหนิงกำลังขดตัวอยู่บนเตียงด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าซีดเซียว ไม่กล้าพูดอะไรออกมาสักคำ
เวลานี้ มีเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบดังมาจากด้านนอกประตู จากนั้นประตูของห้องผู้ป่วยก็ถูกผลักเปิดออก เป็นยู่โหลที่พาหมอเดินเข้ามา
“พี่ ฉันพาหมอมาแล้ว” เมื่อไม่เห็นเจียงซุ่ยแล้ว ยู่โหลก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง แล้วก็ตะโกนขึ้นมาทันทีว่า “แล้วเจียงซุ่ยล่ะ? เธอต้องหนีไปแล้วแน่ ๆ ให้ฉันส่งคนไปจับมันกลับมาใหม่ไหม?”
ยู่จินเฉินมองไปที่ยู่โหล สายตาของเขาดูเย็นชามากขึ้นกว่าเดิมมาก “เธอเป็นคนพาเจียงซุ่ยมาที่นี่งั้นเหรอ?”
ยู่โหลตกตะลึง เธอมองไปที่เสิ่นเมิ่งหนิง แล้วก็แก้ตัวขึ้นมาว่า “ฉันทำเพื่อพี่เมิ่งหนิงนะ ในช่วงสถานการณ์ที่เร่งด่วนแบบนี้ มีเพียงเจียงซุ่ยเท่านั้นแหละที่จะช่วยชีวิตพี่เมิ่งหนิงเอาไว้ได้!”
“หุบปาก!” ยู่จินเฉินตะคอกออกมาเสียงดังลั่น จากนั้นก็สั่งบอดี้การ์ดว่า “พายู่โหลกลับไป แล้วก็จับตาดูเธอเอาไว้ให้ดี อย่าปล่อยให้เธอออกมาได้เด็ดขาด!”
ยู่โหลรู้สึกน้อยใจมาก เธอยังอยากจะพูดอะไรอีก แต่บอดี้การ์ดที่อยู่ข้าง ๆ กลับดึงตัวเธอออกไปตามคำสั่งของยู่จินเฉินซะก่อน
ในห้องกลับสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง
แพทย์รู้สึกว่า มีบางอย่างผิดปกติ ตัวเขาจึงเริ่มสั่นขึ้นมา
ยู่จินเฉินชี้ไปที่เสิ่นเมิ่งหนิงที่ไม่กล้าแสร้งทำเป็นป่วยอีก แล้วตอนนี้ก็ลุกขึ้นมานั่งแล้วด้วยท่าทางที่เย็นชา จากนั้นก็ถามหมออย่างเอาเรื่องว่า “นี่คืออาการของคนที่คุณบอกว่าป่วยหนัก จำเป็นต้องปลูกถ่ายไตงั้นเหรอ?”
หมอเริ่มเหงื่อออกไม่หยุด ตาของเขาล่อกแล่กไปมา เขาพูดขึ้นมาอย่างอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ว่า “เอ่อ เอ่อคือว่า ผมอาจจะวินิจฉัยผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ...”
ยู่จินเฉินยื่นคำขาดออกมาทันทีว่า “แม้กระทั่งโรคนี้คุณก็ยังวินิจฉัยผิดได้ ผมว่าหลังจากนี้ไป คุณคงทำอาชีพนี้ไม่ได้แล้วล่ะ!”
แพทย์ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เขารู้ดีว่า เพียงแค่ยู่จินเฉินเอ่ยปากพูดแค่คำเดียว ก็สามารถทำลายอนาคตของเขาได้ในทันที
เขาจึงรีบพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือว่า “คุณยู่ ทั้งหมดนี้เป็นความประสงค์ของคุณหนูเสิ่นครับ ผม ผมก็โดนบังคับเหมือนกัน......”
ยู่จินเฉินยกมือขึ้นมากุมขมับ เขากัดฟันพูดออกมาว่า “ไสหัวไป”
แพทย์ไม่ได้สนใจสายตาของเสิ่นเมิ่งหนิงที่ส่งมาเตือนเลยสักนิด หลังจากโค้งคำนับขอโทษแล้ว เขาก็รีบเพ่นไปทันที
หลังจากเงียบไปสักพัก ยู่จินเฉินก็มองไปที่เสิ่นเมิ่งหนิงด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์มาก พอเห็นเขาดูสงบนิ่งผิดปกติ เสิ่นเมิ่งหนิงก็ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้นไปอีก
เสิ่นเมิ่งหนิงน้ำตาไหลพรั่งพรูออกมา “ฉันขอโทษจินเฉิน ฉันไม่น่าโกหกคุณเลย ฉันแค่อยากให้คุณสนใจฉัน...”
แววตาของยู่จินเฉินดูเคร่งขรึมมาก
“ผมดีกับคุณมามากพอแล้ว! นี่ไม่ใช่เหตุผลที่คุณจะมาแกล้งป่วย เสิ่นเมิ่งหนิง เป็นเพราะผมตามใจคุณมากเกินไปต่างหาก!”
เสิ่นเมิ่งหนิงตื่นตระหนกมาก เธอรีบพูดขอโทษออกมาอย่างร้อนรน “จินเฉิน ฉันรู้สึกผิดจริง ๆ นะ! ตั้งแต่ที่ต้วนเฉินเสียชีวิต ฉันก็ไร้ที่พึ่ง แม้ว่าครั้งนี้ฉันจะแกล้งป่วย แต่คุณก็รู้อยู่แล้วหนิว่าสุขภาพของฉันย่ำแย่มากจริง ๆ ฉันกลัวว่า คุณจะไม่สนใจฉันแล้ว... คุณยกโทษให้ฉันในครั้งนี้ได้ไหม?”
เมื่อได้ยินชื่อต้วนเฉิน ยู่จินเฉินก็เหม่อลอยไปสักพัก
ต้วนเฉินยอมตายเพื่อช่วยยู่จินเฉิน แล้วก็ฝากฝังเสิ่นเมิ่งหนิงซึ่งเป็นคู่หมั้นของเขาไว้กับยู่จินเฉินก่อนที่เขาจะเสียชีวิต เขาจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงเสิ่นเมิ่งหนิงอีก
เมื่อคิดถึงต้วนเฉิน ยู่จินเฉินก็รู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาทันที แล้วท่าทีของเขาก็ดูจะผ่อนคลายลง
“ผมเคยสัญญากับต้วนเฉินเอาไว้ว่าจะดูแลคุณ ผมก็ต้องทำให้ได้”
หน้าตาของเสิ่นเมิ่งหนิงดูดีอกดีใจมาก
แต่ทว่า ยู่จินเฉินกลับยังพูดไม่จบ เขาพูดเตือนขึ้นมาว่า “แต่เจียงซุ่ยเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผม ต่อไปอย่าคิดจะวางแผนทำร้ายเธออีก ครั้งนี้จะต้องเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้น”
เสิ่นเมิ่งหนิงตัวแข็งทื่อไปเลย แววตาของเธอดูเคียดแค้นมาก แล้วเธอก็พูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจว่า “จินเฉิน ผู้หญิงอย่างเจียงซุ่ยเหมาะจะเป็นภรรยาของคุณตรงไหนเหรอ ในช่วงเวลาสามปีที่ผ่านมา เธอยังทำให้คุณต้องอับอายไม่มากพอรึไง หรือว่าคุณคิดที่จะใช้ชีวิตอยู่กับเธอไปตลอดทั้งชีวิตจริง ๆ ? อีกอย่าง เธอก็ไม่รู้จักพอ แถมยังบอกว่าต้องการจะหย่ากับคุณอีกด้วย...”
“คุณไม่ต้องมากังวลเรื่องการแต่งงานของผมหรอก”
แววตาของยู่จินเฉินดูเย็นชามาก ทำเอาเสิ่นเมิ่งหนิงตกใจกลัวจนไม่กล้าพูดอะไรต่ออีก
“คุณพักผ่อนเถอะ แล้วก็ทบทวนตัวเองดูให้ดีด้วย”
เขาออกจากห้องผู้ป่วยไปด้วยใบหน้าที่เย็นชา แล้วก็นึกถึงแผ่นหลังที่ดูเด็ดเดี่ยวของเจียงซุ่ยตอนที่เธอจากไปขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เวลานี้เขาจึงรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาทันที
ยู่จินเฉินไม่คาดคิดว่า ผู้หญิงคนนี้จะกล้าขอหย่ากับเขา
เขาไม่เคยคิดที่จะหย่ากับเจียงซุ่ยเลยด้วยซ้ำ
แม้ว่าเจียงซุ่ยจะไม่มีภูมิหลังทางครอบครัวที่ดี แต่ในช่วงสามปีที่ผ่านมาของการแต่งงาน เธอมีความประพฤติดีและเชื่อฟังมาโดยตลอด วางตัวในการเป็นคุณหญิงยู่ได้อย่างเหมาะสม ทำให้เขารู้สึกพึงพอใจมาก
เขาไม่ได้อยากจะทำร้ายเจียงซุ่ยเลยสักนิด อันที่จริงเขาพบแหล่งไตอื่นที่ตรงกันกับเสิ่นเมิ่งหนิงแล้ว
ด้วยความที่เขาต้องอยู่เป็นเพื่อนเสิ่นเมิ่งหนิงในการเข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาล เขาจึงสั่งผู้ช่วยให้โอนเงินสิบล้านไปให้เจียงซุ่ยเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเป็นการชดเชยที่เขาไม่สามารถกลับไปในวันครบรอบแต่งงานได้
แต่ยู่จินเฉินไม่คาดคิดว่า ยู่โหลจะตัดสินใจด้วยตัวเองในการพาเจียงซุ่ยมาที่โรงพยาบาลแบบนี้ ทำให้เกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่ขึ้น
ยู่จินเฉินเอามือบนวดขมับ แล้วก็ถอนหายใจออกมา
เนื่องจากเจียงซุ่ยต้องการหย่าเพราะเรื่องของเสิ่นเมิ่งหนิง งั้นเขาก็ต้องการจะอธิบายเรื่องนี้ให้เธอฟังให้มันชัดเจน แล้วค่อยชดเชยให้เธอ
แต่เขากลับไม่คาดคิดว่า เจียงซุ่ยจะขอหย่ากับเขาจริง ๆ เขาได้ทำการตรวจสอบเกี่ยวกับชีวิตของเจียงซุ่ยมาแล้ว เธอเป็นเด็กกำพร้าคนหนึ่งที่เติบโตมาในชนบท เธอไม่มีเงิน ไม่มีอำนาจ แล้วก็ไม่มีที่พึ่งใด ๆ ถ้าไม่มีเขา เธอก็ไม่มีใครแล้วและไปไหนไม่ได้ ไม่ช้าก็เร็วยังไงเธอก็ต้องกลับมาอยู่ดี
...
เจียงซุ่ยลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่เธอเห็นก็คือห้องนอนที่อบอุ่นและหรูหรา
“จากบ้านไปสามปี สุดท้ายถึงรู้กลับมาสักทีสินะ? เพื่อผู้ชายแค่คนเดียว ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้เลย นี่เธอยังเป็นคนของตระกูลเจียงของฉันอยู่รึเปล่าเนี่ย?”
เมื่อเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น เจียงซุ่ยก็หันหน้าไปมองด้วยความงุนงง
เวลานี้ มีชายร่างสูงกำยำคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ข้างเตียง ใบหน้าของเขาคมราวกับมีด ทั้งดูหล่อเหลาและเด็ดเดี่ยว บุคลิกท่าทางของเขาราวกับมีดคม ๆ ที่ซ่อนอยู่ในฝัก ดูสง่างามและน่าเกรงขาม
เมื่อได้เจอคนในบ้านของตัวเองอีกครั้ง เจียงซุ่ยไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีกต่อไป
“อารอง ฉันผิดไปแล้ว ฉันไม่ควรออกจากบ้านไปเลย ฉันก็ไม่ควรทำร้ายความรู้สึกของพวกคุณเพียงเพราะผู้ชายเลว ๆ ที่ไม่คู่ควรคนหนึ่ง ฉันขอโทษ...”
เจียงฮวนที่เป็นหัวหน้ากองบัญชาการระดับสูงสุดผู้มากความสามารถ เมื่อเห็นหลานสาวตัวน้อยที่เป็นที่รักของเขาร้องห่มร้องไห้เช่นนี้ ท่าทีของเขาก็อ่อนโยนลงทันที เขาพูดปลอบโยนเธอขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลว่า
“ไม่เป็นไร กลับมาก็ดีแล้วล่ะ!” เจียงฮวนพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนว่า “ซุ่ยซุ่ย เธอเป็นแก้วตาดวงใจของตระกูลเจียงของพวกเรานะ เธอจะยอมให้คนอื่นมารังแกฟรี ๆ แบบนี้ไม่ได้!”
เวลานี้ นายท่านเจียงที่มีผมสีขาวแล้วแต่ยังคงสง่างามเดินเข้ามา ซึ่งเขาก็คือเจียงเจียนกั๋ว ผู้นำหยูโจว กรุ๊ปที่ทำให้คนทั้งเมืองจันท์ต้องสั่นสะท้านด้วยความกลัวทันทีที่เขายกมือขึ้นนั่นเอง
“ร้องไห้ทำไม! ซุ่ยซุ่ย เธอคือองค์หญิงน้อยแห่งตระกูลเจียง ในอนาคต ทรัพย์สินเงินทองหลายพันล้านจะต้องตกเป็นของเธอ ถ้าใครรังแกเธอ ก็เอาคืนกลับเลย!”
คุณอาจจะชอบ





