
ฉันนี่แหละ แสงสว่างของตัวเอง
ตอน 2
พวกโจรลักพาตัวพอเห็นกู้เย่เฉินก็ถึงกับตกใจจนตัวสั่นงันงกเหมือนลูกนกกระทา พวกมันรีบคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อขอโทษขอโพยกันยกใหญ่ “คุณกู้ครับ พวกเราผิดเองที่ไม่ดูตาม้าตาเรือ จนเผลอไปล่วงเกินคุณเข้า โปรดไว้ชีวิตพวกเราด้วยเถอะครับ”
ชายที่อยู่ตรงหน้าคือกู้เย่เฉินผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในฉายา ‘ยมทูตเดินดิน’ นั่นเอง!
เขาเป็นผู้กุมอำนาจมืดอันมหาศาล มีอิทธิพลแผ่ขยายไปทั่วทั้งด้านขาวและด้านดำ อีกทั้งยังมีวิธีการที่โหดเหี้ยมอำมหิต เป็นตัวตนที่สวะชั้นต่ำอย่างพวกเขาไม่มีทางจะไปตอแยด้วยได้เลย!
ซวยชะมัด ทำไมถึงได้มาเจอกับเทพผู้ทำลายล้างองค์นี้ในที่แบบนี้ได้นะ!
กู้เย่เฉินไม่แม้แต่จะชายตามองพวกมันด้วยซ้ำ เขาเดินตรงไปหาเย่ยวน ก่อนจะลงมือแก้มัดเชือกบนตัวเธอ ทว่าใครจะไปคิดล่ะว่าเย่ยวนจะขยับตัวรวดเร็วดั่งปีศาจ เธอคว้ามีดสั้นที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาในชั่วพริบตา
แสงสีเงินแวบผ่านไป!
“ฉึก!”
มีดสั้นปักเข้าที่ลำคอของโจรที่คิดจะล่วงเกินเธอเมื่อครู่นี้อย่างแม่นยำ!
เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกมา
พวกโจรลักพาตัวที่เหลือต่างตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูกเลย “แก……แกเป็นใครกันแน่? !”
เย่ยวนกระตุกมุมปากเผยรอยยิ้มเย้ยหยันที่โหดเหี้ยมและน่าขนลุกออกมา “เป็นคนที่จะส่งพวกแกไปลงนรกยังไงล่ะ”
ภายในโกดังที่คับแคบพลันกึกก้องไปด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวน เสียงร้องขอชีวิตและเสียงกระดูกหักที่ดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย!
เย่ยวนเดินเข้าไปหาไอ้หน้าบากที่เป็นหัวหน้า มันยังไม่ขาดใจตาย ตอนนี้มันกำลังจ้องมองเธอด้วยความหวาดผวา ราวกับเห็นปีศาจที่น่าหวาดหวั่นถึงขีดสุด
“บอกมา เย่เหยาให้เงินพวกแกเท่าไหร่? วางแผนไว้ว่ายังไงบ้าง?” น้ำเสียงของเธอเย็นชาราวกับมีน้ำแข็งเกาะ
“คุณเย่เหยา……เธอให้พวกเรามายี่สิบห้าล้าน……ให้พวกเราลักพาตัวพวกคุณมา……เธอแน่ใจว่ายังไงตระกูลเย่ก็ต้องเลือกเธอแน่ๆ ……แล้วก็สั่งให้พวกเรา……ย่ำยีคุณจนตาย แล้วค่อยกำจัดศพทิ้ง……”
ไอ้หน้าบากหวาดกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ มันสารภาพความลับทั้งหมดออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
นัยน์ตาของเย่ยวนฉายแววเย็นชาขึ้นกว่าเดิมซะอีก
นังเย่เหยา!
ไอ้พวก ‘คนในครอบครัว’ ที่เธอใฝ่ฝันมานานหลายปี!
ไอ้คู่หมั้นที่เธอเฝ้ารักมาตลอดสามปี!
คอยดูเถอะ! เดิมทีเย่ยวนก็ไม่ใช่คนที่จะมาตอแยด้วยได้ง่ายๆ อยู่แล้ว
เป็นเพราะเธอโหยหาไออุ่นจากครอบครัวเองแหละ ถึงได้ยอมอดทนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าคนตระกูลเย่จะสั่งให้เธอทำอะไร เธอก็จะพยายามอย่างสุดความสามารถเสมอ
แต่สุดท้าย เธอก็เอาชนะใจของคนตระกูลเย่ไม่ได้อยู่ดี พวกเขาเหยียบย่ำเส้นตายของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า
แต่ครั้งนี้เธอจะไม่ใจอ่อนอีกแล้ว
คนตระกูลเย่ก็แค่พวกโง่เง่าไร้สมองเท่านั้น ถึงได้ทอดทิ้งเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆ ของตัวเองไปรุมล้อมประคบประหงมยัยคุณหนูตัวปลอมอย่างเย่เหยานั่น
ในเมื่อเป็นแบบนี้ เธอไม่เอาแล้วก็ได้!
“ไสหัวไปซะ! อย่าให้ฉันเห็นหน้าพวกแกอีก!” สิ้นคำสั่งของเย่ยวน พวกโจรลักพาตัวก็พากันหนีเตลิดไปอย่างลนลาน จนหายลับไปจากสายตาในเวลาอันรวดเร็ว
น่าสนใจ!
กู้เย่เฉินยังไม่เคยพบเจอผู้หญิงแบบนี้มาก่อน ตอนแรกเขานึกว่าเธอเป็นแค่สาวน้อยผู้น่าสงสาร ใครจะไปคิดล่ะว่าเธอจะแข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้
เย่ยวนหันกลับมาพูดกับกู้เย่เฉินว่า “วันนี้ขอบคุณคุณมากนะคะ”
จังหวะที่กู้เย่เฉินกำลังจะปริปาก เขากลับรับรู้ได้ถึงรสชาติคาวหวานที่ตีตื้นขึ้นมาในลำคอ ก่อนจะกระอักเลือดออกมา
ร่างกายของเขาโอนเอนอย่างรุนแรง สีหน้าพลันซีดเผือดลงในพริบตา
นัยน์ตาของเย่ยวนฉายแววเคร่งขรึมออกมาอย่างฉับพลัน เธอรับรู้ถึงความผิดปกติได้ในเสี้ยววินาที จากนั้นเธอจึงขมวดคิ้วเล็กน้อยและเข้าไปประคองกู้เย่เฉินไว้อย่างเบามือ ก่อนจะถามว่า “คุณถูกวางยาพิษมาเหรอ?”
กู้เย่เฉินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะย้อนถามว่า “คุณรู้ได้ยังไง?”
พิษที่เขาได้รับเป็นพิษที่หาได้ยากยิ่ง การกำเริบของมันเป็นไปอย่างลับๆ ถึงขั้นที่หมอทั่วไปไม่มีทางวินิจฉัยออกมาได้เลย นี่แค่ปรายตามองแวบเดียว เธอรู้ได้ยังไง?
เย่ยวนรวบรวมสมาธิไปกับการจับชีพจรของเขา หลังจากนั้นพักหนึ่ง เธอก็ปล่อยมือ ก่อนจะพูดด้วยความมั่นใจว่า “คุณถูกวางยาพิษมาหนึ่งเดือนแล้ว ถ้าไม่รีบถอนพิษได้เป็นเรื่องใหญ่แน่”
“คุณถอนพิษได้เหรอ?” กู้เย่เฉินถามด้วยเสียงเคร่งขรึม
เย่ยวนพูดถูก
คนในแก๊งของกู้เย่เฉินถูกแก๊งสโตนติดสินบนให้มาวางยาพิษเขา เขาได้ให้คนประกาศภารกิจลงในเครือข่ายดาร์กด้วยค่าหัวสูงถึงห้าสิบล้าน แต่ก็ยังไม่พบใครที่สามารถถอนพิษนี้ได้เลยสักคน
“คุณเชื่อใจฉันไหมล่ะคะ? ถ้าเชื่อก็ยื่นมือออกมา” เย่ยวนพูด
พอกู้เย่เฉินเห็นดวงตาที่ใสกระจ่างและแน่วแน่ของเธอ เขาที่มักจะระแวดระวังและขี้ระแวงเสมอมา ในวินาทีนี้กลับโพล่งออกมาแทบจะทันทีว่า “เชื่อ”
“อดทนหน่อยนะ” เย่ยวนหยิบมีดสั้นออกมาทันที เธอจับมือของกู้เย่เฉินเอาไว้ จากนั้นก็กรีดแผลเล็กๆ ลงบนนิ้วชี้ เพื่อรีดเลือดสีดำออกมา
“คุณกู้ครับ!” ลูกน้องของเขาร้องโวยวายและถลันเข้ามาด้วยความตกใจ
“ตอนนี้ยังไม่มีเครื่องมือสำหรับถอนพิษ ทำได้แค่ระบายพิษบางส่วนออกมาเพื่อชะลอการลุกลามเท่านั้นค่ะ” เย่ยวนอธิบาย
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง กู้เย่เฉินก็รู้สึกสบายตัวขึ้นไม่น้อยทีเดียว
จังหวะที่เงยหน้าขึ้นมา เขาก็เห็นเม็ดเหงื่อที่ผุดซึมอยู่ตามไรผมของเย่ยวน แววตาของเธอดูจดจ่อและเฉียบคมมาก “ถ้าคุณต้องการอะไรก็บอกมาได้เลยนะครับ”
เย่ยวนส่ายหน้าไปมา “ไม่ต้องการค่ะ ถือซะว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณที่คุณยิงปืนช่วยฉันเมื่อกี้นี้แล้วกัน หลังจากนี้ฉันจะถอนพิษในตัวคุณออกให้หมดเองค่ะ”
แววตาของกู้เย่เฉินลึกซึ้งขึ้นเล็กน้อย ผู้หญิงคนนี้ ลึกลับซับซ้อนจนยากที่จะหยั่งถึงจริงๆ
“ก่อนที่ผมจะถอนพิษเสร็จ คงต้องรบกวนให้คุณคอยอยู่ข้างๆ ผมเป็นการชั่วคราวแล้วล่ะครับ” กู้เย่เฉินเอ่ยปาก
เขาเป็นคนที่โหดเหี้ยมเด็ดขาดเสมอมา แถมยังไม่เคยอนุญาตให้ผู้หญิงคนไหนเข้ามาวุ่นวายในชีวิตทั้งนั้น แต่เย่ยวนกลับทำให้เขาต้องยอมยกเว้นให้เป็นคนแรก
เย่ยวนไม่ได้มีท่าทีตกใจแต่อย่างใด เธอเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยและพูดว่า “ได้ค่ะ ขอกินฟรีอยู่ฟรีนะ แต่ก่อนอื่นฉันต้องกลับบ้านไปตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลเย่ให้เรียบร้อยก่อน”
กู้เย่เฉินมองหน้าเธอ พร้อมกระตุกมุมปากเผยรอยยิ้มออกมาแบบจางมากๆ
“ดีลครับ!”
คุณอาจจะชอบ





