
อย่าไปยุ่งกับทายาทสาวลึกลับ
ตอน 3
อวิ๋นเจินเหลือบมองชายชุดดำเหล่านั้นที่ล้มลงไปกับพื้นแวบหนึ่ง จากนั้นก็มองไปที่ผู้ชายที่ได้รับบาดเจ็บ
ผู้ชายคนนี้มีหน้าตาที่หล่อเหลา แววตาดูแข็งกร้าว เครื่องหน้าราวกับเทพปั้นมาไม่มีผิด ริมฝีปากบาง ๆ ของเขาสุขุมเคร่งขรึม
เดิมทีอวิ๋นเจินก็อยากจะเดินไป แต่สุดท้ายเธอก็อดใจไม่ได้
จุดอ่อนข้อหนึ่งของเธอก็คือ เป็นคนใจอ่อน
เธอนั่งยอง ๆ ลง แล้วก็ช่วยกู้เหยียนถิงตรวจเช็คบาดแผล
กู้เหยียนถิงขอบคุณเธอด้วยความจริงใจว่า “ขอบคุณคุณมาก”
“ฉันก็แค่ผ่านมาน่ะ” น้ำเสียงของเธอเย็นชามาก
หลังจากนั้น อวิ๋นเจินก็ตรวจชีพจรของเขา ทันใดนั้นเธอก็ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที
เลือดที่ออกจากบาดแผลเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่การถูกวางยาพิษที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้
อวิ๋นเจินหยิบขวดพอร์ซเลนใบหนึ่งออกมาจากในกระเป๋า หลังจากเปิดออกแล้ว เธอก็โรยผงยาลงไปบนบริเวณที่มีเลือดไหล ซึ่งทำให้เลือดหยุดไหลได้ในทันที แถมยังให้ความรู้สึกสดชื่นอีกด้วย
หลังจากนั้น อวิ๋นเจินก็ให้เขากินยาไปเม็ดหนึ่ง
“ไม่ต้องห่วงนะ นี่คือของดี เป็นยาแก้พิษน่ะ มันมีประโยชน์กับคุณแน่นอน ร่างกายของคุณโดนวางยาพิษมา หากรักษาไม่ทัน ชีวิตของคุณคงสั้นแน่” อวิ๋นเจินพูดอย่างเฉยชา
กู้เหยียนถิงเมื่อได้ยินเช่นนี้ก็อึ้งไปเลย
หลังจากที่อวิ๋นเจินพันผ้าพันแผลเสร็จ เวลานี้เธอก็ได้ยินเสียงคนอีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามา
“ท่านกู้.....”
“เขาเป็นคนของผมเอง” กู้เหยียนถิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ในเมื่อพวกเขามาแล้ว งั้นฉันขอตัวก่อนแล้วกันนะ” อวิ๋นเจินปัดมือไปมา เตรียมที่จะจากไป
“คุณผู้หญิง คุณชื่ออะไรเหรอ? ผมจะได้ตอบแทนคุณได้”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ!”
ในไม่ช้า อวิ๋นเจินก็หายตัวไปจากตรงหน้าชายคนนั้น เธอไม่ชอบสร้างปัญหา
หลังจากที่กู้เหยียนถิงได้รับการช่วยเหลือแล้ว ดวงตาสีดำที่ดูสุขุมของเขาก็หรี่ลงเล็กน้อย
ผู้หญิงคนนี้แค่จับชีพจรเขาก็สามารถบอกได้เลยเหรอว่าเขาถูกวางยาพิษมา?
เธอมีความสามารถขนาดนี้เลยเหรอ?
ยังไงก็มีเวลาเหลือเฟืออยู่แล้ว ตราบใดที่เธออยู่ในเมืองเจียง เขาต้องตามหาเธอจนเจอได้อย่างแน่นอน
อวิ๋นเจินเดินไปข้างหน้าโดยไม่หันกลับไปมองอีก
วินาทีถัดมา รถยนต์โรลส์-รอยซ์ที่สั่งทำแบบเพิ่มความยาวพิเศษซึ่งจะปรากฏเฉพาะในทีวีและว่ากันว่าเป็นรถยนต์คันเดียวในโลกก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
ไม่นานประตูรถก็เปิดออก ชายวัยกลางคนคนหนึ่งลงจากรถ และพูดด้วยความเคารพว่า “คุณหนูใหญ่ ในที่สุดก็หาตัวคุณเจอสักทีนะครับ ผมคือเหอจง พ่อบ้านของตระกูลเฉียว ผมมารับคุณกลับบ้านตามคำสั่งของคุณท่านและคุณนายครับ”
“คุณหนูใหญ่งั้นเหรอ?” อวิ๋นเจินตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง นี่มันอะไรกันเนี่ย?
คนตระกูลอวิ๋นบอกว่าพ่อแม่ทางสายเลือดของเธออยู่ที่อำเภอฉินอวิ๋นที่ยากจนที่สุดเลยไม่ใช่หรอกเหรอ?
ถ้าจนขนาดนั้นจริง ๆ แล้วพวกเขาจะซื้อรถหรูขนาดนี้ได้ยังไง?
“ใช่ครับ คุณคือคุณหนูใหญ่ของตระกูลเฉียว พอคุณนายทราบข่าวของคุณก็ตื่นเต้นมาก และยังอารมณ์เสียด้วย ดังนั้นคุณท่านจึงส่งผมมารับคุณ ขอเชิญคุณหนูใหญ่ขึ้นรถด้วยครับ” ชายคนนั้นเปิดประตูให้เธอด้วยความเคารพอย่างมาก
อวิ๋นเจินยังคงงุนงงอยู่เล็กน้อย ดูเหมือนว่าผลจากการสืบของคนตระกูลอวิ๋นจะผิดพลาดไปนะ!
เดิมทีอวิ๋นเจินวางแผนที่จะตามหาครอบครัวของเธอ แต่ตอนนี้พอมีคนมารับเธอ เธอก็ย่อมมีความสุขขึ้นมาเป็นธรรมดาอยู่แล้ว
หลังจากที่อวิ๋นเจินขึ้นไปนั่งบนรถแล้ว รถก็สตาร์ทและขับไปทางเป็นหนึ่ง วิลล่า
เป็นหนึ่ง วิลล่าเป็นเขตวิลล่าที่หรูหราที่สุดในเมืองเจียงแล้ว ที่นี่จะมีวิลล่าทั้งหมดเพียงแค่สิบสองหลังเท่านั้น แถมผู้ที่อยู่อาศัยยังล้วนแล้วแต่เป็นเศรษฐีระดับแนวหน้าและมีอำนาจมากอีกด้วย
ในรถ พ่อบ้านแนะนำขึ้นมาอย่างกระตือรือร้นว่า “คุณหนูใหญ่ครับ คุณมีพี่ชายอยู่หนึ่งคนชื่อว่าเฉียวเจ๋อ แล้วก็มีน้องสาวที่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันอีกหนึ่งคนชื่อว่าเฉียวซู คุณท่านกับคุณนายคิดถึงคุณกันมากเลยนะครับ หลายปีมานี้ เพื่อที่จะตามหาคุณ พวกเขาค้นหากันทั่วประเทศเลย”
“บ้านเกิดของคุณท่านอยู่ที่อำเภอฉินอวิ๋น ตอนที่คุณนายกลับไปไหว้บรรพบุรุษได้ให้กำเนิดคุณที่สถานีอนามัย แต่ดันเกิดเรื่องไม่คาดคิดบางอย่างขึ้น คุณได้ถูกคนอุ้มไป คุณท่านตามหาคุณอยู่นานมาก ส่วนคุณนายก็เศร้าใจมากทำยังไงก็ไม่ดีขึ้นเลย หลังจากนั้นมาพวกเขาจึงต้องออกมาจากในสถานที่ที่ทำให้เศร้าใจและกลับมาพัฒนาที่เมืองเจียง”
“ช่วงหลายปีมานี้ธุรกิจของพวกเขาเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็กลายเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในเมืองเจียงแล้วนะครับ”
......
ที่แท้เรื่องราวมันก็เป็นแบบนี้นี่เอง
ไม่นานรถก็มาถึงเชตวิลล่าที่เงียบสงบและดูเข้มงวด
ตอนที่อวิ๋นเจินลงจากรถ เธอก็เห็นคนวัยกลางคนสองคนเดินมาหาเธอด้วยความตื่นเต้น
ผู้ชายดูสูงสง่า ท่าทีดูสุภาพอ่อนโยน ส่วนผู้หญิงดูเหมือนคนที่ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดี ท่าทีดูสง่าผ่าเผยเป็นผู้ดี แค่มองก็รู้ได้ทันทีเลยว่าเป็นคนร่ำรวย
ทันทีที่ผู้หญิงเห็นอวิ๋นเจิน ดวงตาของเธอก็แดงขึ้นมาทันที จากนั้นเธอก็เข้ามากอดอวิ๋นเจินเอาไว้ในอ้อมแขนแบบแนบแน่น “เจินเจิน ลูกรักของแม่ ในที่สุดแม่ก็หาลูกเจอสักที หลายปีมานี้ลูกคงลำบากมากเลยใช่ไหม เป็นเพราะพ่อกับแม่ที่ไม่ได้ปกป้องลูกให้ดีเอง”
ซ่งอวิ๋นเซี่ยเห็นว่าอวิ๋นเจินดูเหมือนเธอมาก หลายปีที่ผ่านมาอวิ๋นเจินคงจะทนทุกข์ทรมานมาไม่น้อยเลย เธอจึงให้คำมั่นสัญญาเลยว่า นับจากนี้ต่อไปเธอจะไม่ยอมให้อวิ๋นเจินต้องทนทุกข์กับความอยุติธรรมอีกแม้แต่นิดเดียว
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่อวิ๋นเจินถูกกอดไว้ในอ้อมแขนของใครสักคนหนึ่ง เธอจึงรู้สึกค่อนข้างที่จะไม่เป็นตัวเองเท่าไหร่ แต่เธอรู้สึกได้ถึงความรักอันลึกซึ้งของอีกฝ่าย เธอจึงไม่ได้ขัดขืนอีก
“ฉันสบายดีมากค่ะ ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น”
นี่เป็นคำพูดปลอบใจผู้ฟังอย่างเห็นได้ชัดเลย
หลังจากนั้นไม่นาน ซ่งอวิ๋นเซี่ยก็ปล่อยอวิ๋นเจินออก ดวงตาของเธอแดงก่ำ “เจินเจิน หลังจากนี้ไปแม่จะปกป้องลูกอย่างดีเลย”
เฉียวจ้าวจงที่เป็นชายชาตรีก็ยังอดไม่ได้ที่จะน้ำตาคลอขึ้นมา เขาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อควบคุมอาการตื่นเต้นเอาไว้และพูดว่า “เอาล่ะ ลูกกลับมาก็ดีแล้ว ป่ะ พวกเราเข้าไปกันเถอะ”
แล้วทั้งสามคนก็เข้าไปในบ้านด้วยกัน
เมื่อเห็นฉากที่ทั้งสามคนพ่อลูกได้ทำความรู้จักกันเช่นนี้ เฉียวซูก็ลดเปลือกตาลงเพื่อปกปิดความเย็นชาในดวงตาของเธอเอาไว้
ในไม่ช้า ใบหน้าที่ดูน่ารักน่าเอ็นดูของเธอก็เผยรอยยิ้มประหม่าออกมา น้ำเสียงที่อ่อนหวานของเธอพูดขึ้นมาว่า “สวัสดีค่ะพี่สาว ยินดีต้อนรับพี่กลับบ้านนะ ฉันชื่อ......เฉียวซูนะคะ”
แค่มองหน้าก็รู้แล้วว่าอวิ๋นเจินต้องเป็นลูกสาวของซ่งอวิ๋นเซี่ยแน่ เพราะหน้าตาดูเหมือนกันมาก
ดวงตาของเฉียวซูฉายแววด้วยความไม่พอใจออกมาอยู่ลึก ๆ ทำไมอวิ๋นเจินถึงไม่ตาย ๆ ไปตอนอยู่ข้างนอกเลยนะ?
ซ่งอวิ๋นเซี่ยพอสงบสติอารมณ์ได้แล้วก็แนะนำขึ้นมาว่า “เจินเจิน นี่คือลูกสาวที่พวกเรารับมาเลี้ยง เธอชื่อเฉียวซู ต่อจากนี้ไปลูกจะเป็นพี่สาวของเธอนะ ส่วนเฉียวเจ๋อพี่ชายของลูกเดินทางไปทำธุระอยู่ที่ต่างประเทศ อีกไม่นานก็จะกลับมาแล้วล่ะ คุณย่าของลูกขึ้นเขาไปกินเจไหว้พระ สิ้นเดือนนู้นแหละถึงจะกลับมา”
อวิ๋นเจินพยักหน้าอย่างเฉยชา ครอบครัวใหญ่ ๆ แบบนี้ ความสัมพันธ์ในครอบครัวจะต้องค่อนข้างซับซ้อนแน่ ๆ เลย ถึงเวลานั้นเธอค่อยหาเวลาให้เย่เฟยสืบเอาก็ได้
“จริงสิ เจินเจิน แม่อยากให้ของขวัญแรกพบหน้ากับลูกสักชิ้น” หลังจากที่ซ่งอวิ๋นเซี่ยพูดจบ เธอก็ถอดสร้อยข้อมือมรกตที่วิจิตรสวยงามมากเส้นหนึ่งออกมาจากข้อมือของตัวเอง
“กำไลข้อมือเส้นนี้แม่สวมเอาไว้ที่ข้อมืออยู่ตลอด ตอนนี้แม่ยกให้ลูกนะ”
ซ่งอวิ๋นเซี่ยก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน เธอจำอะไรหลาย ๆ เรื่องในอดีตไม่ได้แล้ว แต่เธอมักจะสวมกำไลวงนี้เอาไว้ตลอด น่าจะเป็นคนที่สำคัญมากมอบให้เธอมา
เมื่ออวิ๋นเจินเห็นสร้อยข้อมือเส้นนี้ เธอก็สตั้นท์ไปเลย สร้อยข้อมือเส้นนี้เป็นสีเขียวบริสุทธิ์และมีมูลค่าหลายสิบล้านเลยทีเดียว!
“มันแพงเกินไปค่ะ!”
“เด็กโง่ ของพวกนี้ของแม่ต่อไปก็ต้องให้ลูกอยู่ดีนั่นแหละ”
หลังจากพูดจบ เธอก็สวมสร้อยข้อมือไปบนข้อมือของอวิ๋นเจิน ทำให้ข้อมือที่เรียวและขาวของอวิ๋นเจินดูสวยงามขึ้นมากภายในชั่วพริบตาเลย
เมื่อเฉียวซูได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของก็มืดมนขึ้นทันที มือของเธอกำเป็นหมัดโดยไม่รู้ตัวจนเล็บอันแหลม ๆ แทงเข้าไปในฝ่ามือของเธอแล้ว เธอก็ยังไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย
ลำเอียงซะเหลือเกิน!
คุณอาจจะชอบ





