ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หวนคืนมิลืมรัก

หวนคืนมิลืมรัก

จากความรักที่กลายเป็นความแค้น เมื่อสกุลหลิวต้องพังพินาศเพราะความภักดีที่มอบให้บุรุษทรยศอย่างกู่เหว่ยหยวน ในวันที่สวรรค์เมตตาให้นางย้อนคืนสู่อดีต นางจึงสาบานว่าจะไม่ขอข้องเกี่ยวกับเขาอีก ทว่ายิ่งนางพยายามหนีไปให้ไกล เขากลับยิ่งเจ้าเล่ห์และติดตามบีบคั้นจนนางไร้ทางเลี่ยง ในเมื่อโชคชะตาบังคับให้ต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง นางจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าสตรีสกุลหลิวจะไม่ยอมโง่เขลาซ้ำสอง และครั้งนี้เขาจะต้องชดใช้อย่างสาสมกับสิ่งที่เคยทำไว้กับนางในอดีตชาติ
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ทุกอย่างเตรียมพร้อมหมดแล้ว เชิญเสด็จพ่ะย่ะค่ะ” กู่เหว่ยหยวนเอามือไขว้กันไว้ที่ด้านหลัง ดวงตาคมมองออกไปตามทาง หย่งเสียนหนึ่งในสี่องครักษ์เห็นดังนั้นก็ส่งสายตามองตามทางที่องค์ชายสี่มองไปด้วยเช่นกัน

“องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ” หย่งเสียนเห็นว่ากู่เหว่ยหยวนไม่ได้ตอบสิ่งใดออกมาก็ขมวดคิ้วขึ้นมิใช่ว่าองค์ชายตั้งใจจะเข้าไปล่าสัตว์หรอกหรือ แล้วเหตุใดจึงยังไม่เข้าไปอีกเล่า หรือพระองค์จะรอผู้ใดกัน

“รออีกหน่อย” เป็นจริงอย่างที่องครักษ์หนุ่มคาดคิด กู่เหว่ยหยวนจ้องมองไปทางม้าด้วยความร้อนใจ มือที่อยู่ด้านหลังบีบเข้าหากันแน่น ในใจพร่ำบอกกับตนเองว่า นางจะต้องมา รออีกหน่อยเถอะนางจะต้องมาแน่ ๆ

“แต่หากช้ากว่านี้แดดจะแรง พวกสัตว์จะกลับเข้าไปในป่าลึก ยามนี้อาฝานและอาฟานเข้าไปเตรียมตัวรอด้านในแล้ว รอแค่พระองค์เสด็จพ่ะย่ะค่ะ” ยามนี้ข้างในป่าหย่งฝานและหย่งฟาน สององครักษ์ได้เข้าไปเตรียมความพร้อมเอาไว้หมดแล้ว ใครจะกล้าละเลยความปลอดภัยขององค์ชายกันเล่า

“ข้าบอกให้รอ...เจ้าไปเตรียมตัวเถอะ” หย่งเสียนก้มศีรษะรับคำสั่งและถอยออกไป ทว่าก็ยังอดสงสัยมิใด ก่อนหน้านั้นองค์ชายสี่มิได้บอกว่าจะมีผู้ใดมาร่วมขบวน แม้กระทั่งองค์ชายรองและองค์หญิงหกขอติดตามมาด้วย พระองค์ก็ทรงไม่ยินยอม เหล่าองครักษ์รู้ดีว่าองค์ชายของพวกเขามิชอบความวุ่นวาย การเข้าป่าล่าสัตว์ก็เพียงแค่ต้องการออกมาเที่ยวเล่นแก้เบื่อเท่านั้น

แต่แล้วกู่เหว่ยหยวนก็ได้ยินเสียงม้าวิ่งเข้ามาพร้อมกับร่างอรชรที่อยู่ด้านบนหลังม้า ใบหน้าชายหนุ่มพลันปรากฏรอยยิ้ม เขาก้าวขาออกไปข้างหน้า ทว่าม้าตัวนั้นกลับชะลอความเร็ว และวิ่งเหยาะๆ ไปที่ด้านหลังต้นไม้ กู่เหว่ยหยวนหัวเราะออกมาอย่างขบขัน ยังเหมือนเดิม ครั้งนั้นนางก็ขี่ม้ามาแอบดูเขาเช่นนี้ หย่งเสียนได้ยินเสียงม้าก็กระชับกระบี่ขึ้น พร้อมกับวิ่งขึ้นมาบังด้านหน้าเจ้านายตนเองอย่างระแวดระวัง

“หย่งเสียนเจ้าจะทำอะไรหลบออกไป” มือหนายื่นออกไปผลักองครักษ์ด้านหน้าให้พ้น เขารีบก้าวขาเดินไปยังหลังต้นไม้ ที่ม้าตัวนั้นยืนอยู่ หย่งเสียนพยายามจะห้ามแต่ก็ไม่อาจขัดคำสั่งได้ จึงได้แต่เดินตามไปห่าง ๆ

“เจ้ามาแล้วจะมัวมาแอบอยู่ทำไมเล่า หรือคิดว่าข้าจะมองไม่เห็นเจ้า” หลิวอวี่หนิงเบิกตาขึ้นมา ใบหน้าหวานพลันแดงซ่าน

“องค์ชายมาไล่หม่อมฉันหรือเพคะ หม่อมฉันขอแอบมองพระองค์อีกครู่เดียวก็จะกลับแล้ว” กู่เหว่ยหยวนหัวเราะออกมาอย่างพอใจ นางช่างตรงไปตรงมาเสียเหลือ นางเปิดเผยอย่างน่ารักเช่นนี้ เหตุใดเขาจึงได้มองว่านางน่ารังเกียจไปได้กันนะ

“เจ้าอยากไปล่าสัตว์กับข้าหรือไม่” คำถามที่เอ่ยออกมาอย่างไม่ตั้งตัว ทำให้หลิวอวี่หนิงพลันตกใจระคนดีใจ

“หม่อมฉันไปได้หรือเพคะ” นางถามออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่กว้างขึ้น ดวงตาคู่นั้นเป็นประกายแห่งความคาดหวัง กู่เหว่ยหยวนพลันใจเต้นแรงขึ้นมา อยากจะคว้านางเอามากอด และจุมพิตให้ทั่วใบหน้า เขาคิดถึงนางเหลือเกิน

หลิวอวี่หนิงกระโดดลงจากหลังม้า นางขยับมายืนตรงหน้าก่อนจะย่อกายลงเพื่อทำความเคารพเขา ความจริงนางจะต้องทำการคารวะเขาตั้งแต่ที่เขาเดินเข้ามาแล้ว ทว่านางกลับลืมเสียได้ ก็ใครใช้ให้นางทั้งตื่นเต้นและดีใจกันเล่ากู่เหว่ยหยวนยกคิ้วขึ้นมองนาง

“ขออภัยเพคะ หนิง..เอ่อ..หม่อมฉันลืมแสดงความเคารพพระองค์ ถวายพระพรองค์ชายสี่เพคะ” ครั้นเห็นว่านางย่อกายลง เขาก็เก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่แล้ว ชายหนุ่มหัวเราะออกมาดังลั่น พลางเอามือกุมท้อง หนิงหนิงของเขาช่างน่ารัก

“ฮ่า ๆ ๆ..ตามสบายเถอะ เป็นความผิดของข้าเองที่เข้ามาทักเจ้า ว่าอย่างไรเล่าจะไปล่าสัตว์กับข้าหรือไม่” ร่างอรชรขมวดคิ้วขึ้น นางพูดอันใดออกไปหรือ เขาจึงได้หัวเราะงอหงายเช่นนี้ ช่างเส้นตื้นเหลือเกิน

“หม่อมฉัน..เอ่อ..” แน่นอนนางอยากจะไปด้วยกันกับเขา ทว่านางไม่ได้บอกพี่ใหญ่เอาไว้ก่อน หากนางกลับจวนไม่ตรงเวลา ครั้งหน้าก็ยากที่จะได้ออกมาเที่ยวเล่นแล้ว หลิวอวี่หนิงขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าหวานดูยุ่งเหยิง กู่เหว่ยหยวนย่อมเข้าใจความคิดของนาง

“ข้าจะให้ฉีกงกงไปแจ้งที่จวนท่านแม่ทัพหลิว ว่าข้าต้องการให้เจ้าเข้าป่าล่าสัตว์เป็นเพื่อนข้า และหลังจากออกจากป่า ข้าจะไปส่งเจ้ากลับถึงจวนด้วยตนเอง”

“จริงหรือเพคะ”

“แน่นอนว่าจริง เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”

หลิวอวี่หนิงได้ยินเช่นนั้นก็รีบเดินไปที่ม้าตนเอง นางก้าวขาไปเหยียบโกลนและโหนตัวขึ้นบนหลังม้าอย่างชำนาญ ท่าทางนางช่างสง่างามและห้าวหาญยิ่งนัก ไม่เสียแรงที่เป็นบุตรสาวอดีตแม่ทัพหลิวอวี่เหอ และยามนี้นางยังมีพี่ชายอย่างหลิวอวี่เหวินแม่ทัพไร้พ่ายเป็นพี่ชายอีกด้วย พ่อพยัคฆ์ลูกจะเป็นสุนัขได้อย่างไร

กู่เหว่ยหยวนยื่นมือไปจับเชือกบังคับม้าของนาง และจูงม้านางให้เดินไปสมทบกับคนของเขา หลิวอวี่หนิงนั่งยิ้มปล่อยให้เขาจูงม้านางไปด้วยความดีใจ ในหัวใจนางเต้นระรัวเหมือนกับว่าอีกเดี๋ยวมันจะกระเด็นหลุดออกมานอกอกอยู่แล้ว

หญิงสาวยกมือขึ้นกุมหน้าอกตนเอง เหตุใดองค์ชายสี่ถึงได้แปลกไปเช่นนี้ ทำไมเขาถึงได้เข้ามาหานางก่อนและยังชวนนางไปล่าสัตว์กับเขา เท่านั้นยังไม่พอ ยามนี้เขายังจูงม้าให้นางนั่งอีกด้วย ความใจดีที่มาอย่างไม่ทันตั้งตัวนี้คืออะไรกันนะ ไม่ใช่ว่าองค์ชายสี่ชิงชังนางหรอกหรือ

เมื่อวันก่อนนางไปแอบดูเขาที่โรงน้ำชา เขายังต่อว่านางให้อับอายผู้คนอยู่เลยมิใช่หรือ แล้วทำไมวันนี้เขาถึงได้เปลี่ยนไปกัน แต่ก็ช่างเถอะ เขาเปลี่ยนมาสนใจนางก็ดีแล้ว จะมีสิ่งใดดีกว่านี้กันเล่า นางจะต้องคิดมากไปทำไมกัน

กู่เหว่ยหยวนเหมือนจะรู้ว่านางกำลังจ้องมองเขาอยู่ เขาจึงหันหน้าไปส่งยิ้มอ่อนโยนให้นาง หลิวอวี่หนิงรีบก้มหน้าลง ใบหน้าแดงซ่านไปจนถึงใบหู เมื่อเห็นนางเป็นเช่นนี้ชายหนุ่มก็หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีเขาจูงม้านางอย่างช้า ๆ ทว่ายังไม่ทันจะถึงตรงที่คนของเขารออยู่ รถม้าคันหนึ่งก็วิ่งเข้ามา ทั้งสามต่างก็หันไปมอง หย่งเสียนจ้องมองอย่างระวังเขาขยับขึ้นมาอีกสองก้าว พลางกระชับกระบี่ขึ้น

“อ่า..หม่อมฉันลืมไปเลยเพคะ หม่อมฉันไม่ได้มาคนเดียวอาหลีเอ่อ..คุณหนูอินก็มาด้วย หม่อมฉันคงไปล่าสัตว์กับพระองค์ไม่ได้แล้ว”

ครั้นได้ยินคำพูดของหลิวอวี่หนิง กู่เหว่ยหยวนก็หยุดชะงักอยู่กับที่ เขากำมือเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีดไร้สีเลือด ดวงตาเข้มขึ้นไอสังหารพวยพุ่งออกมาจากร่างหนา

“หม่อมฉันอินจูหลีถวายพระพรองค์ชายสี่เพคะ”รถม้าสกุลอินจอดลง สาวใช้ประคองร่างอรชรลงมาด้วยท่าทางงดงามอ่อนหวาน แต่เมื่อเห็นกู่เหว่ยหยวนจูงม้าให้กับหลิวอวี่หนิง นางก็ชะงักขึ้นทว่าเพียงชั่วครู่ก็ปรับสีหน้ากลับมาอ่อนหวานเช่นเดิม

อินจูหลี!!..นังอสรพิษ กู่เหว่ยหยวนจ้องมองหญิงสาวที่ย่อกายทำความเคารพด้วยสายตารังเกียจ เขาไม่ได้บอกให้นางลุกขึ้น นางจึงย่อกายอยู่อย่างนั้น ขาเรียวเกร็งจนสั่น เหงื่อข้างขมับไหลย้อนลงมา หลิวอวี่หนิงเห็นดังนั้นก็ร้อนใจ

“องค์ชายเพคะ..เอาไว้ครั้งหน้าหม่อมฉันค่อยไปล่าสัตว์กับพระองค์ได้หรือไม่ ครั้งนี้หม่อมฉันนัดอาหลีเอาไว้ พวกเราจะไปดูเครื่องประทินผิวที่ร้านกวนฮวาเพคะ”

“ไม่จำเป็น!! อาเสียนเจ้าไปบอกฉีกงกงส่งคุณหนูอินกลับไปซะ และไปแจ้งแม่ทัพหลิวด้วยว่า คุณหนูหลิวจะเข้าไปล่าสัตว์กับข้า”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“หนิงหนิงพวกเราไปกันเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าจะไปรับเจ้าออกไปดูเครื่องประทินผิวเอง หากเจ้าอยากได้ข้าก็จะซื้อให้ ขอเพียงเจ้าต้องการ ข้ากู่เหว่ยหยวน จะหามาให้เจ้าทุกอย่าง”

อินจูหลีกำมือแน่น นางรอจนคนทั้งคู่เดินจากไปจึงได้ขยับตัว อาจเพราะนางย่อตัวนานเกินไปขานางจึงไร้เรี่ยวแรง แต่ก่อนที่นางจะทันได้ลุกก็ล้มลงไปเสียก่อน หลิวอวี่หนิงหันกลับมาเห็นเข้าพอดี นางกระตุกเชือกม้า เตรียมจะลงแต่เสียงเข้มก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

“ฉีกงกงไปช่วยนาง”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96FTC” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96FTC
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เสี่ยงรักสัจอธิษฐาน
8.0
เมื่อคำอธิษฐานสัมฤทธิผล หญิงสาวผู้แก้บนไม่ทันกาลจึงต้องเผชิญอาถรรพ์ลี้ลับที่คุกคามชีวิต ทางรอดเดียวคือการแต่งงานและมีบุตรกับชายคนแรกที่พบหลังตื่นนอน ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกให้เขาคนนั้นมีอายุคราวพ่อและแก่กว่าเธอถึงยี่สิบปี แม้ฝ่ายชายจะปฏิเสธ แต่เธอก็ต้องตามตื๊อทุกวิถีทางเพื่อรักษาชีวิตตนเอง ท่ามกลางเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่ถาโถมเข้ามา ความใกล้ชิดและการปกป้องจากเขาก็เริ่มแปรเปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย สนมคนงามเรามาเล่นกันเถอะ
7.9
หญิงสาวผู้หนึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อเธอหลุดเข้าไปอยู่ในร่างของนางร้ายจากนิยายที่เพิ่งจะก่นด่าไปหยกๆ ชีวิตใหม่ของเธอเริ่มต้นด้วยวิกฤตครั้งใหญ่ เพราะถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรผู้ลงมือสังหารพี่สาวแท้ๆ ของตนเอง ท่ามกลางศัตรูที่จ้องจะเอาชีวิตรอบด้านและความลับที่ซ่อนอยู่ เธอต้องพยายามหาทางรอดพ้นจากชะตากรรมอันเลวร้ายนี้ไปให้ได้ พร้อมกับความปรารถนาเดียวคือการหนีออกไปจากโลกนิยายที่แสนอันตรายแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย สาวน้ำพริก
9.7
ณ ลานประหาร วาระสุดท้ายของอาเรียเต็มไปด้วยความน่าสมเพช เรือนผมสีทองและนัยน์ตาสีมรกตที่เคยงดงามถูกทำลายจนยับเยินด้วยน้ำมืออันโหดเหี้ยมของเคน ความทรมานทวีความรุนแรงเมื่อเกลือถูกสาดลงบนบาดแผลจากลิ้นที่ถูกตัดขาด ทำให้เธอไร้หนทางที่จะเอ่ยปากสารภาพความผิดใดๆ หญิงสาวผู้สิ้นหวังทำได้เพียงหลับตายอมรับจุดจบที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทว่าก่อนลมหายใจจะรวยริน สตรีผู้บริสุทธิ์ซึ่งเคยตกเป็นเหยื่อการกลั่นแกล้งของเธอได้ก้าวออกมา เพื่อมอบคำอำลาครั้งสุดท้ายให้แก่นางมารร้ายที่กำลังจะแตกดับ
หน้าปกนวนิยาย ข้าอยู่บน ท่านอ๋องอยู่ล่าง
7.8
เซียวหนานคือนกกระจอกสืบข่าวระดับล่างในองค์กรลับผู้ไร้หัวนอนปลายเท้า นางถูกฝึกฝนอย่างหนักในศาสตร์การปรนนิบัติและศิลปะแห่งกามารมณ์เพื่อแทรกซึมเข้าหาเหล่าขุนนาง แม้วรยุทธ์จะต่ำต้อยแต่นางกลับเชี่ยวชาญการใช้เรือนร่างเป็นอาวุธล่อลวงบุรุษ แม้จะเคยฝึกฝนกับของเทียมและชายปริศนามาบ้าง แต่นางยังต้องรักษาพรหมจรรย์ไว้เพื่อมอบให้แก่เหยื่อสูงศักดิ์รายแรกตามคำสั่งของนายใหญ่ ท่ามกลางวังวนแห่งการชิงไหวชิงพริบที่ต้องใช้ทั้งร่างกายและหัวใจเข้าแลกเพื่อความอยู่รอด
หน้าปกนวนิยาย สตรีร้ายกาจผู้นี้จะเลิกรักท่านเอง
8.1
เสิ่นอวี้หลันยอมทำทุกทางเพื่อครอบครองมู่หยางโหวและกำจัดเสี้ยนหนามรอบตัวเขา จนในที่สุดก็ได้เป็นภรรยาตามปรารถนา แต่เขากลับชิงชังและปฏิบัติกับนางอย่างไร้ค่า เมื่อเขาตัดสินใจรับภรรยารองเข้าจวน ความเจ็บช้ำทำให้นางเลือกจบความสัมพันธ์ด้วยการยื่นหนังสือหย่า ทว่าสามีที่เคยเย็นชาและผลักไสกลับเปลี่ยนไป เขาไม่ยอมลงนามเลิกราแถมยังตามตื้อขอคืนดีอย่างผิดปกติจนนางเริ่มสงสัยว่าโหวหนุ่มผู้นี้กำลังเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ฮูหยินใหญ่
9.7
อวิ๋นซือ บุตรสาวสายตรงของขุนนางผู้สูงศักดิ์ เติบโตมาอย่างเพียบพร้อมเพื่อรับตำแหน่งฮูหยินใหญ่ที่สง่างาม เมื่ออายุได้สิบห้าปี นางเข้าพิธีวิวาห์อย่างสมเกียรติด้วยเกี้ยวแปดคนหามสู่ตระกูลสามี ทว่าตำแหน่งที่ใครต่างอิจฉากลับไร้ความหมาย เมื่อสามีมอบใจให้อนุตัวน้อยจนหมดสิ้น ในวัยสิบเจ็ดปี อวิ๋นซือจึงเลือกทิ้งเกียรติยศจอมปลอม ถือหนังสือหย่าก้าวออกจากจวนด้วยความทระนง ในเมื่อความเป็นภรรยาเอกไม่เคยได้รับความสำคัญ นางก็พร้อมจะสลัดทิ้งมันไป