ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อย่าไปยุ่งกับทายาทสาวลึกลับ

อย่าไปยุ่งกับทายาทสาวลึกลับ

อวิ๋นเจินที่ถูกเลี้ยงดูมา 20 ปีเพิ่งรู้ความจริงว่าเธอไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของบ้านอวิ๋น แถมยังถูกพ่อแม่บุญธรรมวางยาหวังเงินลงทุนก่อนจะเฉดหัวเธอไปชนบท แต่โชคชะตาพลิกผันเมื่อเธอคือทายาทตัวจริงของตระกูลเฉียวผู้มั่งคั่ง แม้จะถูกน้องสาวจอมปลอมคอยใส่ร้าย แต่อวิ๋นเจินก็ใช้ความสามารถรอบตัวโต้กลับอย่างเหนือชั้น ท่ามกลางข่าวลือเรื่องความโสด กู้ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกลับต้อนเธอเข้ากำแพงพร้อมทวงถามถึงฐานะคุณนายกู้ที่เธอปกปิดไว้
ตอน
แชร์

ตอน 2

“คุณพี่ คุณจะไปเสียเวลาพูดอะไรกับมันอีกล่ะคะ? โทรแจ้งตำรวจเลยสิ!” นายหญิงตระกูลอวิ๋นตะโกนขึ้นมาเสียงดัง

เมื่ออวิ๋นเหยาเห็นเช่นนี้ เธอก็รีบแสร้งเข้ามาไกล่เกลี่ยทันที “คุณพ่อ คุณแม่ พี่อาจจะเผลอเก็บไปก็ได้ค่ะ พี่เขาไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะ”

“หึ? ไม่ได้ตั้งใจงั้นเหรอ? แล้วสร้อยข้อมือมันมีเท้าเดินเข้าไปกระเป๋าของเธอเองได้รึไง? นี่เป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจของปรมาจารย์ด้านการออกแบบอย่าง YUN เชียวนะ แถมยังเป็นรุ่นลิมิเต็ดด้วย ตอนนี้หาซื้อไม่ได้แล้ว ยัยเด็กเปรตนี่มันรู้จักเลือกของจริง ๆ เลยนะ ที่แท้แกก็เป็นคนขี้งกนี่เอง เลี้ยงมาตั้งนาน สันดารละโมบโลภมากก็ยังแก้ไม่หายสักทีนะ”

นายหญิงตระกูลอวิ๋นพูดด้วยความรังเกียจ

“คุณแม่ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถ้าพี่ชอบจริง ๆ ก็ให้เธอไปเถอะ ยังไงหลังจากนี้พวกเราก็คงจะไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกแล้ว ถึงแม้ว่าฉันจะชอบสร้อยข้อมือเส้นนี้มาก และไอดอลของฉันก็คือท่านปรมาจารย์ YUN ด้วยก็ตาม” อวิ๋นเหยาพูดอย่างทอดถอนใจ

หลังจากเห็นคนในครอบครัวนี้ผลัดกันพูดขึ้นมาคนละประโยค อวิ๋นเจินก็ทั้งโมโหทั้งตลก

น่าเสียดายจริง ๆ ที่คนในครอบครัวนี้ไม่ได้ไปแสดงละคร ทักษะการแสดงของพวกเขาดีซะขนาดนี้เชียว

อวิ๋นเจินหยิบสร้อยขึ้นมา จากนั้นก็โชว์ตรงตะขอให้อวิ๋นเหยาดู “เธอลองแหกตาดูสิว่า คำนี้มันอ่านว่าอะไร?”

อวิ๋นเหยาขมวดคิ้วด้วยความงุนงง จากนั้นพอเงยหน้าขึ้น เธอก็เห็นคำว่า ‘เจิน’

“จะเป็นไปได้ยังไงกัน?” อวิ๋นเหยาถามออกมาในทันที

“เธอชอบท่านปรมาจารย์ YUN มากที่สุดไม่ใช่รึไง? เธอไม่รู้เหรอว่าคอลเลกชัน ‘ซานฉาฮัว’ นี้ สามารถสลักชื่อของตัวเองลงไปได้ด้วยน่ะ? มันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่สามารถลอกเลียนกันได้ อีกอย่างเนื่องจากเป็นรุ่นลิมิเต็ด สร้อยข้อมือทุกเส้นที่วางจำหน่ายออกมาจึงจะมีโค้ดที่สอดคล้องกันด้วย อวิ๋นเจินพูดอย่างเย็นชา

ในขณะนี้ คนรับใช้คนหนึ่งก็ได้ถือสร้อยข้อมือเส้นหนึ่งวิ่งลงมาที่ชั้นล่าง

“คุณหนูอวิ๋นเหยาคะ ลองดูนี่สิคะ นี่ใช่สร้อยข้อมือที่คุณกำลังหาอยู่รึเปล่า?”

พอทุกคนเห็นสร้อยข้อมือในมือของคนรับใช้ก็ดูตกใจกันมาก

อวิ๋นเหยาตอบสนองขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แสร้งทำเป็นดีใจที่ได้ของคืนกลับมา “ที่แท้สร้อยข้อมือของฉันก็อยู่นี่นี่เอง”

มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย? เห็น ๆ อยู่ว่าเธอเอาสร้อยข้อมือเส้นนี้ไปใส่ไว้ในกระเป๋าของยัยสารเลวนั่นแล้วนี่

“ทำไมเหรอ? เธอยังคิดว่าฉันเอาสร้อยข้อมือของเธอไปรึไง? แล้วยังต้องแจ้งตำรวจอีกไหม?” น้ำเสียงของอวิ๋นเจินฟังดูเฉยชามาก

“พี่ สร้อยข้อมือเส้นนี้มีมูลค่าตั้งห้าล้านเชียวนะ พี่มีเงินไปซื้อมาได้ยังไงเหรอ? พี่คงไม่ได้ไปทำเรื่องอะไรที่มันน่าอับอายมาหรอกใช่ไหม? ได้ยินมาว่าตอนนี้มีผู้หญิงหลาย ๆ คน ยอมขายตัวเองเพื่อเงินด้วยหนิ” อวิ๋นเหยาจงใจพูดชี้นำขึ้นมา

อวิ๋นเจินหัวเราะเยาะเย้ยอกมาเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “น้องสาวดูเหมือนจะรู้ราคาการขายดีจังเลยนะ ทำไมเหรอ? ก่อนที่เธอจะกลับมาที่ตระกูลอวิ๋น เธอเคยออกไปขายมารึไง? เธอถึงได้ดูคุ้นเคยขนาดนี้น่ะ?”

“พี่.....พี่พูดบ้าอะไร?” อวิ๋นเหยาโกรธจนหน้าแดงไปหมด

“อวิ๋นเจิน นังสารเลว แกพูดบ้าอะไรฮะ? รีบไสหัวออกไปจากตระกูลอวิ๋นเดี๋ยวนี้เลยนะ แล้วต่อไปก็อย่าได้กลับมาอีก” นายหญิงตระกูลอวิ๋นตะโกนขึ้นมาด้วยความโกรธเคือง

อวิ๋นเจินพูดด้วยรอยยิ้มที่สดใสมากว่า “พวกคุณไม่ต้องห่วงหรอกนะ หลังจากนี้ต่อให้พวกคุณมาคุกเข่าขอร้องฉัน ยังไงฉันก็ไม่มีวันมาเหยียบตระกูลอวิ๋นอีกแน่ ๆ”

หลังจากพูดจบ อวิ๋นเจินก็ขี้เกียจที่จะญาติดีใส่คนครอบครัวนี้อีก เธอจึงแบกกระเป๋าเดินจากไปทันที

“เหอะ! ในที่สุดนังตัวซวยนั่นก็ไปได้สักที” นายหญิงตระกูลอวิ๋นหัวเราะเยาะเย้ยออกมา

ในที่สุดเธอก็จะได้สบายใจแล้ว ต่อไปพวกเธอก็จะอยู่กันคนละโลกแล้ว

เมื่ออวิ๋นเจินออกมาจากวิลล่าตระกูลอวิ๋น โทรศัพท์เธอก็ดังขึ้น เธอจึงกดรับสายในทันที

“พี่เจิน คนตระกูลอวิ๋นไล่พี่ออกมาแล้วจริง ๆ น่ะเหรอ?”

อวิ๋นเจินพูดขึ้นมาอย่างเย็นชาว่า “อืม”

เย่เฟยที่อยู่อีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์โกรธมากจนด่าออกมาทันที

“พวกเขาช่างไร้ยางอายจริง ๆ พอได้ดีก็ถีบหัวส่งเลย ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ อวิ๋นหงเจียจะทำให้ตระกูลเล็ก ๆ ที่ไม่ได้มีหน้ามีตาอะไรเลื่อนระดับไปสู่ชนชั้นสูงได้ยังไงกัน พวกเขาเป็นคนโง่เง่าที่มีจิตใจโหดเหี้ยมและไม่รู้จักบุญคุณ พวกเขาไม่รู้หรอกว่าพี่ต่างหากที่.....”

อวิ๋นเจินพูดตัดบทเขาขึ้นมา และพูดว่า “เรื่องที่ฉันให้นายช่วยตามหาญาติ มีข่าวคราวอะไรบ้างไหม?”

ตามคำบอกเล่าของอวิ๋นหงเจียแล้ว พวกเขาอุ้มลูกมาผิด พ่อแม่ของเธอไม่ได้ทอดทิ้งเธอไปด้วยเจตนาร้าย ดังนั้นเธอจึงอยากจะตามหาคนในครอบครัวของเธอ

“อ้อ ผมส่งคนไปแล้วล่ะ คาดว่าอีกไม่นานก็คงจะได้ข่าวอะไรบ้างแล้ว”

“ดี” อวิ๋นเจินวางสายไป จากนั้นก็เดินไปรอรถอยู่ริมถนนเล็ก ๆ

ทันใดนั้น สายลมเย็น ๆ ก็พัดเอากลิ่นคาวเลือดที่หอมหวานโชยเข้ามาในจมูกของเธอ

อวิ๋นเจินขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วก็หรี่ตาที่มองไปยังที่ที่ไม่ไกลนัก

ทันใดนั้นเธอก็เห็นชายสวมเสื้อขาวสีขาวคนหนึ่งที่เนื้อตัวเปื้อนเลือดเต็มไปหมด เขากำลังเดินโซเซมาทางเธออยู่

ข้างหลังเขามีชายชุดดำหลายคนกำลังไล่ตามเขามา

“ไอ้ชาติชั่ว มึงอย่าพยายามหนีเลย รอรับความตายอย่างเชื่อฟังซะเถอะ” เจตนาฆ่าพุ่งออกมาจากตัวชายชุดดำที่เป็นหัวหน้า

ใบหน้าของกู้เหยียนถิงดูเย็นชามาก แต่ด้วยความที่เขาเสียเลือดมากเกินไป มันจึงค่อนข้างที่จะซีดเซียว

“ใครส่งพวกแกมา?”

“หัวหน้า อย่าไปเสียเวลาคุยกับมันเลย ตอนนี้ไม่มีคนแล้ว รีบส่งมันลงนรกไปซะเถอะ”

“ตรงนี้ยังผู้หญิงอยู่อีกคนหนึ่งไม่ใช่รึไง?”

สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่อวิ๋นเจินทันที

อวิ๋นเจินไม่คาดคิดเลยว่าวันนี้จะเกิดปัญหาขึ้นไปเยอะแยะไปหมด แล้วก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นขนาดนี้

ชายชุดดำเหล่านี้มีเจตนาฆ่าอย่างแรงกล้า เขาต้องการที่จะฆ่าปิดปากเธอ

ตัวซวยน่าจะเป็นชายที่ได้รับบาดเจ็บคนนี้นั่นเอง

หัวหน้าชายชุดดำพอเห็นอวิ๋นเจินตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที พอเห็นถึงความงดงามของเธอ เขาก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมา

ชายชุดดำคนอื่น ๆ ต่างก็ยิ้มอย่างหื่นกามมากเช่นกัน

“สาวน้อย! ไม่ต้องกลัวนะ หลังจากที่พวกเราจัดการกับผู้ชายคนนี้เสร็จ พี่จะพาเธอไปสนุกเอง” ผู้ชายที่พูดน้ำลายเกือบจะไหลออกมาอยู่แล้ว

น้ำเสียงของอวิ๋นเจินฟังดูเย็นชา สีหน้าของเธอดูสงบนิ่งราวกับสระน้ำเย็น ริมฝีปากบาง ๆ ของเธอขยับเบา ๆ พูดออกมาว่า “ไสหัวไปซะ!”

วินาทีต่อมา ในมือของเธอก็มีเข็มเงินหลายเล่มโผล่ขึ้นมา

เข็มเงินยาว ๆ มีแสงที่ดูเย็นยะเยือกอย่างมาก

ผู้ชายหลายคนยังคงแซวอวิ๋นเจินกันไม่หยุด

มุมปากของอวิ๋นเจินโค้งขึ้น ในดวงตาสีดำเข้มของเธอมีแสงอันเย็นยะเยือกปรากฏขึ้นมา มือของเธอยกขึ้นอย่างคล่องแคล่ว ทันใดนั้นเข็มเงินแต่ละเล่มก็ยิงไปยังหน้าผากของชายชุดดำหลายคนอย่างแม่นยำ

ในไม่ช้า ชายชุดดำที่ตะโกนอยู่เมื่อกี้ก็ล้มลงไปกับพื้นทีละคน

ความเร็วของเธอดูน่าทึ่งอย่างมาก

ลูกตาสีดำของกู้เหยียนถิงแสดงความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อออกมา

ผู้หญิงคนนี้คือใครกัน?

ทำไมถึงเก่งกาจขนาดนี้?

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอไร้ราคี
9.0
ทัดดาวจำต้องเดินทางไกลมาเป็นสาวใช้ในสเปนเพื่อปากท้อง แม้จะต้อยต่ำแต่เธอยังคงยิ้มสู้ จนกระทั่งโชคชะตาพาให้พบกับอีเกร์ มาทาดอร์ผู้ทรงอิทธิพลที่สยบเธอไว้ในฐานะนางบำเรอลับๆ ทว่าเมื่อความสัมพันธ์ถูกเปิดโปง เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยจนเธอต้องหนีไปพร้อมหยาดน้ำตาและลูกในท้อง เมื่อทัดดาวหายไปอีเกร์กลับคลุ้มคลั่งด้วยความโหยหา เขาจึงต้องออกตามหาเมียและลูกเพื่อขอโอกาสแก้ตัว ท่ามกลางกระแสสังคมที่ดูแคลนความรักต่างชนชั้นครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย อวบอยู่ไหนจ๊ะ
9.7
อาทิตยาหลงรักคำเรียกขานว่าอวบจากคิง ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมด้วยฐานะแต่ติดดินอย่างไม่น่าเชื่อ แม้เธออยากเปลี่ยนตัวเองให้ผอมเพรียวเพื่อความสวยงาม แต่เขากลับแสดงความโกรธเกรี้ยวและสั่งห้ามไม่ให้เธอลดน้ำหนักอย่างเด็ดขาด เพราะเขาหลงใหลในตัวตนที่เธอเป็น ความสัมพันธ์ยิ่งลึกซึ้งเมื่อคิงยอมขัดใจครอบครัวและฝ่าความเหนื่อยล้าจากการรับแขกเพื่อมาหาเธอในยามดึก เพียงเพราะอยากใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ท่ามกลางความอบอุ่นละมุนหัวใจที่เขาคอยเติมเต็มให้สาวอวบอย่างเธอเสมอมา
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจจักรภัทร [เจ้านายหนุ่มหล่อ VS ลูกน้องสาวสวย)
9.2
CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต VS พนักงาน HR นอกจากแสนสวยกับแสนดีแล้วก็ ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้ ------------------------------------ ‘จักรภัทร ส่งเสริมสกุลไทย’ CEO หนุ่มหล่อ น่าล่อ ทายาทอันดับหนึ่งของวงศ์ตระกูลมูลค่านับหมื่นล้าน เมื่อถึงเวลาที่จะต้องเลือกคู่ชีวิต หนุ่มผู้กลายเป็นที่ต้องการของสาวค่อนเมือง เขาจำเป็นต้องเลือกอย่างละเอียดถี่ถ้วนและระมัดระวัง เพื่อกันความผิดพลาดหรือเลิอกคนผิดนั่นเอง คติประจำใจที่เขาและนักธุรกิจหลายต่อหลายคนมีไว้ นั่นคือ 'สมภารไม่กินไก่วัด' _______ ‘มัทรี ทรัพท์สมบูรณ์’ พนักงานสาวในฝ่าย HR ผู้ขาดคุณสมบัติเกือบทุกข้อที่เขาวางไว้สำหรับเลือกมาเป็นคู่ชีวิต ยกเว้นแต่ความสวยบาดใจโดยไม่ต้องแต่งแต้มมากมายนัก กับความเป็นกุลสตรีที่เธอมีครบถ้วน และเขาก็ไม่ควรจะมองข้ามจุดนี้ไป ++++++++++++++++++++++ ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ ‘ตูม!!!’ ‘พรึบ!’ “ว๊าย!!!!” ยังไม่ทันจะได้รับกระเป๋าจากมือบางด้วยซ้ำ ฟ้าก็ผ่าเปรี้ยงๆ ลงมาอย่างรุนแรง ตามด้วยเสียงอะไรสักอย่างระเบิดขึ้นมา เดาว่าน่าจะเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าของหมู่บ้าน แล้วไฟก็ดับพรึบลง คนตรงหน้าของเขาคงตกใจ ถึงกับร้องเสียงหลง แล้วกระโดดเข้ามากอดเขาทันที “ไม่ต้องกลัวนะครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ” และด้วยสัญชาตญาณ สองวงแขนของเขา ก็รับเอาร่างเล็กๆ มากอดแนบอกไว้เช่นกัน ตอนแรกนั้นเพราะความอยากปกป้องเพศที่อ่อนแอกว่า และกำลังต้องการที่พึ่งพิง ต่อมานั้นมีความต้องการด้านจิตใจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ก็ใครจะไปอดรนทนไหว ในเมื่อมีสาวสวยมาให้กอดขนาดนี้ สองวงแขนของเขาเลยกระชับเอาไว้แนบแน่น ‘เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!’ เสียงฟ้าร้อง บวกกับสายฟ้าแลบแปลบปลาบ จนเกิดแสงสว่างว้าบเป็นครั้งคราวนั้น ทำให้เขาเห็นเจ้าของใบหน้าสวย ที่ดูเหมือนจะตกอกตกใจไม่หายได้ชัดเจน สองแขนเล็กเรียวที่โอบกอดเขาอยู่นั้น ก็กระตุ้นให้หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นได้ไม่ยาก กลิ่นกายหอมๆ บวกกับกลิ่นแชมพูอ่อนๆ จากเรือนผมยาวสลวย ก็ช่วยให้เขาไม่อาจจะผละหนีไปไหนได้ ปลายคางมนของคนตกใจ เลยถูกเขาเชยขึ้นช้าๆ สายฟ้าแลบแต่ละครั้ง ทำให้เขาได้เห็นใบหน้าสวยใสได้ไม่ยาก รวมทั้งริมกระจับงาม ที่เขาทนฝืนใจไม่ให้ก้มลงไปหาไม่ได้อีกต่อไปแล้ว ไม่กี่วินาที เขาก็ได้ลิ้มลอง และเจ้าของก็ไม่มีท่าทีขัดขืนใดๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นฝ่ายเชื้อเชิญด้วย เป็นเขาเองที่โน้มใบหน้าลงไปหา ด้วยยากจะหักห้ามใจ และไม่รู้มาก่อน ว่าตัวเองปรารถนาจะลิ้มลองสองกลีบบุปผางามมากมายขนาดนี้ หลังจากที่เจ้าของกลีบเข้าไปแย่งพื้นที่สาวอื่น มีอำนาจเหนือจิตใจเขากินอาณาบริเวณมากระดับหนึ่งมานับแรมเดือน ในบรรดาสาวๆ ที่เขาคัดสรรไว้นั้น เธอคือคนแรกที่เขาเผลอตัว เผลอใจเข้าใกล้ขนาดนี้ ใช่ว่าเขาจะอ่อนประสบการณ์เรื่องรักๆ ใคร่ๆ หรือเรื่องผู้หญิง ตรงกันข้าม เขากลับช่ำชองไม่น้อย แต่เขาจะฝึกปรือกับผู้หญิงอีกประเภท ที่ซื้อหามาได้ด้วยเงิน และเงินก็จบปัญหาด้านความสัมพันธ์ต่อเนื่องได้ ส่วนผู้หญิงที่จะยกย่องให้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูกนั้น เขาจะไม่มีวันปล่อยให้อารมณ์ใคร่ เข้ามามีบทบาทเหนือเหตุผลเด็ดขาด ยกเว้นก็ครั้งนี้ จะด้วยเพราะอะไรเขาเองก็ยากจะหาข้ออ้างได้ รู้แต่ว่ากำลังเป็นสุข กับการได้ดูดดื่มเรียวกระจับงาม หอมหวานอยู่ตอนนี้ แผงอกกว้างที่มีอีกอกบดเบียดอยู่นั้น ช่างอบอุ่นเหลือเกิน แม้ด้านนอกจะมีสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง ทว่ากลับไม่รู้จักหนาวเหน็บแม้แต่นิดเดียว ความรู้สึกนี้ก็เกิดขึ้นกับเจ้าของเรียวกระจับงาม ที่กำลังยกสองแขนกอดเกี่ยวกายเขาเอาไว้ ด้วยหัวใจนั้นเต็มตื้นด้วยความตกใจระคนเป็นสุข จนไม่แน่ใจ ว่าตัวเองกำลังตื่นหรือว่าหลับฝัน ถ้าเป็นฝัน ก็คงจะเป็นฝันอันแสนหวาน ที่สาวๆ ทั้งตึก จะต้องอิจฉาแน่ ใครเลยจะคาดคิดว่าชีวิตนี้ จะได้มีห้วงเวลาที่ผู้อยู่สูงเทียมฟ้าอย่างเขา กำลังมอบจุมพิตที่แสนรัญจวนใจให้ กลิ่นกายของเขานั้นช่างหอมเฉพาะตัว แผงอกของเขานั้น ช่างอบอุ่นราวกับมีผ้าผวยหลายร้อยผืนมาห่อหุ้มเอาไว้ สองวงแขนของเขาที่โอบกอดไว้นั้น ช่างให้ความรู้สึกปลอดภัย ยิ่งกว่ามีสรรพสิ่งใดๆ มาโอบล้อมไว้ ร่างเล็กๆ ที่พอมีเรี่ยวแรงเมื่อครู่ ใกล้จะเข่าทรุดแล้ว หากไม่มีเขาคอยประคองช่วยเอาไว้ มัทรีอยากหยุดเวลาอันแสนสุขเอาไว้แค่นี้ จะได้มีเขาอยู่ใกล้ๆ แบบนี้ตลอดไป จะได้เก็บความทรงจำอันแสนหวานล้ำนี้ไว้ตราบนานเท่านาน และสำหรับชายหนุ่มผู้เคร่งครัดในกฎเหล็กของตัวเอง ว่าจะไม่ปฏิบัติกับหญิงที่คัดสรรไว้เป็นภรรยา เป็นแม่ของลูก ก็กำลังบังคับตัวเองให้หยุดอย่างหนักหน่วง ‘เปรี้ยง!!!’
หน้าปกนวนิยาย วันวิวาห์ของเขา แค้นสมบูรณ์แบบของเธอ
8.8
จากชายบาดเจ็บในซอกตึก ฉันปั้นอิสระจนกลายเป็นราชาแห่งสาทรและสามีลับๆ แต่เขากลับหักหลังด้วยการดูถูกฉันลับหลังและทำลายตึกรำลึกถึงลูกสาวที่เสียชีวิตเพื่อสร้างสปาเอาใจชู้รัก แถมยังโยนความผิดเรื่องการสูญเสียลูกมาที่ฉัน เมื่อเขาพยายามลบอดีตและสร้างชีวิตใหม่บนความพินาศของฉัน ฉันจึงตอบรับคำเชิญงานแต่งงานของเขาด้วยรอยยิ้ม เพราะก่อนจะทำลายเขาให้ย่อยยับจนไม่เหลือซาก ฉันจะปล่อยให้เขาได้สัมผัสความสุขให้ถึงขีดสุดเสียก่อนในวันสำคัญนั้น
หน้าปกนวนิยาย สามีพิการกลับกลายเป็นเจ้าพ่อที่ซ่อนตัวอยู่
8.9
เจน ไอไอ สาววัยยี่สิบที่เพิ่งพบว่าตนคือทายาทมหาเศรษฐี กลับถูกครอบครัวบีบให้แต่งงานแทนลูกสาวตัวปลอมเพื่อดูแลคุณยายที่ป่วย เจ้าบ่าวคือซือเชียนฮาน ชายพิการอารมณ์ร้ายที่บ้านกำลังจะล้มละลาย ทว่าหลังแต่งงานเธอกลับพบว่าเขาคือเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่คลั่งรักเธออย่างที่สุด เมื่อถึงกำหนดหย่าตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ สองปีผ่านไปเขากลับไม่ยอมปล่อยมือ จนเธอต้องยอมใจอ่อนให้กับความรักอันแสนอ่อนโยนของสามีที่ซ่อนเขี้ยวเล็บคนนี้และเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย รักนี้ไม่ยอมหย่า
9.7
ท่ามกลางสายตาคนนอกที่มองว่าวิลเลียมจำใจแต่งงานกับรีนี และพร้อมจะสลัดเธอทิ้งทันทีที่คนรักเก่ากลับมาพร้อมทายาท รีนีกลับเป็นฝ่ายยืนยันอย่างชัดเจนว่าเธอเองต่างหากที่พยายามขอหย่าทุกวันเพื่อจบความสัมพันธ์นี้ ทว่าผู้คนกลับคิดว่าเธอแค่แสร้งทำเป็นเข้มแข็งเพื่อปกปิดความเสียใจ จนกระทั่งวิลเลียมประกาศกร้าวต่อสาธารณะว่าจะไม่มีการหย่าเกิดขึ้นเด็ดขาด พร้อมขู่ดำเนินคดีกับทุกคนที่ปล่อยข่าวลือ รีนีจึงได้แต่สับสนว่าแท้จริงแล้วสามีผู้เย็นชาคนนี้กำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่