
มงกุฎเลือด
ตอน 2
จนถึงตอนนี้เองที่ซูหยินเพิ่งจะเข้าใจแบบแจ่มแจ้งว่าสองคนนี้แอบมีความสัมพันธ์กันลับหลังนางมาตั้งแต่แรก!
ในที่สุดซูหลิงเอ่อร์ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นท่านหญิงแห่งมณฑลซึ่งซึ่งมีเกียรติยศสูง ได้แต่งเข้าจวนโหวและกลายเป็นชายาซื่อจื่อ ชีวิตเต็มไปด้วยความรุ่งเรืองสมบูรณ์แบบ
ส่วนนาง เนื่องจากนางไม่ได้รับการรักษาบาดแผลเก่า ๆ ที่เกิดจากการรบอย่างทันท่วงที นางจึงล้มป่วย จนต้องนอนติดเตียง หายใจรวยริน
แม้ว่านางจะอยู่ในสภาพที่น่าอนาถถึงเพียงนี้ แต่ซูหลิงเอ่อร์ก็ยังไม่ยอมปล่อยนางไป
ในค่ำคืนที่มีหิมะตก ครั้งนั้นกลายเป็นฝันร้ายที่ไม่อาจลืมเลือนสำหรับนางไปตลอดชีวิต
ซูหลิงเอ่อร์ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ สั่งให้คนรับใช้ลากนางที่หายใจรวยรินออกจากเตียงเก่า ๆ ที่ทรุดโทรมไป
“พี่หญิงผู้แสนดี หากท่านหายไปจากโลกนี้แล้ว ก็จะไม่มีใครล่วงรู้ความลับที่ข้าสวมรอยเอาความดีความชอบทางการทหารมาเป็นของตนอีก……”
“ผู้ใดก็ได้มานี่ที! จงตัดมือและเท้าของนางทิ้งเสีย จากนั้นก็โยนนางทิ้งไปในทุ่งหิมะที่รกร้าง โยนไปยิ่งไกลเท่าไหร่ยิ่งดี!”
ร่างกายที่น่าเวทนาของนางถูกทิ้งไว้ท่ามกลางหิมะสีขาวโพลนอันกว้างใหญ่ เกล็ดหิมะที่ดูเหมือนขนห่านปกคลุมปากและจมูกของนางอย่างไม่ปรานี
ขณะที่นางกำลังหนาวสั่นและเจ็บปวดจนสติเริ่มเลือนลางลงเรื่อย ๆ เลือดอุ่น ๆ ก็ไหลทะลักออกมาจนเปลี่ยนหิมะสีขาวใต้ตัวนางกลายเป็นสีแดงฉานบาดตา......
“หยินเอ่อร์ ในเมื่อตอนนี้เจ้าเป็นคู่หมั้นของข้า เจ้าก็ควรจะคำนึงถึงครอบครัวให้มาก ๆ ร่างกายหลิงเอ่อร์อ่อนแอ ทั้งยังไร้ที่พึ่ง ต่อไปในภายภาคหน้าเมื่อถึงคราแต่งงานเกรงว่าจะหาคู่ได้ยาก ความดีความชอบทางการทหารที่เจ้าได้รับมาในครั้งนี้ สู้เจ้ายกให้นางไปเสียจะดีกว่า มันจะช่วยให้นางมีอนาคตที่ดีขึ้น จะได้ถือเป็นการเติมเต็มความตั้งใจในฐานะพี่สาวของเจ้าได้อย่างสมบูรณ์ด้วยเยี่ยงไรเล่า”
เสียงใส ๆ ที่อ่อนโยนนี้ดึงนางกลับมาจากห้วงแห่งความทรงจำที่โชกโชนไปด้วยเลือด
เป็นเสียงของฉินเจิ้งนั่นเอง!
นางสูดหายใจเข้าลึก ๆ จากนั้นก็ลดสายตาลง เก็บซ่อนความเกลียดชังที่ฝังรากลึกเอาไว้ในส่วนลึกของดวงตา แล้วก็ค่อย ๆ ขยับริมฝีปากพูดขึ้นว่า “ได้ ข้ายกให้”
“ดี! ดีมาก! นี่สิถึงจะสมกับการเป็นลูกสาวที่แสนดีที่เห็นแก่ส่วนรวมของตระกูลซู!” ทันใดนั้นบิดามารดาต่างก็พากันยิ้มออกมาอย่างมีความสุข สีหน้าดูโล่งใจเป็นอย่างมาก
สายตาของซูหลิงเอ่อร์แสดงความรู้สึกทั้งดีใจทั้งแปลกใจออกมา นางรีบเข้ามาควงแขนซูหยินเอาไว้อย่างสนิทสนม แล้วก็พูดเสียงหวานราวกับน้ำผึ้งว่า “ขอบคุณพี่หญิงมากเลยนะเจ้าคะ ท่านพี่ดีกับหลิงเอ่อร์ที่สุดเลย พระคุณนี้ หลิงเอ่อมิมีทางลืมเลือนเป็นแน่เจ้าค่ะ!”
สีหน้าฉินเจิ้งก็ดูปลาบปลื้มใจมากเช่นกัน แต่สายตาที่อ่อนโยนของเขากลับเอาแต่จับจ้องไปที่ซูหลิงเอ่อร์ตลอดเวลา ไม่เคยหันมาเหลียวแลนางเลย
ในแววตาของซูหยินซ่อนเร้นความเย้ยหยันอันบางเบาที่แล่นผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ซูหลิงเอ่อร์วางแผนมาอย่างรอบคอบ เพื่อจะเอาคุณงามความดีทางทหารนี้ไปงั้นหรือ? นางยอมยกให้ก็ได้!
ซูหลิงเอ่อร์ละโมบในเกียรติยศและความรุ่งเรือง อยากจะช่วงชิงการแต่งงานเข้าไปในจวนโหวมากนักใช่ไหม นางยอมให้อีกฝ่ายสมหวังก็ได้!
ในชาตินี้นางอยากจะดูสิว่า ซูหลิงเอ่อร์จะได้รับความมั่งคั่งและเกียรติยศอันแสนยิ่งใหญ่เหล่านั้นอีกหรือไม่!
ชนเผ่าหมานทางแดนเหนือยังมิล้มเลิกเจตนาร้าย สักวันหนึ่งอย่างไรเปลวไฟแห่งสงครามที่ชายแดนก็ต้องปะทุขึ้นมาอย่างแน่นอน เพียงแต่ครั้งนี้ นางจะมิมีวันกตัญญูอย่างไม่ลืมหูลืมตาเหมือนชาติที่แล้วที่พอพ่อแม่มาร้องไห้อ้อนวอนไม่กี่คำก็ยอมใจอ่อน แล้วก็ยอมเอาชีวิตไปเสี่ยงในสมรภูมิรบที่เต็มไปด้วยกองกระดูกแทน ‘น้องสาวผู้แสนดี’ คนนี้อีกแล้ว!
คุณอาจจะชอบ





