ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ภรรยามหาเศรษฐี

ภรรยามหาเศรษฐี

ตลอดสามปีที่แต่งงาน เจียงซุ่ยทุ่มเทปรนนิบัติยู่จินเฉินในฐานะแม่บ้านที่สมบูรณ์แบบ แต่เธอก็ไม่เคยได้ใจเขาเลย เธอจึงตัดสินใจหย่าเพื่อให้เขาไปหาคนรักที่แท้จริง ท่ามกลางเสียงดูแคลนจากสังคมไฮโซที่รอดูจุดตกต่ำของเธอ เจียงซุ่ยกลับประกาศว่าเธอจะกลับไปรับมรดกพันล้านที่บ้าน ซึ่งไม่มีใครเชื่อจนกระทั่งเธอปรากฏตัวในฐานะมหาเศรษฐีหญิงที่รวยที่สุดในโลก เมื่อได้พบกันอีกครั้งในสถานะที่ต่างกัน ยู่จินเฉินผู้เย็นชาจึงพยายามตามง้อขอคืนดีท่ามกลางชายหนุ่มโปรไฟล์ดีที่ห้อมล้อมเธอ
ตอน
แชร์

ตอน 1

“จินเฉิน วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานสามปีของพวกเรานะ ฉันเตรียมเซอร์ไพรส์เอาไว้ให้คุณด้วย กลับมาได้ไหม?”

หลังจากส่งข้อความไปแล้ว เจียงซุ่ยจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ รอคอยด้วยความคาดหวัง

เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ เจียงซุ่ยคอยเปิดโทรศัพท์ดูเป็นครั้งคราว กลัวว่าตัวเองจะพลาดข่าวสารอะไรไป

แต่ก็เหมือนเดิม เธอไม่เคยได้รับการตอบกลับใด ๆ จากยู่จินเฉินเลย

ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นมา เจียงซุ่ยรู้สึกมีความสุขมาก หัวใจเธอพองโตขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ แววตาของเธอเป็นประกายระยิบระยับ

หรือว่า จิ่นเฉินจะกลับมาแล้วเหรอ?

เจียงซุ่ยอดใจรอไม่ไหว รีบไปเปิดประตูทันที

แต่คนที่ยืนอยู่หน้าประตูกลับไม่ใช่ยู่จินเฉิน แต่เป็นบอดี้การ์ดชุดดำของเขาแทน

“คุณผู้หญิง เชิญคุณไปโรงพยาบาลด้วยครับ” หัวหน้าบอร์ดี้การ์ดพูดขึ้นมา

เจียงซุ่ยตกใจ เธอถอยหลังไปเล็กน้อย แต่ก็ยังถูกคนเข้ามาล็อคตัว แล้วก็ลากเธอไปขึ้นรถจนได้

ตลอดทาง ไม่ว่าเธอจะถามอะไร พวกเขาก็ไม่ให้คำตอบเธอเลยสักอย่าง

แล้วรถก็ขับมาถึงโรงพยาบาลด้วยความรวดเร็ว

บอร์ดี้การ์ดชุดดำพาเจียงซุ่ยไปยังหน้าห้องผู้ป่วยห้องหนึ่ง แล้วก็ผลักเธอไปติดกับกำแพง

เจียงซุ่ยยืนพิงกำแพงนิ่งอยู่ในสภาพน่าอนาถ เมื่อเงยหน้าขึ้น เธอก็เห็นยู่โหล น้องสาวของสามีเธอกำลังมองมาที่เธออย่างไม่สบอารมณ์

“ทำไมมาช้าขนาดนี้ล่ะ?”

หัวใจของเจียงซุ่ยเหมือนดิ่งลงไปในเหวลึกทันที “โหลโหล ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ? แล้วทำไมจู่ ๆ บอดี้การ์ดพวกนั้นถึงพาฉันมาที่นี่ล่ะ จินเฉินป่วยเหรอ?”

ยู่โหลมองเธอด้วยสายตารังเกียจ แล้วก็พูดขึ้นมาอย่างตามเรื่องตามราวว่า “พี่ฉันไม่ได้ป่วยหรอก แต่เป็นเพราะไตของเธอกับพี่เมิ่งหนิงเข้ากันได้ดีต่างหากล่ะ วันนี้ ที่ฉันพาเธอมาที่นี่ ก็เพื่อให้เธอบริจาคไตให้พี่เมิ่งหนิงไง”

“อะไรนะ?” เจียงซุ่ยตัวแข็งทื่อ เธอพูดออกมาด้วยความยากลำบากว่า “... นี่คือสิ่งที่จินเฉินต้องการงั้นเหรอ?”

แต่งงานกันมาสามปี เธอรู้มาโดยตลอดว่าในใจของยู่จินเฉินมีแต่เสิ่นเมิ่งหนิงเท่านั้น ตอนที่เสิ่นเมิ่งหนิงป่วย และเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่ต่างประเทศนั้น เขาก็มักบินไปเยี่ยมเธอบ่อยครั้ง บ้านเขาก็ไม่ได้กลับ เมื่อเสิ่นเมิ่งหนิงกลับมา เขาก็รับเธอกลับมาอยู่ที่บ้าน แล้วก็คอยดูแลเธอด้วยตัวเอง

แต่เจียงซุ่ยก็ยังคงหวังว่า สักวันหนึ่งสามีของเธอจะเห็นความดีของเธอบ้าง ด้วยเหตุนี้ เธอจึงคอยดูแลเรื่องงานบ้านทั้งหมด แล้วก็คอยปรนนิบัติรับใช้คนในครอบครัวเขาเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ซึ่งเธอก็ยอมทุ่มสุดตัวทำทุกอย่างด้วยความเต็มใจ

แต่ครั้งนี้ เขากลับต้องการที่จะช่วยชีวิตของเสิ่นเมิ่งหนิงไว้ ด้วยการเอาไตของเธอไปข้างหนึ่งเนี่ยนะ?

เธอไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ

ยู่โหลหลบสายตาของเธอเล็กน้อย จากนั้นก็ทำตัวหยิ่งผยองมากขึ้น “แน่นอนสิ! คนที่พี่ชายของฉันชอบก็คือพี่เมิ่งหนิง ไม่ใช่เธอ! ตอนแรก ถ้าไม่ใช่เพราะคุณย่ารีบร้อนอยากจะอุ้มหลาน แล้วพี่เมิ่งหนิงต้องไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ พี่ชายของฉันจะแต่งงานกับคุณแบบส่งเดชไปทำไมล่ะ ไม่เช่นนั้น เด็กกำพร้าที่มาจากชนบทอย่างเธอ จะเข้ามาอยู่ในตระกูลยู่ได้ยังไง!”

เจียงซุ่ยมองดูริมฝีปากของเธอที่ขยับไปมาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า แต่สิ่งที่ยู่โหลพูดนั้น เธอกลับได้ยินไม่ชัด ราวกับว่ายู่โหลพูดมาจากอีกโลกหนึ่งอย่างไรอย่างนั้นแหละ

ยู่โหลเอามือทั้งสองข้างกอดอกเอาไว้ “เธอแต่งงานเข้ามาตั้งสามปีแล้ว แต่กลับยังไม่มีลูกสักคน แถมเรื่องอาหารการกินหรือเรื่องงานบ้าน เธอก็เทียบกับสาวใช้ไม่ติดเลยสักนิด ตอนนี้ถึงเวลาที่จะได้ทำตัวให้มีประโยชน์แล้ว ก็ช่วยรู้จักหน้าที่ด้วย ยอมให้ความร่วมมือ บริจาคไตให้กับพี่เมิ่งหนิงดี ๆ พี่ชายของฉันจะไม่ทำให้เธอเสียเปรียบแน่ มิฉะนั้น หลังจากการรักษาสิ้นสุดลงแล้ว ถ้าพี่ชายของฉันทิ้งเธอไปแต่งงานกับพี่เมิ่งหนิงขึ้นมา เธอก็จะไม่ได้อะไรเลยนะ!”

ตอนที่กำลังจะตอบกลับไป ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเจียงซุ่ยก็สั่นขึ้นมา

เธอหยิบมันออกมาดู แล้วก็พบว่าเป็นการแจ้งเตือนการโอนเงินผ่านธนาคาร

“... มีเงินโอนเข้ามา 10,000,000”

ยู่จินเฉินโอนเงินให้เธอสิบล้าน!

นี่คือเงินซื้อไตของเธองั้นเหรอ?

เธอควรต้องรู้สึกเป็นเกียรติไหม ที่ไตของเธอมีค่ามากขนาดนี้?

หัวใจของเจียงซุ่ยราวกับถูกเจาะด้วยเข็มเหล็กจำนวนนับไม่ถ้วน ทิ่มแทงเข้ามาจนเลือดไหลชุ่มไปหมด เธอเริ่มรู้สึกร้อย ๆ ที่เบ้าตา มีเพียงแค่ความภูมิใจและความรู้สึกนับถือในตนเองที่เหลืออยู่เท่านั้น ที่ช่วยทำให้เธอไม่ร้องไห้ออกมา

เวลานี้ยู่โหลหมดความอดทนแล้ว เธอกวัดมือเรียกบอดี้การ์ดชุดดำเข้ามา “ดูเธอเอาไว้ให้ดี ฉันจะไปพบหมอก่อน เราจะดำเนินการผ่าตัดทันที อย่าปล่อยให้เธอหนีไปเด็ดขาด”

เธอจงใจพูดเสียงดัง ราวกับว่าเธอกำลังพูดให้เจียงซุยได้ยินโดยเฉพาะ เมื่อพูดจบแล้ว เธอก็จากไปอย่างภาคภูมิใจ

แต่เจียงซุ่ยไม่อยากนั่งรอความตายอยู่เฉย ๆ เธอจึงอาละวาดขึ้นมา ผลักบอร์ดี้การ์ดออก เธอจะไปถามยู่จินเฉินให้มันรู้เรื่องด้วยตัวเธอเอง

เธอเดินโซซัดโซเซ บุกเข้าไปในห้องผู้ป่วย

ในห้องผู้ป่วย เจียงซุ่ยได้เห็นด้วยตาของตัวเองว่า สามีที่เธอคิดถึง กำลังคอยเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ผู้หญิงอีกคนอยู่

เสิ่นเมิ่งหนิงเอนตัวอยู่ในอ้อมแขนของยู่จินเฉิน ราวกับเธอเป็นกระต่ายน้อยที่น่าสงสารและน่าเอ็นดูมากอย่างไรอย่างนั้นแหละ

ยู่จินเฉินกอดเธอเอาไว้ ปลอบเธอด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลว่า “เมิ่งหนิง ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อรักษาคุณให้หายดีให้ได้ ผมหาไตที่เหมาะสมได้แล้วนะ คุณกำลังจะหายในไม่ช้านี้แล้ว”

เวลานี้ เจียงซุ่ยรู้สึเหมือนตัวเองตกลงไปในถ้ำน้ำแข็งที่เย็นสุดหัวใจ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังจากถูกแย่งงานแต่งงาน ฉันกลายเป็นน้องเขยคนเก่าของแฟน
9.2
ในวันสำคัญที่สุดของชีวิต ฉันถูกเพื่อนเก่าที่เคยรังแกแย่งงานแต่งงานไปต่อหน้าต่อตา ทว่าสามีที่ควรปกป้องกลับทิ้งฉันไปหาเธออย่างไม่ใยดี เมื่อฉันลุกขึ้นสู้เพื่อความยุติธรรม เขากลับข่มขู่และฟ้องร้องฉันจนกลายเป็นที่หัวเราะเยาะในสังคม เขาเย้ยหยันว่าฉันไม่มีวันชนะเพราะเขามีพี่เขยที่ทรงอิทธิพลคอยหนุนหลัง แต่ในวินาทีที่มืดแปดด้าน ชายผู้เป็นตำนานคนนั้นกลับโอบกอดฉันไว้พร้อมข้อเสนอที่คาดไม่ถึงว่าจะส่งพวกเขาทั้งคู่เข้าคุกเพื่อแลกกับหัวใจของฉัน
หน้าปกนวนิยาย กลรักเล่ห์การันต์
8.8
เมื่อความผิดพลาดเพียงคืนเดียวทำให้ปาลิน มิจฉาชีพสาวฝีมือดีต้องตกหลุมพรางของลูกค้าจอมปลอม เธอถูกบีบให้ทำสัญญาทาสกับชายแปลกหน้าผู้มั่งคั่ง เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของเขาที่อยากพิสูจน์ว่าเงินคือสิ่งที่บันดาลได้ทุกอย่างในโลกใบนี้ แม้เธอจะกังวลเรื่องสถานะลับๆ แต่เขากลับยืนยันว่านี่คือข้อตกลงทางธุรกิจที่ไร้ซึ่งความรักและการผูกมัด โดยเขาสามารถเลี่ยงการแต่งงานที่แสนน่าเบื่อได้ ในขณะที่เธอก็ได้รับผลประโยชน์มหาศาลเป็นการตอบแทนในฐานะคู่สัญญาเพียงคนเดียวของเขา
หน้าปกนวนิยาย นักศึกษาฝึกรักท่านประธาน
9.4
กวี ประธานหนุ่มผู้สุขุมกลับขาดสติเพราะความหึงหวงเมื่อเห็นบัวชมพู นักศึกษาฝึกงานที่เขาพึงใจสนิทสนมกับชายอื่น จนนำไปสู่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งเพียงชั่วข้ามคืน แม้บัวชมพูจะอยากหนีจากคนใจร้ายที่บงการชีวิตเธอด้วยหนี้บุญคุณของครอบครัว แต่ความอ่อนโยนที่เขามอบให้ก็ทำให้เธอเริ่มหวั่นไหว ทว่าในวันที่เธอพบว่ากำลังตั้งครรภ์ ความลับบางอย่างกลับถูกเปิดเผยจนทำลายความเชื่อใจที่มี บัวชมพูจึงต้องเลือกระหว่างการทนอยู่เพื่อทดแทนคุณหรือเดินจากไปพร้อมสายเลือดของเขาที่เขาไม่เคยเป็นที่ต้องการ
หน้าปกนวนิยาย ร่วงลงทีละขั้น: ประธานาธิบดีผู้ไม่ถือศีลตกอยู่ในความรักอันร้อนแรง
9.3
เนี่ยซือถูกจีเหิงกักขังไว้ในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความอัปยศ จนเมื่อเขาประกาศแต่งงาน เธอจึงหวังจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่ในงานดูตัวเธอกลับถูกประจานเรื่องอดีตอันเลวร้ายของครอบครัวและข่าวลือเสียหายจนศักดิ์ศรีป่นปี้ ทันใดนั้นจีเหิงกลับปรากฏตัวขึ้นพร้อมประกาศกร้าวว่าเธอคือผู้หญิงของเขา ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่รู้ว่าเขาทรงอิทธิพลเพียงใด เนี่ยซือได้แต่สงสัยว่าเหตุใดชายที่ควรจะเข้าพิธีวิวาห์ในวันนี้ถึงมาอยู่ตรงหน้าเพื่อปกป้องเธอ
หน้าปกนวนิยาย รักต่างวัยของเจ้านายจอมเก๊ก
9.2
นารา หญิงสาววัยยี่สิบปีผู้ซ่อนความบอบช้ำจากการหย่าร้างของพ่อแม่ไว้ใต้รอยยิ้มสดใส เพื่อเป็นเสาหลักให้แม่และส่งน้องชายเรียนหมอ เธอจึงมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ ไปหาป้าเพื่อหางานทำ จนได้พบกับภูตะวัน พ่อเลี้ยงเจ้าของไร่องุ่นและโรงงานไวน์วัยสามสิบห้าปี ผู้ครองตัวเป็นโสดและปิดตายหัวใจจากความผิดหวังในอดีตที่ถูกคนรักเก่านอกใจ ทว่าการปรากฏตัวของสาวน้อยมองโลกในแง่ดีคนนี้ กำลังจะทำให้ชีวิตที่แสนเย็นชาของนักธุรกิจหนุ่มกลับมาวุ่นวายและมีชีวิตชีวาขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจจักรภัทร [เจ้านายหนุ่มหล่อ VS ลูกน้องสาวสวย)
9.2
CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต VS พนักงาน HR นอกจากแสนสวยกับแสนดีแล้วก็ ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้ ------------------------------------ ‘จักรภัทร ส่งเสริมสกุลไทย’ CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต หนุ่มผู้กลายเป็นที่ต้องการของสาวค่อนเมือง เขาจำเป็นต้องเลือกอย่างละเอียดถี่ถ้วนและระมัดระวัง เพื่อกันความผิดพลาดหรือเลิอกคนผิดนั่นเอง คติประจำใจที่เขาและนักธุรกิจหลายต่อหลายคนมีไว้ นั่นคือ 'สมภารไม่กินไก่วัด' _______ ‘มัทรี ทรัพท์สมบูรณ์’ พนักงานสาวในฝ่าย HR ผู้ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้สำหรับเลือกมาเป็นคู่ชีวิต ยกเว้นแต่ความสวยบาดใจโดยไม่ต้องแต่งแต้มมากมายนัก กับความเป็นกุลสตรีที่เธอมีครบถ้วน และเขาก็ไม่ควรจะมองข้ามจุดนี้ไป ++++++++++++++++++++++ ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ ‘ตูม!!!’ ‘พรึบ!’ “ว๊าย!!!!” ยังไม่ทันจะได้รับกระเป๋าจากมือบางด้วยซ้ำ ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงๆ ลงมาอย่างรุนแรง ตามด้วยเสียงอะไรสักอย่างระเบิดขึ้นมา เดาว่าน่าจะเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าของหมู่บ้าน แล้วไฟก็ดับพรึบลง คนตรงหน้าของเขาคงตกใจ ถึงกับร้องเสียงหลง แล้วกระโดดเข้ามากอดเขาทันที “ไม่ต้องกลัวนะครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ” และด้วยสัญชาตญาณ สองวงแขนของเขา ก็รับเอาร่างเล็กๆ มากอดแนบอกไว้เช่นกัน ตอนแรกนั้นเพราะความอยากปกป้องเพศที่อ่อนแอกว่า และกำลังต้องการที่พึ่งพิง ต่อมานั้นมีความต้องการด้านจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก็ใครจะไปอดรนทนไหว ในเมื่อมีสาวสวยมาให้กอดขนาดนี้ สองวงแขนของเขาเลยกระชับเอาไว้แนบแน่น ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ เสียงฟ้าร้อง บวกกับสายฟ้าแลบแปลบปลาบ จนเกิดแสงสว่างว้าบเป็นครั้งคราวนั้น ทำให้เขาเห็นเจ้าของใบหน้าสวย ที่ดูเหมือนจะตกอกตกใจไม่หายได้ชัดเจน สองแขนเล็กเรียวที่โอบกอดเขาอยู่นั้น ก็กระตุ้นให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นได้ไม่ยาก กลิ่นกายหอมๆ บวกกับกลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเรือนผมยาวสลวย ก็ช่วยให้เขาไม่อาจจะผละหนีไปไหนได้ ปลายคางมนของคนตกใจ เลยถูกเขาเชยขึ้นช้าๆ สายฟ้าแลบแต่ละครั้ง ทำให้เขาได้เห็นใบหน้าสวยใสได้ไม่ยาก รวมทั้งริมกระจับงาม ที่เขาทนฝืนใจไม่ให้ก้มลงไปหาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ไม่กี่วินาที เขาก็ได้ลิ้มลอง และเจ้าของก็ไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นฝ่ายเชื้อเชิญด้วย เป็นเขาเองที่โน้มใบหน้าลงไปหา ด้วยยากจะหักห้ามใจ และไม่รู้มาก่อน ว่าตัวเองปรารถนาจะลิ้มลองสองกลีบบุปผางามมากมายขนาดนี้ หลังจากที่เจ้าของกลีบเข้าไปแย่งพื้นที่สาวอื่น มีอำนาจเหนือจิตใจเขากินอาณาบริเวณมากระดับหนึ่งมานับแรมเดือน ในบรรดาสาวๆ ที่เขาคัดสรรไว้นั้น เธอคือคนแรกที่เขาเผลอตัว เผลอใจเข้าใกล้ขนาดนี้ ใช่ว่าเขาจะอ่อนประสบการณ์เรื่องรักๆ ใคร่ๆ หรือเรื่องผู้หญิง ตรงกันข้าม เขากลับช่ำชองไม่น้อย แต่เขาจะฝึกปรือกับผู้หญิงอีกประเภท ที่ซื้อหามาได้ด้วยเงิน และเงินก็จบปัญหาด้านความสัมพันธ์ต่อเนื่องได้ ส่วนผู้หญิงที่จะยกย่องให้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูกนั้น เขาจะไม่มีวันปล่อยให้อารมณ์ใคร่ เข้ามามีบทบาทเหนือเหตุผลเด็ดขาด ยกเว้นก็ครั้งนี้ จะด้วยเพราะอะไรเขาเองก็ยากจะหาข้ออ้างได้ รู้แต่ว่ากำลังเป็นสุข กับการได้ดูดดื่มเรียวกระจับงาม หอมหวานอยู่ตอนนี้ แผงอกกว้างที่มีอีกอกบดเบียดอยู่นั้น ช่างอบอุ่นเหลือเกิน แม้ด้านนอกจะมีสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง ทว่ากลับไม่รู้จักหนาวเหน็บแม้แต่นิดเดียว ความรู้สึกนี้ก็เกิดขึ้นกับเจ้าของเรียวกระจับงาม ที่กำลังยกสองแขนกอดเกี่ยวกายเขาเอาไว้ ด้วยหัวใจนั้นเต็มตื้นด้วยความตกใจระคนเป็นสุข จนไม่แน่ใจ ว่าตัวเองกำลังตื่นหรือว่าหลับฝัน ถ้าเป็นฝัน ก็คงจะเป็นฝันอันแสนหวาน ที่สาวๆ ทั้งตึก จะต้องอิจฉาแน่ ใครเลยจะคาดคิดว่าชีวิตนี้ จะได้มีห้วงเวลาที่ผู้อยู่สูงเทียมฟ้าอย่างเขา กำลังมอบจุมพิตที่แสนรัญจวนใจให้ กลิ่นกายของเขานั้นช่างหอมเฉพาะตัว แผงอกของเขานั้น ช่างอบอุ่นราวกับมีผ้าผวยหลายร้อยผืนมาห่อหุ้มเอาไว้ สองวงแขนของเขาที่โอบกอดไว้นั้น ช่างให้ความรู้สึกปลอดภัย ยิ่งกว่ามีสรรพสิ่งใดๆ มาโอบล้อมไว้ ร่างเล็กๆ ที่พอมีเรี่ยวแรงเมื่อครู่ ใกล้จะเข่าทรุดแล้ว หากไม่มีเขาคอยประคองช่วยเอาไว้ มัทรีอยากหยุดเวลาอันแสนสุขเอาไว้แค่นี้ จะได้มีเขาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ตลอดไป จะได้เก็บความทรงจำอันแสนหวานล้ำนี้ไว้ตราบนานเท่านาน และสำหรับชายหนุ่มผู้เคร่งครัดในกฎเหล็กของตัวเอง ว่าจะไม่ปฏิบัติกับหญิงที่คัดสรรไว้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูก ก็กำลังบังคับตัวเองให้หยุดอย่างหนักหน่วง ‘เปรี้ยง!!!’