
อย่าไปยุ่งกับทายาทสาวลึกลับ
ตอน 2
“คุณพี่ คุณจะไปเสียเวลาพูดอะไรกับมันอีกล่ะคะ? โทรแจ้งตำรวจเลยสิ!” นายหญิงตระกูลอวิ๋นตะโกนขึ้นมาเสียงดัง
เมื่ออวิ๋นเหยาเห็นเช่นนี้ เธอก็รีบแสร้งเข้ามาไกล่เกลี่ยทันที “คุณพ่อ คุณแม่ พี่อาจจะเผลอเก็บไปก็ได้ค่ะ พี่เขาไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะ”
“หึ? ไม่ได้ตั้งใจงั้นเหรอ? แล้วสร้อยข้อมือมันมีเท้าเดินเข้าไปกระเป๋าของเธอเองได้รึไง? นี่เป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจของปรมาจารย์ด้านการออกแบบอย่าง YUN เชียวนะ แถมยังเป็นรุ่นลิมิเต็ดด้วย ตอนนี้หาซื้อไม่ได้แล้ว ยัยเด็กเปรตนี่มันรู้จักเลือกของจริง ๆ เลยนะ ที่แท้แกก็เป็นคนขี้งกนี่เอง เลี้ยงมาตั้งนาน สันดารละโมบโลภมากก็ยังแก้ไม่หายสักทีนะ”
นายหญิงตระกูลอวิ๋นพูดด้วยความรังเกียจ
“คุณแม่ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถ้าพี่ชอบจริง ๆ ก็ให้เธอไปเถอะ ยังไงหลังจากนี้พวกเราก็คงจะไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกแล้ว ถึงแม้ว่าฉันจะชอบสร้อยข้อมือเส้นนี้มาก และไอดอลของฉันก็คือท่านปรมาจารย์ YUN ด้วยก็ตาม” อวิ๋นเหยาพูดอย่างทอดถอนใจ
หลังจากเห็นคนในครอบครัวนี้ผลัดกันพูดขึ้นมาคนละประโยค อวิ๋นเจินก็ทั้งโมโหทั้งตลก
น่าเสียดายจริง ๆ ที่คนในครอบครัวนี้ไม่ได้ไปแสดงละคร ทักษะการแสดงของพวกเขาดีซะขนาดนี้เชียว
อวิ๋นเจินหยิบสร้อยขึ้นมา จากนั้นก็โชว์ตรงตะขอให้อวิ๋นเหยาดู “เธอลองแหกตาดูสิว่า คำนี้มันอ่านว่าอะไร?”
อวิ๋นเหยาขมวดคิ้วด้วยความงุนงง จากนั้นพอเงยหน้าขึ้น เธอก็เห็นคำว่า ‘เจิน’
“จะเป็นไปได้ยังไงกัน?” อวิ๋นเหยาถามออกมาในทันที
“เธอชอบท่านปรมาจารย์ YUN มากที่สุดไม่ใช่รึไง? เธอไม่รู้เหรอว่าคอลเลกชัน ‘ซานฉาฮัว’ นี้ สามารถสลักชื่อของตัวเองลงไปได้ด้วยน่ะ? มันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่สามารถลอกเลียนกันได้ อีกอย่างเนื่องจากเป็นรุ่นลิมิเต็ด สร้อยข้อมือทุกเส้นที่วางจำหน่ายออกมาจึงจะมีโค้ดที่สอดคล้องกันด้วย อวิ๋นเจินพูดอย่างเย็นชา
ในขณะนี้ คนรับใช้คนหนึ่งก็ได้ถือสร้อยข้อมือเส้นหนึ่งวิ่งลงมาที่ชั้นล่าง
“คุณหนูอวิ๋นเหยาคะ ลองดูนี่สิคะ นี่ใช่สร้อยข้อมือที่คุณกำลังหาอยู่รึเปล่า?”
พอทุกคนเห็นสร้อยข้อมือในมือของคนรับใช้ก็ดูตกใจกันมาก
อวิ๋นเหยาตอบสนองขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แสร้งทำเป็นดีใจที่ได้ของคืนกลับมา “ที่แท้สร้อยข้อมือของฉันก็อยู่นี่นี่เอง”
มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย? เห็น ๆ อยู่ว่าเธอเอาสร้อยข้อมือเส้นนี้ไปใส่ไว้ในกระเป๋าของยัยสารเลวนั่นแล้วนี่
“ทำไมเหรอ? เธอยังคิดว่าฉันเอาสร้อยข้อมือของเธอไปรึไง? แล้วยังต้องแจ้งตำรวจอีกไหม?” น้ำเสียงของอวิ๋นเจินฟังดูเฉยชามาก
“พี่ สร้อยข้อมือเส้นนี้มีมูลค่าตั้งห้าล้านเชียวนะ พี่มีเงินไปซื้อมาได้ยังไงเหรอ? พี่คงไม่ได้ไปทำเรื่องอะไรที่มันน่าอับอายมาหรอกใช่ไหม? ได้ยินมาว่าตอนนี้มีผู้หญิงหลาย ๆ คน ยอมขายตัวเองเพื่อเงินด้วยหนิ” อวิ๋นเหยาจงใจพูดชี้นำขึ้นมา
อวิ๋นเจินหัวเราะเยาะเย้ยอกมาเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “น้องสาวดูเหมือนจะรู้ราคาการขายดีจังเลยนะ ทำไมเหรอ? ก่อนที่เธอจะกลับมาที่ตระกูลอวิ๋น เธอเคยออกไปขายมารึไง? เธอถึงได้ดูคุ้นเคยขนาดนี้น่ะ?”
“พี่.....พี่พูดบ้าอะไร?” อวิ๋นเหยาโกรธจนหน้าแดงไปหมด
“อวิ๋นเจิน นังสารเลว แกพูดบ้าอะไรฮะ? รีบไสหัวออกไปจากตระกูลอวิ๋นเดี๋ยวนี้เลยนะ แล้วต่อไปก็อย่าได้กลับมาอีก” นายหญิงตระกูลอวิ๋นตะโกนขึ้นมาด้วยความโกรธเคือง
อวิ๋นเจินพูดด้วยรอยยิ้มที่สดใสมากว่า “พวกคุณไม่ต้องห่วงหรอกนะ หลังจากนี้ต่อให้พวกคุณมาคุกเข่าขอร้องฉัน ยังไงฉันก็ไม่มีวันมาเหยียบตระกูลอวิ๋นอีกแน่ ๆ”
หลังจากพูดจบ อวิ๋นเจินก็ขี้เกียจที่จะญาติดีใส่คนครอบครัวนี้อีก เธอจึงแบกกระเป๋าเดินจากไปทันที
“เหอะ! ในที่สุดนังตัวซวยนั่นก็ไปได้สักที” นายหญิงตระกูลอวิ๋นหัวเราะเยาะเย้ยออกมา
ในที่สุดเธอก็จะได้สบายใจแล้ว ต่อไปพวกเธอก็จะอยู่กันคนละโลกแล้ว
เมื่ออวิ๋นเจินออกมาจากวิลล่าตระกูลอวิ๋น โทรศัพท์เธอก็ดังขึ้น เธอจึงกดรับสายในทันที
“พี่เจิน คนตระกูลอวิ๋นไล่พี่ออกมาแล้วจริง ๆ น่ะเหรอ?”
อวิ๋นเจินพูดขึ้นมาอย่างเย็นชาว่า “อืม”
เย่เฟยที่อยู่อีกด้านหนึ่งของโทรศัพท์โกรธมากจนด่าออกมาทันที
“พวกเขาช่างไร้ยางอายจริง ๆ พอได้ดีก็ถีบหัวส่งเลย ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ อวิ๋นหงเจียจะทำให้ตระกูลเล็ก ๆ ที่ไม่ได้มีหน้ามีตาอะไรเลื่อนระดับไปสู่ชนชั้นสูงได้ยังไงกัน พวกเขาเป็นคนโง่เง่าที่มีจิตใจโหดเหี้ยมและไม่รู้จักบุญคุณ พวกเขาไม่รู้หรอกว่าพี่ต่างหากที่.....”
อวิ๋นเจินพูดตัดบทเขาขึ้นมา และพูดว่า “เรื่องที่ฉันให้นายช่วยตามหาญาติ มีข่าวคราวอะไรบ้างไหม?”
ตามคำบอกเล่าของอวิ๋นหงเจียแล้ว พวกเขาอุ้มลูกมาผิด พ่อแม่ของเธอไม่ได้ทอดทิ้งเธอไปด้วยเจตนาร้าย ดังนั้นเธอจึงอยากจะตามหาคนในครอบครัวของเธอ
“อ้อ ผมส่งคนไปแล้วล่ะ คาดว่าอีกไม่นานก็คงจะได้ข่าวอะไรบ้างแล้ว”
“ดี” อวิ๋นเจินวางสายไป จากนั้นก็เดินไปรอรถอยู่ริมถนนเล็ก ๆ
ทันใดนั้น สายลมเย็น ๆ ก็พัดเอากลิ่นคาวเลือดที่หอมหวานโชยเข้ามาในจมูกของเธอ
อวิ๋นเจินขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วก็หรี่ตาที่มองไปยังที่ที่ไม่ไกลนัก
ทันใดนั้นเธอก็เห็นชายสวมเสื้อขาวสีขาวคนหนึ่งที่เนื้อตัวเปื้อนเลือดเต็มไปหมด เขากำลังเดินโซเซมาทางเธออยู่
ข้างหลังเขามีชายชุดดำหลายคนกำลังไล่ตามเขามา
“ไอ้ชาติชั่ว มึงอย่าพยายามหนีเลย รอรับความตายอย่างเชื่อฟังซะเถอะ” เจตนาฆ่าพุ่งออกมาจากตัวชายชุดดำที่เป็นหัวหน้า
ใบหน้าของกู้เหยียนถิงดูเย็นชามาก แต่ด้วยความที่เขาเสียเลือดมากเกินไป มันจึงค่อนข้างที่จะซีดเซียว
“ใครส่งพวกแกมา?”
“หัวหน้า อย่าไปเสียเวลาคุยกับมันเลย ตอนนี้ไม่มีคนแล้ว รีบส่งมันลงนรกไปซะเถอะ”
“ตรงนี้ยังผู้หญิงอยู่อีกคนหนึ่งไม่ใช่รึไง?”
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่อวิ๋นเจินทันที
อวิ๋นเจินไม่คาดคิดเลยว่าวันนี้จะเกิดปัญหาขึ้นไปเยอะแยะไปหมด แล้วก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นขนาดนี้
ชายชุดดำเหล่านี้มีเจตนาฆ่าอย่างแรงกล้า เขาต้องการที่จะฆ่าปิดปากเธอ
ตัวซวยน่าจะเป็นชายที่ได้รับบาดเจ็บคนนี้นั่นเอง
หัวหน้าชายชุดดำพอเห็นอวิ๋นเจินตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที พอเห็นถึงความงดงามของเธอ เขาก็อดไม่ได้ที่จะเกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมา
ชายชุดดำคนอื่น ๆ ต่างก็ยิ้มอย่างหื่นกามมากเช่นกัน
“สาวน้อย! ไม่ต้องกลัวนะ หลังจากที่พวกเราจัดการกับผู้ชายคนนี้เสร็จ พี่จะพาเธอไปสนุกเอง” ผู้ชายที่พูดน้ำลายเกือบจะไหลออกมาอยู่แล้ว
น้ำเสียงของอวิ๋นเจินฟังดูเย็นชา สีหน้าของเธอดูสงบนิ่งราวกับสระน้ำเย็น ริมฝีปากบาง ๆ ของเธอขยับเบา ๆ พูดออกมาว่า “ไสหัวไปซะ!”
วินาทีต่อมา ในมือของเธอก็มีเข็มเงินหลายเล่มโผล่ขึ้นมา
เข็มเงินยาว ๆ มีแสงที่ดูเย็นยะเยือกอย่างมาก
ผู้ชายหลายคนยังคงแซวอวิ๋นเจินกันไม่หยุด
มุมปากของอวิ๋นเจินโค้งขึ้น ในดวงตาสีดำเข้มของเธอมีแสงอันเย็นยะเยือกปรากฏขึ้นมา มือของเธอยกขึ้นอย่างคล่องแคล่ว ทันใดนั้นเข็มเงินแต่ละเล่มก็ยิงไปยังหน้าผากของชายชุดดำหลายคนอย่างแม่นยำ
ในไม่ช้า ชายชุดดำที่ตะโกนอยู่เมื่อกี้ก็ล้มลงไปกับพื้นทีละคน
ความเร็วของเธอดูน่าทึ่งอย่างมาก
ลูกตาสีดำของกู้เหยียนถิงแสดงความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อออกมา
ผู้หญิงคนนี้คือใครกัน?
ทำไมถึงเก่งกาจขนาดนี้?
คุณอาจจะชอบ





