
ฉันนี่แหละ แสงสว่างของตัวเอง
ตอน 3
เมื่อเย่ยวนกลับมาถึงบ้าน สิ่งที่เธอเห็นก็คือภาพที่พ่อแม่แท้ๆ และพี่ชายทั้งสามคนของเธอกำลังรุมล้อมถามไถ่เอาอกเอาใจเย่เหยากันอย่างอบอุ่น
เย่ยวนหัวเราะออกมาเบาๆ เธอเดินสาวเท้าพุ่งตรงไปข้างหน้าเย่เหยา ก่อนจะทึ้งผมของอีกฝ่ายขึ้นมาทันที
วินาทีต่อมา!
“เพียะ! ……”
เธอตบหน้าเย่เหยาอย่างเต็มแรง
เสียงตบอันแจ่มชัดดังสนั่นไปทั่วบริเวณ
เมื่อเห็นว่าเป็นเย่ยวน คนตระกูลเย่ก็ถึงกับอึ้งไปเลย
เย่ยวนไม่ได้ถูกโจรลักพาตัวพวกนั้น……
เย่เหยาเอามือกุมหน้าพลางร้องไห้โวยวายว่า “เย่ยวน พี่เป็นบ้าอะไรของพี่เนี่ย!”
เย่จือเยี่ยนเป็นคนแรกที่ได้สติ เขาด่ากราดออกมาทันทีว่า “เย่ยวน พอกลับมาถึงแกก็ลงไม้ลงมือเลยนะ รีบขอโทษเหยาเหยาเดี๋ยวนี้!”
แม่เย่หรือซ่งฮุ่ยหลานถึงกับขมวดคิ้ว แล้วก็พูดกับเย่ยวนว่า “นังตัวกาลกิณี แกจะก่อเรื่องอะไรอีกล่ะห้ะ? ตั้งแต่แกกลับมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ ครอบครัวเราก็ไม่เคยสงบสุขอีกเลย รู้อย่างนี้ฉันไม่น่ารับแกกลับมาตั้งแต่แรกเลยจริงๆ !”
เย่ยวนพูดด้วยความขบขันว่า “ฉันเนี่ยนะก่อเรื่อง? ทำไมพวกคุณไม่ลองถามลูกสาวผู้แสนดีของคุณอย่างเย่เหยาดูบ้างล่ะว่า ยัยนี่ทำอะไรเอาไว้บ้าง? เพื่อจะกำจัดฉันทิ้ง ยัยนี่ถึงขั้นลงทุนวางแผนลักพาตัวฉันเลยนะ เหอะๆ ! !”
ตอนที่เย่ยวนเพิ่งเกิด เธอถูกแม่บ้านจงใจสลับตัวกับลูกสาวของตัวเองซึ่งก็คือเย่เหยา ซ้ำยังถูกนำไปทิ้งอีก โชคดีที่เธอได้รับการชุบเลี้ยงและสั่งสอนจากอาจารย์
เมื่อครึ่งปีก่อน ตระกูลเย่ที่เพิ่งได้รู้ความจริงจึงไปรับเย่ยวนกลับมา
แต่เพราะความลำเอียงที่อุตส่าห์ทุ่มเทฟูมฟักยัยเย่เหยาจอมเสแสร้งมาเป็นอย่างดี จึงเลือกที่จะปฏิบัติกับเธออย่างเย็นชา
เย่เหยาวางแผนใส่ร้ายเย่ยวนครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งต่อให้เรื่องจะแดงขึ้นมา คนตระกูลเย่ก็ยังเลือกให้อภัยเย่เหยาอยู่ดี นี่ทำให้เย่ยวนรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ
ซ่งฮุ่ยหลานนึกไม่ถึงเลยว่าเย่ยวนจะกล้ายอกย้อน แถมยังพูดเรื่องที่ฟังดูเหลือเชื่อแบบนี้ออกมา เธอชักสีหน้าออกมาด้วยความไม่พอใจทันที “เหยาเหยาจะไปทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไง? แกเข้าใจผิดแล้วล่ะ”
“เข้าใจผิดงั้นเหรอ?” น้ำเสียงของเย่ยวนแผ่วเบามาก ทว่ากลับเฉียบคมราวกับใบมีด “ไอ้โจรลักพาตัวนั่นถึงกับสารภาพเองแล้ว ยังจะเป็นเรื่องโกหกได้อีกเหรอ?”
คำถามข้างต้นทำเอาซ่งฮุ่ยหลานสตั๊นไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้วและพูดว่า “ทำไมแกถึงได้รั้นนักนะ? เหยาเหยาเองก็ได้รับบาดเจ็บเหมือนกัน แต่เธอก็ยังเป็นห่วงแก ยังบอกให้ทุกคนหาทางช่วยแก แล้วแกยังจะเอาอะไรอีก?”
“ฉันจะเอาอะไรอีกงั้นเหรอ? ฉันจะออกจากตระกูลเย่ นับแต่นี้เป็นต้นไป ตระกูลเย่จะเป็นจะตายยังไงก็ไม่เกี่ยวกับฉันอีก!”
หลังพูดจบ เย่ยวนก็หันหลังเดินขึ้นไปเก็บกระเป๋าเดินทางที่ชั้นบนทันที
เย่เหยาอิงซบลงในอ้อมกอดของซ่งฮุ่ยหลาน เธอจิกเล็บลงในฝ่ามือ แต่ใบหน้ากลับทำท่าเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อแล้ว “พี่ พี่เข้าใจฉันผิดไปจริงๆ นะ…… ฉันจะไปรู้จักโจรลักพาตัวพวกนั้นได้ยังไง? พวกมันโหดเหี้ยมซะขนาดนั้น ถ้าฉันเป็นคนวางแผนจริงๆ พี่จะกลับมาอย่างปลอดภัยได้อยู่อีกเหรอ?”
ความเกลียดชังพลุ่งพล่านอยู่ในใจของเธอ: แผนการนี้มันควรจะไร้ที่ติ เย่ยวนควรจะถูกย่ำยีแล้วถูกทิ้งศพไว้กลางป่าสิ ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ!
เย่ยวนหัวเราะเยาะออกมา ก่อนจะพูดว่า “ดูเหมือนถ้าไม่เห็นโลงศพเธอก็คงไม่หลั่งน้ำตาจริงๆ สินะ”
เธอเลิกสนใจใบหน้าที่ซีดเผือดลงทันควันของเย่เหยา แล้วก็หันไปเผชิญหน้ากับคนตระกูลเย่แทน แววตาของเธอราบเรียบราวกับตัดใจได้โดยสิ้นเชิงแล้ว “พวกคุณทุกคนคงคิดว่าฉันใส่ร้ายยัยนี่ คิดว่าฉันเป็นฝ่ายจองเวรจองกรรมเองสินะ?”
ซ่งฮุ่ยหลานถึงกับขมวดคิ้ว “แล้วมันไม่ใช่หรือไง? เหยาเหยาก็อธิบายชัดเจนหมดแล้วนี่!”
“ชัดเจนงั้นเหรอ?” เย่ยวนค่อยๆ หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ “ถ้างั้นฉันจะให้พวกคุณได้ฟังอะไรที่ชัดเจนยิ่งกว่าก็แล้วกัน”
หลังสิ้นเสียงซ่าๆ ของกระแสไฟฟ้า เสียงของคนสองคนก็ดังออกมาจากโทรศัพท์อย่างแจ่มชัด หนึ่งในนั้นคือเสียงของเย่เหยา ส่วนอีกเสียงเป็นเสียงที่ฟังดูหยาบคายและน่ารังเกียจของชายคนหนึ่ง ซึ่งก็คือหัวหน้าโจรลักพาตัวนั่นเอง!
“…… หลังจากงานสำเร็จ ฉันจะเพิ่มเงินส่วนที่เหลือให้เป็นสองเท่า จำไว้ ฉันต้องการให้ชื่อเสียงของมันป่นปี้ย่อยยับ จนไม่มีวันกลับมาที่ตระกูลเย่ได้อีก!”
“คุณหนูรองเย่วางใจเถอะครับ พวกเราเหล่าเพื่อนพ้องรับรองว่าจะปรนนิบัติยัยนั่นให้ถึงใจ แล้วจะถ่ายรูปเด็ดๆ เก็บไว้ด้วยครับ อิอิ……”
“จัดการให้เรียบร้อยล่ะ อย่าทิ้งร่องรอยอะไรที่สาวมาถึงตัวฉันได้เด็ดขาด”
“เข้าใจแล้วครับ! คุณคอยดูผลงานได้เลย!”
คลิปเสียงไม่ยาวนัก แต่กลับชัดเจนทุกถ้อยคำและทิ่มแทงใจคนฟังในทุกประโยค!
ทั่วทั้งห้องรับแขกตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า ถึงขั้นแทบจะได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มหล่น
เสียงร้องไห้ของเย่เหยาหยุดลงอย่างฉับพลัน สีหน้าของเธอซีดเผือดจนไร้สีเลือด ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรงจนไม่อาจควบคุมได้
คนตระกูลเย่ต่างหันไปมองเย่เหยาด้วยสีหน้าเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก
“มัน…… มันไม่ใช่ของจริง…… มันคือของปลอมต่างหาก! ยังไงก็ต้องเป็นคลิปเสียงปลอมแน่ๆ !” เย่เหยากรีดร้องออกมาด้วยน้ำเสียงแหลมสูง
“ของปลอมงั้นเหรอ?” นัยน์ตาของเย่ยวนฉายแววเย้ยหยันที่เย็นยะเยือกราวกับเคลือบด้วยเกล็ดน้ำแข็ง “จะให้ฉันส่งคลิปเสียงนี้ไปให้หน่วยงานเฉพาะทางตรวจสอบไหมล่ะ? หรือจะให้ฉันแจ้งความ ให้ทางตำรวจช่วยแยกแยะให้ว่าอันไหนของจริงอันไหนของปลอมดี? ยังไงซะคดีพยายามลักพาตัวก็ถือเป็นโทษร้ายแรงอยู่แล้วนี่”
“ไม่เอา! อย่าแจ้งความเลยนะ!” เย่เหยาโพล่งออกมาด้วยความสติแตก
เย่เหยารีบใช้กลยุทธ์ถอยเพื่อรุกทันที เธอพูดทั้งน้ำตาว่า “พี่ ฉันขอโทษ พี่ฟังฉันอธิบายก่อนนะ……มันไม่ใช่อย่างที่พี่คิดเลย พี่อย่าโกรธเลยนะ…… คนที่ควรไปจากบ้านหลังนี้คือฉันเอง คนนอกคือฉันต่างหาก……”
ละครตบตาครั้งนี้ทำให้สีหน้าของคนในตระกูลเย่โอนอ่อนลงตามคาด กลับกันคือมองว่าเย่ยวนทำตัวไร้เหตุผลแทนซะอย่างนั้น
“เย่ยวน น้องก็ขอโทษไปแล้วไง แกน่ะพอได้แล้วนะ! ซ่งฮุ่ยหลานขมวดคิ้วและพูดออกมา
เมื่อเย่ยวนเห็นเหตุการณ์เหลวไหลไร้สาระตรงหน้า ความหนาวเหน็บก็แล่นพล่านไปถึงขั้วหัวใจ
ทั้งที่มีหลักฐานมัดตัวแน่นหนาขนาดนี้ แต่พวกเขาก็ยังหวั่นไหวไปกับการแสดงเกรดต่ำของเย่เหยาได้อยู่อีก
เย่ยวนถือกระเป๋าเดินทางขึ้นมา “ถ้ามียัยนี่ต้องไม่มีฉัน ในเมื่อพวกคุณเลือกเธอ งั้นฉันจะไปเอง”
การเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยวของเธอทำเอาคนตระกูลเย่ถึงกับตกตะลึง ในขณะที่ซ่งฮุ่ยหลานได้แต่กระทืบเท้าด้วยความโกรธ “ยัยนี่มันกล้าไปจริงๆ เหรอ!”
เย่เหยาฉวยโอกาสนั้นคุกเข่าลงสะอื้นไห้ออกมาว่า “ฉันจะไปขอร้องให้พี่กลับมาเองค่ะ…… ขอแค่พี่ยอมกลับบ้าน จะให้ฉันทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น……”
ซ่งฮุ่ยหลานสวมกอดเธอไว้แน่น “เด็กโง่เอ๊ย ลูกจะเป็นลูกรักของแม่ตลอดไปนะ ห้ามพูดว่าจะไปจากที่นี่อีกเด็ดขาดเชียวนะ!”
“ใช่แล้ว เย่ยวนมันก็แค่ตัวกาลกิณี มันอยากจะไปไหนก็ช่างมันเถอะ ตั้งแต่กลับมา บ้านก็ไม่เคยสงบสุขอีกเลย ต่อจากนี้ก็ปล่อยมันไปตามยถากรรมแล้วกัน!” พ่อเย่หรือเย่หงหย่วนประกาศกร้าวด้วยความโมโห
เย่จือเยี่ยนเสริมขึ้นมาว่า “ใช่แล้วล่ะ เหยาเหยาทั้งสวยทั้งจิตใจดีกว่าตั้งเยอะ ยัยเย่ยวนนั่นจะเอาอะไรมาเทียบกับเธอได้ล่ะ?”
“แต่ในมือของพี่ถือหุ้นของบริษัทอยู่ตั้งสามสิบห้าเปอร์เซ็นต์เลยนะคะ……ถ้าพี่ใช้สิทธิ์ของผู้ถือหุ้นเข้ามาสร้างเรื่องวุ่นวายในบริษัทจะทำยังไง?” เย่เหยากัดริมฝีปากพลางพูดด้วยท่าทางหวาดหวั่น
คุณอาจจะชอบ





