ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หวนคืนมิลืมรัก

หวนคืนมิลืมรัก

จากความรักที่กลายเป็นความแค้น เมื่อสกุลหลิวต้องพังพินาศเพราะความภักดีที่มอบให้บุรุษทรยศอย่างกู่เหว่ยหยวน ในวันที่สวรรค์เมตตาให้นางย้อนคืนสู่อดีต นางจึงสาบานว่าจะไม่ขอข้องเกี่ยวกับเขาอีก ทว่ายิ่งนางพยายามหนีไปให้ไกล เขากลับยิ่งเจ้าเล่ห์และติดตามบีบคั้นจนนางไร้ทางเลี่ยง ในเมื่อโชคชะตาบังคับให้ต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง นางจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าสตรีสกุลหลิวจะไม่ยอมโง่เขลาซ้ำสอง และครั้งนี้เขาจะต้องชดใช้อย่างสาสมกับสิ่งที่เคยทำไว้กับนางในอดีตชาติ
ตอน
แชร์

ตอน 2

“พี่ใหญ่ข้าจะออกไปข้างนอกนะเจ้าคะ” หลิวอวี่หนิงวิ่งเข้าไปกอดแขนของหลิวอวี่เหวินพี่ชายเพียงคนเดียวของนาง ใบหน้าหวานเงยมองพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนไปให้เพื่อหวังจะให้อีกฝ่ายเห็นใจ มีหรือที่คนตามใจน้องเช่นเขาจะไม่ใจอ่อน หากนางทำตาเช่นนี้ทีไร ต่อให้เป็นภูเขาไท่ซานก็สั่นไหว

“หนิงหนิงเจ้าจะออกไปที่ไหนบอกพี่ใหญ่มาตามตรงเถอะ” หลิวอวี่เหวินยกมือขึ้นเคาะปลายจมูกรั้นของน้องสาว เพียงแค่มองตาก็รู้แล้วว่าเด็กผู้นี้ต้องการจะออกไปที่ใด

“ข้านัดอาหลีเอาไว้เจ้าค่ะ วันนี้ที่ร้านกวนฮวามีเครื่องประทินผิวแบบใหม่เข้ามาวางขาย ข้ากับอาหลีจึงว่าจะเข้าไปดูเจ้าคะ”หลิวอวี่

เหวินหรี่ตาเล็ก ใบหน้าคมจ้องมองลงมา ทำร่างอรชรเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง สายตาพี่ใหญ่ช่างน่ากลัวนัก หากนางไม่ใช่น้องสาว ก็คงไม่กล้าออดอ้อนเช่นนี้

“หนิงหนิง..คนอย่างเจ้านะหรือจะสนใจเครื่องประทินผิวอะไรนั่น หึ!!..ข้าว่าเจ้าจะแอบไปหาองค์ชายสี่กระมัง อย่าคิดนะว่าข้าจะรู้ไม่ทันเจ้า องค์ชายสี่เสด็จมาชายป่าท้ายเมือง เจ้าบอกข้ามาตามตรงเถอะ”

หลิวอวี่หนิงเบิกตาขึ้น พี่ใหญ่จะร้ายกาจเกินไปแล้ว แต่รู้แล้วอย่างไร นางไม่ยอมรับเสียอย่าง และนางก็นัดอินจูหลีเอาไว้จริง ๆ นี่นา แต่นัดกันไปแอบดูองค์ชายสี่ต่างหากเล่า

“พี่ใหญ่หากท่านไม่เชื่อก็ไปถามอาหลีเถอะ ข้ารู้ว่าพี่ใหญ่ไม่ชอบให้ข้าเข้าไปวุ่นวายกับองค์ชายสี่ ข้าย่อมเชื่อฟังท่าน” หลิวอวี่เหวินหัวเราะออกมา ท่าทางดื้อรั้นเช่นนั้น ในสายตาคนเป็นพี่ย่อมมองว่าน่าเอ็นดู

“เอาละ ๆ พี่ใหญ่ไม่เถียงกับเจ้าแล้ว หากจะไปร้านกวนฮวาหรือว่าท้ายเมืองก็ไปเถอะ แต่หนิงหนิงองค์ชายสี่มิใช่คนที่พวกเราจะเข้าไปเกี่ยวข้องได้ ตำหนักเชื้อพระวงศ์สูงเกินกว่าที่พี่ใหญ่จะคว้าให้เจ้าได้เข้าใจหรือไม่ เจ้าอยากเห็นพระพักตร์ของพระองค์ก็ไปดูเถิด แต่พี่ใหญ่ขอเจ้าวันหนึ่งเจ้าจะต้องตัดใจให้ได้ เข้าใจหรือไม่ ยิ่งเจ้าตัดใจได้เร็วเท่าไร นั่นก็ย่อมเป็นผลดีกับตัวเจ้า”

“หนิงหนิงทราบแล้วเจ้าค่ะ”

หลิวอวี่เหวินโบกมือเป็นการอนุญาต ต่อให้ในใจจะไม่ยินดี แต่หากสิ่งนั้นเป็นความสุขของน้องสาว เขาก็ไม่อาจทำใจหักห้าม หลิวอวี่

หนิงเห็นดังนั้นก็สลัดอารมณ์ขุ่นมัวเมื่อสักครู่ทิ้งไป นางไม่เข้าใจเลยสักนิดพี่ใหญ่จะกลัวสิ่งใด หากพี่ใหญ่ออกหน้ามีหรือการพระราชสมรสระหว่างนางและองค์ชายสี่จะเป็นไปไม่ได้ แต่ที่เป็นไปไม่ได้เพราะพี่ใหญ่ไม่อยากให้นางได้แต่งกับองค์ชายสี่มากกว่ากระมัง

หลิวอวี่หนิงเป็นน้องสาวเพียงคนเดียวของหลิวอวี่เหวินครอบครัวสกุลหลิวสายหลักเหลือกันเพียงแค่สองคนพี่น้องเท่านั้น บิดาเขาอดีตแม่ทัพอู่เว่ยหลิวอวี่เหอสิ้นชีพอยู่กลางสนามรบ หลังจากที่นำศพบิดากลับมาถึงจวน มารดาทนรับความเสียใจไม่ไหว ก็ปลิดชีพตนเองตายตรงหน้าหีบศพของบิดา

ยามนั้นเขามีอายุเพียงสิบเจ็ดเท่านั้นส่วนน้องสาวก็เป็นเพียงเด็กหญิงอายุสิบสองหลังเสร็จสิ้นงานศพบิดา เขาก็พาน้องสาวเพียงคนเดียวมุ่งหน้าสู่เหอตง เลี้ยงน้องไปด้วยทำศึกไปด้วย ครั้นเมื่ออายุได้สิบแปดปีก็ได้รับตำแหน่งแม่ทัพมาครอบครอง อาจเพราะหลิวอวี่เหวินตามบิดาเข้ากองทัพตั้งแต่จำความได้กระมัง ฝีมือการศึกจึงมิได้ด้อยกว่าผู้เป็นบิดาเลยแม้แต่น้อย หากจะพูดไปแล้วความมุทะลุของแม่ทัพหลิวคนลูกออกจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ

เพราะอย่างนั้นแม่ทัพหลิวจะไม่ตามใจน้องสาวได้อย่างไร ถึงแม้จะรู้ว่านางมีใจให้องค์ชายสี่ และทุกครั้งที่นางออกจากจวน ก็มักจะไปแอบดูองค์ชายอยู่เสมอก็ตาม เขาก็ทำใจห้ามนางมิได้ ต่อให้ในใจจะรู้ว่าองค์ชายผู้สูงศักดิ์จะรังเกียจน้องสาวเขามากเพียงใด แต่เขาก็ไม่อาจเอ่ยวาจาแม้แต่ครึ่งคำ หวังเพียงแค่เมื่อถึงวันหนึ่งนางจะตัดใจได้เสียที

“อาหลีเร็ว ๆ ได้หรือไม่ เดี๋ยวก็ไม่ทันขบวนเสด็จหรอก” หลิวอวี่หนิงควบม้าไปอยู่ที่ข้างหน้าต่างรถม้าสกุลอิน นางเอ่ยเร่งคนบนรถม้าด้วยความร้อนใจ

“อาหนิงข้ามิได้เป็นคนบังคับม้าและอีกอย่างที่นี่ในเมืองหลวงนะ เจ้าใจเย็น ๆ ลงหน่อยเถอะ” อินจูหลีบุตรสาวเสนาบดีอินอี้ซวน เปิดม่านหน้าต่างขึ้น นางชะโงกหน้าออกไปมองสตรีที่อยู่บนหลังม้า น้ำเสียงกลั้วหัวเราะเอ่ยออกมา หลิวอวี่หนิงหน้ายุ่งขึ้น นางหันไปมองสหายในรถม้าพลางส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยว่า

“อาหลีข้ากลัวว่าองค์ชายสี่จะเสด็จเข้าไปในป่าก่อนน่ะสิ เอาอย่างนี้เถอะ เจ้าก็นั่งรถม้าตามข้าไปก็แล้วกัน ข้าจะเร่งนำหน้าไปก่อน ขอให้ข้าได้เห็นพระพักตร์ของพระองค์เพียงเล็กน้อยข้าหลิวอวี่หนิงจะได้นอนหลับฝันดี” อินจูหลีเบิกตาขึ้น นางรีบชะโงกหน้าออกนอกรถม้า ก่อนจะมองซ้ายขวา

“อาหลีจะชะโงกหน้าออกมาทำไม เจ้าไม่รู้หรือว่ามันอันตราย” หลิวอวี่หนิงขมวดคิ้วมอง เหมือนกับว่านางกำลังมองหาใครอยู่

“อาหนิงเจ้าพูดจาสิ่งใดออกมา เจ้าเป็นสตรีนะคอยดูเถิดหากท่านแม่ทัพหลิวรู้เข้าเจ้าจะต้องถูกลงโทษ”หลิวอวี่หนิงหัวเราะเสียงดังนางแลบลิ้นออกมาก่อนจะทำหน้าทะเล้นใส่สหายเพียงคนเดียวในเมืองหลวงแห่งนี้อย่างอารมณ์ดี

“อาหลีเจ้าคิดมากไปแล้วพี่ใหญ่จะมาได้ยินได้อย่างไรกันเล่า เอาเถอะข้าไม่เถียงกับเจ้าแล้วข้าล่วงหน้าไปก่อนก็แล้วกัน”

อินจูหลีมองตามอาชาเหงื่อโลหิตของหลิวอวี่หนิงที่ควบออกไป ฝุ่นคละคลุ้งไปตามความเร็วของม้า มือเรียวปิดผ้าม่านหน้าต่างลง เพียงแค่อาชาที่นางขี่ก็รู้แล้วว่าแม่ทัพหลิวรักน้องสาวร่วมอุทรมากเพียงใด

“คุณหนูเจ้าคะบ่าวไม่เข้าใจเลยสักนิด คุณหนูจะออกมากับคุณหนูหลิวทำไมกัน ดูเอาเถอะคุณหนูหลิวทำตัวไร้กฎเกณฑ์ มารยาทอันสตรีพึงกระทำก็หามีไม่ แล้วเหตุใดคุณหนูของบ่าวต้องคบหากับนางด้วยเจ้าคะ”

“อาชิงหุบปากของเจ้าเดี๋ยวนี้ หากใครมาได้ยินเข้าจะหาว่าสกุลอินสั่งสอนบ่าวไพร่ไม่ดี”

อาชิงก้มหน้าลงทว่าน้ำตากลับคลอไปทั้งดวงตา เหตุใดคุณหนูจึงไม่เข้าใจความหวังดีของนาง ทั่วทั้งเมืองหลวงคุณหนูจวนใดบ้างที่อยากคบหากับคุณหนูสกุลหลิว เพียงแค่ได้ยินชื่อก็หลบหน้าหนีกันทั้งนั้น

“เฮ้อ..อย่างไรนางก็เป็นสหายข้า นางอาจจะนิสัยไม่เหมือนคุณหนูในห้องหอไปบ้าง แต่นั่นก็ช่วยไม่ได้ไม่ใช่หรือ บิดามารดานางล้วนจากไปตั้งแต่นางยังเล็กนัก ผู้ใดจะสอนเรื่องเหล่านั้นให้นางกันเล่า และอีกอย่างอาหนิงก็เติบโตขึ้นมาในกองทัพ นิสัยนางจึงเป็นเช่นนั้น แต่นางก็เป็นคนจริงใจเป็นอย่างมาก”

“เจ้าค่ะเป็นอาชิงที่พูดไม่คิดไปเอง คุณหนูอย่ามีโทสะเลยนะ”

อินจูหลีพยักหน้าอย่างพอใจ นางหันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่าง รอยยิ้มบนใบหน้าพลันเลือนหาย ดวงตาเรียวจ้องมองผ่านผ้าม่านออกไปอย่างแข็งกร้าว!!..

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เสี่ยงรักสัจอธิษฐาน
8.0
เมื่อคำอธิษฐานสัมฤทธิผล หญิงสาวผู้แก้บนไม่ทันกาลจึงต้องเผชิญอาถรรพ์ลี้ลับที่คุกคามชีวิต ทางรอดเดียวคือการแต่งงานและมีบุตรกับชายคนแรกที่พบหลังตื่นนอน ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกให้เขาคนนั้นมีอายุคราวพ่อและแก่กว่าเธอถึงยี่สิบปี แม้ฝ่ายชายจะปฏิเสธ แต่เธอก็ต้องตามตื๊อทุกวิถีทางเพื่อรักษาชีวิตตนเอง ท่ามกลางเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่ถาโถมเข้ามา ความใกล้ชิดและการปกป้องจากเขาก็เริ่มแปรเปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย สนมคนงามเรามาเล่นกันเถอะ
7.9
หญิงสาวผู้หนึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อเธอหลุดเข้าไปอยู่ในร่างของนางร้ายจากนิยายที่เพิ่งจะก่นด่าไปหยกๆ ชีวิตใหม่ของเธอเริ่มต้นด้วยวิกฤตครั้งใหญ่ เพราะถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรผู้ลงมือสังหารพี่สาวแท้ๆ ของตนเอง ท่ามกลางศัตรูที่จ้องจะเอาชีวิตรอบด้านและความลับที่ซ่อนอยู่ เธอต้องพยายามหาทางรอดพ้นจากชะตากรรมอันเลวร้ายนี้ไปให้ได้ พร้อมกับความปรารถนาเดียวคือการหนีออกไปจากโลกนิยายที่แสนอันตรายแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย สาวน้ำพริก
9.7
ณ ลานประหาร วาระสุดท้ายของอาเรียเต็มไปด้วยความน่าสมเพช เรือนผมสีทองและนัยน์ตาสีมรกตที่เคยงดงามถูกทำลายจนยับเยินด้วยน้ำมืออันโหดเหี้ยมของเคน ความทรมานทวีความรุนแรงเมื่อเกลือถูกสาดลงบนบาดแผลจากลิ้นที่ถูกตัดขาด ทำให้เธอไร้หนทางที่จะเอ่ยปากสารภาพความผิดใดๆ หญิงสาวผู้สิ้นหวังทำได้เพียงหลับตายอมรับจุดจบที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่าก่อนลมหายใจจะรวยริน สตรีผู้บริสุทธิ์ซึ่งเคยตกเป็นเหยื่อการกลั่นแกล้งของเธอได้ก้าวออกมา เพื่อมอบคำอำลาครั้งสุดท้ายให้แก่นางมารร้ายที่กำลังจะแตกดับ
หน้าปกนวนิยาย ข้าอยู่บน ท่านอ๋องอยู่ล่าง
7.8
เซียวหนานคือนกกระจอกสืบข่าวระดับล่างในองค์กรลับผู้ไร้หัวนอนปลายเท้า นางถูกฝึกฝนอย่างหนักในศาสตร์การปรนนิบัติและศิลปะแห่งกามารมณ์เพื่อแทรกซึมเข้าหาเหล่าขุนนาง แม้วรยุทธ์จะต่ำต้อยแต่นางกลับเชี่ยวชาญการใช้เรือนร่างเป็นอาวุธล่อลวงบุรุษ แม้จะเคยฝึกฝนกับของเทียมและชายปริศนามาบ้าง แต่นางยังต้องรักษาพรหมจรรย์ไว้เพื่อมอบให้แก่เหยื่อสูงศักดิ์รายแรกตามคำสั่งของนายใหญ่ ท่ามกลางวังวนแห่งการชิงไหวชิงพริบที่ต้องใช้ทั้งร่างกายและหัวใจเข้าแลกเพื่อความอยู่รอด
หน้าปกนวนิยาย สตรีร้ายกาจผู้นี้จะเลิกรักท่านเอง
8.1
เสิ่นอวี้หลันยอมทำทุกทางเพื่อครอบครองมู่หยางโหวและกำจัดเสี้ยนหนามรอบตัวเขา จนในที่สุดก็ได้เป็นภรรยาตามปรารถนา แต่เขากลับชิงชังและปฏิบัติกับนางอย่างไร้ค่า เมื่อเขาตัดสินใจรับภรรยารองเข้าจวน ความเจ็บช้ำทำให้นางเลือกจบความสัมพันธ์ด้วยการยื่นหนังสือหย่า ทว่าสามีที่เคยเย็นชาและผลักไสกลับเปลี่ยนไป เขาไม่ยอมลงนามเลิกราแถมยังตามตื้อขอคืนดีอย่างผิดปกติจนนางเริ่มสงสัยว่าโหวหนุ่มผู้นี้กำลังเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินใหญ่
9.7
อวิ๋นซือ บุตรสาวสายตรงของขุนนางผู้สูงศักดิ์ เติบโตมาอย่างเพียบพร้อมเพื่อรับตำแหน่งฮูหยินใหญ่ที่สง่างาม เมื่ออายุได้สิบห้าปี นางเข้าพิธีวิวาห์อย่างสมเกียรติด้วยเกี้ยวแปดคนหามสู่ตระกูลสามี ทว่าตำแหน่งที่ใครต่างอิจฉากลับไร้ความหมาย เมื่อสามีมอบใจให้อนุตัวน้อยจนหมดสิ้น ในวัยสิบเจ็ดปี อวิ๋นซือจึงเลือกทิ้งเกียรติยศจอมปลอม ถือหนังสือหย่าก้าวออกจากจวนด้วยความทระนง ในเมื่อความเป็นภรรยาเอกไม่เคยได้รับความสำคัญ นางก็พร้อมจะสลัดทิ้งมันไป