ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย มงกุฎเลือด

มงกุฎเลือด

หลังถูกคนรักและน้องสาวทรยศจนตายในสนามรบ นางได้โอกาสเกิดใหม่เพื่อทวงคืนความแค้น นางสละทิ้งเกียรติยศที่ถูกขโมยและคู่หมั้นชั่วช้าเพื่อเลือกแต่งงานกับอ๋องอวี้ผู้พิการและเย็นชา ท่ามกลางคำดูหมิ่นนางกลับใช้ความสามารถรักษาเขาและร่วมมือกันวางแผนโค่นล้มศัตรูที่เคยทำร้ายนาง เมื่อความจริงเปิดโปงและเขากลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง ทั้งคู่จึงจับมือกันสำแดงอำนาจที่แท้จริงเพื่อสยบคนทั้งแผ่นดินและครอบครองบัลลังก์อย่างสง่างาม
ตอน
แชร์

ตอน 1

“หยินเอ่อร์ น้องสาวเจ้ามีร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่วัยเยาว์ ตลอดหลายปีมานี้เราต้องขอบคุณที่นางได้อยู่เคียงข้างเรา และคอยดูแลพวกเราจากใจด้วยความเคารพ ผลงานทางทหารและรางวัลที่เจ้าได้รับมาในครั้งนี้ มิเช่นนั้นก็... ยกให้นางไปเสียเถิด”

เมื่อน้ำเสียงที่คุ้นเคยลอยลอดเข้าหู ซูหยินก็ลืมตาทั้งสองข้างขึ้นอย่างแรง

สิ่งที่ปรากฏขึ้นในสายตาก็คือห้องโถงหลักที่คุ้นเคยของตระกูลซู ส่วนซูตงเฉิงผู้เป็นบิดา กับนางสวี่ผู้เป็นแม่ของนาง กำลังนั่งหลังตรงอยู่ยังที่นั่งหลัก

ซูหลิงเอ่อร์ผู้เป็นน้องสาวของนางสวมชุดสาวชาววังสีชมพูใหม่เอี่ยม แต่งตัวอย่างสดใส ซูหลิงเอ่อร์กำลังนั่งซบอยู่ข้าง ๆ นางสวี่ สายตามองมาที่นางด้วยความคาดหวัง

ซูหยินรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงฟ้าผ่าดังกึกก้องอยู่ในหัว ทำให้จิตใจและจิตวิญญาณของนางสั่นสะเทือนไปหมด

นาง…… ได้กลับมาเกิดใหม่หรือนี่!

นางได้ย้อนกลับมายังจุดเริ่มต้นของชะตากรรมอันน่าเศร้าในชาติที่แล้ว เป็นช่วงเวลาที่พ่อแม่ของนางเรียกร้องอย่างไม่ละอาย ว่าให้นางยกความดีความชอบทางการทหารที่นางเอาชีวิตไปแลกมาให้ซูหลิงเอ่อร์!

ความรู้สึกแค้นที่ฝังลึกราวกับลาวาหนืดใต้ภิภพที่กำลังปะทุ มันแผ่ซ่านไปทั่วทั้งตัวของนางภายในชั่วพริบตา!

เล็บของซูหยินจิกลึกลงไปในฝ่ามือ ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้นางแทบจะแสดงอาการขุ่นเคืองใจออกมาอยู่แล้ว

ชาติที่แล้ว สงครามได้เกิดขึ้นที่แดนเหนือ ชนเผ่าหมานได้ยกกองกำลังมาโจมตีประตูเมือง

ทางราชสำนักได้ออกพระราชโองการมาว่า:ตระกูลใดก็ตามที่อยู่ในลำดับชั้นที่ห้าขึ้นไป จะต้องถวายทองคำหนึ่งร้อยตำลึง หรือไม่ก็ต้องส่งบุตรหลานเข้าร่วมกองทัพ หากในครอบครัวไม่มีผู้ชายที่มีร่างกายแข็งแรง สามารถส่งผู้หญิงไปเป็นตัวแทนของตระกูลได้ ซึ่งผลงานทางการทหารทั้งหมดจะถูกบันทึกเอาไว้ในนามของวงศ์ตระกูล

ตระกูลซูมีทายาทอันน้อยนิด ทางบิดาไม่มีทายาทที่เป็นบุรุษไว้สืบทอดวงศ์ตระกูล ส่วนหลิงเอ่อร์น้องสาวของนางก็ร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เยาว์วัย นางจึงเสนอตัวที่จะแบกรับภาระอันหนักอึ้งนี้เอง นางสวมเกราะ ถืออาวุธ เร่งรุดไปยังสนามรบ

เป็นเวลาห้าปีเต็มที่นางสละเลือดเนื้อในการต่อสู้อย่างกล้าหาญจนเกือบจะต้องตายอยู่หลายครั้งหลายครา แต่สิ่งที่ยึดเหนี่ยวให้นางสามารถผ่านพ้นสถานการณ์อันสิ้นหวังแต่ละครั้งมาได้ ก็คือความรักที่นางมีต่อครอบครัว

พ่อแม่จะต้องภูมิใจในตัวนางมากเป็นแน่ ไหนจะคู่หมั้นของนางที่หมั้นหมายกันมาตั้งแต่เด็ก ชายหนุ่มที่สัญญาว่าจะปกป้องนางไปตลอดชีวิต เขาก็คงตั้งตารอคอยการกลับมาอย่างมีชัยของนางเช่นกันเป็นแน่

ทว่าตอนที่นางมีชัยกลับมา ความอ่อนโยนและการปลอบประโลมที่นางเคยจินตนาการไว้มากมายนับครั้งไม่ถ้วนนั้นกลับไม่ได้เกิดขึ้น สิ่งที่รอนางอยู่คือคำขอร้องที่ไม่สมเหตุสมผล ทำเอาคนฟังรู้สึกหนาวจับขั้วหัวใจ

แล้วจะให้นางยินยอมได้อย่างไร? ความสำเร็จอันรุ่งโรจน์เหล่านั้นของนางล้วนแลกมาด้วยเลือดและน้ำตา แล้วจะให้นางยกให้ผู้อื่นไปอย่างง่ายดายเช่นนี้น่ะหรือ?

แต่พ่อแม่ของนางกลับเอาเรื่องสายเลือดมาขู่นาง อีกทั้งยังบอกนางด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า ความจริงแล้วชื่อที่ลงทะเบียนไปในบัญชีรายชื่อทหารตอนนั้นเป็นชื่อของซูหลิงเอ่อร์

ความดีความชอบทางทหารครั้งนี้ จึงควรที่จะต้องเป็นของซูหลิงเอ่อร์โดยชอบธรรม

หากนางยังคงปฏิเสธอีก ก็ถือว่านางมีความผิดร้ายแรงฐานหลอกลวงฮ่องเต้ ซึ่งจะทำให้ทุกคนในตระกูลซูต้องซวยไปกับนางด้วย!

นางทั้งโศกเศร้าทั้งเคียดแค้น แต่กลับไม่สามารถที่จะร้องทุกข์ใด ๆ ได้เลย เพราะช่วงเวลาห้าปีที่อยู่ในกองทัพ เพื่อปกปิดรูปลักษณ์เอาไว้ นางจึงสวมหน้ากากมาตลอด ตอนนี้แม้แต่การพิสูจน์ตัวตนนางก็ยังทำไม่ได้

สิ่งที่ทำให้นางเจ็บปวดหัวใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ฉินเจิ้งผู้เป็นคู่หมั้นที่นางเฝ้าทวิลหา ไม่เพียงแต่ไม่เรียกร้องความยุติธรรมให้นางเท่านั้น แต่เขายังใช้คำพูดที่ฟังดูดีมาเกลี้ยกล่อมนางให้ ‘เห็นแก่ส่วนรวม’ บอกให้นางยกความดีความชอบนี้ให้กับซูหลิงเอ่อร์ไปเสีย

สุดท้ายพอนางยอมตอบตกลงทำตามคำขอที่บ้าบอนี้ หลังจากนั้นซูหลิงเอ่อร์ก็อาศัยความดีความชอบทางทหารที่แอบอ้างนี้ไปยื่นคำร้องต่อฮ่องเต้ เพื่อขอให้พระองค์ทรงพระราชทานงานแต่งให้นางกับฉินเจิ้ง!

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย บุตรเช่นข้า หาได้ต้องการบิดาเช่นท่าน
9.4
หลินตงหยาง โปรแกรมเมอร์ผู้จบชีวิตลงเพราะตรากตรำทำงานหนัก กลับตื่นขึ้นมาในร่างเด็กชายวัย 10 ขวบที่มีชื่อเดียวกันในโลกย้อนยุค เขาพบว่าเจ้าของร่างเดิมเสียชีวิตจากการถูกย่าแท้ๆ ทำร้ายเพื่อแย่งชิงอาหาร ทั้งที่ครอบครัวฝ่ายพ่อเคยทอดทิ้งพวกเขาไปอย่างไม่ใยดีเพื่อแสวงหาความร่ำรวยในเมืองหลวง ทิ้งให้แม่และลูกๆ ต้องเผชิญความลำบากเพียงลำพัง เมื่อได้รับโอกาสมีชีวิตใหม่พร้อมความทรงจำเดิม เขาจึงกำหมัดแน่นด้วยความแค้นและสาบานว่าจะปกป้องแม่กับน้องสาวจากคนสารเลวเหล่านั้นให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย สามีพรีเมียม
8.9
เซาะทราย ดีไซเนอร์สาวผู้ทะเยอทะยานตัดสินใจเปิดแบรนด์ชุดชั้นใน Sai เพื่อสร้างความร่ำรวยให้ตัวเอง จนกระทั่งเธอได้พบกับ ชาร์ค อิโญน่า สายลับหนุ่มที่ยอมแฝงตัวเป็นพนักงานจัดส่งสุดฮอต เซาะทรายใช้เสน่ห์อันเหลือร้ายของเขาเป็นสินค้าพรีเมียมเพื่อดึงดูดลูกค้าและขยายยอดขายให้เติบโตอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ชาร์คเองก็เต็มใจทำภารกิจนี้เพื่อเข้าถึงเป้าหมายสำคัญ โดยอาศัยความใกล้ชิดและความพึงพอใจของลูกค้าเป็นเครื่องมือสู่ความสำเร็จที่เขาต้องการ
หน้าปกนวนิยาย Forbidden Love ของต้องห้ามทายาทมาเฟีย
9.3
เมื่อความรักกลายเป็นเรื่องต้องห้ามระหว่างบอดี้การ์ดหนุ่มหน้าดุกับคุณหนูจอมเอาแต่ใจผู้เป็นลูกสาวเจ้านาย แรงดึงดูดมหาศาลกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนที่ยากจะต้านทาน แม้เขาจะปรารถนาในตัวเธอมากเพียงใด แต่ฐานะที่แตกต่างทำให้เขาต้องข่มใจและสะกดกลั้นอารมณ์ดิบเอาไว้ภายใต้ท่าทีที่แสนเย็นชา บอดี้การ์ดหนุ่มเลือกที่จะเฝ้ารออย่างอดทนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง จนกว่าจะถึงวันที่เขาแข็งแกร่งและคู่ควรพอที่จะครอบครองยอดดวงใจอย่างเต็มภาคภูมิ
หน้าปกนวนิยาย เพลิงแค้นซาตาน
9.0
เหนือตะวันแบกความแค้นจากการเห็นพ่อแม่ถูกสังหารมาทั้งชีวิต เมื่อโอกาสแก้แค้นมาถึง เขาจึงเริ่มทำลายศัตรูรวมถึง เอื้อมดาว หญิงสาวผู้ภักดีที่ต้องรับกรรมแทนครอบครัว แม้เธอจะยอมตกเป็นเหยื่อเพื่อหวังดับไฟในใจเขา แต่ความทรมานที่เขามอบให้กลับย้อนมาทำร้ายความรู้สึกตนเองอย่างประหลาด เมื่อเห็นน้ำตาของเธอแทนที่จะสะใจ เขากลับต้องเจ็บปวดรวดร้าวเสียเอง จนเริ่มสับสนว่าควรจัดการกับหัวใจและหนี้แค้นครั้งนี้อย่างไรดี
หน้าปกนวนิยาย ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
จากทริปเดินทางที่แสนสงบ จางฟางซินกลับต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อรถม้าของนางถูกลอบโจมตีจนพลิกคว่ำ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตายและสติที่เลือนลาง นางพยายามคว้ามีดสั้นเล่มเดียวที่มีเพื่อปกป้องตนเอง ทว่าเบื้องหน้ากลับปรากฏบุรุษลึกลับพร้อมกระบี่เปื้อนเลือดที่จ่อประชิดใบหน้า กลิ่นคาวโลหิตและบรรยากาศแห่งความตายทำให้พละกำลังของนางสูญสิ้นไป แต่น่าประหลาดที่ใบหน้าของมัจจุราชผู้ปลิดวิญญาณคนนี้ กลับดูคุ้นตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ